บทที่ 90 ประกายสุดท้าย
เสียงการต่อสู้ด้านนอกดังเกินไปจนไม่ได้ยินเสียงด้านในกระโจมเลย ที่นี่ถูกปกป้องโดยผู้ใช้บาเรียถึง 2 คน มันเหมือนเป็นปราการด่านสุดท้ายที่กองทัพอิสระจะยอมให้ถูกทำลายลงแล้ว ไม่อย่างนั้น...แม้แต่ผู้บาดเจ็บ พวกเขาก็คงจะรักษาเอาไว้ไม่ได้
ชิงหมินเข้าไปด้านใน เขาพบว่าในกระโจมนี้เต็มไปด้วยผู้บาดเจ็บอย่างแท้จริง ในบรรดาคนเหล่านี้...มีหลายคนที่เคยไปช่วยชิงหมินเพาะปลูกสมุนไพรพิษด้วยซ้ำ คิ้วเรียวของคนตัวเล็กขมวดมุ่น รู้สึกไม่สบายใจเอาเสียเลย ถึงจะบอกว่าเขาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับกองทัพอิสระนี้ในครั้งแรก แต่ชิงหมินเองก็มีความผูกพันกับคนที่นี่ไปแล้ว
สงครามที่ควรจะไกลตัวของเขาในฐานะพระรอง บัดนี้เนื้อเรื่องถูกเปลี่ยนไปจนเละเทะ ชิงหมินได้รู้ว่าชีวิตของเขาไม่ใช่นิยาย รวมถึงผู้คนที่อยู่ที่นี่ก็ไม่ใช่เช่นกัน
พวกเขาก็มีจิตใจ มีความรู้สึกนึกคิดของตนเอง จากที่คิดว่าจะเป็นผู้เฝ้ามองอยู่ห่างๆ ใครจะเป็นตายร้ายดีอย่างไรไม่เกี่ยวกับเขา ตอนนี้ชิงหมินรู้สึกอึดอัดเหลือเกิน...
“เจ้า...มาถึงแล้วหรือ?” ชายชราเพิ่งสังเกตเห็นผู้มาใหม่ เขาเรียกชิงหมินด้วยความตกใจ ถึงจะส่งให้คนไปตามอีกฝ่ายมาช่วยเหลือก็เถอะ แต่ใจหนึ่ง...เขาก็ไม่คิดว่าเจ้าเด็กน้อยอ่อนแอคนนี้จะยอมออกมาจากป้อมปราการที่ปลอดภัยด้วยซ้ำ
การออกมาจากค่ายกองทัพอิสระก็เหมือนกับพาตนเองมาเสี่ยงตาย ชิงหมินเป็นคนขี้เกียจและรักสบายมากขนาดไหน ชายชราผู้นี้จะมองไม่ออกเลยหรือ?
ในขณะที่ทุกคนในค่ายทำงานด้วยจิตวิญญาณ พวกเขาทำงานกันอย่างหนักและไม่ปล่อยให้เวลาเสียไป เจ้าเด็กคนนี้ที่เพิ่งตามหัวหน้ามากลับต่างออกไป ถ้ามีเวลา...เขาก็จะอยู่กับเรือนของตนเองไม่ออกไปไหน หลายครั้งที่เขาได้ยินคนพูดกันว่าคุณชายหลี่ผู้นี้ชอบนอนเล่นอ่านตำรา บางครั้งก็นอนพักกลางวัน ความเกียจคร้านเช่นนี้ทำให้ชายชราโมโหแทบตาย
แต่ก็นั่นแหละ เด็กน้อยชิงหมินไม่ได้เกี่ยวกับกองทัพอิสระตั้งแต่แรก เขามาในฐานะคนของหัวหน้า อีกทั้งยังทำผงชาดีๆให้หัวหน้า แล้วยังสามารถปรุงยาระดับ 10 เพื่อช่วยยกระดับผู้ใช้พลังธาตุน้ำให้กับกองทัพอิสระได้มากมาย ด้วยความช่วยเหลือนี้ ผู้คนทั้งกองทัพก็พร้อมที่จะสละอาหารดีๆให้เขาและผู้ติดตามตลอดไป
ตอนนั้นชายชราเพียงไม่มีทางเลือก เขาส่งคนไปด้วยความหวังริบหรี่ ตอนนี้สมุนไพรในมือหมดสิ้นแล้ว หากชิงหมินไม่ช่วยเหลือ...อย่างนั้นก็มีแต่ต้องรอการไปกลับของพวกทหาร อาจจะสัก 10 รอบต่อวัน หรือ 20 รอบต่อวัน เดี๋ยวสุดท้ายสมุนไพรก็น่าจะเพียงพอเองนั่นแหละ
ถึงอย่างนั้น การที่เจ้าเด็กชิงหมินปรากฎอยู่ที่นี่ มันก็ทำให้เขารู้สึกยินดีมากจริงๆ
“เอาสมุนไพรออกมาเร็วเข้า ผู้ปรุงยามาเลือกสมุนไพรแล้วเร่งมือได้แล้ว พวกเราต้องการยาจำนวนมาก” ชายชราไม่ทันได้มีเวลาขอบคุณ เขาเร่งเร้าให้หลี่ชิงหมินนำของออกมาจากแหวนมิติได้แล้ว
แน่นอนว่าชิงหมินไม่มีความจำเป็นที่จะต้องชักช้า ตามที่หมอเทวดาต้องการ..คนตัวเล็กรีบนำทุกอย่างที่ทางโรงหมอเตรียมเอาไว้ให้ออกมา จำนวนสมุนไพรที่ขาดแคลน บัดนี้กองท่วมหัวของพวกเขาแล้ว
“เจ้าปรุงยาได้หรือไม่”
“หือ? ไม่ ข้าไม่มีความสามารถแบบนั้น ถ้าต้องการให้ข้าช่วยจะต้องฝึกข้าก่อนเป็นเวลานาน” ชิงหมินส่ายหน้า
เขาสามารถช่วยตรวจสอบสมุนไพรได้ ให้ช่วยคนยาเล็กๆน้อยๆก็ได้ แต่ถ้าจะให้เริ่มปรุงยาขึ้นมาเลย ชิงหมินเชื่อว่ามันจะเป็นการเสียเปล่ามากกว่าทำประโยชน์
“ถ้าอย่างนั้นเจ้าจะกลับไปที่ฐานเลยหรือ?” ชายชราถ่ายพลังรักษาไปพร้อมๆกับเอ่ยถามชิงหมินไปด้วย
ถ้าเจ้าหนุ่มคนนี้ช่วยเหลือในการปรุงยาไม่ได้ อย่างนั้นก็ไม่มีประโยชน์ที่จะอยู่เสี่ยงอันตรายต่อไป สู้ให้เขากลับไปรอที่ฐานเสียยังจะดีกว่า ถือว่าไม่เป็นภาระด้วย
“ข้าอยากจะดูเรื่องการโจมตีสักหน่อย”
“อะไร? จะออกไปข้างนอกหรือ? นั่นมันอันตรายเกินไป แม้ข้าจะเป็นคนบอกให้เจ้ามาที่นี่ แต่ก็มาเพื่อช่วยดูแลการรักษาเท่านั้น ในเมื่อเจ้าทำหน้าที่เสร็จแล้วก็พากันกลับไปเถอะ” ชายชราโบกมือ
เขาไม่ต้องการให้เด็กหนุ่มคนนี้เอาชีวิตมาทิ้ง ไม่ใช่แค่เพื่อหัวหน้าเท่านั้น แต่เขาก็ไม่ได้ใจร้ายเกินไป ในเมื่อเด็กคนนี้มาที่นี่เพื่อส่งสมุนไพรช่วยเหลือพวกเขาแล้ว อย่างนั้นงานเจ้าตัวก็ไม่มีอะไรอีก สมควรกลับไปซ่อนตัวแล้วรอโอกาสช่วยเหลือเช่นนี้ในครั้งต่อไปแทน
“............” ชิงหมินไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เขาเหลือบมองผู้บาดเจ็บที่กำลังรอความช่วยเหลืออีกครั้งก่อนจะออกไป
ชายชราไม่ได้สนใจว่าชิงหมินจะทำสิ่งใดต่อ งานในมือของเขายุ่งเกินไป ยังมีผู้ที่ต้องการการรักษาอย่างเร่งด่วนเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังมีเข้ามาเติมอีกเรื่อยๆด้วยซ้ำ
“ฮูม!!” เสียงคำรามของสิงโตน้อยทำให้ศัตรูรู้สึกขนหัวลุกชัน พวกเขาเพิ่งจะเห็นเงาร่างใหญ่กระโดดข้ามหัวของพวกเขาเข้าไปในเขตค่ายของกองทัพอิสระ เช่นนั้น...เสียงนี้ก็ควรจะเป็นเสียงของสัตว์ร้ายตนนั้นด้วย
แค่ประหลาดใจที่คนของกองทัพอิสระมีกำลังเสริมมาเร็วเช่นนี้ แสดงให้เห็นว่าเจ้าของสัตว์ร้ายตนนี้ไม่ใช่ฝีมือธรรมดาเลย
ทั้งหมดนี้เป็นเพราะพวกเขาไม่ได้รู้ เจ้าของสัตว์ร้ายที่ว่า...แท้จริงแล้วก็แค่พระรองเจ้าของผงชาวิเศษเท่านั้น เขาไม่ได้มีความสามารถใดๆในการควบคุมการโจมตีเลย การที่ได้รับเจ้าสิงโตน้อยมาไว้ในครอบครอง ทั้งหมดเป็นเพราะพระเอกตัวร้ายที่เอาชีวิตเป็นเดิมพันเพื่อช่วยเขา
“สิงโตน้อย ใช้ทักษะประกายสุดท้ายเลย!” ชิงหมินใช้ความได้เปรียบในด้านความเร็วของตนเอง วิ่งลัดเลาะแล้วกระโดดขึ้นหลังของเจ้าสิงโตน้อยได้อีกครั้ง
ความเคยชินของพวกเขานี้สร้างความประหลาดใจให้กับฝูเซ่าที่อยู่ไม่ไกลเป็นอย่างมาก กลายเป็นว่า...ตอนที่หลี่ชิงหมินเข้าป่าตามลำพังกับสิงโตน้อย เขาได้ฝึกล่าสัตว์ร่วมกันกับเจ้าสิงโตน้อยแล้ว ดังนั้นจึงมีความเข้าใจในด้านการโจมตี และทักษะของเจ้าสิงโตน้อยได้เป็นอย่างดี รวมทั้งเขายังใช้โอกาสเล็กๆน้อยๆในการประสานความร่วมมือของพวกเขาได้ด้วย
ชิงหมินรู้ว่าสักวันหนึ่ง เขาควรจะได้เข้าร่วมการต่อสู้ ไม่ว่าจะร่วมมือกับกองทัพอิสระ หรือเป็นการต่อสู้เพื่อตนเองในอนาคต ดังนั้นจึงใช้เวลาว่างๆจากการศึกษายาพิษเพื่อฝึกฝน
ใครจะไปคิดว่าทักษะประสานความร่วมมือของพวกเขาจะได้นำมาใช้ในเวลาอันรวดเร็วอย่างนี้
“ฮู่!!” สิงโตน้อยรับเจ้านายมาแล้ว มันขยับท่าทางของตนเองให้มั่นคง ก่อนจะเรียกใช้พลังอยู่ด้านหลังของทหารกองทัพอิสระ
เนื่องจากมันต้องการเวลาในการรวบรวมประการสุดท้าย ดังนั้นจึงไม่ควรจะใช้ทักษะนี้ออกไปถ้าต้องการความรวดเร็ว ทว่า...ครั้งนี้มันใช้ได้ ด้านหน้าของมันมีทหารกองทัพอิสระปกป้องกำแพงอยู่ ถึงจะมีลูกไฟและแรงโจมตีเล็กๆน้อยๆที่หลุดเข้ามา แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะหยุดการรวบรวมประกายสุดท้ายของสิงโตน้อยได้
พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ
เสียงลึกลับปรากฏขึ้นเหนือค่ายของทัพอิสระ พวกมันปรากฏอยู่ในกำแพงใหญ่ด้วย ไม่แปลกที่จะทำให้สมาชิกในกองทัพอิสระรู้สึกประหลาดใจ
ผู้ปกป้องมองก้อนสีดำมหาศาลบนหัวด้วยความกลัว ใครกันที่กำลังโจมตีค่ายอิสระ ด้วยการโจมตีในระดับนี้...ไม่มีทางที่เขาจะปกป้องกระโจมเอาไว้ได้อีกแน่ๆ
“ศัตรูโจมตีแล้ว พวกเราต้านไม่ไหวแน่!!”
“นี่มันทรงพลังเกินไป เร็วเข้า! แจ้งท่านหมอเทวดาให้หลบหนีออกมาก่อน”
“ต้องช่วยผู้บาดเจ็บที่มีโอกาสหนีรอดได้ อย่าปล่อยให้พวกเขาตายไปทั้งอย่างนี้!!” เสียงด้านนอกกระโจมวุ่นวายมาก ชิงหมินได้ยินพวกเขาตะโกนแจ้งกัน เขาจึงนึกได้ว่าทุกคนที่นี่ไม่มีใครรู้จักพลังของสิงโตน้อย
ไม่น่าแปลกใจที่พวกเขาจะคิดว่ามันเป็นการโจมตีของศัตรู ทุกคนที่นี่ฝึกซ้อมร่วมกัน ต่อสู้ด้วยกันมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว พวกเขาต่างรู้วิธีการต่อสู้ของสหายทั้งหมด ถ้าเป็นการโจมตีรูปแบบอื่นๆ เช่นนั้นย่อมต้องมองว่าเป็นการโจมตีอันทรงพลังของศัตรู
เพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวาย ชิงหมินรีบร้องบอกทุกคน รวมถึงให้ฝูเซ่ารีบชี้แจงสถานการณ์ด้วย เขาเกรงว่าถ้าช้าไปมากกว่านี้...หมอเทวดาและผู้บาดเจ็บบางคนอาจจะต้องฝืนวิ่งออกมานอกกระโจมเพื่อหนีตาย แล้วกลายเป็นว่าได้รับบาดเจ็บมากขึ้นก็เท่านั้น
“นี่เป็นพลังของสิงโตน้อย อย่าได้แตกตื่นไป”
“ทุกคน!! สัตว์เลี้ยงของคุณชายข้าเป็นผู้เรียกพลังนี้ออกมาเอง ไม่มีอันตรายๆ” ฝูเซ่าและชิงหมินพยายามร้องบอกทุกคน แต่เสียงข้างนอกก็รุนแรงเกินไป มันดังกลบเสียงของชิงหมินและฝูเซ่าทั้งหมด
เมื่อไม่มีทางเลือกอื่น ชิงหมินจึงกลับมายังสถานการณ์ปัจจุบัน เขาต้องการเร่งความเร็วให้สิงโตน้อยมากเท่าที่จะมากได้ ถ้าพวกเขาได้เห็นว่าพลังนี้โจมตีศัตรูอย่างไร ทุกคนก็คงจะเข้าในสถานการณ์มากขึ้น
“สิงโตน้อย รับนี่ไป” ชิงหมินโยนขวดน้ำยาฟื้นพลังให้กับมัน สิงโตน้อยเคยได้ดื่มยาเช่นนี้แล้ว มันจึงอ้าปากรับแล้วเคี้ยวขวดยากลืนลงคอพร้อมๆกันไปเลย
พลังประกายสุดท้ายที่ค่อยๆรวบรวมมาเพิ่มความเร็วขึ้นอีกเท่าตัว ผ่านไป 10 วินาที ซึ่งเป็นเวลามากพอที่จะทำให้หมอเทวดาถูกบังคับให้ออกมาจากกระโจมโดยทหารที่ยังแข็งแรงอยู่ และนั่นก็ทำให้เขาได้เห็นภาพการต่อสู้ที่รุนแรงของคุณชายหลี่กับสัตว์อสูรของเขา
ตู้ม!!! ตู้ม!! ตู้ม!!!
เสียงโจมตีอย่างต่อเนื่องและขยายขอบเขตมากกว่า 500 เมตรด้านหน้า พื้นที่ป่ายังได้รับความเสียหาย ไม่น่าแปลกใจเลยที่ศัตรูด้านนอกนั้นจะไม่สามารถหลบหนีไปไหนได้
ถึงจะมีใครบางคนที่ลางสังหรณ์แม่นยำ แต่พวกเขาถือเป็น 1 ใน 100 ส่วนเท่านั้น การโจมตีด้วยประกายสุดท้ายที่กินเวลาในการตระเตรียมยาวนานนั้นควรค่าแก่การเรียกใช้จริงๆ
ด้วยผลของสัตว์อสูรระดับ 9 ทั้งยังเป็นสัตว์อสูรที่มีสายเลือดสูงส่งกว่านั้น พลังการโจมตีของมันจึงสูงมากกว่าชั้นเดียวกันเสียอีก ดังนั้นประกายสุดท้ายได้ทำหน้าที่สมกับชื่อของทักษะประกายสุดท้าย ทันทีที่พวกศัตรูได้เห็นหยดน้ำหยดแล้วหยดเล่าตรงหน้า ประกายแสงที่สะท้อนกับแสงตะวันยังไม่ทันให้มันนึกประหลาดใจ จู่ๆมันก็โจมตีเข้ามา และเจาะร่างกายจนเป็นรูพรุน!!
“!!!”
ฉากนี้ถูกเห็นโดยคนของกองทัพอิสระจำนวนมาก ภาพที่จู่ๆการโจมตีของศัตรูก็เงียบไปเนื่องจากคลื่นมวลน้ำบนหัวของพวกเขาแยกออกเป็นหยดเล็กหยดน้อย การโจมตีทั้งหมดหยุดชะงักลงอย่างมีนัยยะสำคัญ และทั้งหมดนี้มาจากการโจมตีของสัตว์เลี้ยงคุณชายหลี่เพียงครั้งเดียว!!
“นะ นั่นอะไร?” ทหารคนหนึ่งหลุดถามออกมาเหมือนกับคนโง่ พวกเขาฝึกฝนมามาก ทั้งในด้านร่างกายและจิตใจ แต่เหตุการณ์เมื่อสักครู่นี้ทำให้เขาถึงกับไปไม่เป็น
“ทุกคนอย่าหยุดโจมตี พวกเราจะต้องอาศัยความได้เปรียบนี้ไล่ศัตรูออกไปให้ได้” ชิงหมินร้องบอกพวกเขา การหยุดโจมตีตอนนี้ก็เท่ากับเป็นการเปิดโอกาสให้ศัตรูได้ฟื้นตัวนั่นแหละ
ระหว่างที่มีเวลาเช่นนี้ พวกเขาควรจะไล่ทุบพวกมันให้หนีกระเจิงไปให้หมดก่อน สภาพของค่ายรบในตอนนี้ดีนักหรือ? กำแพงมากมายที่พวกเขาสร้างเอาไว้อย่างรวดเร็วก็เหลือเพียงไม่กี่ต้นแล้ว แถมทำเลที่พวกเขาได้ตั้งค่ายก็ไม่ดีนัก ถ้าไม่ใช่เพราะมาตั้งค่ายในเนินหุบเหวเช่นนี้ จะถูกลอบโจมตีได้ง่ายดายหรือ?
คนของกองทัพอิสระไม่ใช่กลุ่มคนโง่เขลา พวกเขาได้สติแล้วรีบลงมือต่อทันที ชิงหมินลูบหัวเจ้าสิงโตตัวน้อยเบามือ รู้สึกขอบคุณเจ้าตัวน้อยของเขาที่เปิดโอกาสให้โต้กลับครั้งใหญ่ได้เสียที
ทว่า....ชิงหมินไม่คิดว่ามันเพียงพอแล้วสำหรับเขา
ไม่ใช่ว่านี่เป็นโอกาสฝึกฝนที่หาได้ยากหรอกหรือ? เช่นนั้น...ก่อนหน้านี้ไม่เคยได้ลองทำ ก็ลองทำมันในตอนนี้เลยก็แล้วกัน
“สิงโตน้อย เจ้าคอยช่วยเหลือพวกเขาด้วยเข้าใจหรือไม่ หากฟื้นพลังบางส่วนแล้วก็พยายามช่วยโจมตีด้วยการยิงคลื่นมหาสมุทรออกไป จำไว้ว่าต้องควบคุมให้ได้ ไม่จำเป็นต้องสร้างคลื่นมหาสมุทรขนาดใหญ่ เน้นการโจมตีกลุ่มละ 2-3 คนก็พอ”
ชิงหมินนัดแนะกับเจ้าสิงโตน้อยครั้งหนึ่ง หลังจากนั้นก็ไถลตัวลงมาจากหลังนุ่มของมัน เขารีบวิ่งไปที่กองพลหน่วยธนู ซึ่งตอนนี้พวกเขาพยายามที่จะสนับสนุนด้วยธนูของพวกเขาอยู่
“ทุกท่าน ข้ามีบางอย่างที่อยากจะให้ลอง...รบกวนมาทางนี้ได้หรือไม่”
…………………………………………