หลังจากที่ทิชาวางสายจากคุณพราวฟ้าไม่นาน
เธอได้มีเวลาเตรียมตัวเล็กน้อยก่อนที่อีกฝ่ายจะส่งข้อมูลของคนที่ทำร้ายคุณนลินมาให้เธอ
คุณพราวฟ้าบอกว่าเขาเคยเป็นักเรียนโรงเรียนเดียวกันกับคุณนลินเมื่อหลายปีก่อน
ให้ตายสิเด็กนักเรียนมัธยมจะทำเื่เลวร้ายได้เพียงเพราะโดนความอิจฉาครอบงำขนาดนี้เชียวหรอ
นี่มันความผิดร้ายแรงเลยนะ แค่ข้อหาลักพาตัวก็น่าจะทำให้นอนตารางไปหลายวันแล้ว
ยังไม่รวมไปถึงเื่ที่จับคุณนลินไปที่สถานที่แบบนั้นอีก
“ไม่เพียงเท่านั้นนะคะคุณทิชา คนๆนี้ยังเคยเป็เพื่อนสนิทของคุณนลินด้วยค่ะ”
ทิชามองรูปภาพที่คุณพราวฟ้าส่งมาให้ทางแชทเป็รูปถ่ายที่สองคนเพื่อนรักกอดคอถ่ายรูปกันอย่างสดใส
หากใครได้เห็นภาพนี้เชื่อว่าต้องมีอมยิ้มกันบ้าง หากแต่กับเธอในตอนนี้แล้วภาพนี้ช่างเป็ภาพ
ที่ตอกย้ำความโหดร้ายของคำว่ามิตรภาพได้อย่างสุดซึ้ง
คุณนลินจะต้องเ็ปมากแน่ๆ...
“คุณทิชาคะ คุณฟังฟ้าอยู่รึเปล่า ?”เพราะมัวแต่คิดถึงความรู้สึกของคุณนลินทำให้ไม่ได้ฟังในสิ่งที่คุณพราวฟ้าพูดเลย
“เอ่อ...ขอโทษทีค่ะเมื่อกี้คุณฟ้าว่าอะไรนะคะ?”
พราวฟ้าถอนหายใจเล็กน้อยอะไรกันเนี่ยเมื่อกี้ที่พูดไปตั้งเยอแยะ เขาไม่ได้ฟังเธอเลยหรือไงกัน
“ฟ้าบอกว่า ฟ้าจะไปกับคุณทิชาด้วยค่ะ”
“ไปไหนคะ?”
“ไปหาผู้หญิงคนนั้นไงคะ”
ทิชาใเล็กน้อยจริงๆก็ไม่ได้จะห้ามอะไรหรอกนะดีเสียอีกที่มีคนไปเป็เพื่อน
ใครจะอยากไปจัดการเื่ผีๆนี่คนเดียวแต่นี่คุณพราวฟ้าเขาเสนอตัวโดยที่เธอไม่ได้ขอเลยด้วยซ้ำ
อีกอย่างถ้าผู้หญิงคนนั้นเป็คนทำให้คุณนลินต้องเ็ปขนาดนั้นได้แล้ว
แสดงว่าพวกเขาต้องเป็คนที่อันตรายแน่ๆ
ผู้หญิงคนนี้แปลกๆดี...
ทิชาตอบตกลงรับไปก่อนที่จะนัดสถานที่กับคุณพราวฟ้า
และพวกเธอก็ยืนอยู่หน้าร้านอาหารเกาหลีที่มีผู้คนพลุกพล่านแสดงให้เห็นถึงความเป็ที่นิยมของลูกค้าเป็อย่างมาก
คุณคีตา (32) อาชีพ : เ้าของกิจการร้านอาหารเกาหลี
สถานะ: แต่งงานแล้ว มีลูกชาย 1 คน
ทิชาอ่านเื่ราวชีวิตของคุณคีตาที่คุณพราวฟ้าหามาให้อย่างละเอียด
ซะจนเธอสงสัยเข้าจริงๆแล้วว่าคุณพราวฟ้าไปเอาข้อมูลพวกนี้มากจากไหน
แต่ช่างมันเถอะ จากที่ดูแล้วชีวิตหลังเรียนจบของคุณคีตาดูจะเป็ไปได้ดีแถมตอนนี้เขายังแต่งงานและมีลูกชายที่น่ารักอีกด้วย
มันช่างดูต่างกันจริงๆเลยใช่ไหมล่ะหากเทียบกับคุณนลินที่ไม่มีแม้แต่ชีวิตแล้วน่ะ...
เอาล่ะปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่าเราจะหาผู้หญิงสองคนนี้ได้ที่ไหน
แต่ปัญหาคือเราจะพาคนพวกนี้ไปหาคุณนลินที่บริษัทได้อย่างไรโดยที่ไม่ให้พวกเขาสงสัย
แน่นอนว่าเราคงไม่บุกเข้าไปแล้วพูดใส่หน้าพวกเขาว่า
‘สวัสดีค่ะคุณคีตา พวกเรารู้มาว่าคุณเป็คนทำลายชีวิตของคุณนลินที่เป็เพื่อนสนิทของคุณ
และตอนนี้คุณนลินอยากเจอคุณมาก คุณจะมากับพวกเราได้ไหมคะ?’
ไม่โดนหาว่าเป็พวกสติไม่ดีก็คงจะโดนเรียกตำรวจมาจับเป็แน่
“เอายังไงต่อดีล่ะ”
ไม่ใช่เสียงเธอแต่เป็เสียงคุณพราวฟ้าเธอหันไปมองผู้หญิงหน้าหวานคนข้างๆ
ที่ตอนนี้หน้านิ่วคิ้วขมวดเหมือนคนกำลังใช้สมองคิดอย่างหนัก
คุณพราวฟ้าจะกำลังเป็กังวลเื่เดียวกับเธอล่ะมั้ง
แต่แล้วคำพูดที่ผ่านการคิดของคุณพราวฟ้าก็เอ่ยออกมาราวกับเล่นมุขตลก แต่ทิชากลับตลกไม่ออกเลยสักนิด
“หรือว่าเราควรเข้าไปลักพาตัวผู้หญิงคนนั้นออกมาเลยดีไหมคะ?”
“คุณจะบ้าหรอคุณพราวฟ้าทำแบบนั้นเราก็ไม่ได้ต่างอะไรกับผู้หญิงคนนั้นเลยสิคะ”
คุณพราวฟ้าซึมไปเล็กน้อยเพราะโดนทิชาดุและดูเหมือนว่าพวกเราจะทำตัวแปลกประหลาด
โดยการมายืนทำตัวลับๆล่อๆหน้าร้านโดยที่ไม่ยอมเข้าไปในร้านสักทีจนในที่สุดต้องมีผู้ชายร่างโต
ที่คาดว่าน่าจะเป็พนักงานของร้านเดินออกมาต้อนรับแต่สีหน้าของเขาดูจะไม่ค่อยไม้ใจพวกเราเท่าไหร่
“พวกคุณมีธุระอะไรหรือเปล่าครับหากจะทานอาหารขอเชิญข้างในเลยนะครับ”
ทิชาและพราวฟ้านิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่ทิชาจะถามหาคนที่ตัวเอง้าจะเจอ
“คุณคีตาอยู่ไหมคะ?” เมื่อได้ยินอย่างนั้นชายร่างโตเลิกคิ้วอย่างสงสัย
“พวกคุณเป็ใครครับ?”
ทิชาถอนหายใจเบาๆ ทำไมทุกคนถึงชอบไม่ตอบคำถามเธอด้วยการถามคำถามกลับกันนะแบบนี้มันน่าหงุดหงิดเสียจริงๆ
“พวกเรา้าพบคุณคีตาค่ะ”เธอย้ำอีกรอบ
พราวฟ้าเห็นท่าไม่ค่อยดีจึงยื่นมือไปกุมฝ่ามือของทิชาและบีบเบาๆคุณทิชาใจเย็นๆก่อนนะคะ
เดี๋ยวเขาก็ไม่ยอมให้เราพบหรอกค่ะ
ยืนฟาดฟันาประสาทกันได้ไม่นานก็มีผู้หญิงหน้าสวยคนหนึ่งออกมาหาพวกเธอ
เธอคนนั้นมองหน้าพวกเธอก่อนจะหันหน้าไปมองผู้ชายคนนั้นก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงเป็กังวล
“มีเื่อะไรกันคะ คุณพนักงาน?”
“คะ..คุณคีตาครับ”
ผู้หญิงคนนี้คือคุณคีตาสินะ...ได้ยินอย่างนั้นแล้วทิชารีบแนะนำตัวอย่างรวดเร็ว
เวลาเธอมีไม่เยอะมากนักต้องรีบจัดการเื่นี้ให้จบเสียที
“คุณคือคุณคีตาสินะคะ สวัสดีคะฉันชื่อทิชาและนี่คุณพราวฟ้าค่ะ”
เธอแนะนำตัวเองและคุณพราวฟ้าก่อนที่จะยื่นมือไปข้างหน้าผู้หญิงตรงหน้ายิ้มและยื่นมือมาจับอย่างเป็มิตร
“สวัสดีค่ะคุณทิชา คุณพราวฟ้า...พวกคุณมีธุระอะไรงั้นหรอคะ”
เมื่อเห็นท่าทีที่เป็มิตรของคนตรงหน้าแล้วทิชานึกสงสัยว่านี่ใช่คนๆเดียวกับคนที่ทำร้ายคุณนลินจริงๆหรือเปล่า
“พวกเราเขาเข้าไปคุยข้างได้ไหมคะพอดีมีเื่ส่วนตัวจะคุยนิดหน่อยค่ะ”
ทิชาพูดอย่างนั้นพร้อมเน้นเสียงตรงคำว่า‘เื่ส่วนตัว’เพื่อให้ผู้ชายคนเมื่อครู่รู้ว่านี่ไม่ใช่เื่ที่เกี่ยวกับเขาอีกต่อไป
และเขาควรจะออกไปจากตรงนี้เสียตอนนี้
ส่วนพราวฟ้าก็ได้แต่ยิ้มหน้าเจื่อนให้กับคำพูดที่รุนแรงไม่เข้ากับหน้าตาน่ารักๆของคุณทิชาเสียเท่าไหร่
แต่ถึงอย่างนั้นแล้วคุณคีตากลับยิ้มและยินยอมให้พวกเธอเข้าไปคุยธุระส่วนตัวในร้านแต่โดยดี
.
.
“คุณ้าให้ร้านของฉันไปจัดอาหารเลี้ยงคนในบริษัทหรือคะ?”
เสียงคุณคีตาดังขึ้นน้ำเสียงฟังดูทั้งใปนดีใจ
พราวฟ้าที่นั่งอยู่ข้างทิชาก็ใไปด้วยเพราะเราไม่ได้เตรียมกันมา
แต่ทิชาคิดว่านี่คงจะเป็ทางที่ดีที่สุดเพื่อที่จะหลอกล่อให้คุณคีตาเข้าไปในบริษัท
แค่เพียงก้าวเท้าเข้าไปในบริษัทเท่านั้น…
“ใช่ค่ะพวกเรารู้มาว่าร้านอาหารของพวกคุณดังและเป็ที่นิยมมาก
เราจึงอยากได้อาหารของพวกคุณไปจัดเลี้ยงพนักงานที่บริษัทค่ะ ใช่ไหมคะคุณพราวฟ้า”
ทิชากระทุ้งศอกเข้าที่เอวของคนข้างๆจนคุณพราวฟ้าสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะยิ้มตอบรับแบบหน้าเจื่อนๆ
แน่สิในบริษัทเรามีพนักงานคนอื่นๆซะเมื่อไหร่กันถ้าจะเลี้ยงก็คงจะต้องจุดธูปเชิญผีมาทานอย่างเดียวนั่นแหละ
“เื่แค่นี้เองค่ะฉันนึกว่าพวกคุณมีเื่อะไรใหญ่โตซะอีก ต้องขอโทษด้วยนะคะกับพฤติกรรมของพนักงานของฉัน”
“ไม่เป็ไรค่ะฉันก็ต้องขอโทษด้วยที่ทำตัวเสียมารยาท ไม่ทราบว่าคุณคีตาสะดวกจะรับงานนี้ไหมคะ?”
คุณคีตาพยักหน้ารับพร้อมกับยิ้มกว้างแน่ล่ะโอกาสแบบนี้คงจะมีไม่บ่อยนัก
การที่จะได้ไปจัดอาหารในบริษัทคงจะได้รายได้ดีไม่น้อยไปกว่าการเปิดร้านเลยทีเดียว
“ฉันรับค่ะ”
หลังจากนั้นคุณคีตาก็ได้จัดการเสิร์ฟอาหารให้พวกเธอ
ก่อนที่เราจะนั่งคุยรายละเอียดงานเพิ่มเติมโดยที่คุณพราวฟ้าเป็คนพูดรายละเอียด
ที่เพิ่งคิดเดี๋ยวนั้นทั้งหมดให้กับคุณคีตาทิชานั่งฟังเงียบๆเธอลอบสังเกตท่าทางของคุณคีตา
จากรูปที่ถ่ายกับคุณนลินสมัยเรียนใบหน้าของคุณคีตาไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก
แต่ที่เห็นได้ชัดเลยคือความหมองคล้ำบริเวรใต้ตาพวกเรานั่งคุยกันไปได้ไม่นานก็มีเด็กผู้ชายวิ่งมาหาคุณคีตา
เขาะโขึ้นบนตักของหล่อนก่อนจะหันมามองทางพวกเราด้วยความสงสัย
ให้ตายสิ !! เด็กผู้ชายคนนี้...น่าตาเหมือนเด็กผู้ชายคนที่อยู่กับคุณนลินเลย! แต่เด็กคนนี้ดูเด็กกว่าเล็กน้อย
“คุณแม่...”
“ลูกชายหรอคะ น่ารักจัง”
พราวฟ้าเห็นทิชานิ่งไปเธอจึงต้องเป็ฝ่ายถามเอง
คุณคีตาทำหน้าดุใส่เด็กผู้ชายตรงหน้าเล็กน้อยที่เข้ามาขัดตอนผู้ใหญ่คุยธุระก่อนจะหันมายิ้มให้พวกเธอ
“ใช่ค่ะขอโทษนะคะที่เขาวิ่งเข้ามาขัด”
“...”
“ดีนครับสวัสดีพี่ๆสองคนหน่อยสิลูก นี่คุณทิชากับคุณพราวฟ้าค่ะ”
เด็กชายมองหน้าพวกเธอก่อนจะยกมือสวัสดีตามคำบอกของคนเป็แม่
“สวัสดีครับคุณทิชาแล้วก็คุณพราวฟ้า”
พราวฟ้ายิ้มหวานรับไหว้จากเด็กผู้ชายก่อนจะสะกิดให้ทิชาที่เงียบ
จนเธอคิดว่าเขาไม่ได้นั่งอยู่ด้วยกันแล้วให้มีสติขึ้นมา
ทิชายิ้มแก้เก้อเล็กน้อยก่อนจะรับไหว้เด็กผู้ชายตรงหน้าเช่นกัน
เด็กผู้ชายคนนั้นมองหน้าเธอไม่หยุดสายตาเขาเหมือนเด็กผู้ชายที่ยื่นหัวให้เธอลูบเมื่อหลายวันก่อนเลย
ต่างกันแค่ดวงตาที่ไม่ได้มีแค่ตาดำอีกแล้วทิชาขนลุกซู่ไปทั้งตัวเธอไม่คิดว่านี่มันจะเป็เื่บังเอิญ
การที่เธอเห็นเด็กผู้ชายคนนี้มันเหมือนเป็การเตือนเธอว่าเธอต้องภารกิจของตัวเองให้สำเร็จ
“คุณทิชาเป็อะไรหรือเปล่าคะ?”
ทิชาต้องสะดุ้งอีกครั้งกับเสียงกระซิบข้างๆหูจากคุณพราวฟ้า
เธอถึงได้รู้สึกตัวว่าเธออาจจะทำตัวแปลก ผิดปกติจนคุณคีตาสงสัยได้
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะเอาเป็ว่าเื่งานเลี้ยงบริษัทก็เป็ไปตามที่เราคุยกันนะคะคุณคีตา”
หญิงสาวฉีกยิ้มหวานให้กับฝ่ายตรงข้ามก่อนที่คุณคีตาจะตอบรับทันที
ทิชาและพราวฟ้าขอตัวกลับในเวลาถัดมาโดยมีคุณคีตาและลูกชายตามมาส่ง
เธอแอบค้อนสายตาให้กับพนักงานผู้ชายคนนั้นอีกด้วย
ไม่ทันทีที่ทิชาจะเดินออกจากร้านแหวนสีทองที่คุณนลินเคยทิ้งไว้ให้เธอก็ร่วงลงมาจากกระเป๋าเสื้อของทิชา
แหวนวงนั้นวิ่งหลุนๆไปทางคุณคีตาก่อนที่เขาจะก้มหยิบมันขึ้นมาเพื่อที่จะส่งคืนให้เธอ
แต่หากสายที่เห็นชื่อที่สลักอยู่ภายใต้วงแหวนนั้น
“นลิน…”
คุณคีตาพูดออกมาเสียงเบาแต่หากคำพูดนั้นกลับดังสะท้อนไปทั้งใจของเขาเอง
ทิชาไม่ได้ยินสิ่งที่คุณคีตาพูด หรือว่าเขาจะเห็นชื่อในแหวนวงนั้น ?
“คุณคีตาเป็อะไรหรือเปล่าคะ?”
อีกฝ่ายเมื่อถูกถามอย่างนั้นก็รีบปฏิเสธทันควันและรีบส่งแหวนคืนทิชาโดนทันที
พราวฟ้าเลิกคิ้วด้วยความสงสัยเล็กน้อยกับท่าทางของคุณคีตา
ไหนจะสีหน้าที่ซีดลงไปนั่นอีกแต่เมื่อหันไปพบหน้านิ่งๆที่แฝงไปด้วยความพอใจของคุณทิชาแล้วความสงสัยเธอก็คลายลง
“เจอกันที่งานเลี้ยงนะคะคุณคีตา…”
เธอมั่นใจแล้วว่าคนนี้แหละถูกคนแน่นอน