หลายวันผ่านไป ในที่สุดวันแรกของการถ่ายทำ "โลกไร้สี" ก็มาถึง
คิรินเดินเข้ามายังห้องแต่งตัวของกองถ่ายด้วยความตื่นเต้นและความประหม่า ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
การเป็นักแสดงอิสระที่ไม่มีสังกัด ไม่มีเอเจนซี่ใดๆ ทำให้เขารู้สึกว่าต้องพึ่งพาตัวเองทุกอย่าง และการได้รับบทไวท์ในซีรีส์นี้เป็โอกาสที่ดีมากๆ สำหรับเขา
เมื่อเข้ามาถึงห้องแต่งตัวที่เต็มไปด้วยนักแสดงและทีมงานที่กำลังเตรียมตัวกันอย่างคึกคัก เขาเดินเข้าไปหาช่างแต่งหน้าที่รออยู่หน้ากระจก ชุดสูทสีดำหรูที่เตรียมไว้สำหรับเขาถูกแขวนไว้อย่างเรียบร้อยราวกับรอเ้าของที่แท้จริงมาสวมใส่ คิรินเผลอสูดหายใจเข้าลึกๆ ด้วยความรู้สึกตื่นเต้น ก่อนจะหยิบชุดสูทนั้นขึ้นมาอย่างทะนุถนอม
“พี่คิรินจะรับบทไวท์สินะคะ” ช่างแต่งหน้าเอ่ยถามขณะช่วยแต่งหน้าของเขาให้ดูเฉียบขาดและมีมาดแบบนักธุรกิจ
คิรินพยักหน้าแล้วเอ่ยอย่างหนักแน่น “ครับ ผมจะทำให้ไวท์เป็ตัวละครที่ทุกคนจดจำให้ได้” คำพูดของเขาเต็มไปด้วยความตั้งใจ และในขณะเดียวกันเขาก็เผลอมองตัวเองในกระจกอีกครั้ง สีหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจและความเยือกเย็นที่เปลี่ยนไปอย่างน่าทึ่ง ท่ามกลางเงาสะท้อนนั้น ภาพของ “ไวท์” ในชุดสูทนักธุรกิจผู้เยือกเย็นและลึกลับกำลังมองจ้องมาที่เขาเอง
“พร้อมแล้วครับ” เขากล่าวพร้อมสูดหายใจเข้าและเดินออกไปยังสถานที่ถ่ายทำที่ทีมงานกำลังเตรียมฉากแรกกันอยู่
บรรยากาศของกองถ่ายเต็มไปด้วยความคึกคัก พิภพกำลังอธิบายรายละเอียดของฉากให้กับนักแสดงและทีมงานทุกคนด้วยน้ำเสียงเข้มขรึม
“วันนี้เราจะถ่ายฉากที่สำคัญ ฉากที่ไวท์และชาญเจอกันครั้งแรกในสถานการณ์ที่ต่างฝ่ายต่างเริ่มระแวงกันเล็กน้อย ทั้งหมดอยู่ที่พวกคุณแล้ว”
คิรินมองไปที่เดชที่กำลังเตรียมพร้อมสำหรับบท “ชาญ” ท่าทีของเดชเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น สายตาของเขานิ่งและแฝงไปด้วยความตั้งใจแบบเดียวกัน แม้คิรินจะรู้สึกกังวลเล็กน้อยกับการแสดงหน้ากล้องเป็ครั้งแรก แต่ท่าทีของเดชกลับทำให้เขารู้สึกมั่นใจขึ้นในบทของตนขึ้มมาบ้าง
พิภพะโเสียงดัง “พร้อมกันหรือยังครับทุกคน?”
“พร้อมครับ!” เสียงตอบรับดังก้องจากนักแสดงและทีมงานที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้น ทุกคนต่างตื่นตัวและพร้อมที่จะถ่ายทอดความรู้สึกของตัวละครออกมา
ในฉากแรก คิรินต้องเผชิญหน้ากับ “ชาญ” ที่รับบทโดยเดชในสถานที่ที่เปี่ยมไปด้วยแสงสีและเสียงเพลงในย่านธุรกิจยามค่ำคืน ซึ่งเต็มไปด้วยบรรยากาศคึกคักจากผู้คนที่ออกมาใช้ชีวิตกลางคืน
เมื่อพิภพสั่ง "แอคชั่น!" เสียงเพลง EDM ดังกระหึ่มขึ้น ท่ามกลางแสงนีออนและผู้คนที่กำลังเต้นอย่างเมามันภายในคลับ ชาญเดินเข้ามาในฉากด้วยท่าทางแน่วแน่ สายตาของเขาเฉียบคม มองซ้ายขวาด้วยความระมัดระวัง เพื่อสอดส่องหาร่องรอยหรือเบาะแสของฆาตกรที่เขาตามหา
ข้างกายเขามีคู่หูตำรวจคือ “หมวดวีรภาพ” ชายหนุ่มที่มีสายตาจริงจังและแฝงไปด้วยความซื่อสัตย์ ในฉากนี้ พวกเขาทั้งสองต้องเดินสำรวจบริเวณตามที่ได้รับเบาะแสมา ชาญจ้องมองไปยังฝูงชนตรงหน้าพลางหันไปบอกคู่หูของเขา
“ตามที่สายบอก มันน่าจะอยู่ในร้านนี้” ชาญพูดพลางมองไปยังกลุ่มคนที่ยืนรวมกันอยู่หน้าคลับแห่งหนึ่ง
หมวดวีรภาพพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม “มันอาจเป็หนึ่งในคนกลุ่มนั้นก็ได้ พี่ชาญคิดว่ายังไงครับ?”
ชาญพยักหน้าตอบสั้นๆ ก่อนจะจ้องมองอย่างตั้งใจ “ฉันจะเข้าไปก่อน นายรออยู่ตรงนี้ คอยกันไม่ให้มันหนี”
“ระวังตัวด้วยนะครับพี่” หมวดวีรภาพตอบเสียงเคร่งขรึม สายตาของเขาแสดงความห่วงใย ชาญพยักหน้าและเดินไปที่กลุ่มคนที่เขาเห็น
ขณะที่ชาญกำลังตรวจสอบสถานการณ์ในกลุ่มนั้น เขารู้สึกถึงอันตรายที่คืบคลานเข้ามา แต่แล้ว เขาหันหลังกลับไปเพื่อตามคู่หูของตน แต่ก็พบว่าอีกฝ่ายหายไปจากสายตาของเขาแล้ว
“มึงอยู่ไหนวะไอ้วี !” ชาญเรียกเสียงดัง ขณะที่เขามองไปรอบๆเพื่อหาวีรภาพ
เมื่อเสียงของเขาดังก้องไปทั่ว ยังคงไม่มีการตอบกลับจากวีรภาพ ชาญเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ ในใจเริ่มรู้สึกไม่สบายใจ จนเมื่อเขาเดินตามหาวีรภาพมาถึงซอยเปลี่ยวแห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากคลับเมื่อครู่
ทันใดนั้น เขาเห็นว่าร่างของวีรภาพนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น เขาก็รีบวิ่งไปหาเพื่อนรักทันที “ไอ้วี!” เมื่อเข้าไปใกล้ เขาเห็นว่าวีรภาพถูกบิดคอจนหัก ตาของชาญเบิกกว้างด้วยความเศร้า ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็ความเคียดแค้นชิงชังในตัวผู้ที่มันทำกับเพื่อนรักของเขา
“เหี้xเอ๊ย!” เสียงชาญสั่นด้วยความโกรธแค้น เขารู้ว่าฆาตกรต่อเนื่องที่เขากำลังตามล่าอยู่ต้องเป็คนลงมือกับวีรภาพ เพลิงแห่งความแค้นที่โหมกระหน่ำอยู่ในจิตใจของผู้กองหนุ่ม
“กูจะตามล่ามึงให้ถึงที่สุด!” ชาญกัดฟันพูดเสียงสั่นเครือด้วยความโศกเศร้าเต็มไปด้วยความชิงชัง เขาเอื้อมมือไปปิดตาสหายรักของตนให้หลับลง ก่อนจะโทรแจ้งรถพยาบาลให้มารับร่างของเขากลับไปทำพิธี