หลายสัปดาห์ผันผ่านไปในหุบเขาเมฆาเร้น ชีวิตของเจี้ยนหลินยังคงวนเวียนอยู่กับการทำงานหนักในตอนกลางวัน และการฝึกฝนอย่างลับๆ ในยามค่ำคืน คำพูดที่แฝงนัยยะของอาจารย์ซ่ง (宋长老 - Sòng Zhǎnglǎo) ยังคงก้องอยู่ในใจของเขา สร้างทั้งความหวังและความหวาดระแวงระคนกัน 'ท่านผู้าุโผู้นั้น...มองเห็นสิ่งใดในตัวข้ากันแน่? หรือเพียงเห็นข้าเป็ตัวตลกอีกคนที่พยายามจะปีนป่ายขึ้นจากโคลนตมแห่งความอ่อนแอ?' เขาครุ่นคิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ก็มิอาจหาคำตอบได้ ช่างเถอะ...บางทีการไม่รู้ก็ยังดีเสียกว่าการรู้แล้วต้องแบกรับความคาดหวังที่ตนอาจจะไปไม่ถึง
เพลงกระบี่ "เมฆาไหล" (流云剑法 - Liú Yún Jiàn Fǎ) ที่เขาพยายามถอดแบบมาจากศิษย์พี่หญิงเยว่ชิงหลิง (月清灵 - Yuè Qīnglíng) นั้น เริ่มจะ "เข้าที่เข้าทาง" มากขึ้น ท่วงท่าที่เคยเงอะงะและติดขัด บัดนี้เริ่มมีความต่อเนื่องและมั่นคง แม้จะยังห่างไกลจากความสง่างามและพลิ้วไหวของต้นแบบอยู่หลายขุม แต่เขาก็ััได้ถึงความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ในร่างกาย กล้ามเนื้อที่เคยอ่อนล้าเริ่มปรับตัวได้ดีขึ้น การควบคุม "กระบี่ไม้" (木剑 - Mù Jiàn) ในมือก็เริ่มจะ "เป็ธรรมชาติ" มากขึ้น
สิ่งที่ท้าทายยิ่งกว่าคือเพลงกระบี่ "เมฆาพิรุณ" (雨云剑法 - Yǔ Yún Jiàn Fǎ) ที่เขาได้เห็นนางร่ายรำในวันนั้น มันซับซ้อนและลึกซึ้งกว่า "เมฆาไหล" หลายเท่า ้าการโคจรพลังปราณ (灵气 - Língqì) ที่ละเอียดอ่อนและต่อเนื่อง ซึ่งเป็สิ่งที่เจี้ยนหลินผู้มีพลังปราณน้อยนิดและเพิ่มพูนอย่างเชื่องช้าแทบจะทำไม่ได้เลย แต่ด้วยความทรงจำอันเป็เลิศ เขาก็ยังคง "เห็น" ทุกท่วงท่าของนางได้อย่างชัดเจนในห้วงคำนึง และพยายามจะทำความเข้าใจ "แก่น" ของมัน เขาลองปรับเปลี่ยนจังหวะการหายใจให้สอดรับ หรือแม้กระทั่งลองนำเถาวัลย์อ่อนๆ ที่มีความยืดหยุ่นสูงมาแทน "กระบี่ไม้" เพื่อััถึงความอ่อนไหวและต่อเนื่องของพลังที่จำเป็สำหรับเพลงกระบี่นี้ 'เพลงกระบี่ที่แท้จริง...มิใช่เพียงการเลียนแบบท่าทาง แต่คือการเข้าใจ "เจตจำนง" (意志 - Yìzhì) ที่ซ่อนอยู่ หากปราศจากเจตจำนงแล้ว ต่อให้ท่าร่างงดงามเพียงใด ก็เป็เพียงการร่ายรำอันว่างเปล่า' นี่คือสิ่งที่เขาเริ่ม "คิดค้น" และ "ตั้งคำถาม" กับการฝึกฝนของตนเองและผู้อื่น
"เพลงกระบี่ของศิษย์พี่เยว่...มันมิใช่แค่การเคลื่อนไหว แต่แฝงไว้ด้วย 'เจตจำนง' บางอย่างที่เยือกเย็นและคมกล้า...คล้ายกับ...คล้ายกับความรู้สึกที่ข้าเคยััได้จากส่วนลึกในตัวข้าเอง" เจี้ยนหลินพึมพำขณะพยายามจะเลียนแบบการตวัดกระบี่ที่ดูเรียบง่ายแต่กลับสามารถสร้างไอหมอกบางๆ ขึ้นรอบกายของศิษย์พี่หญิงได้ แน่นอนว่าเขาทำไม่ได้...กระบี่ไม้ในมือเขาสร้างได้เพียงเสียงลมหวีดหวิวที่น่าสมเพชเท่านั้น
แต่เขาก็ไม่ย่อท้อ ทุกค่ำคืน เขายังคงฝึกฝนอย่างเงียบๆ ท่ามกลางเสียงหรีดหริ่งเรไรและแสงจันทร์ที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างเข้ามา กลิ่นเหงื่อ กลิ่นดิน และกลิ่นยาจางๆ จากสมุนไพรที่เขาใช้รักษาาแ กลายเป็เพื่อนสนิทของเขาไปเสียแล้ว
การ "กระทบกระทั่ง" กับกลุ่มของจางป้า (张霸 - Zhāng Bà) และศิษย์คนอื่นๆ ก็ยังคงมีอยู่บ้างประปราย แต่ดูเหมือนว่าหลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น พวกมันจะไม่ได้เข้ามาหาเื่เขาโดยตรงเหมือนเดิม อาจจะเพราะ "ลูกไม้" ของเจี้ยนหลินในวันนั้นสร้างความประหลาดใจและความไม่แน่นอนบางอย่างให้กับพวกมัน หรืออาจจะเพราะมีเื่อื่นที่น่าสนใจกว่าให้พวกมันไปรังควาน อย่างไรก็ตาม ทุกครั้งที่สายตาของจางป้ากวาดมาทางเขา เจี้ยนหลินยังคงััได้ถึงความอาฆาตแค้นที่ซ่อนอยู่ และเขาก็เพียงแค่ก้มหน้าทำงานของตนต่อไป รอคอย...
วันหนึ่ง ขณะที่เจี้ยนหลินกำลังคัดแยกสมุนไพรที่เพิ่งเก็บมาได้จากป่ารอบนอกของสำนัก เสียงประกาศจากศิษย์พี่ผู้ดูแลหอศิษย์นอกก็ดังขึ้น "ศิษย์นอกทุกคน! ในอีกสามวันข้างหน้า จะมีการทดสอบประจำเดือน! ผู้ที่ทำคะแนนได้ต่ำสุดสามคน จะถูกลดปริมาณทรัพยากรที่ได้รับลงครึ่งหนึ่งเป็เวลาหนึ่งเดือนเต็ม!"
ข่าวนี้สร้างความแตกตื่นให้กับเหล่าศิษย์นอกในทันที ทรัพยากรที่ได้รับอยู่ทุกวันนี้ก็แทบจะไม่เพียงพอต่อการบำเพ็ญเพียรอยู่แล้ว หากถูกลดลงอีกครึ่งหนึ่ง นั่นแทบจะไม่ต่างจากการถูกตัดหนทางในการพัฒนาเลยแม้แต่น้อย เสียงพูดคุยอย่างวิตกกังวลดังระงมไปทั่ว
เจี้ยนหลินขมวดคิ้ว การทดสอบประจำเดือนมักจะเกี่ยวข้องกับการแสดงความก้าวหน้าในการบำเพ็ญเพียรพลังปราณ และการทดสอบทักษะพื้นฐานบางอย่าง ซึ่งแน่นอนว่าเขาเสียเปรียบอย่างยิ่งในเื่พลังปราณ 'การทดสอบเช่นนี้...มันวัด "พร์" หรือวัด "ทรัพยากร" กันแน่? ผู้ที่มีทรัพยากรย่อมก้าวหน้าได้เร็วกว่า แล้วผู้ที่ขาดแคลนเล่า จะถูกบีบให้ต่ำต้อยลงไปอีกเช่นนั้นรึ? ช่างเป็ "ความยุติธรรม" ที่น่าสรรเสริญเสียจริง' ความคิดที่แฝงความเหน็บแนมผุดขึ้นในใจ นี่คือ "บททดสอบแห่งความอดทน" ครั้งใหม่ของเขา
"ดูท่า...คงจะต้องพึ่งพาสิ่งอื่นเสียแล้ว" เขาคิดพลางเหลือบมอง "กระบี่ไม้" ที่ซ่อนไว้ใต้เตียงอย่างมิดชิด แม้พลังปราณของเขาจะก้าวหน้าช้า แต่ "ทักษะ" ที่เขาแอบฝึกฝนมาอย่างหนักนั้น...อาจจะเป็ไพ่ใบเดียวที่เขามีอยู่ในมือ
ในลานฝึกฝนส่วนกลาง อาจารย์ซ่งยังคงปรากฏตัวขึ้นเป็ครั้งคราว ท่านมักจะเดินผ่านไปมาอย่างเงียบๆ มองดูเหล่าศิษย์ฝึกฝนด้วยแววตาที่ยากจะหยั่งถึง บางครั้งสายตาของท่านจะมาหยุดอยู่ที่เจี้ยนหลินเป็ครู่หนึ่ง แต่ก็ไม่ได้กล่าววาจาใดๆ ทิ้งไว้เพียงความรู้สึกกดดันที่มองไม่เห็นให้กับเด็กหนุ่ม
เย็นวันนั้น เจี้ยนหลินตัดสินใจที่จะลองฝึกฝนเพลงกระบี่ "เมฆาไหล" ในสถานที่ที่เปิดเผยมากขึ้นเล็กน้อย เขาเลือกมุมอับของลานฝึกด้านหลังเรือนพัก ซึ่งปกติแล้วไม่ค่อยมีคนผ่านไปมา เขา้าจะทดสอบดูว่าตนเองจะสามารถรักษาสมาธิและควบคุมการเคลื่อนไหวได้ดีเพียงใดเมื่อไม่ได้อยู่ในห้องที่คุ้นเคย
ขณะที่เขากำลังจดจ่ออยู่กับการตวัด "กระบี่ไม้" ให้ได้จังหวะและองศาที่ถูกต้องตามที่จดจำมานั้นเอง...
"ท่าร่างพอใช้ได้...แต่ขาดพลังที่แท้จริง"
สุรเสียงเย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็งยามเหมันต์ดังขึ้นจากเื้ั แฝงไว้ด้วยอำนาจบางเบาที่ทำให้เจี้ยนหลินสะท้านไปทั้งร่างจนต้องหยุดชะงักการเคลื่อนไหวในทันที เขารีบหันขวับไป! ร่างระหงในอาภรณ์ศิษย์ในสีฟ้าอ่อนอันคุ้นตา เส้นผมดำขลับดุจรัตติกาลถูกรวบไว้อย่างเรียบง่าย ดวงตาคู่สวยนั้นเ็าราวกับสามารถแช่แข็งจิติญญาของผู้ที่สบมองได้...ศิษย์พี่หญิงเยว่ชิงหลิง!
(จบตอน 4)