[ข้อความจากจาราช]
ฟาคาร์ใจเต้นแรงเมื่อเห็นมองจอแทคแพดที่ข้อมือใจนึงก็อยากมุ่งหน้าไปยังเก็กโค่บาร์แล้วบอกข่าวดีด้วยตัวเอง แต่อีกใจก็อยากเปิดข้อความดูก่อนแต่รถโดยสารยังคงติดแหงกอยู่กับติดคงเกิดเหตุวุ่นวายจับกุมคนร้ายของฮีโร่เหมือนอย่างทุกที ฟาคาร์จึงเปิดข้อความขึ้นเป็ข้อความวิดีโอ
ภาพเก็กโค่บาร์ดูแปลกไปภายในกลายเป็ซากปรัก ฟาคาร์จ้องมองงงงัน ไฟกันตร์โพยพุ่ง เสียงะเิสะนั่นออร์คคนหนึ่งหลบเื้ัโต๊ะที่ล้มไว้เป็กำบังสั่นเทาจากนั้นหน้าของจาราชจึงปรากฏ สีหน้าเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น หอบหายใจเหนื่อนอ่อน
“ฟาคาร์พ่อรักลูกนะ พ่อรักลูก”
ฟาคาร์ส่ายหน้ามองดูแทคแพดลูบใบหน้าพ่อผ่านหน้าจอ ในหัวเต็มไปด้วยคำถาม เกิดอะไรขึ้นกันแน่จาราชในจอยื่นมือกลับมาราวกับจะััมือกลับคืน มันเป็ััคล้ายบอกลาคล้ายโหยหาััของบุคคลที่รักเป็ครั้งสุดท้าย
“พ่อ”ฟาคาร์ร้องขึ้น คนทั้งรถแออัดหันมอง แต่เขาไม่สนใจ
“ฟาคาร์อย่ากลับมาที่เก็กโค่บาร์เด็ดขาด ถ้าเ้าได้ข้อความนี้ มันแปลว่าพ่อได้ตายไปแล้วจงเดินทางไปยังห้องทดลองลับตามตำแหน่งพ่อส่งให้ ทำตามคำสั่งในห้องทดลองแล้วสักวันหนึ่งเ้าจะรู้คำตอบทั้งหมด แต่จงจำใจจงเติบโตขึ้นเป็ฮีโร่ที่แข็งแกร่งที่สุด พ่อรักเ้า...จงอย่าเครียดแค้น” จาราชว่าในจอมีน้ำตาไหลริน มิใช่น้ำตาของจาราช หากเป็น้ำตาของฟาคาร์ที่หยดลงใส่จอแทคแพด
ตรงไปยังทางลดเลี้ยวมุ่งผ่านย่านสลัมผิดกฎหมายสู่ย่านสีทึมเทาไร้ผู้คน ไร้โดรนตรวจ ไร้กฎฟาคาร์กอดกุมกัลเรียที่พร้อมใช้งานไว้มั่น กระแสนีโอเลเซอร์พร้อมสำหรับป้องกันตัวออร์คสีหน้าเอาเื่ในเสือยีนแขนพุ่งเอาจู่โจม
ปืนไว้ปิศาจออร์คคนนั้นล้มลง
“หยุดอยู่ตรงนั้นแหละพวกที่เหลือด้วย” ฟาคาร์เอ่ยหันปืนไปทางกลุ่มออร์คที่เดินมาลายล้อมชะงักก้าวไป
“โอเคนึกว่าพวกหน้าใหม่ทั่วไป”
ฟาคาร์โกรธแยกเขี้ยวออร์คออกมา
“อาวที่แท้ก็ลูกครึ่งออร์คพวกเดียวกันนี่หว่า ไปกันเถอะพวกเรา เสียเวลา”ออร์คคนเดิมเอ่ยลุกขึ้นแล้วเดินนำพวกที่เหลือจากมา
ฟาคาร์มุ่งต่อไปยังตรอกแคบถึงยังจุดเปิดประตูเร้นสู่ห้องทดลองลับ ดวงไฟความมืดสว่างต้อนรับเสียงคอมประมวลผลดังละงม ทางเลื่อนนำพาเขามาจากส่วนที่มีจานเพาะเชื้อวางเรียง
“ฟาคาร์ฉันเสียใจด้วยนะ” ฟิมเอ่ยบอก แสงจากร่างของเธอส่องประกายในความมืดแต่ความมืดในใจของฟาคาร์ดูจะมืดมนเกินกว่าแสงน้อยเล็กจะส่องถึงฟาคาร์เดินสำรวจดูห้องทดลอง เห็นภาพติดผนังใส่กรอบ เป็ภาพเอลฟ์ 3 คนยืนเรียงมีจาราชวัยหนุ่มกับอีกคนที่ใบหน้าคล้ายกันส่วนตรงกลางเป็เอลฟ์หญิงสาวที่ดูอายุมากกว่า เธอดูสูง่างาม คอยาวระหง
ทันใดฟาคาร์ััได้ถึงรังสีที่ฉายกระทบไล่จากศรีษะลงไปจดเท้าเขาหันควับจนแสงนั้นฉายมาจากดวงตาของร่างเลือนไหวร่างหนึ่ง
“สวัสดีฟาคาร์” เสียงจาราชดังขึ้น ร่างโฮโลแกรมของเอลฟ์เฒ่าก้าวมาหาเขา “ฉันคือระบบตอบรับอัตโนมัติที่สร้างไว้เผื่อว่าจะเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น”
ฟาคาร์หันมองเดินเข้าหาร่างนั้นมือคว้าััที่ร่างนั้นไร้ตัวตน
“เงยหน้าเถอะ”จาราชโฮโลแกรมเอ่ยราวกับรู้ว่าเขากำลังก้มหน้าเศร้าซึม
“บางทีพ่ออาจจะตายไปแล้วถ้าลูกได้มาเห็นข้อความนี้น่ะนะและลูกอาจจะเศร้าอยู่ จงเงยหน้าเผชิญกับความเศร้า พ่อขอโทษที่มีชีวิตกับลูกต่อไปไม่ได้นะขอให้รู้พ่อเสียใจ เศร้าไม่ต่างหากลูกหรอกเมื่อนึกว่าสักวันเราต้องจากกันสิ่งแรกที่อยากบอกคือพ่อรักลูกนะ และอยากให้ลูกเป็ฮีโร่ที่แข็งแกร่งที่สุดพยายามเข้าไว้นะ”
ฟาคาร์หันมองใบหน้าของร่างโฮโลแกรมฟังอย่างจดจ่อ
“ห้องทดลอบลับแห่งนี้คือสิ่งอันตรายฉันได้ทำการทดลองต้องห้ามคือการตัดต่อพันธุกรรมของเผ่าพันธุ์ัการทดลองนี้จะทำให้เธอได้รับพลังของเผ่าพันธุ์ัมาไว้ในมันคือพลังของฮีโร่ที่แท้จริง ตามพ่อมาฟาคาร์ลูกรัก”
ว่าแล้วร่างโฮโลแกรมก็นำทางฟาคาร์มายังส่วนลึกผ่านทางเดินยาวจนถึงหลอดแก้วขนาดใหญ่พอบรรจุร่างคนไว้ได้
“ตลอดหลายปีที่ผ่านมาฉันทดลองตัดต่อพันธุกรรมัให้สามารถเข้ากันกับพันธุกรรมของออร์คและมนุษย์ตามทฤษฎีแล้ว ักับออร์คเป็เผ่าพันธุ์ที่มีสัมพันธ์กับพลังชีวิตมากที่สุดัสามารถปล่อยคลื่นพลังชีวิตออกมาได้ อย่างที่เรารู้จักกัน คลื่นพลังัขณะที่ออร์คก็สามารถใช้พลังชีวิตสร้างเกาะชีวิตเพื่อป้องกันตัวเองได้ทั้งสองเผ่าพันธุ์มีโครงสร้างต่อพลังชีวิตที่ใกล้เคียงกันอยู่บ้าง
“ส่วนมนุษย์นั้นเป็เผ่าพันธุ์ต้นกำเนิดย้อนกลับไปช้านานก่อนยุคแห่งโลกไครเบอร์พังค์ เชื่อกันว่ามนุษย์เป็เผ่าพันธุ์แรกก่อนวิวัฒนาการไปเป็เผ่าพันธุ์อื่นตามทฤษฎีบิ๊กแบงค์ซึ่งนักชีวประวัติศาสตร์พบร่องรอยการะเิครั้งใหญ่และเชื่อมโยงโลกไว้ด้วยกันร่องรอยการมีชีวิตก่อนยุคสมัยไครเบอร์พังค์ข้าวของเครื่องข้าวเหมือนถูกออกแบบและใช้งานโดยมนุษย์มากกว่าเผ่าพันธุ์อื่นแม้เื่ราวใน่รอยต่อระหว่างบิ๊กแบงค์กับโลกไครเบอร์พังค์จะยังคงเป็ปริศนาแต่เมื่อทดลองมองลึกลงไปในระดับพันธุกรรมก็พบว่าโครงสร้างพื้นฐานของมนุษย์นั้นมีความดั่งเดิมคล้ายคลึงกึ่งคล้องจองกับโครงสร้างพื้นฐานทางพันธุกรรมของเผ่าพันธุ์อื่นๆ
“เมื่อหลักฐานทั้งทางภูมิศาสตร์และชีววิทยาจึงเกิดเป็ทฤษฎีที่มนุษย์คือเผ่าพันธุ์ต้นกำเนิดและสิ่งนี้ช่วยให้การทดลองของฉันมีความเป็ไปได้ในทางทฤษฎี”
หลอดแก้วตรงหน้าค่อยๆเปิดออกตามมือของร่างโฮโลแกรมที่โบกมาหา แสงส่องสว่างขึ้นภายใน
“พ่อทดลองอยู่หลายปีจนท้ายที่สุดก็สำเร็จนี่คือเครื่องปลูกถ่ายพันธุกรรมั ลูกจะได้รับพลังแห่งฮีโร่”โฮโลแกรมปลายมือให้ฟาคาร์เข้าไปยืนข้างใน “เข้าไปข้างในสิ”
หลอดแก้วปิดลงตัวอักษรปรากฏคำสั่งให้คาดเข็มขัด ฟาคาร์ทำตาม เข็มขัดกระชับเข้าพอดีตัว
“มันเป็ไปตามทำนายจริงๆ” โฮโลแกรมมองมายังฟาคาร์สีหน้าดูเผยยิ้มยินดีก่อนเดินมาแตะมือที่หลอดแก้ว ฟาคาร์ยื่นมือแตะตอบกลับเต็มล้มไปด้วยหลากหลายความรู้สึก “ลูกจะต้องเป็ฮีโร่ที่แข็งแกร่งที่สุดให้ได้ต่อจากนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น พยายามฝึกฝนตัวเองแล้ววันหนึ่งความจริงทั้งหมดจะปรากฏ พ่อรักลูก ตอนนี้พ่อบอกลูกได้เพียงเท่านี้สักวันลูกจะเข้าใจเื่ราวทั้งหมด”
ของเหลวสีเขียวค่อยๆ ถูกลำเลียงเข้ามาภายในหลอดแล้วแก็สถูกฉีดอัดมาพร้อมกัน สติของเขาเลือนรางจางหายไป
“พ่อครับ พ่ออ่านคอมิกให้ผมฟังหน่อยสิ”
“เลิกเรียกฉันว่าพ่อสักที” จาราชกระแทกเสียงกลับฟาคาร์ในวัยเด็กนิ่งงันหันกลับไปอ่านคอมมิกต่อ “ฉันสัญญาไว้แล้วเด็กคนนี้จะต้องเป็ฮีโร่ที่แข็งแกร่งที่สุด แต่นี่มันเกิดอะไรขึ้นทำไมผลการจะทดลองมันถึงล้มเหลว แล้วนายจะเป็ฮีโร่ได้ยังไง เขาเป็ออร์คนะ” ว่าแล้วเอลฟ์หนุ่มใหญ่ทุบโต๊ะจอคอมไหวสั่น
แต่แล้วไม่นาน เอลฟ์หนุ่มก็นึกขึ้นได้ เขาหันหาเด็กน้อย
“พ่อขอโทษ...” จาราชว่าพลางกุมหน้าก้ม เก็บกดอารมณ์ของตัวเองส่ายหน้าเ็ป
มือเล็กๆ ยื่นมาวางที่ไหล่ให้กำลังใจ
“สู้ๆ นะครับ จาราช พยายามเข้า” สีหน้าเด็กน้อยมุ่งมั่นเก็บความอารมณ์บางอย่างจากสิ่งที่เกิดขึ้นไว้ เด็กน้อยไม่เรียกอีกฝ่ายมาพ่ออีกเลยเขาหมายมั่นกับตัวเองจะเรียกอีกฝ่ายว่าพ่ออีกครั้งหลังจากได้เป็ฮีโร่แล้วเท่านั้น
“ตูม”
เสียงดังสนั่นปลุกฟาคาร์ขึ้นมาภวังค์เสียงรัวดังกระแทกจากเบื้องนอก ฟาคาร์ค่อยขยับเปลือกตาเปิดออก เข็มขัดค่อยๆคลายออก เขาค่อยย่างก้าวอ่อนร้าทว่ากลับััถึงพลังจากก้นบึ้งภายใน
พลังชีวิตค่อยๆผุดปะทุจากข้างในอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน หัวใจเขาเต้นแรงจนแทบหลุดออกมาจากอก
สิ่งที่มองเห็นเบื้องหน้าก็ดูแปลกตาออกไปเขามองเห็นประกายแสงเลือนราง วูบดับวูบปรากฏ เขายกมือขึ้นมอง เห็นธารแสงไหลเวียนจางๆออกมาจากตัวเขา หรือนี่จะเป็กระแสพลังชีวิต!
นี่คือโลกที่เผ่าพันธุ์ัมองเห็นอย่างนั้นเหรอ?
ฟาคาร์สับสนเต็มไปด้วยคำถามััได้ถึงความแปรปรวนที่เต้นเร้าไปมาอยู่ในตัว มือเอาเกาะกุมไว้แน่นพยายามพยุงร่างก้าวเดินอย่างยากลำบาก เสียงกระทุ้งจากเบื้องนอกยิ่งดังแรงขึ้นแรงขึ้น เขาพาตัวเองไปยังจุดลับตาริมกองจานเพาะเชื้อ
ไม่นานนักเสียงกระแทกจากเื้ัประตูทางเข้าก็เงียบลงประตูพังเปิดออก ฟาคาร์เริ่มมีเลี้ยวแรงขึ้นมา
ฟาคาร์มองหาที่กำบังเขาต้องรู้ก่อนว่าอีกฝ่ายเข้ามาได้อย่างไร และ้าอะไรกันแน่ ในฐานะว่าที่ฮีโร่ตอนนี้เขา้าหาตัวคนร้ายที่จัดการกับจาราชให้ได้ก่อน
แล้วร่างหนึ่งก็ปรากฏตัวเอลฟ์หัวล้านค่อยๆ เดินเข้ามาสำรวจ ฟาคาร์โผล่มองอีกฝ่าย เซรอส เอลฟ์ฮีโร่ระดับสูงมีชื่อเสียงในฐานะฝ่ายบัญชีการเขารู้สึกแปลกใจที่ฮีโร่ระดับนี้กลับปฏิบัติการเพียงคนเดียวเกิดอะไรขึ้นที่เก็กโค่บาร์กันแน่ ฟาคาร์ย้อนนึกถึงภาพวิดีโอที่ได้เห็นแม้ยิ่งนึกถึงยิ่งเ็ปก็ตาม
เื้ัสภาพบาร์เหลือเพียงซากปรักดวงไฟผลาญเผา เขารู้จักชื่อเสียงของเอลฟ์หัวล้านดี เซรอส ฉายานักณาปนกิจออร์ค! หรือผู้ปฏิบัติการจะเป็สหพันธ์ฮีโร่หัวใจเขาเต้นแรงขึ้นแรงขึ้นด้วยความปวดร้าว
หากเป็จริงตอนนี้เขาก็กำลังอยู่ในอันตราย เขายังออกไปไม่ได้ แต่จะทำอย่างไรดีละ?
เซรอสเดินสำรวจเงียบๆเอลฟ์หัวล้านเมี่ยงมองภาพติดพนัง ฟาคาร์จับตามอง เห็นเซรอสโค้ชคำนับเคารพรูปตรงหน้า
หรือจะเป็ฮีโร่ที่พยายามช่วยจาราชแต่ถ้าเป็แบบนั้น แล้วไฟนั่นละ? เหตุใดจึงเหมือนไม่รู้อะไรมาก่อน ทำไมต้องบุกเข้าเจาะเข้ามา
ห้องทดลองนี้ถือเป็สิ่งที่อันตรายเขานึกสิ่งที่ร่างโฮโลแกรมพูดถึง ใช่แล้ว หากฮีโร่รู้เข้า โทษของจาราสอาจเป็ปะาพันธุกรรมัคือพลังอันยิ่งใหญ่เกินกว่าจะมีการทดลองนี้เกิดขึ้น
แต่กลับกันหากเซรอสคือคนมาช่วย เขารู้ได้ยังไงว่ามีห้องทดลองที่นี่หากมาช่วยทำไมมาเพียงคนเดียว ฟาคาร์หยักหน้ากับตัวเอง ร่างกายยังคงอ่อนร้าเ็ปเขานึกขึ้นได้ ฟิมจึงค่อยๆ ปรากฏตัวขึ้น
“รักษาร่างกายให้ฉันหน่อยสิ”
ฟิมเบ้หน้าไม่พอนัก“ฉันเรียกนาย คุยกับนายตั้งนานแล้วนะ เชอะ”
“ไม่จริงนา”เขาแปลกใจ แทบไม่ได้ยิน มองไม่เห็นภูติตรงหน้าเลย
“นายก็รู้นี่ภูติน่ะ จะเลื่อนหายไปตามความทรงจำของชีวิตที่อยู่ด้วยนะ”ฟิมเอ่ยเสียงหวั่นใจแล้วโบยบินเป็ประกายแสงพรมแสงประกายลงตามร่างกายของฟาคาร์พลังค่อยเต็มตื้นขึ้นคืนกลับ
“ขอโทษนะ”ฟาคาร์ตอบกลับ ฟิมพยักหน้ารับก่อนหายไป
เสียงย่างก้าวเข้าใกล้จุดหลบซ่อนเสียงกดปุ่มดังเป็จุดๆ จับสิ่งโน่นขึ้นวางสับสำรวจพอสรุปได้ว่าไม่เคยมายังห้องทดลองนี้มาก่อน คำตอบในใจฟาคาร์เริ่มชัดขึ้นเขาส่ายหน้ารุนแรงไม่อยากเชื่อในสิ่งที่คิด เสียงดังเล็ดรอดออกไป
“ใครน่ะ เ้าหนุ่มฮีโร่ไข่ัรึเปล่า?” เป็เอลฟ์ฮีโร่ระดับปีกัร้องถามขึ้นก่อน
รู้ว่าเป็เรา ฟาคาร์คิดในใจใจเต้นแรงก่อนค่อยออกจากกำบัง มองอีกฝ่ายสายตาเด็ดเดี่ยว
“ฉันรู้จักกับท่านจาราชดี ปืนนั่นฉันเห็นในการสอบฮีโร่ประจำเขต”เซรอสชี้ที่กัลเรียที่เอว “สัญลักษณ์อ่อนช้อยซ่อนแกร่งกร้าวมันคือลวดลายแห่งกาลนิมิต กลุ่มผู้มีอุดมการณ์ลับ ฉันกับจาราชเราต่างเป็ผู้รับใช้จาราชรับหน้าที่คิดค้นอาวุธทรงอานุภาพตามคำทำนาย เขาฝากให้ฉันมาที่นี่เพื่อนำอาวุธนั้นไป”
“กาลนิมิต? คำทำนายเื่อะไรกัน?” ฟาคาร์ถามกลับ
“ขอโทษด้วย เ้าหนุ่ม ฉันบอกเื่นี้กับนายไม่ได้” ว่าแล้วเซรอฟก็หันกลับไปสำรวจต่อเขาเปิดดูข้อมูลจากเดสแพด ไล่มือไปตามแผงควบคุม
ฟาคาร์เปิดแทคแพดเสียงดังขึ้น“มารับชมอีกข่าวร้อนจากสหพันธ์ฮีโร่ทีวีกันนะครับ เมื่อสักครู่ ฮีโร่จากสหพันธ์นำโดยเซรอฟเอลฟ์นักณาปณกิจออร์คได้รวมพลังกันเข้าต่อสู้กวาดล้างเหล่าคนพาลที่อาศัยเก็กโค่บาร์บาร์เร้นลับที่เป็แหล่งกบดานของเหล่าอาชญากรมาอย่างยาวนาน
“โดยเหล่าฮีโร่ต้องเสียสละชีวิตไปถึง3 คนเพื่อให้ภารกิจบรรลุผลสำเร็จ ปฏิบัติการครั้งนี้สามารถกวาดล้างเหล่าอาชญากรได้มากมายทั้งพ่อค้าอาวุธเถื่อน ยาเสพติด...”
สีหน้าเรียบนิ่งของเอลฟ์หัวล้านยังไม่เผยคำตอบที่เขา้าคำพูดที่หล่อนออกมามีเพียง“มันเป็ปฏิบัติการตามปกติน่ะ ปราบปรามอาชญากร งานของฮีโร่อยู่แล้ว”
ฟาคาร์โกรธจนเขี้ยวออร์คงอกออกมา“ทุกชีวิตต้องภายใต้การปกป้องของฮีโร่ กฎข้อแรกมันบอกไว้แบบนั้นไม่ใช่เหรอทำไมต้องฆ่าทุกคนด้วย”
“เราปกป้องทุกชีวิตด้วยการฆ่าพวกนายไงฆ่าพวกอาชญากรก่อนที่พวกมันจะทำร้ายคนอื่น นายน่ะเป็ฮีโร่แล้วนะ เื่แค่นี้ยังไม่เข้าใจอีกเหรอ?โตได้แล้วเ้าหนุ่ม ขอต้อนรับสู่โลกของฮีโร่” เอลฟ์ฮีโร่ยังคงง่วนกับการสำรวจจนมาถึงแผงจานเพาะเชื้อ
ฟาคาร์รู้สึกหน้าชากำมือแน่น หายใจแรงขึ้น แรงขึ้น
“อย่าดีกว่ามั้ง เธอสู้ฉันไม่ได้หรอก ฉันจะให้โอกาสเธอออกไปจากที่นี่ซะเธอก็น่าจะรู้ดีนี่นา ฮีโร่อันดับหนึ่งของสหพันธ์คือเผ่าพันธุ์ันะพลังแห่งเผ่าพันธุ์ัมันประเมินค่ามิได้เชียวละหมดหน้าที่ของเธอคนส่งสารของเธอ...”
“ถ้าฮีโร่มันมีหน้าที่ทำเื่ชั่วช้าแบบนั้น ฉันนี่แหละจะจัดฮีโร่ทุกคนเอง”ฟาคาร์แทรกตะคอกเสียงดัง
ปืนไวปิศาจจู่โจมเป้าหมายเล็งหัวสังหาร
ฟาคาร์หายใจหนักหน่วงไม่มีความลังเลหลังรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นจะมีก็เพียงความหนักหน่วงทางจิตใจที่ไม่เคยเตรียมมาสำหรับสังหารชีวิตอื่นเท่านั้น ใจของเขายังคงสั่นไหวประหลาดกระแสชีวิตที่มองเห็นเลือนหายไปแล้ว เขี้ยวยังงอกอยู่ ยังรู้สึกตื่นเต้นแต่ก็สงบอย่างประหลาดที่ได้สังหารคนตรงหน้า ทว่าความเศร้าเหงาก็ผุดขึ้นแทนทันใดความโกรธที่อยากจะขย้ำร่างของฮีโร่ระดับปีกัก็พลันผุดขึ้นแทน
แปรปรวนร้าวราน แตกสลาย
ปืนไวปิศาจกระหน่ำซ้ำใส่ร่างที่ยังยืนนิ่งอยู่
“ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง”
เสียงรัวแรงหยุดลงในที่สุดกัลเรียหมดพลังงาน ร้อนเกินขีดจำกัด ควันลอยขึ้นจากปากกระบอก ใจเขาเต้นระรัวตามะุที่รัวแรง
“บอกแล้วไงว่า นายสู้ฉันไม่ได้หรอก ทำไมถึงไม่เชื่อกันบ้าง” เอลฟ์หัวล้านหันกลับมาเผยให้เห็นเบื้องหน้าร่างที่เนื้อเยื้อฉีกขาดเปิดภายในเป็ร่างของไซบอร์กไฟกันตร์ะเิโถมเข้าใส่
เสี่ยววินาทีสังหารนั้น
ฟาคาร์โดดหลบได้ทันทว่าไฟดวงยักฉากเข้าที่ขา เขาลุกขึ้นยกกัลเรียเปลี่ยนเป็โหมดะเิทว่าลั่นไกกลับไร้ผล ใจเขายิ่งเต้นแรงขึ้น เพลิงกันตร์อีกลูกจุดปะทุใหญ่พุ่งใส่
เสี่ยงวินาทีสังหาร
ฟาคาร์โดดหลบทว่าขาไม่ขยับตามคิด เพลิงกันตร์ท้วมทั่วร่างเด็กหนุ่ม
“หึหึจงมอดไหม้หายไปเหมือนอย่างจาราชเถอะ”
เพลิงยังคงแผดเผายาวนานแต่มิอาจผลาญสิ้นร่างตรงหน้าให้หายกลายเป็ธุรีอย่างทุกครั้ง เกิดอะไรขึ้นเซรอสนึกสงสัย แล้วทันใดเพลิงกันตร์ก็ปะทุะเิวินาศทุกสิ่งรอบ ร่างเซรอฟปลิวติดผนังร่างที่อยู่ใจกลางะเิก้าวเชื่องช้ามาทางเซรอส
อะไรกันเกาะชีวิตหรือ? เป็ไปไม่ได้ ไม่มีเกาะชีวิตใดทานทนเพลิงของข้าได้เซรอสไม่เชื่อสิ่งที่เกิดขึ้น
“แกฆ่าคุณพ่ออย่างนั้นเหรอ?”ฟาคาร์ะเิเสียงคาดคั้น เขากำเนิดขึ้นใหม่จากเพลิงโลกันตร์
เซรอสตกตะลึกหันมองร่างของเด็กหนุ่มส่องสว่างเรื่อเรืองคล้ายรัสมีของั ทว่าิักลับทะมึนทึมเทาคล้ายออร์คเกาะชีวิตนี่มันคืออะไรกันแน่?
ฟาคาร์รู้สึกถึงความโกรธรุนแรงที่ปะทุมาจากภายใจสีหน้าของเขาเด็ดเดี่ยวโชกโชนไปด้วยความแค้น ไร้ความหวาดหวั่น ไร้ความลังเล เพลิงกันตร์ได้เผาผลาญตัวตนเดิมของเขาไปแล้วเขากลายเป็คนใหม่ วายร้ายที่พร้อมสังหารฮีโร่ทุกคนเพื่อชำระแค้น
มือของฟาคาร์สั่นเกร็งไปด้วยแรงอาฆาตรเขี้ยวของเขาผุดงอกยาวโง้งเปลี่ยนโค้งเป็คมเปลี่ยนรูปสั่นไหวแปรปรวนไม่ต่างจากสิ่งรอบตัวเขากระแสชีวิตไหลเร็วบ้าคลั่ง พลังชีวิตมหาศาลท้วมทะลักออกมา เพียงเขายื่นมือออกไปจิตใจหมายเพียงทำลายร่างคนตรงหน้า
พลังั
แขนของเอลฟ์ฮีโร่สลายไปเขายังควมคุมทิศทางได้ไม่ดียัง แต่ก็ดีแล้ว เขายังมีเื่ที่อยากถาม
“ทำไมแกฆ่าคุณพ่อทำไม?” ฟาคาร์เป็ฝ่ายย่างสามขุมเข้าหา
“จาราชบอกว่าตัวเองคือพ่อของเ้าอย่างนั้นเหรอ?”เครอสตอบกลับเสียงโรยริน ก่อนสะอึกหัวเราะ “หึหึ”
“ขำอะไรของแก?”
“หึหึหึหึหึหึ ฮาฮาฮา” เซรอสหัวเราะออกมาเสียงดังยียวนราวกับจะยั่วยุอีกฝ่าย
“อา!” ฟาคาร์คำรามโกธาเสียงก่อเป็คลื่นะเิทำเอาเซรอสหูดับ เซ็นเซอร์ลับเสียงทำงานแทน
“แกก็รู้ว่ามันไม่ใช่แกจริงๆมันเป็เอลฟ์ ส่วนแกแค่ลูกครึ่งออร์คกับมนุษย์ เผ่าพันธุ์ชั้นต่ำ”
“อยากพูดอะไรกันแน่?ตอบคำถามฉันมา แล้วฉันจะไว้ชีวิตแก”
“หึหึ”เซรอสสะอึกหัวเราะอีกครั้ง “เข้ามาใกล้ๆ สิ”
ฟาคาร์เดินเข้าใกล้มือสั่นกางกรงเล็บอยากฉีกขย้ำอีกฝ่ายให้เป็ชิ้นๆ พลันนั้นเองเอลฟ์ฮีโร่ที่ดูเหมือนสิ้นท่ากลับพุ่งตัวเร็วสูงแขนที่หายไปกลับงอกออกมาเป็มีดยาวแทงชำเข้าที่ร่างของฟาคาร์จนล้มลง
“เพราะแบบนี้ข้าถึงดัดแปลงร่างตัวเองเป็ไซบอร์กหึหึ ภายนอกก็ดูอ่อนแอนะ แต่จริงๆ แล้ว มันมีไว้ตบตาเท่านั้นแหละพันธุกรรมัอยู่ในตัวแกสินะ แค่ฆ่าแกแล้วก็เอาไปทดลองวิจัยนี่หน่อยก็น่าจะได้อาวุธนั้นมาไว้ในของข้าแล้วละเท่านี้ข้าก็จะได้พลังแห่งัแล้วขึ้นไปอยู่บนจุดสูงสุดแทน...”
ฉับบบบบ
กรงเล็บั
ฟาคาร์ตะปบกรงเข็บัส่งเซรอสกระเด็นไปยังอีกฝั่งของห้อง
“ฟาคาร์รักษาตัวก่อนนะ”ฟินปรากฏตัวพร้อมเยียวยารักษาที่แผลลึก แต่วายร้ายัขาดสติไปแล้ว
“อา”คำรามัอีกครั้ง ฟาคาร์พุ่งเข้าต่อยร่างไซบอร์กรัวใส่รุนแรง หมัดแล้วหมัดเล่าก่อนะเิพลังัจนทุกอย่างหายสิ้น
ในหัวของฟาคาร์ยิ่งบ้าคลั่งแต่ก็ยิ่งพร่าเลือนร่างกายและพลัง้าเพียงระบายออกมาด้วยการฉีกทิ้งทำลายบางสิ่ง
เซรอสอาศัยช่องว่างหลบยังอีกมุมของห้องกระทั่งฟาคาร์สงบและหมดสติไป
“บ้าคลั่นสิ้นดี”เซรอสเหงื่อตก นึกภาพว่าหากตนเองหลบะเิพลังัไม่พ้นคงได้หายไปจากโลกนี้แล้วยิ้มมุมปากก็ปรากฏต่อมาพร้อมรำพึง “หึหึ แบบนี้ก็ดีเลยพลังมหาศาลนี่แหละที่ข้าจะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง”
ฟาคาร์มองไม่เห็นสิ่งใดแล้วทุกอย่างพร่าเลื่อน ขาวโพลนและหายไป...