ตอนที่ 8 ความกังวลของพี่ใหญ่ (2)
มู่ชิงในวันนี้ดูแล้ว...อืม...ไม่เหมือนกับแต่ก่อนเอามากๆ
วันนี้มู่ชิงสวมชุดง่ายๆ เป็เพียงเสื้อยืดสีขาวสะอาดสะอ้านตัวหนึ่ง และกางเกงสบายๆ แต่เมื่อมาอยู่บนตัวเขาแล้วกลับให้ความรู้สึกงดงามอย่างที่บรรยายออกมาไม่ถูก ตอนที่เห็นจางอี้นั้น ดวงตาหงส์คู่โตของเขาเลิกขึ้นน้อยๆ อย่างประหลาดใจ ก่อนจะผ่อนคลายลง และหยีโค้งเป็จันทร์เสี้ยว ใบหน้าของเขาค่อนข้างขาวซีด แต่นั่นกลับยิ่งไปเพิ่มความงามให้กับริมฝีปากบาง ทำเอาจางอี้ได้แต่นิ่งงันมองอีกฝ่ายไปแบบนั้นอย่างทำตัวไม่ถูก
เขารู้อยู่แล้วว่ามู่ชิงหน้าตาดี แต่เขาไม่เคยรู้มาก่อน ว่าคนคนนี้จะหน้าตาดีได้ถึงขั้น...ทำให้คนต้องตกตะลึงแบบนี้
เทียบกับท่าทีเสียกิริยาของอีกฝ่ายแล้ว มู่ชิงกลับตั้งสติได้เร็วกว่า แม้เขาจะไม่ได้มีความทรงจำของเ้าของร่างเดิมอยู่ แต่ว่าเขาสามารถวิเคราะห์จากน้ำเสียงของอีกฝ่ายได้อย่างรวดเร็ว ผู้ชายตรงหน้าเขาแปดเก้าในสิบส่วนจะต้องเป็จางอี้ที่โทรศัพท์มาหาเขาแน่
เห็นจางอี้มองตัวเองแล้วตะลึงค้างไป แน่นอนว่ามู่ชิงคงไม่โง่ถึงขนาดไปถามอีกฝ่ายด้วยคำถามที่ทำให้คนทำตัวไม่ถูกอย่าง ‘พี่เป็อะไรเหรอ’ แน่ๆ เผชิญหน้ากับพี่ใหญ่ที่แสดงความเป็มิตรต่อตนเป็คนแรกนับั้แ่ที่ตื่นขึ้นมาแบบนี้ เขารีบก้าวเท้าไปด้านหน้า ปากก็ทักทายออกมาอย่างเป็ธรรมชาติว่า “บังเอิญจริงๆ พี่จาง พี่ยุ่งอยู่ใช่ไหม”
ตอนนี้จางอี้ยังตั้งสติกลับมาไม่ได้ทั้งหมด เขาพลันร้อง ‘อา’ ออกมาอย่างไร้ความหมายกับคำทักทายของมู่ชิง จากนั้นจึงตั้งสติได้ว่าเหมือนตนเองจะเสียอาการไป
เห็นดวงตาใสกระจ่างของอีกฝ่ายแฝงไปด้วยความห่วงใย เขาก็ลูบจมูกเป็การกลบเกลื่อนแล้วหัวเราะแห้งๆ “งานเื้ัมีเวลาว่างที่ไหนล่ะ ฉันแทบอยากจะให้ตัวเองมีสักแปดมือ นี่ที่มาก็เพราะว่าเห็นหลังคล้ายๆ นายหรอก แล้วก็เป็นายจริงๆ ด้วย ตอนเช้าฉันโทรไปหานายบอกว่าให้มาพรุ่งนี้ไม่ใช่เหรอ ทำไมมาวันนี้ได้ล่ะ นายฟังวันผิดเหรอ”
ระหว่างที่พูด เขาดึงมู่ชิงเดินไปข้างๆ สองก้าว เพื่อไม่ให้ขวางทางประตู แล้วพูดด้วยท่าทีจริงจังว่า “การออดิชั่นวันนี้ไม่ราบรื่นสุดๆ เลย ผู้กำกับหลี่อารมณ์เสียเอามากๆ ฉันเพิ่งจะเอาน้ำเข้าไปส่งมา ได้ยินเขาเริ่มดูถูกคนที่มาออดิชั่นเพราะอดไม่ไหวแล้ว ฟังพี่พูดสักคำนะ มาเสียเที่ยวไม่เป็ไร นายกลับไปก่อน รอให้ผู้กำกับหลี่อารมณ์ดีขึ้นสักหน่อยแล้วฉันจะโทรไปหานายอีกครั้ง...”
มองใบหน้าร้อนรนที่คิดเผื่อตนของจางอี้แล้ว ในใจของมู่ชิงก็รู้สึกตื้นตันขึ้นมา เขาคิดถึงนิสัยของเ้าของร่างเดิมสักพัก แล้วจึงยกมือที่ถือป้ายหมายเลขและสคริปต์ขึ้นมา จากนั้นก็ยิ้มให้กับจางอี้อย่างเขินๆ พลางอธิบายเสียงเบาว่า “พี่จาง ผมมาร่วมออดิชั่นวันนี้ด้วย”
จางอี้ไม่ทันตั้งตัวก็ถูกรอยยิ้มเขินอายของมู่ชิงสาดเข้าใส่ ผ่านไปพักหนึ่งถึงได้เข้าใจว่าที่อีกฝ่ายพูดนั้นหมายถึงอะไร คราวนี้เขาร้อนรนแล้วจริงๆ แววตาที่มองไปยังมู่ชิงแฝงไปด้วยความไม่เห็นด้วย “ฉันว่านายน่ะ...ทำไมถึงได้ดื้อขนาดนี้นะ! นายคิดว่าการออดิชั่นวันนี้เป็เื่ล้อเล่นเหรอ ก่อนหน้านี้ฉันเห็นนักแสดงแนวหน้าจำนวนไม่น้อยเลยที่ถูกปฏิเสธบทนี้กับตาตัวเอง นายน่ะนอกจากเล่นบทตัวประกอบแล้วก็เป็นักแสดงหน้าใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์อะไร ทำไมถึงได้กล้ามาออดิชั่นตัวละครนี้กัน นายอย่าหาว่าฉันพูดจาไม่น่าฟัง ฉันพูดเพื่อนายทั้งนั้น! ฟังพี่เถอะ รีบกลับไป!” พูดจบก็ยื่นมือไปดึงแขนมู่ชิง เตรียมจะลากเขาออกไป