หลังจากที่หนิงจูเชว่ทะลวงขึ้นสู่ ขอบเขตแรกเริ่ม ขั้นสุดขีดจำกัด และเขมือบหญ้าเพลิงเมฆาจนหน้าแดงก่ำ นางก็ไม่ได้มุ่งหน้าเข้าเมืองชิงซวนทันทีอย่างที่ตั้งใจไว้ แต่นางกลับหมุนตัวเดินย้อนกลับไปทางคฤหาสน์ตระกูลเฉินด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์
"แม่นาง! ท่านจะกลับไปทำไมอีกขอรับ? หรือจะไปรีดไถเ้าอ้วนเฉินเพิ่ม?" อาโกวถามพลางวิ่งกระหืดกระหอบตาม
"รีดไถน่ะมันงานอดิเรก แต่อุปถัมภ์เด็กน่ะคืองานหลักย่ะ!" หนิงจูเชว่ตอบโดยไม่หยุดฝีเท้า "ข้าสังเกตเห็นั้แ่วันแรกแล้วว่า ลูกสาวเ้าอ้วนเฉินที่ชื่อ เฉินอี้ น่ะ มีบางอย่างที่น่าสนใจ... 'กายาเหมันต์พันปี' ที่ยังไม่ตื่นนั่นน่ะ หากปล่อยไว้ในมือพ่อที่เลี้ยงลูกเหมือนเลี้ยงหมู อีกไม่กี่ปีนางได้กลายเป็ตุ๊กตาหิมะที่ขยับไม่ได้แน่ๆ"
เมื่อไปถึงคฤหาสน์ตระกูลเฉิน หนิงจูเชว่ไม่รอช้า นางใช้มาด "เซียนสาวผู้สูงส่ง" ที่เพิ่งปั้นขึ้นมาใหม่ เดินดุ่มๆ เข้าไปหาเศรษฐีเฉินที่กำลังนั่งแทะขาหมูอยู่
"เ้าอ้วนเฉิน! ข้าเห็นว่าลูกสาวเ้ามีเคราะห์หนัก!" นางเปิดฉากด้วยวิชาต้มตุ๋นระดับเทพ
เศรษฐีเฉินสะดุ้งจนขาหมูเกือบติดคอ "คะ... เคราะห์อะไรหรือท่านปรมาจารย์!? ข้าก็ประเคนของดีให้นางกินทุกวันนะ!"
"นั่นแหละเคราะห์! นางมีธาตุเย็นเย็นะเืฝังในกระดูก หากไม่ได้รับการขัดเกลาด้วยเคล็ดวิชาที่ถูกต้อง นางจะอายุสั้น!" หนิงจูเชว่ตีหน้าเศร้า "เพื่อเป็การตอบแทนศิลาปราณร้อยก้อน ข้าจะรับนางเป็ 'ศิษย์เอก' และพานางไปฝึกปรือที่เมืองชิงซวนด้วย... ว่าไง จะให้ลูกสาวมากับข้า หรือจะรอดูนางกลายเป็ก้อนน้ำแข็งตั้งโต๊ะ?"
ด้วยความกลัวและศรัทธาใน "ปาฏิหาริย์" ที่หนิงจูเชว่เคยแสดงไว้ (ตอนตบเหลียงป้าและรักษาเฉินอี้) เศรษฐีเฉินจึงรีบจัดแจงให้ เฉินอี้ เด็กสาววัยสิบสี่ปีที่ดูขี้อายและผิวพรรณขาวซีดดุจหิมะ ตามหนิงจูเชว่ออกมาทันที โดยมีห่อสัมภาระใบโตที่เต็มไปด้วยของกินและของล้ำค่าที่หนิงจูเชว่ "แนะ" ให้ขนไปขายที่เมืองด้วย
บนเส้นทางมุ่งสู่เมืองชิงซวน บัดนี้ขบวนเดินทางไม่ได้มีแค่สอง แต่มีถึงสามคน
"เอาล่ะ... ในเมื่อพวกเ้าต้องตามข้าไปเมืองชิงซวน ข้าก็ไม่อยากให้ใครมาดูถูกได้ว่าศิษย์ของข้ามันกากเกินไป" หนิงจูเชว่หยุดเดินแล้วหันมาเผชิญหน้ากับทั้งสอง "อาโกว เฉินอี้! คุกเข่าลง!"
"ฮะ? คุกเข่าทำไมขอรับ?" อาโกวเกาหัว
"คาราวะอาจารย์ไงเ้าโง่!" หนิงจูเชว่ถลึงตาใส่ "จากนี้ไป ข้าคือ 'อาจารย์หงส์' ผู้เลอโฉมและเก่งกาจที่สุดในใต้หล้า พวกเ้าต้องเรียกข้าว่าอาจารย์ทุกคำและห้ามขัดคำสั่งเด็ดขาด ไม่งั้นข้าจะจับพวกเ้าปิ้งกินแทนไก่ป่า!"
เฉินอี้ที่ยังงงๆ แต่ด้วยความกลัวรุ่นพี่จึงรีบคุกเข่าลงทันที ส่วนอาโกวเมื่อเห็นสายตาดุจหงส์พิโรธก็ต้องจำใจคุกเข่าตาม
"ศิษย์... คาราวะอาจารย์ขอรับ/เ้าค่ะ"
"ดีมาก!" หนิงจูเชว่หัวเราะร่าชอบใจ "อาโกว ในฐานะที่เ้าเป็ศิษย์พี่ที่ไม่มีพลังอะไรเลย เ้ามีหน้าที่รับผิดชอบ 'คลังสมบัติ' ของสำนักเรา"
นางชี้ไปที่สัมภาระกองโตที่เ้าอ้วนเฉินจัดมาให้ ทั้งสมุนไพรระดับ1 ซากหนังสัตว์อสูรและของประดับล้ำค่าที่นางกะเอาไปขายเอาเงินซื้อแหวนมิติ
"แบกมันไปซะอาโกว! จนกว่าเราจะถึงเมืองชิงซวนและมีเงินซื้อแหวนมิติ หลังของเ้านี่แหละคือแหวนมิติที่มีชีวิต!"
"หะ... ห๊ะ!? ทั้งหมดนี่เลยหรือขอรับอาจารย์! มันหนักเกือบห้าสิบชั่งเลยนะ!" อาโกวร้องโอดโอย เมื่อต้องแบกห่อผ้าขนาดเท่าูเาขนาดย่อมไว้บนหลัง
"หุบปาก! นี่คือการฝึก 'กายาเหล็กไหล' แบบพิเศษย่ะ!" หนิงจูเชว่หันไปทางเฉินอี้ที่ยืนตัวสั่น "ส่วนเ้า เฉินอี้... เ้ามีร่างกายที่พิเศษมาก ทุกก้าวย่างที่เ้าเดิน ให้เ้าจินตนาการว่ากำลังสูดความเย็นจากพื้นดินเข้าสู่กระดูกสันหลัง ห้ามบ่น ห้ามพัก และห้ามทำหน้าเหมือนคนจะตาย!"
การเดินทางกลายเป็ความบันเทิงของหนิงจูเชว่เพียงคนเดียว แต่มันคือนรกของศิษย์ทั้งสอง
"อาจารย์... ข้าไม่ไหวแล้ว ขาข้าจะหักแล้วขอรับ" อาโกวเดินหลังค่อมพลางแบกของที่พะรุงพะรัง ทั้งหม้อ ไห และห่อผ้าสมุนไพรที่หนิงจูเชว่แวะเก็บข้างทางตลอดเวลา เพราะนางบอกว่า 'ของฟรีคือของดี'
"อย่ามาสำออย! เดินไป! ดูศิษย์น้องเ้าสิ นางยังไม่บ่นสักคำ!" หนิงจูเชว่ที่เดินตัวปลิว พลางแทะผลไม้ป่าอย่างสบายใจหันไปมองเฉินอี้
เฉินอี้ตอนนี้หน้าซีดจนเกือบจะกลายเป็กระดาษ รอบตัวนางเริ่มมีไอเย็นจางๆ แผ่ออกมาโดยที่นางไม่รู้ตัว "อะ... อาจารย์เ้าค่ะ ข้า... ข้าหนาว"
"หนาวแหละดี! แสดงว่าพลังในกายมันเริ่มประท้วงความี้เีของเ้าแล้ว!" หนิงจูเชว่ดวงตาเป็ประกาย นางแอบดีใจที่ 'กายาเหมันต์' ของเด็กคนนี้ตอบสนองได้เร็วเกินคาด "อาโกว! ยื่นห่อผ้าสมุนไพรธาตุหยินไปให้เฉินอี้ถือเพิ่มสิ ช่วยศิษย์น้องหน่อย!"
"โถ่... อาจารย์!"
ตลอดทาง หนิงจูเชว่ไม่ได้แค่เดินเฉยๆ นางยังแวะ "สั่งสอน" สัตว์อสูรระดับ1 ที่บังเอิญผ่านมาทักทาย
"ดูนะศิษย์ทั้งสอง! นี่คือการออกหมัดแบบพญาหงส์สอยดาว!"
ปัง!
นางต่อยกระต่ายเขี้ยวสัตว์อสูรระดับ1 จนโชกเืและกระเด็นหายไปในพุ่มไม้ "อาโกว ไปเก็บซากมันมา! เย็นนี้เราจะกินกระต่ายย่าง และเอาหนังมันไปขายด้วย!"
การเดินทางที่ควรจะใช้เวลาเพียงสามวัน กลับลากยาวไปเกือบหนึ่งสัปดาห์เพราะหนิงจูเชว่แวะปล้นธรรมชาติทุกอย่างที่ขวางหน้า จนกระทั่งในที่สุด ขบวนการที่ประกอบด้วย อาจารย์สาวชุดแดงผู้งดงาม, ศิษย์พี่ผู้แบกของจนตัวงอเหมือนกุ้งและศิษย์น้องที่เดินตัวสั่นพั่บๆ ก็มาถึงหน้าประตูเมืองชิงซวน
"เอาล่ะศิษย์รักทั้งสอง..." หนิงจูเชว่เงยหน้ามองกำแพงเมืองั์พลางแสยะยิ้ม "เมืองชิงซวนที่รัก... ผู้คุ้มครองความยุติธรรมและกระเป๋าตังค์คนอื่น มาถึงแล้ว! อาโกว แบกของให้ดีๆ อย่าให้ตกแม้แต่ชิ้นเดียว เพราะนั่นคือเงินที่จะใช้ซื้อแหวนมิติให้เ้าไม่ต้องหลังหักยังไงล่ะ!"
"ข้าว่าข้าจะหลังหักก่อนได้ซื้อน่ะสิขอรับ..." อาโกวครางประท้วงเบาๆ
หนิงจูเชว่ไม่สนคำประท้วง นางสะบัดชายเสื้อแดงเพลิงนำทัพศิษย์โหลยโท่ยเข้าสู่เมืองด้วยมาดนางพญา พร้อมที่จะเปลี่ยนตลาดมืดเมืองชิงซานให้กลายเป็สนามเด็กเล่นของนางในทันที!