มันมีอะไรน่าแปลกอย่างนั้นเหรอ? แสงสีดำนี่นะเหรอ? ทำไมผู้ดูแลต้องทำท่าทางตกใจขนาดนั้นด้วย
“คุณเป็นอะไรรึเปล่าผู้ดูแล”
“เป็นไปไม่ได้...มันน่าจะหายไปนานแล้วนี่นาพลังแบบนี้”
“คุณผู้ดูแลครับ คุณเป็นอะไรรึเปล่า”
เหมือนกับว่าคำพูดครั้งที่สองจะทำให้เธอได้สติขึ้นมา เธอมองที่ตัวของผมก่อนจะแสดงสีหน้าเห็นใจเล็กน้อยราวกับมองดูคนที่กำลังจะสูญเสียทุกอย่างไป
“ขออภัยที่ฉันแสดงท่าทีแบบนั้นออกไปเพราะพลังของคุณซัมเมอร์ที่แสดงออกมานั้น มันคือหนึ่งในพลังที่หายสาบสูญไปนานแสนนานแล้ว”
“พลังอะไรอย่างนั้นเหรอ?”
“มันก็คือ...พลังต้นกำเนิดแห่งความมืด พลังชนิดนี้ถือเป็นพลังที่เป็นสุดยอดที่สุดในบรรดาพลังทั้งหมดทั้งมวลแต่ว่ามันก็ไม่ได้ถูกยอมรับในโลกแห่งนี้แต่มันจะถูกมองว่าเป็นพลังที่ไร้ประโยชน์”
“เพราะอะไรถึงทำให้ผู้คนคิดแบบนั้น?”
“เป็นเพราะว่าพลังแห่งความมืดเป็นพลังที่ใช้ไปแล้วจะถูกครอบงำจิตใจของผู้ใช้ไปทีละนิดจนกระทั่งกลายเป็นบ้าเสียสติไป สุดท้ายก็จะเปลี่ยนกลายเป็นแค่ซากศพเดินเท่านั้น”
“เรื่องแค่นี้เองคุณไม่ต้องคิดมากเรื่องผมก็ได้ เอาเถอะมันจะเป็นยังไงผมก็แค่มีชีวิตอยู่ให้ได้ก็เท่านั้น ถึงเวลาที่คุณต้องบอกแรงค์ของผมมาแล้วนะ”
“ตามปกติแล้วความสามารถที่เป็นถึงพลังที่สุดยอดที่สุดของบรรดาพลังทั้งหมดทันทีที่วัดแรงค์ไปแบบนี้คุณจะต้องได้อย่างน้อยก็แรงค์ E แล้วแต่ฉันขออภัยจริงๆที่ต้องพูดว่าคุณจะไม่สามารถทำแบบนั้นได้นั่นก็เพราะสิ่งที่ฉันได้กล่าวไปในตอนแรกก็คือพลังนี้ไม่เป็นที่ยอมรับและนับว่าเป็นสิ่งไร้ประโยชน์ในโลกใบนี้เพราะฉะนั้นฉันจึงสามารถอนุมัติให้ได้แค่แรงค์ G ที่เป็นแรงค์ต่ำที่สุดให้คุณได้”
“เมื่อคุณอยู่แรงค์ใดก็ตามจะสามารถรับภารกิจมากกว่าแรงค์ตนเองได้หนึ่งแรงค์ อย่างน้อยๆฉันจะคงสถานะให้คุณสามารถรับภารกิจที่เป็นแรงค์ D ให้ได้ จากที่คุณจะรับได้แค่ภารกิจที่อยู่แค่แรงค์ F เท่านั้น แต่ถ้าคุณแสดงความสามารถมากพอฉันจะทำเรื่องของยื่นเบื้องบนให้คุณเพิ่มแรงค์ขึ้นให้ได้”
ถึงแม้ว่าเธอจะตกใจและค่อนข้างวิตกกังวลไปกับตัวผมที่ได้พลังนี้มาแต่เธอก็เลือกที่จะแสดงการช่วยเหลือผมอย่างสุดกำลังมันแสดงให้เห็นถึงความจริงใจที่ออกมาจากใจของเธอและเธอก็นับเป็นคนสามารถเชื่อใจได้คนหนึ่งที่ผมเจอมาในชีวิตนี้
ในโลกก่อนของผมความเชื่อใจเป็นสิ่งที่สำคัญแต่ก็เป็นสิ่งที่เปราะบางไปด้วยเช่นกันเพราะฉะนั้นคนที่สามารถเชื่อใจได้จริงๆมีแค่ไม่กี่คนถ้าไม่นับภรรยาของผมทั้งหกคนกับเพื่อนตายที่สู้มาด้วยกันจนกระทั่งแก่เฒ่าแล้วละก็มีไม่ถึงสิบคนที่ผมเชื่อใจพวกเขาอย่างแท้จริง
“ขอบคุณมากนะครับ ถ้าอย่างนั้นก็ขอรบกวนด้วย คุณ...”
“ฉันมีชื่อว่า โซเฟีย เมเบล เรียกฉันว่าโซเฟียก็ได้”
“ถ้าเช่นนั้นคุณโซเฟียก็เรียกผมว่า โรเบิร์ต ได้เลยครับ”
“เข้าใจแล้ว คุณโรเบิร์ต”
หลังจากที่การวัดแรงค์จบลงผมก็ไปรับเอาบัตรประจำตัวของกิลด์มาเป็นที่เรียบร้อย เป้าหมายของผมวันนี้ก็คือการออกไปทดสอบทักษะกับพวกมอนสเตอร์เล็กน้อยรวมถึงการเพิ่มเลเวลให้ตนเองด้วย ผมจึงตัดสินใจเดินไปที่บอร์ดภารกิจที่เป็นจุดรวมภารกิจทั้งหมดของกิลด์ไว้ที่นั่น ผมไล่ดูตั้งแต่ภารกิจแรงค์ G ไปจนถึงแรงค์ E สรุปโดยรวมแล้วภารกิจที่ผมสามารถทำได้ก็คงไม่สามารถเร่งเกินแรงค์ F ได้
“ดูเหมือนว่าการที่เลือกภารกิจแรงค์ E ขึ้นไปจะไม่ใช่ความคิดที่ดีเลย เพราะเลเวลของผมตอนนี้ก็แค่เลเวลหนึ่งเพราะฉะนั้นถ้าเสี่ยงมากเกินไปจะไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ ถ้าแบบนั้นก็ต้องเอาแรงค์ F สักสองภารกิจก่อนก็แล้วกัน”
ผมเลือกภารกิจอยู่สักพักก็สามารถเลือกได้มันคือภารกิจ กำจัดหมาป่าขนเทาสิบตัว ส่วนอีกอันก็เป็นภารกิจ กำจัดก็อบลินสิบห้าตัว เมื่อเลือกได้แล้วก็นำไปยืนยันที่ผู้ดูแล
“คุณโรเบิร์ต คุณแน่ใจแล้วนะว่าจะทำสองภารกิจนี้”
“แน่ใจแล้ว ทำไมเหรอ?”
“แต่ว่าภารกิจพวกนี้มันใกล้เคียงกับแรงค์ E มากเพราะมันคือสุดยอดภารกิจที่สูงที่สุดในแรงค์ F แล้วฉันขอถามคุณอีกรอบคุณแน่ใจนะ”
“ผมสามารถทำมันได้แน่ไม่ต้องห่วงไป”
จากที่ผมจะไปทำภารกิจอย่างสบายใจทันใดนั้นเองก็มีเสียงเยาะเย้ยมาจากด้านหลัง
“เฮ้ โซเฟีย ไม่ต้องไปสนใจเจ้าหน้าใหม่ขนาดนั้นก็ได้ก็แค่พวกอวดดีคิดว่าตัวเองแข็งแกร่งก็เท่านั้น”
“ใช่ๆ โซเฟีย ไม่ต้องไปใส่ใจกับมันนัก ปล่อยให้มันร้องไห้เสียเงินสองเท่าคืนให้กับภารกิจก็พอเพราะมันทำไม่สำเร็จหรอก”
เจ้าของเสียงพวกนี้ก็คือชายสองคนที่มีร่างกายสูงใหญ่ ดวงตาของผมมองไปเห็นบัตรประจำตัวของกิลด์ของพวกเรามันเขียนว่าแรงค์ F ที่ปักอยู่บกหน้าอกของพวกเขา แรงค์ F ถือว่าเป็นแรงค์ที่สูงกว่าผมหนึ่งแรงค์ พวกเขายังเป็นคู่หูกันอีกสงสัยพวกมันไม่มีอะไรจะทำก็เลยมาหาเรื่องผม
“ฉันทำแบบนั้นไม่ได้เพราะงานแนะนำนักผจญภัยก็คืองานของฉัน พวกนายต่างหากที่ออกไปได้แล้วมาวุ่นวายอยู่กับเด็กใหม่อยู่ได้อยากให้รู้นะว่าพวกนายคิดจะมาสั่งสอนเขา”
“ฮ่า ฮ่า แล้วจะทำไมก็พวกกระจอกไม่ควรมาเป็นนักผจญภัยของที่นี่ ดูไปดูมาแล้วเจ้านี่ก็ไม่ได้ดูแข็งแกร่งอะไรมากมายทำไมพวกฉันต้องไว้หน้ามันด้วย แถมมันยังวางท่าเป็นทำภารกิจที่มากเกินแรงค์ตัวเองไม่ประมาณตนเอาซะเลย”
แล้วทำไมพวกมันต้องมาเป็นห่วงผมด้วย ผมก็ไม่ได้ไปขอให้พวกมันมาเป็นห่วงผมสักหน่อย ไปที่ไหนก็ต้องเจอแต่พวกไม่คิดแบบนี้ผมละเอือมระอาจริงๆ
“ขอบคุณที่เป็นห่วงฉันนะแต่ฉันไม่ต้องการ”
“เมื่อสักครู่แกว่ายังไงนะ”
“ก็บอกว่าไม่อยากได้ยินเสียงนกเสียงกามาร้องแถวนี้คราวนี้ได้ยินชัดรึยัง”
“แก!”
โซเฟียที่ท่าไม่ดีรีบพูดเตือนก่อนที่พวกเขาสองคนคิดจะทำร้ายโรเบิร์ต
“เมท โทล หยุดเดี๋ยวนี้อยากโดนพักงานนักผจญภัยรึยังไง”
แต่ว่าเหมือนเสียงพูดเตือนของโซเฟียดังไปไม่ถึงเพราะหมัดที่อัดแน่นไปด้วยพลังทำลายสองหมัดพุ่งมาที่ตัวของผมคนละทิศทางเรียบร้อยแล้ว ไม่ใช่ว่าผมจะไม่มีวิธีรับมือเพราะผมเองก็คาดการณ์เอาไว้แล้วว่าผลมันต้องออกมาเป็นแบบนี้
โล่ดูดซับพลังงาน
โล่ที่เต็มไปด้วยพลังงานสีฟ้าขนาดใหญ่ปรากฏออกมาจากอากาศธาตุออกมาป้องกันพลังหมัดที่ปล่อยออกมาจากสองทิศทางของเมทและโทล ทำให้พวกเขาทั้งสองแปลกใจเล็กน้อยแต่ที่พวกเขาคิดก็คือถึงจะมีโล่มาป้องกันก็ไม่ได้หมายความว่าหมัดที่รุนแรงของพวกเขาจะไม่สามารถทำลายโล่ลงได้
ตูม!
แรงระเบิดจากการปะทะทำให้ทั้งตัวของผมและพวกเขาสองคนถูกกระแทกกระเด็นกันออกไปคนละทาง ดวงตาของผมก็มองไปยังพลังชีวิตของผมที่อยู่ใน “แถบสถานะ”
พลังชีวิต 37/99
นี่มันแรงเอาเรื่องเลยนะขนาดที่ว่าผมเอาโล่ดูดซับพลังงานออกมาใช้แต่ก็กันความเสียหายไปได้ไม่มาก
ติ้ง!
เรียนรู้ทักษะใหม่ทักษะติดตัว ต้านทานการกระแทก เลเวล 1
เรียนรู้ทักษะใหม่ทักษะติดตัว ต้านทานความเสียหายที่เกิดจากการใช้ทักษะระยะประชิด เลเวล 1
เมื่อหน้าต่างของแถบสถานะปรากฏพร้อมกับบอกว่าเรียนรู้ทักษะใหม่มันก็ทำให้ผมแปลกใจไปบ้างแต่ก็ดีแล้วที่มีทักษะนี้อย่างน้อยมันก็ช่วยต้านทานการชกของพวกมันได้
“นี่มันบ้าอะไรวะ ทำไมหมัดของฉันถึงชกโล่ที่บางๆแบบนั้นไม่เข้า”
“เฮ้ พวกมันไม่ธรรมดาต้องรีบกำจัดมันตอนที่ยังมีโอกาส ถ้าปล่อยให้มันเติบโตมากกว่านี้จะไม่ดีต่อพวกเรา”
“ตกลง”
พวกเขาทั้งสองตั้งใจจะพุ่งเข้ามาผมอีกรอบแล้วทำไมผมต้องยอมพวกมัน พอผมไม่ไปหาเรื่องใคร เรื่องมันก็ชอบมาที่ผมตลอดเพราะฉะนั้นการตัดปัญหาที่ถูกต้องก็คงไม่มีทางเลือกนอกจากฆ่าพวกเขาสองคนเป็นการตัดความแค้นและเพื่อไม่ให้พวกมันสามารถมาแว้งกัดผมได้อีกในอนาคต
เรื่องการฆ่าคนนั้นเป็นเรื่องเป็นปกติที่เกิดขึ้นแทบทุกวันในโลกก่อนเพราะในวงการธุรกิจถ้าคุณไม่แข็งแกร่งมากพอแล้วนั้นมันก็ทำให้ธุรกิจล้มละลายอย่างรวดเร็ว การกำจัดคู่แข่งและศัตรูนั้นเป็นเรื่องที่ควรทำเมื่อพวกมันทำอะไรเราไม่ได้มันก็จะหันไปเล่นงานคนใกล้ตัวแทนเพราะแบบนั้นจึงมีพวกนักธุรกิจมากมายจบลงด้วยการที่ครอบครัวของพวกเขาต้องตายกันทั้งหมดการที่จะจัดการตัดไฟตั้งแต่ต้นลมต้องเป็นฝ่ายเราที่เดินหน้าก่อนพวกมัน ฆ่าล้างให้หมดไม่ให้หลงเหลือความแค้นที่จะส่งต่อไปได้
รังสรรค์
ปืนสั้นที่เป็นโมเดลหลักของพลังงานไฟฟ้าที่มีความรุนแรงที่สามารถเจาะทะลุได้แม้กระทั่งเกราะที่แข็งที่สุดในโลกก่อนถึงแม้ว่ามันจะถูกกดความสามารถลงจนเหลือหนึ่งในร้อยเพราะเลเวลของทักษะรังสรรค์แต่เท่านี้ก็เพียงพอที่จะปิดบัญชีแล้ว
ปืนคลื่นพลังงานไฟฟ้า ไม่สมบูรณ์ พลังโจมตี 200 ทักษะเฉพาะตัว เมื่อกระสุนสัมผัสเข้ากับสิ่งใดจะทำให้เกิดการระเบิดขึ้น และมันจะไม่หยุดจนกว่าจะทำลายเป้าหมายได้
จากนั้นก็ตามด้วยทักษะต่อไป
อัพเกรด
สำเร็จ ปืนคลื่นพลังงานไฟฟ้า ไม่สมบูรณ์ + 1 พลังโจมตี 222 ทักษะเฉพาะตัว เมื่อกระสุนสัมผัสเข้ากับสิ่งใดจะทำให้เกิดการระเบิดขึ้น และมันจะไม่หยุดจนกว่าจะทำลายเป้าหมายได้
สำเร็จ ปืนคลื่นพลังงานไฟฟ้า ไม่สมบูรณ์ + 2 พลังโจมตี 244 ทักษะเฉพาะตัว เมื่อกระสุนสัมผัสเข้ากับสิ่งใดจะทำให้เกิดการระเบิดขึ้น และมันจะไม่หยุดจนกว่าจะทำลายเป้าหมายได้
...
สำเร็จ ปืนคลื่นพลังงานไฟฟ้า ไม่สมบูรณ์ + 10 พลังโจมตี 420 ทักษะเฉพาะตัว เมื่อกระสุนสัมผัสเข้ากับสิ่งใดจะทำให้เกิดการระเบิดขึ้น และมันจะไม่หยุดจนกว่าจะทำลายเป้าหมายได้
“ตายไปให้หมด เอานี่ไปกิน”
ปัง! ปัง! ปัง! . . .