"นายจะลากฉันไปไหนมาไหนตามอำเภอใจแบบนี้ไม่ได้หรอกนะ" กรีนยันตัวเขาไว้ เมื่อเขาจอดรถที่บ้านหลังหนึ่ง และหันมาคว้าเอวเธอเพื่อจะอุ้มเธอลงจากรถ
"ได้สิ เพราะตอนนี้เธอเป็ของฉันคนเดียวแล้วนี่" เต้รั้งร่างของกรีนเข้ามาหาและแบกเธอขึ้นบ่า พูดในสิ่งที่เขามั่นใจว่าเขามี
"นี่! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ! " กรีนดิ้นขัดขืนเมื่อถูกเต้แบกขึ้นบ่าพาเข้าบ้านโดยไม่สนอาการขัดขืนของเธอ จนถึงโซฟากลางห้องรับแขกใหญ่โตโอ่อ่านั่นแหละ เขาจึงปล่อยเธอหงายโครมลงมาเต็มแรงจนเธอจุก
"แรงเยอะจริงๆ เลยนะ" เต้ยืนเท้าเอวมองคนดื้อดึงตรงหน้า คิดหาวิธีกำราบเธอ เช่นเดียวกับกรีนที่ตั้งท่าจะลุกขึ้นวิ่งจึงถูกเขารวบเอาไว้
"คุณเต้คะ"
เสียงแม่บ้านที่ทักขึ้น ทำให้ทั้งคู่หันไปมอง แม้แต่กรีนก็ยังอึ้งไปและหยุดดิ้น คิดอย่างมีความหวังว่าจะมีคนช่วย
"ป้ามีอะไรก็ไปทำเถอะ" เต้ตัดบท ดันกรีนให้นั่งลงที่เดิมทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากักตัวกรีนเอาไว้ ท่าทางของเขาทำให้กรีนเอนตัวหนีด้วยความใ
"ป้าค่ะ" กรีนะโตามหลังป้าไปอย่างใ เมื่อป้าคนนั้น หมุนตัวออกไปทันทีที่เขาพูดสั้นๆ แค่นั้น
"กรีน คุยกันดีๆ สักครั้งได้มั้ย" น้ำเสียงเหนื่อยล้าของเต้ และท่าทีอ่อนลงของเขา ทำให้กรีนต้องตั้งสติเพื่อรับมือเขา
"สิ่งที่นายทำ คิดว่าฉันควรจะคุยกับนายดีๆ ยังงั้นเหรอ? " กรีนย้อน หายใจเข้าออกด้วยอาการเหนื่อยเพราะการโวยวายไม่หยุดของเธอเองเมื่อครู่
"ฉันขอโทษ ฉันไม่เคยเป็แบบนี้มาก่อนเหมือนกัน" เต้พ่นลมหายใจออกมา มองใบหน้าหวานที่แดงเรื่อด้วยอารมณ์คุกรุ่นของเธอ
ผมดัดลอนน้อยๆ ที่สยายเต็มกรอบหน้าเรียว ดวงตาโตโดดเด่นที่ขับให้ใบหน้าของเธอดูสดใสอยู่ตลอดเวลา แม้กระทั่งตอนนี้ที่เธอโกรธแบบนี้
"ฉันต้องภูมิใจที่โดนนายลากมายังงั้นเหรอ?" กรีนไม่เข้าใจ เธอต้องรู้สึกดีร่วมไปกับความไม่เข้าใจของเขายังงั้นเหรอ?
"ตอนนี้เธอลาออกจากงานแล้วถูกมั้ย? " เต้เข้าประเด็น สิ่งที่เขาคิดมาทั้งคืนจนกระทั่งมาเจอเธอ
"ใช่ นายก็รู้อยู่แล้วนี่ ว่าเพราะอะไร" กรีนไม่อยากตอบ แต่มันก็คงจะทำให้ทุกอย่างมันยืดยาวออกไปอีก จึงต้องตอบออกไป
"มาอยู่กับฉัน"
"อะไรนะ? " กรีนย้อนเขาเสียงหลง ไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่เธอได้ยิน
"ฉันบอกให้เธอมาอยู่กับฉัน" เต้ย้ำ คำพูดเขามันไม่ชัดเจนตรงไหน?
"ไม่" กรีนตอบปฏิเสธโดยไม่ต้องคิด ความสงบสุขในชีวิตของเธอหลังจากนี้ คือการไม่มีเขาต่างหากล่ะ
"ถ้าเธอรู้ว่าฉันเป็ใคร เธอจะรู้ว่าฉันสามารถตามหาเธอได้ทุกที่ ถ้าฉันจะทำและเธออาจเปลี่ยนความคิด" เต้คว้ากระเป๋าถือของกรีนมาวางไว้ด้านหลังเขา ส่งสายตาดุให้เธอหยุดที่จะไขว่คว้ามันคืน เพราะรู้ว่าไม่มีทางสำเร็จ
กรีนจึงทำได้แค่หันหน้าหนีสายตาเอาแต่ใจของเขา จึงเริ่มเห็นของตกแต่งในห้อง
เมื่อมองสำรวจไปรอบๆ บ้านหลังใหญ่ ทุกอย่างตกแต่งไว้อย่างสวยงาม มีคนรับใช้ มีคนรอเปิดประตู ฐานะของเขาคงไม่ธรรมดา แล้วเขาจะมาสนใจผู้หญิงธรรมดาอย่างเธอทำไมกัน? มันไม่มีเหตุผลสักนิด
กรีนหันมามองเขาด้วยความไม่เข้าใจ
"ทำไมต้องเป็ฉัน" กรีนถามออกมาหลังจากได้ใช้สติครุ่นคิด คำขู่ของเขาทำให้เธอรู้ว่ามันมีความเป็ไปได้สูง
"นั่นคือสิ่งที่ฉันกำลังพยายามหาคำตอบอยู่เหมือนกัน และในระหว่างนี้ ฉันอยากให้เธออยู่กับฉันไปก่อน" เต้ขยับตัวขึ้นนั่งบนโซฟา เมื่อเห็นว่ากรีนสงบลง แต่ไม่ลืมถือกระเป๋าของเธอเอาไว้อีกข้าง ให้ห่างจากมือคนที่จ้องจะฉกมันคืน
"นายมันบ้า ฉันต้องทำงาน ฉันมีครอบครัว....ที่ต้องหาเลี้ยง"
"ฉันให้เธอได้มากกว่างานที่เธอทำอยู่ และกำลังคิดไปทำ" เต้ย้อนกรีนก่อนที่เธอจะพูดจบ พอใจที่เธอเงียบไป
กรีนมองท่าทางจริงจังของเขา ก่อนจะถอนหายใจออกมา
"ฉันไม่เอาตัวแลกเงิน" กรีนยืนยัน ถ้าเขาอยากเลี้ยงก็ไปหาคนอื่น
"ฉันไม่ได้หมายความว่ายังงั้น กรีน ฉันหมายถึงฉันมีงานให้เธอทำจริงๆ " เต้อธิบาย แม้ความหมายแรกจะเป็ยังงั้นก็เถอะ แต่ก็รู้ดีว่าถ้ายืนยันคงทำให้เธอโกรธ
กรีนนิ่ง มองเขาอย่างใช้ความคิด
"ฉัน้าเวลา"
"ได้สิ" เต้ยิ้ม เมื่อเธอรับปาก
"ฉันจะให้เธอได้ทำความรู้จักฉัน ก่อนตัดสินใจ" เต้ล้วงนามบัตรของตัวเองในกระเป๋าเสื้อ ยื่นให้กรีนก่อนจะขยับตัวลุกขึ้น
"แล้วนายจะเอากระเป๋าฉันไปทำไม? " กรีนท้วง พยายามคว้ากระเป๋าแต่เขาก็เหวี่ยงมันหลบไปอีกทาง
"ได้คำตอบแล้วขึ้นไปหาฉันข้างบน ถ้าเธอคิดหนี ฉันจะตามเธอไปถึงบ้านตามบัตรประชาชนของเธอเลยทีเดียว และอาจจะไปพร้อมกับเื่ร้อนๆ ที่ทางบ้านเธอต้องรีบตามตัวเธอกลับภายใน 24 ชม." เต้พูดทิ้งท้าย ก่อนจะยันตัวลุกขึ้นด้วยความเมื่อยล้า ทำทียื่นกระเป๋ามายั่วให้เธอคว้ามันอีกครั้ง จนหน้าแทบทิ่ม เปล่งเสียงหัวเราะในลำคออย่างพอใจ เดินผ่านหน้าเธอขึ้นเพื่อขึ้นไปข้างบน
"คนเลว! " กรีนก่นด่าตามหลังไปอย่างเหลือทน
"ห้องฉัน ริมสุด ซ้ายมือ อย่าเข้าห้องผิด! " เสียงะโลงมาจาก้า ทำให้กรีนเงยหน้าขึ้นไปมองเขาด้วยหางตา
นามบัตรในมือ เป็การ์ดอย่างดี เหมือนจะมีในกระเป๋าตังของเขา แต่เธอไม่ได้สนใจ เพราะคิดว่าเป็ของคนอื่น
ตัวหนังสือสีทองหรูหราบนกระดาษ สมตำแหน่ง กรรมการบริหารของร้านอาหารชื่อดังในไทยที่มีสาขามากกว่า 100 สาขาในไทย
กรรมการบริหารยังงั้นเหรอ? นายนี่อะนะ? กรีนย่นจมูก เธอมองไม่เห็นบุคลิกผู้บริหารของเขาเลยสักนิด 3 ครั้งที่เธอเจอเขา เขาอยู่ในชุดแบดบอย สวมหนังดำ ขับบิ๊กไบ้ค์ เหมือนพวกรักสนุกอะไรแบบนั้นมากกว่า
กรีนพิมพ์ชื่อของเขาลงในมือถือ ข้อมูลและรูปถ่ายของเขาโชว์หราในหน้าแวดวงธุรกิจจนเธอต้องอ้าปากค้าง ไฮโซหนุ่มภาพลักษณ์เท่สไตล์คนรุ่นใหม่ พึ่งเข้าพิธีหมั้นไปเมื่อเดือนที่แล้ว และกำลังจะแต่งงานในอีก 3 เดือนข้างหน้ากับไฮโซสาววรดา ผู้ดีเก่าเมืองอยุธยา
เขามีคู่หมั้นแล้ว!
ที่เขาทำกับเธอมันหมายความว่ายังไง?
กรีนตัดความคิดเื่ที่เขาหลงรักเธอทิ้งไป เพราะมันไม่มีทางเป็ไปได้ และกำหนดแต่งงานในอีก 3 เดือนข้างหน้า ก็เป็เครื่องการันตีได้เป็อย่างดี ว่าเขาไม่ได้คิดจริงจังกับเธอ แล้วสิ่งที่เขากำลังสั่งให้เธอทำ มันหมายความว่ายังไง?
ของเล่นไฮโซแบบที่เธอเคยได้ยินนะเหรอ? แต่นั่นเขาเรียกพวกนางเอกสวยๆ นี่ สวยตลาดล่างอย่างเธอจะเรียกว่าอะไร? ยิ่งคิดกรีนก็ยิ่งงงกับสถานการณ์ที่เธอเป็อยู่
กรีนก้มมองดูเรือนร่างของตัวเอง ก็รู้นะว่าตัวเองสวย แต่ก็ไม่ได้มากมายอะไรขนาดนั้น แต่เธอก็มองไม่เห็นอย่างอื่นนอกจากความสัมพันธ์ทางกายที่เขามีกับเธอั้แ่ครั้งแรก และครั้งนี้ก็คงเหมือนกัน
ความคิดถึงเื่นี้ ทำให้ลมหายใจของเธอวาบไหวในอกอย่างบอกไม่ถูก เธออาจยังใหม่ และท้าทายสำหรับเขา เมื่อเธอต่อต้านเขาก็เลยอยากเอาชนะ?
ถ้าหนีไปตอนนี้ก็คงไม่ใช่ความคิดที่ดี เขามีบัตรประชาชนของเธอ มีที่อยู่ที่บ้านต่างจังหวัด แล้วถ้าเขาเจอ น้องไน้ท์ เธออาจจะเสียลูกไปตลอดกาล เพราะไม่มีอะไรไปสู้เขาได้เลยสักอย่าง
กรีนนึกภาพลูกของเธอต้องไปอยู่กับผู้หญิงที่เขากำลังจะแต่งงานด้วยไม่ออก นอกจากภาพแม่เลี้ยง ลูกเลี้ยงที่แสนจะเลวร้ายในข่าว และยิ่งถ้าเขาเ้าชู้ ลูกของเธออาจมีชะตากรรมที่แย่กว่านั้น เพราะเขาอาจจะไปไข่ทิ้งไว้อีกกี่ฟองก็ไม่รู้!
กรีนไม่มีทางให้ลูกของเธอมีชะตาชีวิตแบบนี้ ไม่มีทาง!
ถ้าเธอยอมเขา ทุกอย่างอาจจะจบลงด้วยดี เพราะอีกหน่อยเขาคงเบื่อเธอ กรีนมองขึ้นไปข้างบนอย่างใช้ความคิด
ในเมื่อเขามีคนที่จะแต่งงานด้วย เื่ของเธอคงต้องเป็ความลับอย่างแน่นอน ระยะเวลาอีกแค่ 3 เดือน เขาก็จะแต่งงานแล้ว ทุกอย่างก็คงจบ นี่เป็ทางที่ดีที่สุดที่เธอควรจะเลือกเพื่อให้ความลับของเธอ ยังคงเป็ความลับต่อไป
"สู้สิกรีน ไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้อีกแล้วล่ะ" กรีนพูดกับตัวเอง ลุกขึ้นเดินไปข้างบนช้าๆ ด้วยก้าวที่ไม่มั่นคงนัก