"รายงานนี่…. เื่จริงงั้นเหรอ" เสียงพูดคุยดังขึ้นภายในห้องทำงานแห่งหนึ่ง ภายในนี้มีคนสามคนคุยกันอยู่
"เราได้รับแจ้งมาครับ ทางเอเชียตอนนี้้านักวิจัยและบุคลากรด้านต่างๆ เพื่อวิเคราะห์และพัฒนาเทคโนโลยีของพวกต่างดาวครับ" เขายืนอยู่หน้าโต๊ะและรายงานข้อมูลที่พึ่งได้รับมา
"สายของเรารู้มั้ยว่ามันได้มายังไง" ชาย1
"ดูเหมือนจะมีคนจัดการพวกต่างดาวลงได้และพามันมาที่ฐานครับ" ชาย2 กล่าวตอบ
" …. "
"ดูเหมือนตัวแปรสำคัญจะมาถึงแล้วล่ะ คุณจะเอายังไงต่อ.. " เสียงผู้หญิงที่กำลังนั่งอยู่บนโซฟารับแขกดังขึ้น
"สั่งนักวิจัยไปและกำชับด้วยว่าให้เก็บข้อมูลกลับมาให้ได้มากที่สุด… พัฒนาเฉพาะบางอย่างที่มีประโยชน์ต่อส่วนรวมเท่านั้น งานวิจัยหลักๆ ห้ามเผยแพร่เด็ดขาด" ชาย1 สั่งด้วยใบหน้าเคร่งขรึม
"แต่ท่านครับ แบบนี้มันจะไม่เป็ปัญหาต่อากับพวกต่างดาวเหรอครับ?"
"ถึงเราจะไม่ทำ..มันก็จะมีคนอื่นทำอยู่แล้ว แค่ช่วยคนอื่นในงานหลักๆ ก็พอ" ชาย1 กล่าวพร้อมกับหันหน้ามามองผู้ชายที่อยู่ตรงหน้า "อย่าลืมสิว่าหลังจัดการพวกมนุษย์ต่างดาวได้ พวกเราก็ต้องมาแย่งชิงอำนาจกันเองอยู่ดี มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่จะไม่เก็บไพ่ลับไว้ในมือ"
"........ " ชาย2 เงียบไป
"ส่วนเื่คนที่ยึดยานของมนุษย์ต่างดาวกลับมาได้ ให้สืบความเป็มาของมันด้วย แต่ไม่ต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยว" ชาย1 สั่ง
"ครับ.. แต่ว่าทำไมเราถึงไม่.. "
"ไม่จำเป็ต้องใส่ใจ… ถ้าเรามีอุปกรณ์มากพอเราจะผลิตนักรบที่มีคุณภาพมากเท่าไหร่ก็ได้ เขามันก็เป็แค่คนที่ดวงดีนิดหน่อยเท่านั้นแหละ" ชาย1 ขัดคำถามของชาย2 ก่อนจะกล่าวด้วยรอยยิ้ม
"ไปจัดการงานที่สั่งให้สำเร็จ และอย่าลืมกำชับพวกนักวิจัยด้วย"
"ครับ" ชาย2 รับคำก่อนจะเดินออกจากห้องไป
"วางใจจังเลยนะ" เสียงของผู้หญิงดังขึ้นมา อายุของเธอน่าจะราว ๆ 30 ปี
"ไม่มีอะไรต้องกังวล.. ยังไงซะเราก็จะเป็มหาอำนาจเหมือนอย่างที่ผ่านมา" ชาย1 นั่งลงบนเก้าอี้พร้อมกับหยิบซิกก้าขึ้นมาจุด
"ดิฉันหมายถึงเื่ของคนที่ชื่อไรเซลนั่นต่างหาก" ผู้หญิงพูดขึ้นพร้อมกับหยิบรูปถ่ายที่วางบนโต๊ะขึ้นมาดู "การที่เขากำลังจะเปลี่ยนประวัติศาสตร์ของมนุษย์ในตอนนี้น่ะ มันไม่ได้มีผลแค่เื่กำลังทางทหารอย่างเดียวนะ สิ่งที่สำคัญคือจิตใจของผู้คนต่างหาก"
ฟู่ววว….. ชาย1 พ่นควันออกมา
"เราไม่เคยขาดคนที่มีความสามารถ แม้ว่าเขาจะทำประโยชน์จนคนทั่วไปเทิดทูนให้เป็ฮีโร่ แต่เมื่อเขาตายทุกอย่างก็จะเป็แค่ตำนานบทหนึ่ง" ชาย1
"นั่นสินะ.. " ผู้หญิงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเออออ เพียงแต่ในดวงตากลับมีบางสิ่งที่ชายคนนี้ไม่อาจสังเกตุเห็น
***********************************
เช้าของวันต่อมา
ไรเซลตื่นขึ้นมาในห้องรับรองที่กองทัพจัดไว้ให้ด้วยท่าทีเกียจคร้าน นี่เป็เวลานานแล้วที่เขาไม่ได้นอนสบายแบบนี้
เขาทำภารกิจส่วนตัวก่อนจะเดินออกมาด้านนอก
วันนี้เป็วันที่ผู้กองคาร์เตอร์จะพากำลังคนที่เขาขอไว้มาส่ง
"สวัสดีครับ" ทหารเฝ้ายามหน้าห้องรับรองกล่าวทักทายเขาพร้อมกับทำวันทยาหัตถ์ "พักผ่อนเป็ยังไงบ้างครับ"
"เต็มอิ่มเลยล่ะ ผมไม่ได้นอนสบายๆ แบบนี้นานแล้ว" ไรเซลพูดพร้อมกับบิดี้เีให้ดู
"แล้วจะทานอาหารก่อนมั้ยครับหรือจะไปที่ลานฝึกเลย" ทหาร1
"ออกกำลังกายก่อนกินอาหารน่ะดีที่สุดแล้ว เราไปรอที่ลานฝึกเลยดีกว่า" ไรเซลพูดพร้อมกับที่เดินนำไปล่วงหน้า เมื่อวานนี้เขาสำรวจฐานทัพมาหมดแล้ว
"ไฟแรงแต่เช้าเลยนะเนี่ย" ทหาร2
"รีบตามไปเถอะน่า เดี๋ยวไม่ทันดูเื่สนุกๆ " ทหาร1 พูดพร้อมกับส่งสายตารู้กันให้กับเพื่อน
.
.
.
ไรเซลพร้อมกับทหารยามมาถึงลานฝึกส่วนกลาง ่เช้านี้มีทหารกำลังออกกำลังกายอยู่มากมาย
ทันทีที่มาถึงสายตาทุกคู่ก็มองมาที่ไรเซลแทบทั้งหมด
เขายืนรอคาร์เตอร์โดยที่ไม่ได้สนใจสายตาที่มองมาเลยแม้แต่น้อย
หลังจากนั้นไม่นานคาร์เตอร์ก็เดินเข้ามาพร้อมกับทหาร 6 นาย แต่ละคนนั้นส่งกลิ่นอายฆ่าฟันหนักหน่วง
ไรเซลมองพร้อมกับขมวดคิ้ว เขากำลังพิจารณาแต่ละคนอยู่
"ไม่นึกว่าจะมาถึงก่อนผมนะเนี่ย" คาร์เตอร์กล่าวด้วยรอยยิ้ม
"พอดีว่าผมตื่นแต่เช้าน่ะ เลยออกมาเดินเล่นรอ" ไรตอบกลับด้วยรอยยิ้ม "งั้นนี่ก็คือคนที่คุณคัดมาแล้วสินะครับ"
"นี่คือหน่วยพิเศษที่ผ่านการรบในาต่างดาวมาหลายครั้งแล้วครับ พวกเขามีความสามารถด้านการจู่โจมและลอบสังหารสูงมาก" คาร์เตอร์ตอบไรเซลพร้อมกับหันไปมองคนทั้ง 6
"แน่นอนว่าพวกเขาทุกคนผ่านสมรภูมิมาเยอะมาก ผมัักลิ่นอายที่ออกมาจากตัวพวกเขาได้" ไรเซลมองตามคาร์เตอร์ก่อนจะพูดขึ้นมาอีกว่า "แต่ที่ผมอยากได้คือคนที่เป็ปรมาจารย์ด้านการต่อสู้ ไม่ใช่หน่วยพิเศษที่ผ่านามามากมาย ผมคงไม่ได้พูดผิดใช่มั้ยคุณคาร์เตอร์"
"ผมเข้าใจที่คุณจะบอกนะคุณไรเซล แต่สำหรับผมภารกิจชิงอาวุธพวกต่างดาวครั้งนี้ การใช้ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์มันน่าจะดีกว่าเอาพวกที่ไม่เคยออกรบไปด้วยเป็ไหนๆ" คาร์เตอร์พูดด้วยสีหน้าจริงจัง ทหารหน่วยพิเศษทั้ง 6 ที่มากับเขาตอนนี้ก็เริ่มจะมีน้ำโหแล้ว ที่พวกเขาจะมาช่วยงานในครั้งนี้หากไม่ใช่เพราะคาร์เตอร์เป็คนไปทาบทามพวกเขาคงไม่คิดจะมาแน่ แต่ไอ้เด็กนี่กลับบอกว่าไม่อยากได้พวกเขาซะงั้น
ภายในฐานทัพภาคที่ 3 ไม่มีใครเชื่อเลยซักนิดว่าไรเซลอาศัยความสามารถของตัวเองเอาชนะพวกต่างดาวมาได้
"พอเถอะคาร์เตอร์.. นี่นายคิดจริงจังเหรอว่าไอ้เด็กนี่มันจะมีปัญญาไปทำอะไรได้จริงๆ" ชายที่อยู่ข้างๆ คาร์เตอร์พูดขึ้น ประมาณจากอายุน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกัน เขาตัดผมทรงสกินเฮ้ด หน้าเหลี่ยม มีเคราเล็กน้อย รูปร่างสูงใหญ่ จากลักษณะแล้วดูเหมือนจะเป็คนเอเชีย
"...... " ไรเซลไม่ได้พูดอะไร เพียงมองด้วยท่าทางเรียบเฉยเช่นเดิม
" เฮ้ออ…. " ไรเซลถอนหายใจ "ดูเหมือนว่าคุณอยากจะทดสอบผมสินะ… งั้นก็มาเริ่มกันเถอะ" เขาหันหลังและเดินออกมาลานกว้างก่อนจะหยุดลง
"พวกคุณจะเริ่มยังไงก็ได้ และตอนนี้ผมไม่ได้ใช้อาวุธอะไรเลยนอกจากร่างกายตัวเอง" ไรเซลกอดอกพร้อมกับมองไปทางคนทั้ง 6 เขารอให้พวกหน่วยพิเศษนี้เคลื่อนไหว
"จะเอายังไง" ชายหน้าเหลี่ยมถามคาร์เตอร์
"นายเป็คนอยากลองเองไม่ใช่รึไง งั้นก็แล้วแต่จะทำเถอะ" คาร์เตอร์ไม่คิดจะห้ามอยู่แล้ว เขาเองก็อยากประเมินความสามารถของไรเซลเหมือนกัน
"มั่นใจจังเลยนะเ้าหนู อยากดวลเดี่ยวหรืออยากโดนรุมล่ะ" ชายหน้าเหลี่ยมะโถาม
"แล้วแต่จะสะดวก ถ้าปกติทำงานเป็ทีมก็เข้ามาพร้อมกันนั่นแหละ แต่ถ้ามั่นใจในตัวเองมากกว่าก็มาทีละคน" ไรเซลยังคงรอคอยอย่างไม่สะทกสะท้าน
"ดูเหมือนเื่จะไม่ง่ายอย่างที่ตาเห็นซะแล้ว" ผู้หญิงผมบอล์นที่อยู่ตรงกลางเพื่อนถามออกมา เธอเป็ผู้หญิงคนเดียวในกลุ่ม แม้ว่าใบหน้าจะมีผ้าปิดปากปิดเอาไว้ แต่ดวงตากลมโตของเธอดูแล้วช่างมีสเน่ห์เหลือเกิน เธอน่าจะเป็คนสวยคนหนึ่ง
"เขาไม่ธรรมดาแน่นอนอยู่แล้ว เพราะงั้นเราก็เข้าไปพร้อมกันนั่นแหละ" หน้าเหลี่ยมพูดพร้อมส่งสัญญาณมือ
พวกเขาขยับตัวเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว รอบของไรเซลตอนนี้มีหนึ่งคนด้านซ้ายและขวา ด้านหน้าสองคน ถัดมาเป็หน้าเหลี่ยม และท้ายสุดคือสาวผมบอร์น
ไม่ต้องรอให้พวกเขาเป็ฝ่ายเริ่มก่อน ไรเซลเปิดฉากด้วยการพุ่งออกไปโจมตีสองคนที่อยู่ด้านหน้า
“เร็วมาก” ชายที่อยู่ด้านขวาอุทานออกมาพร้อมกับยกแขนขึ้นมาการ์ดรับลูกเตะของไรเซล
ตึกกกก!!
เสียงทึบทึมดังขึ้นหนึงครั้งก่อนจะส่งร่างชายตรงหน้าพุ่งไปหาเพื่อนที่อยู่ด้านข้าง เขาไม่สามารถสู้ต่อได้อีกแล้ว
“หนักหน่วงอะไรขนาดนี้!! ชายที่กำลังหลบร่างของเพื่อนที่กำลังจะโดนกระแทกอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา
เขาพลิกตัวพร้อมกับส่งลูกถีบออกไป ไรเซลปฏิกิริยาตอบสนองว่องไว
แปะ.. ฟุ่บ… ไรเซลวางมือไว้บนปลายเท้าที่อีกฝ่ายใช้โจมตีเข้ามาพร้อกับใช้มันเป็แท่นรองเพื่อดีดตัวขึ้นกลางอากาศ
วูบบบบบบบบบบ
ตึง!!
ไรเซลพลิกตัวพร้อมกับส่งลูกถีบขาคู่เข้าไปที่กลางลำตัวของอีกฝ่าย ลูกถีบนี้ส่งผลให้ร่างของชายคนนี้กระเด็นถอยหลังกลิ้งขลุก ๆ
ยังไม่ทันได้พัก สองคนที่ถูกไรเซลทิ้งเอาไว้ก็รุดเข้ามาถึงด้านหลังแล้ว พวกเขาส่งทั้งหมัดและลูกเตะเขาใส่ไรเซลปานห่าฝน
ไรเซลที่อยู่กลางอากาศโยกตัวหลบพร้อมกับใช้มือและขาที่โจมตีเขาอยู่นั้นแทนแท่นเหยียบ เขาคว้ามือของคนที่อยู่ด้านซ้ายเอาไว้ก่อนที่จะเหวี่ยงตัวเขาเองลงไป
ไรเซลใช้ศอกสั้นแทงเช้าไปที่ซี่โครงของอีกฝ่ายระหว่างที่เหวี่ยงตัวเองลงพื้น ก่อนที่จะบิดแขนครึ่งรอบ ทุ่มชายที่อยู่ด้านซ้ายเข้าใส่เพื่อนคนที่อยู่ด้านขวา
“อะไร!!” ชายคนที่เหลืออุทานขึ้นพร้อมกับก้มหลบลงด้านล่าง
วูบบบบบบบ
ยังไม่ทันได้หลบพ้นเขาก็ััเข้ากับขาของไรเซลที่เตะออกมาสกัดไว้
ตุบ!! ลูกเตะของไรเซลถูกส่งเข้าที่หน้าอย่างจัง
เสียงดังขึ้นพร้อมกับที่อีกฝ่ายฟุบลงที่พื้น
“คานาเอะ สนับสนุนด้วย” หน้าเหลี่ยมะโพร้อมกับพุ่งเข้าชาร์จ ดูเหมือนว่าเขาจะตะลึงจนเสียโอกาสจู่โจม
สาวผมบอร์นดูเหมือนว่าจะชื่อ คานาเอะ พวกเขาประสานการโจมตีรุกเข้าใส่ไรเซล
หน้าเหลี่ยมมีการโจมตีที่หนักหน่วง เขาเป็ตัวโจมตีหลักส่วนคานาเอะจะโจมตีเข้าช่องว่างเมื่อมีโอกาส นับว่าสมบูรณ์แบบมากจริงๆ
“อะไรกัน… คน ๆ นี้ไม่มีช่องว่างเลย” คานาเอะคิดในใจ แม้ว่าเธอจะพยายามโจมตีประสานแล้วแต่ก็โดนไรเซลป้องกันเอาไว้ได้ทั้งหมด
“ดูเหมือนเธอจะมีสายตาที่เฉียบคมมากทีเดียว สามารถเล็งจู่โจมช่องว่างในเสี้ยววินาทีได้อย่างแม่นยำทุกครั้ง… แต่น่าเสียดายที่พลังโจมตียังน้อยไปหน่อย” ไรเซลบ่นพึมพำ
เขาใช้หลังรับลูกเตะของคาเนะเอาไว้ก่อนที่จะก้าวไปด้านข้างครึ่งก้าวและใช้แผ่นหลังสะก้อนลูกเตะออกไป
“อ้าา!!” คานาเอะถูกส่งลอยออกไป ร่างกายของเธอหมุนติ้วเหมือนกับลูกข่างอยู่กลางอากาศ
ไรเซลไม่ได้ติดตามไปเผด็จศึก เขาหลบหมัดของหน้าเหลี่ยมและก้มตัวลงต่ำ ก่อนที่จะส่งฝ่ามือคู่เข้าใส่ช่องท้องของอีกฝ่าย
ตูมมมมมม!!!
เสียงดังก้องสะท้อนออกมา ทว่าชายหน้าเหลี่ยมไม่ได้กระเด็นออกไป เขาทรุดเข่าลงพร้อมกับใช้มือทั้งสองข้างดันพื้นเอาไว้
อ่อก!!
น้ำลายที่มีเืผสมอยู่เล็กน้อยฟ่อดออกมาจากปากของหน้าเหลี่ยม นี่เป็เพราะไรเซลไม่ได้ออกแรงเต็มที่ ไม่เช่นนั้นหน้าเหลี่ยมคงจะกระอักเืออกมาเป็ก้อนแล้ว
“....................”
ทั่วลานฝึกนิ่งเงียบปานเป่าสาก ั้แ่เริ่มสู้จนถึงตอนนี้ไรเซลใช้เวลาล้มหน่วยพิเศษทั้ง 6 ภายในเวลาไม่ถึง 2 นาทีด้วยซ้ำ
"เอาล่ะรู้ผลแล้ว….. ขอบคุณมากที่ยั้งมือเอาไว้ครับ" คาร์เตอร์ก้มหัวเล็กน้อยเพื่อแสดงความขอบคุณ เสียงของเขาปลุกเหล่าทหารที่อยู่ในความเงียบให้ได้สติอีกครั้ง
ไรเซลก้มหัวเล็กน้อยเช่นกัน นี่ถือเป็มารยาทอย่างหนึ่ง
"เมื่อกี้มันอะไรกันน่ะ มองตามไม่ทันเลยซักนิด… "
"นี่นายเห็นเหมือนชั้นมั้ยเมื่อกี้"
"เฮ้.. บอกชั้นทีว่ามันเกิดอะไรขึ้น"
"......."
เหล่าทหารที่เคยเงียบตอนนี้มีบางคนที่หันมาถามเพื่อน บ้างก็เขย่าตัวคนที่อยู่ข้างๆ เพื่อถาม ในขณะที่ส่วนใหญ่ยังคงนิ่งเงียบอยู่
"รู้มั้ยคุณคาร์เตอร์ เทคโนโลยีส่วนใหญ่ของพวกต่างดาวน่ะสร้างมาเพื่อพัฒนาศักยภาพทางร่างกายเป็หลัก ทำให้ร่างกายของพวกมันปลดปล่อยพลังออกมาได้เหนือกว่าที่พวกคุณจะจินตนาการได้ซะอีก" ไรเซลหันหน้าออกไปด้านข้างพร้อมกับเปิดใช้งานเกราะเสริมพลัง
ปิ๊บ. กริ๊กๆๆๆๆๆ เกราะประสานตัวกันอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นร่างของไรเซลก็หายไปเหลือเพียงภาพติดตาเอาไว้
"ตรงนั้นนน!! " ทหารคนหนึ่งที่สังเกตุเห็นไรเซลบนฟ้าะโขึ้นมา
ทุกสายตาหันไปจับจ้องยังตำแหน่งที่ถูกชี้ไป
วี๊ดดดดดดดดดด!!
เสียงดังเสียดแก้วหูดังขึ้น ไรเซลรั้งพลังไว้ที่หมดขวาก่อนที่จะปล่อยออกมา หมัดของเขาเร็วจนคนอื่นมองตามไม่ทัน ทุกคนเห็นเพียงแค่เขายื่นแขนออกมาเท่านั้น
วิ้ว….. บรึ้มมมมมมม!!
เสียงแหวกอากาศดังออกมาก่อนที่จะมีมวลอากาศเป็วงกลมปรากฏขึ้น
..
.. นี่คือโซนิคบูม
ที่ตามมาหลังจากเสียงอากาศะเิก็คือคลื่นอากาศที่กระแทกพัดพาสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าไรเซลให้ลอยออกไป นี่ดูแล้วคล้ายกับมีทอร์นาโดขนาดเล็กพัดมาก็ไม่ปาน
ครืนนนน… ….
ไรเซลกลับลงมายืนที่พื้นพร้อมกับปิดการทำงานชุดเกราะเอาไว้ เขายังคงถือคติการกระทำสำคัญกว่าคำพูดเสมอ
มรสุมห่าใหญ่ผ่านไป เหล่าทหารผู้อ้าปากกินแมลงวันชุดใหญ่ ตอนนี้เริ่มได้สติกลับมาบ้างแล้ว พวกเขารีบวิ่งไปตามเก็บอุปกรณ์ในลานฝึกที่บินไปกับสายลมกลับมา ในใจตอนนี้ยิ่งมายิ่งแตกตื่น
ไรเซลไม่ปล่อยให้คาร์เตอร์มีเวลาพักเขาพูดต่อหลังจากที่แสดงพลังชุดเกราะเสร็จ
"ทีนี้คุณพอจะเข้าใจแล้วรึยังว่าทำไมผมถึง้าคนที่เป็ปรมาจารย์ด้านการต่อสู้" ไรเซลจ้องมองคาร์เตอร์ เขาไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรออกมา
"......"
คาร์เตอร์นิ่งเงียบ เขาที่ไม่เคยเสียอาการตอนนี้กลับรู้สึกเหมือนกับโดนคลื่นลูกใหญ่สาดซัด เขาไม่เชื่อเลยว่าเพียงแค่ชุดเสริมพลังจะมีอานุภาพมากขนาดนี้
ทันใดนั้นเสียงที่ปลุกคาร์เตอร์จากอาการช็อกก็ดังขึ้น
"ถ้า….. แค่กๆ...เป็ปรมาจารย์เฉินละก็……. ผม… แค่กกก… พอจะรู้ว่าอยู่ไหน" เสียงที่พูดออกมาอย่างยากลำบากนี้แน่นอนว่าเป็ชายหน้าเหลี่ยมนี่เอง
ไรเซลหันมาพร้อมกับส่งรอยยิ้มน้อยๆ ที่เขาชอบที่สุดก็คงจะเป็คนที่เข้าใจอะไรง่าย ๆ นี่เอง…..
.
.
.
.