เกิดใหม่ต่างโลกกับการผจญภัยครั้งใหม่ในโลกเวทมนตร์

    ตอนที่ 6 เรื่องมาหาถึงที่

    มันมีอะไรน่าแปลกอย่างนั้นเหรอ? แสงสีดำนี่นะเหรอ? ทำไมผู้ดูแลต้องทำท่าทางตกใจขนาดนั้นด้วย
    “คุณเป็นอะไรรึเปล่าผู้ดูแล”
    “เป็นไปไม่ได้...มันน่าจะหายไปนานแล้วนี่นาพลังแบบนี้”
    “คุณผู้ดูแลครับ คุณเป็นอะไรรึเปล่า”
    เหมือนกับว่าคำพูดครั้งที่สองจะทำให้เธอได้สติขึ้นมา เธอมองที่ตัวของผมก่อนจะแสดงสีหน้าเห็นใจเล็กน้อยราวกับมองดูคนที่กำลังจะสูญเสียทุกอย่างไป
    “ขออภัยที่ฉันแสดงท่าทีแบบนั้นออกไปเพราะพลังของคุณซัมเมอร์ที่แสดงออกมานั้น มันคือหนึ่งในพลังที่หายสาบสูญไปนานแสนนานแล้ว”
    “พลังอะไรอย่างนั้นเหรอ?”
    “มันก็คือ...พลังต้นกำเนิดแห่งความมืด พลังชนิดนี้ถือเป็นพลังที่เป็นสุดยอดที่สุดในบรรดาพลังทั้งหมดทั้งมวลแต่ว่ามันก็ไม่ได้ถูกยอมรับในโลกแห่งนี้แต่มันจะถูกมองว่าเป็นพลังที่ไร้ประโยชน์”
    “เพราะอะไรถึงทำให้ผู้คนคิดแบบนั้น?”
    “เป็นเพราะว่าพลังแห่งความมืดเป็นพลังที่ใช้ไปแล้วจะถูกครอบงำจิตใจของผู้ใช้ไปทีละนิดจนกระทั่งกลายเป็นบ้าเสียสติไป สุดท้ายก็จะเปลี่ยนกลายเป็นแค่ซากศพเดินเท่านั้น”
    “เรื่องแค่นี้เองคุณไม่ต้องคิดมากเรื่องผมก็ได้ เอาเถอะมันจะเป็นยังไงผมก็แค่มีชีวิตอยู่ให้ได้ก็เท่านั้น ถึงเวลาที่คุณต้องบอกแรงค์ของผมมาแล้วนะ”
    “ตามปกติแล้วความสามารถที่เป็นถึงพลังที่สุดยอดที่สุดของบรรดาพลังทั้งหมดทันทีที่วัดแรงค์ไปแบบนี้คุณจะต้องได้อย่างน้อยก็แรงค์ E แล้วแต่ฉันขออภัยจริงๆที่ต้องพูดว่าคุณจะไม่สามารถทำแบบนั้นได้นั่นก็เพราะสิ่งที่ฉันได้กล่าวไปในตอนแรกก็คือพลังนี้ไม่เป็นที่ยอมรับและนับว่าเป็นสิ่งไร้ประโยชน์ในโลกใบนี้เพราะฉะนั้นฉันจึงสามารถอนุมัติให้ได้แค่แรงค์ G ที่เป็นแรงค์ต่ำที่สุดให้คุณได้”
    “เมื่อคุณอยู่แรงค์ใดก็ตามจะสามารถรับภารกิจมากกว่าแรงค์ตนเองได้หนึ่งแรงค์ อย่างน้อยๆฉันจะคงสถานะให้คุณสามารถรับภารกิจที่เป็นแรงค์ D ให้ได้ จากที่คุณจะรับได้แค่ภารกิจที่อยู่แค่แรงค์ F เท่านั้น แต่ถ้าคุณแสดงความสามารถมากพอฉันจะทำเรื่องของยื่นเบื้องบนให้คุณเพิ่มแรงค์ขึ้นให้ได้”
    ถึงแม้ว่าเธอจะตกใจและค่อนข้างวิตกกังวลไปกับตัวผมที่ได้พลังนี้มาแต่เธอก็เลือกที่จะแสดงการช่วยเหลือผมอย่างสุดกำลังมันแสดงให้เห็นถึงความจริงใจที่ออกมาจากใจของเธอและเธอก็นับเป็นคนสามารถเชื่อใจได้คนหนึ่งที่ผมเจอมาในชีวิตนี้
    ในโลกก่อนของผมความเชื่อใจเป็นสิ่งที่สำคัญแต่ก็เป็นสิ่งที่เปราะบางไปด้วยเช่นกันเพราะฉะนั้นคนที่สามารถเชื่อใจได้จริงๆมีแค่ไม่กี่คนถ้าไม่นับภรรยาของผมทั้งหกคนกับเพื่อนตายที่สู้มาด้วยกันจนกระทั่งแก่เฒ่าแล้วละก็มีไม่ถึงสิบคนที่ผมเชื่อใจพวกเขาอย่างแท้จริง
    “ขอบคุณมากนะครับ ถ้าอย่างนั้นก็ขอรบกวนด้วย คุณ...”
    “ฉันมีชื่อว่า โซเฟีย เมเบล เรียกฉันว่าโซเฟียก็ได้”
    “ถ้าเช่นนั้นคุณโซเฟียก็เรียกผมว่า โรเบิร์ต ได้เลยครับ”
    “เข้าใจแล้ว คุณโรเบิร์ต”
    หลังจากที่การวัดแรงค์จบลงผมก็ไปรับเอาบัตรประจำตัวของกิลด์มาเป็นที่เรียบร้อย เป้าหมายของผมวันนี้ก็คือการออกไปทดสอบทักษะกับพวกมอนสเตอร์เล็กน้อยรวมถึงการเพิ่มเลเวลให้ตนเองด้วย ผมจึงตัดสินใจเดินไปที่บอร์ดภารกิจที่เป็นจุดรวมภารกิจทั้งหมดของกิลด์ไว้ที่นั่น ผมไล่ดูตั้งแต่ภารกิจแรงค์ G ไปจนถึงแรงค์ E สรุปโดยรวมแล้วภารกิจที่ผมสามารถทำได้ก็คงไม่สามารถเร่งเกินแรงค์ F ได้
    “ดูเหมือนว่าการที่เลือกภารกิจแรงค์ E ขึ้นไปจะไม่ใช่ความคิดที่ดีเลย เพราะเลเวลของผมตอนนี้ก็แค่เลเวลหนึ่งเพราะฉะนั้นถ้าเสี่ยงมากเกินไปจะไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ ถ้าแบบนั้นก็ต้องเอาแรงค์ F สักสองภารกิจก่อนก็แล้วกัน”
    ผมเลือกภารกิจอยู่สักพักก็สามารถเลือกได้มันคือภารกิจ กำจัดหมาป่าขนเทาสิบตัว ส่วนอีกอันก็เป็นภารกิจ กำจัดก็อบลินสิบห้าตัว เมื่อเลือกได้แล้วก็นำไปยืนยันที่ผู้ดูแล
    “คุณโรเบิร์ต คุณแน่ใจแล้วนะว่าจะทำสองภารกิจนี้”
    “แน่ใจแล้ว ทำไมเหรอ?”
    “แต่ว่าภารกิจพวกนี้มันใกล้เคียงกับแรงค์ E มากเพราะมันคือสุดยอดภารกิจที่สูงที่สุดในแรงค์ F แล้วฉันขอถามคุณอีกรอบคุณแน่ใจนะ”
    “ผมสามารถทำมันได้แน่ไม่ต้องห่วงไป”
    จากที่ผมจะไปทำภารกิจอย่างสบายใจทันใดนั้นเองก็มีเสียงเยาะเย้ยมาจากด้านหลัง
    “เฮ้ โซเฟีย ไม่ต้องไปสนใจเจ้าหน้าใหม่ขนาดนั้นก็ได้ก็แค่พวกอวดดีคิดว่าตัวเองแข็งแกร่งก็เท่านั้น”
    “ใช่ๆ โซเฟีย ไม่ต้องไปใส่ใจกับมันนัก ปล่อยให้มันร้องไห้เสียเงินสองเท่าคืนให้กับภารกิจก็พอเพราะมันทำไม่สำเร็จหรอก”
    เจ้าของเสียงพวกนี้ก็คือชายสองคนที่มีร่างกายสูงใหญ่ ดวงตาของผมมองไปเห็นบัตรประจำตัวของกิลด์ของพวกเรามันเขียนว่าแรงค์ F ที่ปักอยู่บกหน้าอกของพวกเขา แรงค์ F ถือว่าเป็นแรงค์ที่สูงกว่าผมหนึ่งแรงค์ พวกเขายังเป็นคู่หูกันอีกสงสัยพวกมันไม่มีอะไรจะทำก็เลยมาหาเรื่องผม
    “ฉันทำแบบนั้นไม่ได้เพราะงานแนะนำนักผจญภัยก็คืองานของฉัน พวกนายต่างหากที่ออกไปได้แล้วมาวุ่นวายอยู่กับเด็กใหม่อยู่ได้อยากให้รู้นะว่าพวกนายคิดจะมาสั่งสอนเขา”
    “ฮ่า ฮ่า แล้วจะทำไมก็พวกกระจอกไม่ควรมาเป็นนักผจญภัยของที่นี่ ดูไปดูมาแล้วเจ้านี่ก็ไม่ได้ดูแข็งแกร่งอะไรมากมายทำไมพวกฉันต้องไว้หน้ามันด้วย แถมมันยังวางท่าเป็นทำภารกิจที่มากเกินแรงค์ตัวเองไม่ประมาณตนเอาซะเลย”
    แล้วทำไมพวกมันต้องมาเป็นห่วงผมด้วย ผมก็ไม่ได้ไปขอให้พวกมันมาเป็นห่วงผมสักหน่อย ไปที่ไหนก็ต้องเจอแต่พวกไม่คิดแบบนี้ผมละเอือมระอาจริงๆ
    “ขอบคุณที่เป็นห่วงฉันนะแต่ฉันไม่ต้องการ”
    “เมื่อสักครู่แกว่ายังไงนะ”
    “ก็บอกว่าไม่อยากได้ยินเสียงนกเสียงกามาร้องแถวนี้คราวนี้ได้ยินชัดรึยัง”
    “แก!”
    โซเฟียที่ท่าไม่ดีรีบพูดเตือนก่อนที่พวกเขาสองคนคิดจะทำร้ายโรเบิร์ต
    “เมท โทล หยุดเดี๋ยวนี้อยากโดนพักงานนักผจญภัยรึยังไง”
    แต่ว่าเหมือนเสียงพูดเตือนของโซเฟียดังไปไม่ถึงเพราะหมัดที่อัดแน่นไปด้วยพลังทำลายสองหมัดพุ่งมาที่ตัวของผมคนละทิศทางเรียบร้อยแล้ว ไม่ใช่ว่าผมจะไม่มีวิธีรับมือเพราะผมเองก็คาดการณ์เอาไว้แล้วว่าผลมันต้องออกมาเป็นแบบนี้
    โล่ดูดซับพลังงาน
    โล่ที่เต็มไปด้วยพลังงานสีฟ้าขนาดใหญ่ปรากฏออกมาจากอากาศธาตุออกมาป้องกันพลังหมัดที่ปล่อยออกมาจากสองทิศทางของเมทและโทล ทำให้พวกเขาทั้งสองแปลกใจเล็กน้อยแต่ที่พวกเขาคิดก็คือถึงจะมีโล่มาป้องกันก็ไม่ได้หมายความว่าหมัดที่รุนแรงของพวกเขาจะไม่สามารถทำลายโล่ลงได้
    ตูม!
    แรงระเบิดจากการปะทะทำให้ทั้งตัวของผมและพวกเขาสองคนถูกกระแทกกระเด็นกันออกไปคนละทาง ดวงตาของผมก็มองไปยังพลังชีวิตของผมที่อยู่ใน “แถบสถานะ”
    พลังชีวิต 37/99
    นี่มันแรงเอาเรื่องเลยนะขนาดที่ว่าผมเอาโล่ดูดซับพลังงานออกมาใช้แต่ก็กันความเสียหายไปได้ไม่มาก
    ติ้ง!
    เรียนรู้ทักษะใหม่ทักษะติดตัว ต้านทานการกระแทก เลเวล 1
    เรียนรู้ทักษะใหม่ทักษะติดตัว ต้านทานความเสียหายที่เกิดจากการใช้ทักษะระยะประชิด เลเวล 1

    เมื่อหน้าต่างของแถบสถานะปรากฏพร้อมกับบอกว่าเรียนรู้ทักษะใหม่มันก็ทำให้ผมแปลกใจไปบ้างแต่ก็ดีแล้วที่มีทักษะนี้อย่างน้อยมันก็ช่วยต้านทานการชกของพวกมันได้
    “นี่มันบ้าอะไรวะ ทำไมหมัดของฉันถึงชกโล่ที่บางๆแบบนั้นไม่เข้า”
    “เฮ้ พวกมันไม่ธรรมดาต้องรีบกำจัดมันตอนที่ยังมีโอกาส ถ้าปล่อยให้มันเติบโตมากกว่านี้จะไม่ดีต่อพวกเรา”
    “ตกลง”
    พวกเขาทั้งสองตั้งใจจะพุ่งเข้ามาผมอีกรอบแล้วทำไมผมต้องยอมพวกมัน พอผมไม่ไปหาเรื่องใคร เรื่องมันก็ชอบมาที่ผมตลอดเพราะฉะนั้นการตัดปัญหาที่ถูกต้องก็คงไม่มีทางเลือกนอกจากฆ่าพวกเขาสองคนเป็นการตัดความแค้นและเพื่อไม่ให้พวกมันสามารถมาแว้งกัดผมได้อีกในอนาคต
    เรื่องการฆ่าคนนั้นเป็นเรื่องเป็นปกติที่เกิดขึ้นแทบทุกวันในโลกก่อนเพราะในวงการธุรกิจถ้าคุณไม่แข็งแกร่งมากพอแล้วนั้นมันก็ทำให้ธุรกิจล้มละลายอย่างรวดเร็ว การกำจัดคู่แข่งและศัตรูนั้นเป็นเรื่องที่ควรทำเมื่อพวกมันทำอะไรเราไม่ได้มันก็จะหันไปเล่นงานคนใกล้ตัวแทนเพราะแบบนั้นจึงมีพวกนักธุรกิจมากมายจบลงด้วยการที่ครอบครัวของพวกเขาต้องตายกันทั้งหมดการที่จะจัดการตัดไฟตั้งแต่ต้นลมต้องเป็นฝ่ายเราที่เดินหน้าก่อนพวกมัน ฆ่าล้างให้หมดไม่ให้หลงเหลือความแค้นที่จะส่งต่อไปได้
    รังสรรค์
    ปืนสั้นที่เป็นโมเดลหลักของพลังงานไฟฟ้าที่มีความรุนแรงที่สามารถเจาะทะลุได้แม้กระทั่งเกราะที่แข็งที่สุดในโลกก่อนถึงแม้ว่ามันจะถูกกดความสามารถลงจนเหลือหนึ่งในร้อยเพราะเลเวลของทักษะรังสรรค์แต่เท่านี้ก็เพียงพอที่จะปิดบัญชีแล้ว
    ปืนคลื่นพลังงานไฟฟ้า ไม่สมบูรณ์ พลังโจมตี 200 ทักษะเฉพาะตัว เมื่อกระสุนสัมผัสเข้ากับสิ่งใดจะทำให้เกิดการระเบิดขึ้น และมันจะไม่หยุดจนกว่าจะทำลายเป้าหมายได้

    จากนั้นก็ตามด้วยทักษะต่อไป
    อัพเกรด
    สำเร็จ ปืนคลื่นพลังงานไฟฟ้า ไม่สมบูรณ์ + 1 พลังโจมตี 222 ทักษะเฉพาะตัว เมื่อกระสุนสัมผัสเข้ากับสิ่งใดจะทำให้เกิดการระเบิดขึ้น และมันจะไม่หยุดจนกว่าจะทำลายเป้าหมายได้
    สำเร็จ ปืนคลื่นพลังงานไฟฟ้า ไม่สมบูรณ์ + 2 พลังโจมตี 244 ทักษะเฉพาะตัว เมื่อกระสุนสัมผัสเข้ากับสิ่งใดจะทำให้เกิดการระเบิดขึ้น และมันจะไม่หยุดจนกว่าจะทำลายเป้าหมายได้
    ...
    สำเร็จ ปืนคลื่นพลังงานไฟฟ้า ไม่สมบูรณ์ + 10 พลังโจมตี 420 ทักษะเฉพาะตัว เมื่อกระสุนสัมผัสเข้ากับสิ่งใดจะทำให้เกิดการระเบิดขึ้น และมันจะไม่หยุดจนกว่าจะทำลายเป้าหมายได้

    “ตายไปให้หมด เอานี่ไปกิน”
    ปัง! ปัง! ปัง! . .

    .