โดมินิคมองดูศุภิสรากินอาหาร ถึงเธอจะหิวมากแต่ก็ไม่มีอาการมูมมามให้เห็นเลยสักนิด ที่เธอหิวมากอย่างนี้ก็เพราะั้แ่ลงเรือมาและถูกจับขัง จนมาตอนนี้เธอยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย แม้แต่น้ำสักอึกก็ยังไม่ได้ดื่ม หากว่าเธอยอมทำตามคำสั่งของคนที่จับตัวเธอมา เธอก็คงจะได้กินได้ดื่มน้ำไปแล้ว แต่นี่เธอขัดขืนไม่ยอมท่าเดียวจึงต้องอดไปโดยปริยาย
“อร่อยไหม?”
โดมินิคถามทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้วว่าต้องอร่อยแน่นอน ก็อาหารที่เขาสั่งแต่ละอย่างราคาแพงๆ ทั้งนั้น และเซฟที่ทำอาหารในเรือสำราญนี้ ก็เป็ถึงเชฟระดับโรงแรมห้าดาว จะไม่ให้อร่อยได้ยังไงกันล่ะ
“อร่อย อร่อยมากเลย”
ศุภิสราพยักหน้า พร้อมกับส่งยิ้มหวานให้โดมินิคตาหยี จนเห็นฟันขาวๆ เรียงกัน ทำให้โดมินิคชะงักค้างไปชั่วขณะหนึ่ง รอยยิ้มหวานที่ส่งยิ้มมาให้นี้ ทำให้เขารู้สึกชื่นชอบมากมาย
มากจนถึงขนาดที่ว่า ไม่อยากให้เธอไปโปรยยิ้มให้กับผู้ชายคนไหนเลยก็ว่าได้ ซึ่งเขาก็ต้องสะดุดและแปลกใจกับความคิดบ้าๆนี้ ปกติเขาไม่เคยหวงใครมากอย่างนี้มาก่อนเลยให้ตายเถอะ
“อร่อยก็กินเยอะๆ เพราะคืนนี้เราสองคนต้องใช้แรงกันทั้งคืน”
“.........”
คำพูดของโดมินิค ถึงจะฟังดูนุ่มทุ้มชวนฟัง แต่ก็ทำให้มือเรียวเล็กที่กำลังถือส้อมจิ้มเนื้อจะเข้าปาก ต้องชะงักค้าง พลันใบหน้าสวยหวานเห่อแดงเป็จุดๆ แล้วกระจายออกจนเต็มใบหน้า ด้วยความเขินอาย เมื่อรู้ถึงความในของคำพูด
“อายทำไม ไม่เห็นจะมีอะไร้าเลย มันก็เป็เื่ธรรมดาของทุกๆคนที่จะต้องมี...???... อย่าบอกนะว่าเธอยังไม่เคยน่ะ?”
โดมินิคเลิกคิ้วเข้มหนาอย่างรู้สึกแปลกใจ ที่เห็นใบหน้าสวยหวานขึ้นสีแดงด้วยความอาย เขาจึงพูดอย่างคนที่ผ่านสนามรบมานับครั้งไม่ถ้วน จนเห็นเื่อย่างว่าเป็เื่ธรรมดาๆ ของผู้ชายกับผู้หญิง แต่พอฉุกคิดไปถึงตอนที่เขาจูบเ้าหล่อน ที่รับรู้ได้ว่าจูบของเธอไม่ได้เื่ ดวงตาสีนิลวาวก็จ้องมองใบหน้าสวยหวานจริงๆ จังๆ น้ำเสียงที่ถามก็จริงจังตามไปด้วย
“ก็ฉันไม่เคยนะสิ”
และนั้นก็ทำให้ใบหน้าสวยหวานร้อนผะผ่าว แดงมากขึ้นจนลามไปถึงใบหู ศุภิสราไม่อาจมองสบตาสีนิลวาวคู่นั้นได้อีก จึงแสร้งก้มลงไปมองจานอาหารที่วางอยู่ตรงหน้า ก่อนจะพูดไปตามความจริง คือเธอยังไม่เคยเื่อย่างว่าเลยจริงๆ
ถึงแม้เธอจะเคยมีแฟนมาก่อนก็เถอะ แต่ก็แค่จับไม้จับมือกัน อย่างมากก็แค่หอมแก้มเพียงแค่นั้น ไม่ได้ไปถึงไหนต่อไหน หรืออาจเป็เพราะว่าเธอเป็คนหวงเนื้อหวงตัวด้วยแหละมั้ง ถึงได้ไม่ยอมให้แฟนของเธอสักที จนกระทั่งเลิกรากันไปในที่สุด
“หึหึหึ!..... อย่างงั้นหรือ”
โดมินิคหัวเราะในลำคอออกมาอย่างพึงพอใจเป็อย่างมาก ที่ได้ฟังอย่างนี้ และนี้ก็เป็อีกเื่ที่เขาทำไมถึงจะต้องพึงพอใจมากขนาดนี้ ทั้งที่เขาไม่เคยสนอกสนใจในเื่เวอร์จิ้นไม่เวอร์จิ้นนี้เลย เพราะเื่นี้ถือเป็เื่ธรรมดาของคนในปัจจุบันไปแล้ว ที่จะต้องมีแฟนและมีอะไรกับแฟน
“ว่าแต่เธอชื่ออะไร? เป็คนที่ไหน?”
“ฉันชื่อศุภิสรา เรียกฉันสั้นๆว่าศุก็ได้ ฉันเป็คนไทย”
ดวงตาสีนิลวาวยังคงจับจ้องมองอยู่ที่ใบหน้าสวยหวาน ขณะที่ปากกำลังเอ่ยถามชื่อเสียงเรียงนาม ศุภิสราหันมามองสบตากับเขาชั่วครู่ ก็ต้องกลับไปมองจานอาหารตรงหน้าเหมือนเดิม แล้วค่อยบอกชื่อและประเทศของเธอให้เขาได้รู้
“แล้วคุณละ ชื่ออะไร เป็คนที่ไหน?”
“เรียกฉันว่าโดมินิค ฉันเป็คนไอริช เอาล่ะกินอาหารต่อให้อิ่มเถอะ เธอจะได้ไปอาบน้ำชำระล้างร่างกายสักที”
ศุภิสราถามโอมินิคกลับบ้าง ซึ่งเขาก็ตอบ แต่พอตอบจบก็กล่าวตัดบทการสนทนา เพราะดูจากสภาพของศุภิสราแล้วควรที่จะต้องไปอาบน้ำชำระล้างร่างกายให้สะอาด แต่ถึงเธอจะดูมอมแมมอย่างนี้ เขาไม่รู้สึกถึงกลิ่นเหม็น ไม่พึงประสงค์เลยสักนิด แต่กลับรู้สึกว่าเธอมีกลิ่นหอมเย้ายวน ที่ไม่น่าจะใช่กลิ่นน้ำหอม ซึ่งกลิ่นนี้เขารู้สึกชอบมากจริงๆ
๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑