บทที่ 12 โง่เหลือเกิน
ขณะที่เสิ่นเสี่ยวเยว่กำลังจัดการกับผักกูดป่าอยู่นั้น ซุนหลานก็เดินเข้ามาในครัวพร้อมกับเนื้อสองจิน
"นี่เป็เนื้อที่แม่ของซู่ซู่เอามาให้บ้านเรา ได้ยินว่าหลังจากเย่ซู่ซู่กลับบ้านไปก็ขังตัวเองอยู่ในห้อง ไม่ยอมออกมา ใครพูดอะไรก็ไม่ฟัง" ซุนหลานถอนหายใจยาว นี่มันเื่อะไรกัน
เสิ่นเสี่ยวเยว่หยุดมือ แล้วถามเสียงเบา "แม่คะ แม่ว่าหนูทำเกินไปหรือเปล่า"
เธอไม่รู้สึกว่าตัวเองทำผิด แต่ซุนหลานเป็คนในสกุลสวี่ที่สนิทกับเย่ซู่ซู่มากที่สุด เธอจึงสนใจความรู้สึกและความคิดเห็นของซุนหลาน
แต่ซุนหลานกลับเบิกตาโต พูดอย่างไม่ลังเล "เกินไปตรงไหนกัน ต้องทำแบบนี้แหละ ซู่ซู่ตั้งใจจะทำให้เธออับอาย ตอนนี้ก็แค่ได้รับผลกรรมที่ตัวเองก่อไว้เท่านั้น
เสี่ยวเยว่ บางครั้งเราก็ต้องไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว ไม่งั้นยิ่งถอย คนอื่นก็จะยิ่งรังแกเราได้!"
ซุนหลานก็เป็คนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก สามารถเลี้ยงดูลูกสามคนจนโตและยังส่งให้เรียนหนังสือได้ แน่นอนว่าต้องมีความคิดที่เป็เอกลักษณ์ของเธอเอง
เสิ่นเสี่ยวเยว่ตกตะลึงไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มบาง ๆ
"ค่ะแม่ หนูเข้าใจแล้ว"
เสิ่นเสี่ยวเยว่หยิบเนื้อสองจินขึ้นมาดู เลิกคิ้วเล็กน้อย เป็เนื้อสามชั้นคุณภาพดี
ดูเหมือนครอบครัวของเย่ซู่ซู่ก็ไม่ได้ยากจนในหมู่บ้านนี้
ตอนนี้ในท้องของทุกคนแทบไม่มีน้ำมันอยู่เลย ดังนั้นโดยทั่วไปเนื้อติดมัน มักจะเป็ที่นิยมมากกว่าเนื้อล้วน
แต่ถ้ามันเกินไปก็จะเลี่ยน ดังนั้นเนื้อสามชั้นจึงเป็ที่้ามากที่สุด
"แม่คะ คืนนี้พวกเรากินเนื้อนี้กันเถอะ ถือโอกาสเฉลิมฉลองด้วย"
ซุนหลานโบกมือ "นี่เป็ของที่บ้านพวกเขาให้ลูกมา ลูกตัดสินใจเองก็แล้วกัน"
เสิ่นเสี่ยวเยว่พยักหน้า ในใจเริ่มครุ่นคิดแล้ว
เนื้อหมูสามชั้นสองจินก็ไม่ได้มากเท่าไหร่ หั่นเป็ชิ้นสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ก่อนจะลวกกับต้นหอม ขิง และเหล้าจีน ล้างให้สะอาดแล้วใส่ลงในกระทะผัดให้น้ำมันออก ใส่น้ำตาลมะพร้าวที่ละลายผสมกับซีอิ๊วและเครื่องเทศ จากนั้นผัดให้น้ำตาลเคลือบทั่วเนื้อหมู เคี่ยวไฟอ่อนอีกประมาณหนึ่งชั่วโมง รับรองว่าจะได้เนื้อที่เหนียวนุ่มและชุ่มช่ำ
ผักกูดป่าที่เก็บมาวันนี้ก็หั่นเป็ท่อนเล็ก ๆ ลวกในน้ำร้อนสักไม่กี่นาทีแล้วแช่น้ำเย็น จากนั้นก็ปรุงน้ำยำ โดยใส่กระเทียมสับและต้นหอมซอย เติมเกลือ น้ำส้มสายชูหมัก ซีอิ๊ว น้ำพริกเผา คลุกเคล้าให้เข้ากัน สุดท้ายราดน้ำมันร้อนหนึ่งช้อนลงไป้า
กลิ่นหอมนั้น ช่างวิเศษเหลือเกิน
ซุนหลานมองเห็นเสิ่นเสี่ยวเยว่ใช้น้ำมันอย่างไม่ยั้งมือ หลายครั้งที่อยากจะห้ามปราม แต่ก็อดกลั้นเอาไว้
เสิ่นเสี่ยวเยว่พูดว่า "แม่คะ หมูตุ๋นนี่ใช้น้ำมันหมูที่เคี่ยวออกมา หนูประหยัดน้ำมันอยู่ ไม่ได้ใช้เยอะหรอก"
ซุนหลานยืนจ้องเธออยู่ข้าง ๆ จนทำให้เสิ่นเสี่ยวเยว่รู้สึกเขินอายเล็กน้อย
ซุนหลานได้กลิ่นน้ำมันที่ไม่ได้ดมมานาน ได้ยินเสียงน้ำมันร้อนที่ส่งเสียงซู่ซ่า เธอพยายามพูดกับตัวเองในใจว่า วันนี้ก็ปล่อยไปบ้างแล้วกัน ถึงยังไงก็แค่วันนี้วันเดียว
ใช่แล้ว แค่วันเดียวเท่านั้น
หลังจากพูดซ้ำไปมาหลายครั้ง อารมณ์ของเธอก็สงบลง "เสี่ยวเยว่ จะทำแบบนี้ได้แค่วันนี้เท่านั้นนะ ต่อไปห้ามทำแบบนี้อีก"
จะมีครอบครัวไหนกัน ที่ใช้น้ำมันเยอะขนาดนี้!
ตอนกลางคืน ทุกคนในครอบครัวยังคงนั่งกินข้าวด้วยกัน แต่อาหารบนโต๊ะแตกต่างจากเมื่อวานราวฟ้ากับเหว
บนโต๊ะมีอาหารเพียงสองจาน แต่กลิ่นกลับหอมจนทำให้คนแทบจะน้ำลายไหล
โดยเฉพาะจานหมูตุ๋นนั้น สีแดงเป็มันวาว มีทั้งมันและเนื้อแทรกสลับกัน ดูน่ากินไม่ว่าจะมองจากมุมไหน
เสี่ยวเยว่เห็นทุกคนในครอบครัวนั่งเหม่อ ไม่มีใครจับตะเกียบ เธอจึงคีบเนื้อสองชิ้นใส่ชามของซุนหลานและพ่อสวี่ก่อน
"พ่อ แม่ ลองชิมเนื้อที่หนูทำดูสิคะ ว่าอร่อยไหม"
ยังพูดไม่ทันจบ คุณพ่อสวี่ก็รีบชมทันทีว่า "อะไรที่เสี่ยวเยว่ทำไม่ต้องถามเลย ต้องอร่อยแน่นอน!"
ซุนหลานค่อย ๆ กัดชิมคำเล็ก ๆ เนื้อหมูนั้นนุ่มเหนียว น้ำซุปเนื้อทะลักออกมาเต็มปาก รีบชมอย่างอดใจไม่ไหวว่า "อร่อยมากเลย พวกลูกก็รีบชิมกันเร็ว ๆ สิ"
เมื่อผู้าุโทั้งสองคนพูดออกมาแล้ว คนรุ่นลูกที่เหลือถึงเริ่มคีบเนื้อกินกัน
เสิ่นเสี่ยวเยว่ก็ชิมดูเช่นกัน หมูตุ๋นมีรสชาติกลมกล่อม น้ำซุปข้น เปื่อยนุ่มแต่ยังคงรูปทรง หอมมันแต่ไม่เลี่ยน
ส่วนยำผักกูดป่านั้นกรอบสดชื่น มีกลิ่นหอมเข้มข้น เมื่อกินคู่กับเนื้อตุ๋นยิ่งช่วยให้สดชื่นและตัดความมันได้ดี
อาหารหลักยังคงเป็หมั่นโถวนึ่ง แค่ราดน้ำซุปเนื้อลงไป หมั่นโถวธรรมดา ๆ ที่แห้ง ๆ ก็กลับมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที ทำให้น่ากินมากขึ้น
"พี่สะใภ้ ผักป่านี่หนูเคยเห็นมาก่อน แต่เห็นมันมีรูปร่างประหลาด ๆ เลยไม่กล้าเด็ด ไม่นึกว่าจะเอามาทำให้อร่อยได้ขนาดนี้!"
สวี่หนิงจิ้งพูดทั้งที่ปากมันเยิ้ม เมื่อมองไปที่เสิ่นเสี่ยวเยว่ ดวงตาก็เต็มไปด้วยความชื่นชม
เสี่ยวเยว่พูดขึ้นมาลอย ๆ ว่า "ฉันเคยเห็นวิธีการทำผักป่าชนิดนี้ในหนังสือ วันนี้บังเอิญเจอตอนขึ้นเขาเลยเก็บกลับมาบ้าง"
"เสี่ยวเยว่นี่แตกต่างจริง ๆ ในหมู่บ้านเรามีคนตั้งเยอะ แต่ใครบ้างจะทำผักแบบนี้เป็" คุณพ่อสวี่พูดอย่างภาคภูมิใจ
"ทั้งง่ายทั้งอร่อย ดีกว่าผักกาดขาวตั้งเยอะ"
ซุนหลานคีบผักเข้าปากอีกคำใหญ่ ปกติกินแต่ผักกาดขาวจนเบื่อ นาน ๆ ทีจะได้กินผักที่แตกต่างออกไป เธอจึงคีบเข้าปากไม่หยุด
ในห้องเล็ก ๆ ทุกคนต่างมีความสุขกันถ้วนหน้า
แต่ทว่า เสี่ยวเยว่ที่แอบมองสวี่หนิงอันอยู่
รู้สึกว่าผู้ชายคนนี้วันนี้จะดูเงียบกว่าปกติ
เสี่ยวเยว่เห็นเขากินแต่ผักกูดป่า เธอจึงคีบเนื้อตุ๋นที่เหลือสองชิ้นสุดท้ายให้เขา
"ผมไม่เอาหรอก..."
สวี่หนิงอัน กำลังจะปฏิเสธ แต่ถูกพ่อแม่พูดสวนขึ้นมาพร้อมกัน
"หนิงอัน กินเถอะลูก" นี่เป็เสียงของพ่อที่เร่งเร้า
"ใช่แล้ว เสี่ยวเยว่คีบให้เลยนะ รีบกินเถอะ" นี่เป็เสียงแม่ที่แฝงการหยอกล้อ
สวี่หนิงอัน จึงได้กินเนื้อชิ้นแรกในค่ำคืนนี้
เขาทำหน้าบึ้ง ไม่มีรอยยิ้มสักนิด
เสิ่นเสี่ยวเยว่ ย่นจมูก คิดในใจว่าให้กินเนื้อยังไม่พอใจอีก เอาใจยากจริง ๆ
เธอแอบมองเขา ผู้ชายคนนี้ค่อย ๆ ละเลียดกินทีละนิด ๆ ทำเหมือนสาวน้อยไปได้
เธอคิดอย่างหัวเสีย 'เนื้อตุ๋นที่ฉันทำไม่อร่อยหรือไง? ทำไมต้องทำท่าเหมือนฝืนใจกินขนาดนั้นด้วย ต่อไปจะไม่แบ่งให้อีกแล้ว!'
แต่สวี่หนิงอันไม่ชอบกินหรือ?
ตรงกันข้าม เขาชอบมากเลยต่างหาก!
ครั้งนี้สวี่หนิงอันกินช้ากว่าปกติ อาหารที่ไม่เคยกินมาก่อน พอได้ลองครั้งแรกทั้งตื่นเต้นและรู้สึกเสียดายที่จะกิน
เสิ่นเสี่ยวเยว่คีบเนื้อให้เขาสองชิ้น ชิ้นที่สองเขาไม่กิน คีบกลับให้เธอพร้อมพูดว่า "ผมไม่ชอบกินอันนี้ คุณกินเถอะ"
เสิ่นเสี่ยวเยว่มองเนื้อในชามตัวเอง พองแก้มแล้วกินเนื้อเข้าไปคำใหญ่ เคี้ยวอย่างแรง
ราวกับจะเคี้ยวเนื้อชิ้นนั้นให้ละเอียดเหมือนเป็ตัวแทนของสวี่หนิงอัน
สวี่หนิงอันมองริมฝีปากอิ่มแดงของเสิ่นเสี่ยวเยว่ที่ขยับไปมา ในหัวเริ่มจินตนาการรูปทรงริมฝีปากและความนุ่มนวลของมันโดยไม่รู้ตัว
เขากลืนน้ำลาย ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงเป็จังหวะ ขนตาสั่นระริก
เนื้อวันนี้หาได้ยากมาก เขากินไปเพียงชิ้นเดียวเท่านั้น
ซุนหลานเมื่อก่อนทำอาหารใช้น้ำมันอย่างประหยัด เมื่อก่อนได้แต่ดมกลิ่นอาหารจากบ้านคนอื่น แต่อาหารที่บ้านตัวเองกลับจืดชืด
ตลอดทั้งปีแทบได้กินเนื้อแค่ไม่กี่ครั้ง ส่วนใหญ่ก็เอาเนื้อมาสับละเอียดใส่เกี๊ยวกิน เนื้อชิ้นใหญ่ขนาดนี้เขาแทบไม่เคยได้กินมาก่อน
ยิ่งไปกว่านั้นอยู่ที่บ้านเขาเป็พี่ชาย เป็ลูกชาย เป็หลานชาย...
มีของอร่อยก็จะเก็บไว้ให้น้องชายน้องสาว ให้พ่อแม่ ให้ย่า
ด้วยเหตุนี้เขาจึงเป็คนที่ทำงานหนักที่สุดในบ้าน แต่กลับกินอยู่แย่ที่สุด
ตอนนี้มีเสิ่นเสี่ยวเยว่เพิ่มมา ของอร่อยเขาก็จะเก็บไว้ให้เธอส่วนหนึ่งด้วย
นี่คือความรับผิดชอบที่ดื้อรั้นของเขา
หากเสิ่นเสี่ยวเยว่รู้ความคิดของเขา เธอคงจะกลอกตาใส่เขาอย่างแน่นอน
ผู้ชายคนนี้ช่างโง่เง่าเหลือเกิน!