บทที่ 23 ตาแมว
ยังคงเหมือนกับเมื่อวาน หลังจากที่จางหยางเล่าเื่ผีเื่แรกจบ เขาก็จำเป็ต้องพักผ่อนสักครู่
ดังนั้นเขาจึงบอกกับผู้ชมในห้องไลฟ์ว่า "ขอพักสิบห้านาทีนะครับ" แล้วจึงเดินออกจากห้องไป
สวีเจียวจึงถือโอกาสเดินตามออกไปสูดอากาศข้างนอกด้วย
แต่ถึงแม้สตรีมเมอร์จะจากไป ทว่าผู้ชมกลับไม่จากตาม
หลังจากฟังเื่ราวเหนือธรรมชาติเื่นี้จบ ข้อความในแชทก็ไหลขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
[สตรีมเมอร์เ้าเล่ห์ พาพี่สวีเจียวหายวับไปต่อหน้าต่อตาพวกเราอีกแล้ว]
[ยิ่งอดทนยิ่งโมโห ยิ่งถอยหลังยิ่งรู้สึกขาดทุน]
[ฮือ ๆ ๆ สตรีมเมอร์คืนพี่สวีเจียวมาให้ฉันนะ]
[เื่นี้มันน่าประทับใจเกินไปแล้ว]
[มีแค่ฉันคนเดียวเหรอที่รู้สึกว่านี่ไม่ใช่เื่ผี แต่เป็เื่ความรัก?]
[คนข้างบน นายไม่เข้าใจคำว่าเื่เหนือธรรมชาติเลยสักนิด]
[คนข้างบน นายไม่เข้าใจคำว่าความรักเลยสักนิด]
[พวกนายข้างบนน่ะ ไม่เข้าใจอะไรเลยสักอย่างนั่นแหละ!]
[สตรีมเมอร์รีบเล่าต่อเร็ว ฉันอยากฟัง จัดตารางสัปดาห์นี้มาเลย]
ในยามดึกสงัดเช่นนี้ ของขวัญในห้องไลฟ์พุ่งสูงขึ้นราวกับติดจรวด ผ่านไปเพียงหนึ่งชั่วโมง ยอดเงินก็พุ่งทะลุ 3.5 ล้านหยวนไปแล้ว
นี่ถือเป็เหตุการณ์ที่หาได้ยากยิ่งในประวัติศาสตร์การไลฟ์ของแพลตฟอร์มหู่ซา และยังทำลายสถิติของแพลตฟอร์มหู่ซานับั้แ่ก่อตั้งมา ว่าเป็่เวลาที่สั้นที่สุดที่ทำรายได้ทะลุหนึ่งล้านหยวน และเป็รอบการไลฟ์ที่มีรายได้สูงสุดภายในหนึ่งชั่วโมงอีกด้วย
จางหยางไม่ได้เป็เพียงปาฏิหาริย์ของเื่เล่าเหนือธรรมชาติ แต่ยังเป็ปาฏิหาริย์ของวงการสตรีมมิ่งในประเทศอีกด้วย
ในขณะนี้ ระบบของจางหยางมีการเคลื่อนไหว
[ปิ้ว ปิ้ว ปิ้ว ยินดีด้วยโฮสต์ปลดล็อกภารกิจแรก หลังจากทำภารกิจสำเร็จจะได้รับรางวัล 'ความกลัวแพร่กระจาย']
[ความกลัวแพร่กระจาย : ทักษะติดตัว เมื่อโฮสต์เรียนรู้ทักษะนี้แล้ว จะไม่ได้เก็บค่าความกลัวผ่านการเล่าเื่ในไลฟ์เพียงอย่างเดียว]
[ตราบใดที่เื่เหนือธรรมชาติที่หลุดออกมาจากปากของโฮสต์ เข้าสู่หูของผู้อื่นไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม หรือถูกเปลี่ยนเป็ตัวอักษรให้ผู้อื่นได้เห็น ขอเพียงสามารถทำให้ผู้อื่นใกลัวได้ ก็สามารถเก็บเกี่ยวค่าความกลัวจากคนเ่าั้ได้เช่นกัน]
[นอกจากนี้ ร้านค้าแลกเปลี่ยนไอเทมด้วยค่าความกลัวได้ถูกปลดล็อกแล้ว โฮสต์สามารถตรวจสอบได้ด้วยตนเอง]
[สุดท้ายนี้ ขอเตือนโฮสต์ว่าการนับถอยหลังการฟื้นคืนของความสยองขวัญอีก 100 วันได้เริ่มขึ้นแล้ว โปรดรีบเพิ่มความแข็งแกร่งของตนเองโดยเร็ว เพื่อหลีกเลี่ยงการตายอย่างอนาถข้างถนนในตอนนั้น]
[ขอให้โชคดีนะโฮสต์!]
จางหยางถามว่า "ภารกิจแรกคืออะไร ระบบ?"
เสียงจักรกลที่เ็าและไร้ความรู้สึกของระบบเงียบไปหนึ่งวินาที ก่อนจะปรากฏขึ้นในหัวของจางหยาง
[ภารกิจที่หนึ่ง : เก็บสะสมค่าความกลัวให้ครบ 1 แสนแต้ม]
จางหยางกลอกตา แค่นี้เองเหรอ?
นี่มันงานง่าย ๆ แค่มีมือก็ทำได้แล้วไม่ใช่หรือไง?
แต่เขาจะไม่ทำตัวอวดดีเมื่อได้ผลประโยชน์ เพราะถ้าทำให้ระบบไม่พอใจจนเพิ่มความยากของภารกิจขึ้นมา มันจะไม่คุ้มเสียเอา
จางหยางรู้ดีถึงหลักการที่ว่า ยิ่งเงียบยิ่งรวย
จางหยางนึกในใจ 'ตรวจสอบค่าความกลัวของฉัน'
[ฉายาปรมาจารย์เื่เหนือธรรมชาติของคุณคือ : เข้าสู่สภาวะ ค่าความกลัวปัจจุบันคือ 39,802]
ที่แท้ก็สะสมค่าความกลัวไปกว่า 39,000 แต้มโดยไม่รู้ตัว
แต่เมื่อจางหยางลองคิดดูดี ๆ ดูเหมือนว่าค่าความกลัวนี้จะไม่ได้วัดจากจำนวนผู้ชมหรือความนิยมในห้องไลฟ์
มิฉะนั้น ด้วยความนิยมระดับหลายล้านคนในห้องไลฟ์ หากผู้ชมทุกคนสามารถเก็บค่าความกลัวได้เพียงเล็กน้อย ค่าความกลัวคงพุ่งทะลุเพดานไปนานแล้ว
จางหยางถามว่า "ระบบ ค่าความกลัวถูกเก็บมาได้อย่างไร?"
[ตราบใดที่คุณทำให้ผู้อื่นรู้สึกกลัวจากใจจริง คุณจะได้รับค่าความกลัว 1 แต้ม]
[แต่ละคนสามารถเก็บเกี่ยวค่าความกลัวได้เพียงครั้งเดียว ดังนั้นจึงไม่สามารถได้รับค่าความกลัวจากการทำให้คนเดิมกลัวซ้ำ ๆ ได้]
เมื่อได้ยินคำอธิบายของระบบ จางหยางก็เข้าใจทันที
ประการแรก ความนิยมบนแพลตฟอร์มไลฟ์ไม่ได้เป็ความจริงทั้งหมด ทุกแพลตฟอร์มย่อมมีการปั่นตัวเลขกันทั้งนั้น
ยกตัวอย่างเช่น ในแพลตฟอร์มหู่ซา ห้องไลฟ์ของเขาดูเหมือนมีความนิยมหลายล้านคน แต่คนจริง ๆ ในนั้นน่าจะมีเพียงไม่กี่หมื่นคนเท่านั้น
บวกกับคนจริง ๆ แต่ละคนสามารถถูกเก็บค่าความกลัวได้เพียงครั้งเดียวด้วยแล้ว หมายความว่า กลุ่มคนที่เขาเคยเก็บค่าความกลัวไปแล้ว หากกลับมาดูไลฟ์อีกครั้ง เขาจะไม่สามารถเก็บค่าความกลัวจากพวกเขาได้อีก
และไม่ใช่ว่าทุกคนที่ดูไลฟ์จะถูกเขาทำให้ใกลัวได้
ดูเหมือนว่าเกณฑ์การตัดสินสถานะความกลัวของผู้อื่นโดยระบบจะเข้มงวดมาก
ไม่ใช่ว่าแค่รู้สึกกลัวนิดหน่อยก็จะตัดสินว่าเก็บความกลัวสำเร็จ แต่คนคนนั้นต้องรู้สึกกลัวจากใจจริง รู้สึกสยองขวัญ จนถึงขั้นมีความรู้สึกอยากจะปิดห้องไลฟ์ทิ้งไป แบบนี้ถึงจะถูกตัดสินว่ากลัวจากใจจริง และทำให้จางหยางเก็บค่าความกลัวได้ 1 แต้ม
หลังจากรับลมที่ระเบียงครู่หนึ่ง จางหยางและสวีเจียวก็กลับเข้ามาในห้อง เพื่อเตรียมตัวเริ่มเล่าเื่เหนือธรรมชาติเื่ต่อไป
ก่อนเข้าห้อง สวีเจียวจู่ ๆ ก็ถามด้วยความสงสัยว่า "จางหยาง เื่เหนือธรรมชาติพวกนี้คุณไปได้ยินมาจากไหนเหรอ?"
จางหยางแสร้งทำเป็สุขุมแล้วตอบว่า "สะสมมานานเพื่อะเิพลังครั้งเดียวไงล่ะ ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่มักใช้เวลานาน ผมเงียบหายไปหลายปี ถึงเวลาที่ต้องะเิออกมาบ้างแล้ว ความรุ่งโรจน์ในวันนี้ ทั้งหมดมาจากความพยายามคิดทบทวนอย่างหนักตลอดหลายร้อยวันหลายคืนที่ผ่านมาของผมเอง"
สวีเจียวพยักหน้า "ก็มีเหตุผลดีค่ะ"
เมื่อกลับเข้าห้อง จางหยางพบว่าความนิยมในห้องไลฟ์พุ่งขึ้นไปถึงเก้าล้านคนแล้ว
ตอนนั้นสวีเจียวก็พูดด้วยความตื่นเต้นว่า "สู้ ๆ นะ คืนนี้พวกเรามาทะลุสิบล้านคนไปด้วยกันเถอะ"
จางหยางดีใจอย่างมากในใจและพยักหน้าตอบ จากนั้นจางหยางก็เริ่มเล่าเื่เหนือธรรมชาติต่อ
"สวัสดีเพื่อนผู้ชมและผู้ฟังทุกท่านครับ เื่เหนือธรรมชาติเื่ที่สองของวันนี้มีชื่อว่า 'ตาแมว'
ผมเชื่อว่าบ้านของทุกคนน่าจะมีประตูนิรภัย และตาแมวบนประตูนิรภัยนั้น เพื่อน ๆ คงไม่แปลกใจกันใช่ไหมครับ?
แล้วไม่ทราบว่า ทุกคนเคยมีประสบการณ์มองออกไปข้างนอกผ่านตาแมวในยามดึกสงัดบ้างหรือเปล่า? เื่นี้ต้องเริ่มเล่าจากตาแมวบานหนึ่ง..."
เดิมทีตาแมวเป็เพียงเครื่องมือสำหรับสังเกตการณ์ภายนอกจากภายในเท่านั้น ก่อนหน้านี้ผู้คนไม่เคยนำตาแมวมาเชื่อมโยงกับเื่เหนือธรรมชาติเลย แต่ไม่รู้ทำไม เมื่อจางหยางบอกชื่อเื่ว่าตาแมว หลายคนก็ดูเหมือนจะจินตนาการถึงภาพที่น่าสยดสยองขึ้นมาในใจจนรู้สึกใจสั่นวูบ
ด้านหนึ่งเป็เพราะตาแมวเป็สิ่งที่ทำให้คนจินตนาการไปได้ไกล มันเป็สิ่งที่มีพลังในการกระตุ้นจินตนาการสูงมาก
อีกด้านหนึ่งเป็เพราะจางหยางเพิ่งแอบเปิดใช้งานทักษะการเร้าอารมณ์ขั้นสูงไป
เื่ยังไม่ทันเริ่ม ก็มีคนเริ่มรู้สึกถึงความสยองขวัญ และจางหยางก็เก็บเกี่ยวค่าความกลัวได้อย่างต่อเนื่อง
[คุณเก็บค่าความกลัวได้ 1 แต้ม]
[คุณเก็บค่าความกลัวได้ 1 แต้ม]
[คุณเก็บค่าความกลัวได้ 1 แต้ม]
[คุณเก็บค่าความกลัวได้ 1 แต้ม]
...
และในขณะที่จางหยางกำลังเล่าเื่เหนือธรรมชาติอยู่นั้น
ในป่าลึกห่างจากเมืองเจียงเฉิงไปสามร้อยกิโลเมตร
แมวดำตัวหนึ่ง จู่ ๆ ก็ลืมตาขึ้นมา