“เดี๋ยวนะ!” เมื่อย้อนความทรงจำมาถึง่นี้ จ้าวลู่ชิงเบิกตากว้างกับชื่อที่ผ่านเข้ามาในความทรงจำ
“หมัวมัว คู่หมายของข้าคือผู้ใดนะ”
“ฉีอ๋องเ้าค่ะ”
“ฉีอ๋อง! หลี่หยวนจี๋ พระราชโอรสองค์ที่สี่ของไท่ซ่างหวง?”
“ใช่แล้วเ้าค่ะคุณหนู”
จ้าวลู่ชิงเกือบหยุดหายใจ ในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด นางมีพ่อแม่เป็เชฟชื่อดังระดับโลก มีปู่เป็เ้าของร้านขายสมุนไพรจีนโบราณขนาดใหญ่ นางต้องตามพ่อแม่ไปอยู่อเมริกาั้แ่สองขวบจนถึงหกขวบก็ต้องย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่ประเทศไทยพอสิบสองขวบก็ย้ายกลับบ้านเกิดที่ประเทศจีน
แม้ว่าจ้าวลู่ชิงจะไม่ได้เรียนด้านประวัติศาสตร์จนรู้แจ้ง แต่นางก็ยังพอจำเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ได้ และเหตุการณ์รัฐปะาที่ประตูเสวียนอู่ก็เป็หนึ่งในเหตุการณ์ที่ทำให้นางจมดิ่งอยู่เป็วัน พี่น้องสายเืเดียวกันออกอุบายวางแผนสังหารกันเพื่อบัลลังก์สู่ความยิ่งใหญ่
คนที่ถูกหลี่ซื่อหมินกับพรรคพวกสังหารคือองค์รัชทายาทหลี่เจี้ยนเฉิงกับฉีอ๋อง หลี่หยวนจี๋ มิใช่หรอกหรือ? เหตุใดเขาถึงยังมีชีวิตอยู่แถมยังเป็คู่หมายเ้าของร่างเดิมอีกด้วย
จ้าวลู่ชิงเอ่ยถามด้วยเสียงแ่เบาเพื่อให้ได้ยินแค่เพียงสี่คน “เหตุการณ์ที่ประตูเสวียนอู่ คนที่ตายคือไท่จื่อ [1] กับผู้ใด?” ไม่อยากเชื่อความทรงจำเ้าของร่างเดิมจึงซักถามเพื่อความแน่ใจ
“คุณหนูจำมิได้หรือเ้าคะ” ซูเซียงแลซ้ายแลขวา เื่นี้ถ้าเล็ดลอดไปเข้าหูฮ่องเต้พวกตนต้องโดนปะาอย่างแน่นอน
จ้าวลู่ชิงส่ายหน้า
“เป็ไท่จื่อกับเว่ยอ๋องเ้าค่ะ” กระซิบเสียงแ่เบา
“หลี่เสฺวียนป้าโอรสองค์ที่สามของไท่ซ่างหวง?”
แค่เพียงทั้งสามพยักหน้าพร้อมกันจ้าวลู่ชิงนิ่งเงียบไปพักใหญ่ ในประวัติศาสตร์ที่เรียนมาหลี่เสฺวียนป้าตกม้าตายั้แ่ราชวงศ์สุยยังไม่สิ้นมิใช่หรือ
นี่มันเกิดกระไรขึ้น! นางมาโผล่ที่ไหนกันแน่ ทำไมเื่ราวถึงไม่ได้เป็ดังเช่นประวัติศาสตร์ที่เคยเรียน
จ้าวลู่ชิงไม่รู้เลยว่าตนเองทะลุมิติมาอยู่ในโลกคู่ขนาน วันเวลาผู้คนในโลกอีกใบเหมือนกันทุกอย่าง มีแค่เพียงเหตุการณ์บางอย่างที่เปลี่ยนผัน
จ้าวลู่ชิงนวดขมับเมื่อรู้ว่าตัวเองทะลุมิติมายังรัชศกเจินกวนตอนต้น ซึ่งเป็่เวลาที่บ้านเมืองได้รับความเสียหายจากภัยา ความอดอยาก ภัยพิบัติใน่นี้สาหัสพอสมควร
ถือว่าเง็กเซียนฮ่องเต้ยังเมตตาส่งให้นางมาอยู่ในร่างของคุณหนูจวนสูงศักดิ์ นางจะใช้ชีวิตชาตินี้เสวยสุข นั่งกินนอนกิน ว่าง ๆ ก็เดินชมสวนดอกไม้ ออกไปเที่ยวดูว่าเมืองโบราณจะสวยงามตามที่จินตนาการหรือไม่ ใช้จ่ายซื้อสิ่งของที่ชอบตามแต่ที่ใจ้า เพียงคิดความสุขก็เอ่อล้นจนต้องแย้มรอยยิ้มตาม
“คุณหนูมีความสุขที่ได้เป็คู่หมายกับฉีอ๋องหรือเ้าคะ” ซูเซิงเห็นคุณหนูของนางยิ้มจึงเดาใจเอาว่ามีความสุขที่ได้หมั้นหมายกับฉีอ๋อง
“เ้าช่างปากมากนัก” ใช้พัดที่อยู่ในมือเคาะหน้าผากสาวใช้ข้างกายที่อายุน้อยกว่านางแค่เพียงปีเดียวเบา ๆ
“หลังจากคุณหนูฟื้นขึ้นมา บ่าวรู้สึกว่าคุณหนูเปลี่ยนไป”
“เปลี่ยนไปอย่างไร”
“แต่ก่อนคุณหนูไม่ค่อยยิ้ม ชอบทำตัวเคร่งขรึมฝึกวรยุทธ์กับท่านอาจารย์เผย ถ้าหากไม่ฝึกวรยุทธ์ก็หมกหมุ่นอยู่แต่กับตำราสมุนไพร”
“แล้วหมัวมัวชอบแบบไหนมากกว่ากัน”
“ชอบให้คุณหนูยิ้มเ้าค่ะ” นางสงสารดรุณีน้อยที่เลี้ยงมายิ่งนัก หลายปีที่ผ่านมาต้องทำตัวขี้โรค เพื่อป้องกันไม่ให้จวนฝู่กั๋วกงถูกดึงเข้าไปร่วมศึกแย่งชิงบัลลังก์ของคนในราชวงศ์ ท้ายที่สุดก็ยังมิพ้นถูกดึงให้ไปยุ่งเกี่ยวกับคนในราชวงศ์อยู่ดี
“น้องสาว” จ้าวลู่เสียนรีบวิ่งเข้ามาในเรือนอิงฮวา ส่งเสียงเรียกจ้าวลู่ชิงลั่น
“ท่านพี่ เกิดอันใดขึ้น เหตุใดถึงได้ตื่นตระหนกเช่นนี้” รีบผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้
“จวนเหยียโหว[2] แย่แล้ว!”
“ท่านพี่ใจเย็น ๆ นะเ้าคะ” หยิบจอกน้ำชาส่งให้พี่ชายคนรองที่หายใจหอบเหนื่อย
“จวนเหยียโหวถูกคนของทางการบุกเข้าไปยึดทรัพย์และคุมตัวไปขัง”
“เพราะเหตุใดเ้าคะ”
“เหยียโหวซื่อจือ [3] ยักยอกเงินจัดเก็บภาษี”
จ้าวลู่ชิงยืนนิ่งรวบรวมความทรงจำ เหยียโหวซื่อจื่อเป็รองเสนาบดีกรมพระคลัง เท่ากับว่าเป็ผู้ใต้บังคับบัญชาของบิดานาง
“ท่านพ่อมีความผิดหรือไม่เ้าคะ”
“ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน พอรู้ว่าจวนเหยียโหวถูกคนของทางการคุมตัวไปก็รีบกลับบ้านมาบอกข่าวกับเ้า”
“อิงอิง!” จ้าวลู่ชิงนึกถึงสหายคนสนิทเ้าของร่างเดิม “ไปจวนเหยียโหว”
“เ้าค่ะ” ซูเซียงใช้วิชาตัวเบาะโขึ้นหลังคาลัดเลาะไปยังคอกม้า
“ท่านพี่จะไปด้วยกันหรือไม่”
“ข้าไปด้วย”
“พวกเ้าสองพี่น้องหยุดประเดี๋ยวนี้! ห้ามไปไหนทั้งนั้น” จ้าวฮูหยินเพิ่งกลับมาจากเยี่ยมมารดาที่จวนฝางเข้ามาขัดขวางบุตรทั้งสองด้วยใบหน้าเคร่งเครียด
“ท่านแม่ ข้าเป็ห่วงอิงอิง”
“เ้าไปก็ช่วยอันใดไม่ได้ ตอนนี้คนทั้งจวนเหยียโหวถูกคุมตัวไปหมดแล้ว”
“คุมตัวไปที่ใดเ้าคะ”
“จักรู้ได้อย่างไร พวกเ้าต้องอยู่เฉย ห้ามก่อความวุ่นวาย”
“พวกเราจะช่วยอันใดจวนเหยียโหวได้บ้างเ้าคะ” จวนเหยียโหวกับจวนฝู่กั๋วกงเปรียบดั่งพี่น้องเพราะท่านปู่ของนางกับเหยียโหวผู้เฒ่าเคยกรีดเืสาบานร่วมเป็ร่วมตาย ทั้งสองออกรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับไท่ซ่างหวงจนได้รับยศถาบรรดาศักดิ์เฉกเช่นทุกวันนี้
“พวกเ้าต้องอยู่เฉย เื่พวกนี้เราช่วยอันใดมิได้ อย่าได้สอดแทรก” ระหว่างนั่งรถม้ากลับจวนชาวเมืองฉางอัน ต่างกล่าวถึงเื่ที่เกิดขึ้นกับจวนเหยียโหว
จ้าวฮูหยินกระวนกระวายยามนี้สามียังมิกลับจวน มิรู้ว่าเกิดอันใดขึ้น
“พวกเ้าจงเชื่อฟังที่แม่บอก เสียนเอ๋อร์เ้ามิควรโดดเรียน”
“ท่านแม่ ข้าแค่นำข่าวมาบอกน้องสาวเท่านั้นเอง”
“เ้ากลับไปที่สำนักศึกษาประเดี๋ยวนี้!”
“ขอรับ” จ้าวลู่เสียนรีบวิ่งหนีออกจากเรือนของน้องสาวก่อนจะโดนมารดาต่อว่าไปมากกว่านี้
“ชิงเอ๋อร์ เ้าหายดีแล้วหรือ วันนี้แม่ต้องไปเยี่ยมท่านยายเลยมิได้มาดูแลเ้า”
“ท่านยายมีอาการเช่นไรบ้างเ้าคะ”
“ท่านยายแค่เจ็บคอนิดหน่อย มิเป็อันใดมาก”
จ้าวลู่ชิงกอดแขนมารดา เดินเข้าไปนั่งคุยกันในห้อง
“ท่านแม่เ้าคะ ท่านกลับไปเก็บของมีค่าแล้วนำไปซ่อนดีหรือไม่” จ้าวลู่ชิงรู้สึกเหมือนว่าความสุขสบายกำลังจะบินหาย
“เ้าคิดว่าท่านพ่อของเ้าจะมีส่วนร่วมงั้นรึ”
“ข้ามิได้คิดเช่นนั้นเลยเ้าค่ะ ข้ารู้ว่าท่านพ่อเป็คนตงฉิน ไม่มีทางจะยักยอกเงินภาษี แต่ท่านแม่อย่าลืมนะเ้าคะว่าเหยียโหวซื่อจื่อเป็ผู้ใต้บังคับบัญชาท่านพ่อ
เหยียโหวซื่อจื่อที่พวกเรารู้จักก็เป็คนตงฉินเช่นเดียวกันมิใช่หรือเ้าคะ แล้วเหตุใดวันนี้ถึงได้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น”
จ้าวฮูหยินครุ่นคิดในสิ่งที่บุตรสาวบอก บุตรสาวนางหน้าตางดงามเฉลียวฉลาดมาั้แ่เด็ก หลายปีที่ผ่านมาต้องแกล้งทำเป็ร่างกายอ่อนแอเพื่อไม่ให้โดดเด่นจนดึงดูดความสนใจของคนในราชวงศ์
ขณะที่ฮ่องเต้องค์ก่อนยังครองราชย์อยู่ ราชสำนักแบ่งพรรคแบ่งพวกเลือกข้างระหว่างองค์รัชทยาทกับฉินอ๋อง หลี่ซื่อหมิน ทว่าจวนฝู่กั๋วกงภักดีต่อฮ่องเต้เพียงพระองค์เดียวไม่ยินยอมเลือกข้าง และไม่้าให้ดรุณีน้อยเพียงคนเดียวต้องถูกดึงเข้าไปผัวพันกับศึกแย่งชิงบัลลังก์
“แม่จะทำตามที่เ้าบอก” จวนฝู่กั๋วกงใช่ว่าจะล้มได้ง่าย แต่นางก็เชื่อฟังบุตรสาว ป้องกันเอาไว้ดีกว่าต้องมาตามแก้ทีหลัง
จ้าวลู่ชิงเห็นมารดากลับไปแล้วก็รีบก้าวไปทางหีบใบใหญ่ที่จำได้ว่าเ้าของร่างเดิมเก็บของมีค่าไว้ในนี้
หมายเหตุ
(1) ไท่จื่อ คือ ตำแหน่งองค์ชายรัชทายาท
(2) โหว เป็บรรดาศักดิ์รองจากชั้น กง ได้รับยศจากการสืบสกุล หรือได้รับพระราชทานจากจักรพรรดิ เนื่องจากมีความดีความชอบ ส่วนบรรดาศักดิ์ชั้นรองจากโหว คือ ป๋อ จื่อ และ หนาน
(3) ซื่อจื่อ คือ ผู้สืบทอดบรรดาศักดิ์ต่อจากผู้เป็บิดา