ทะลุมิติมาเป็นแพทย์หญิงตัวร้ายพร้อมลูกชายอัจฉริยะ【จบ】

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 119 ตระกูลกู้จบสิ้นแล้ว

            “เมื่อวานนี้ ท่านย่าลงโทษท่านแม่ จนเกือบเอาชีวิตท่านแม่ไปแล้ว...”กู้ชิงเฉิงเอ่ยอย่างแผ่วเบาด้วยน้ำเสียงที่แฝงความรู้สึกสงสารเล็กน้อยขณะที่เอ่ยคำ กู้ชิงเฉิงก็เผลอมองไปยังฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลกู้

            เดิมทีฮูหยินผู้เฒ่ามีสีหน้าเรียบเฉยทว่ายามนี้นางกลับมองกู้ชิงเฉิงอย่างดุร้าย นางพยายามจะเอ่ยบางอย่างแต่กลับไร้ถ้อยคำสายตาของนางจ้องมองกู้ชิงเฉิงราวกับหมาป่าที่อยากจะกินเนื้อและดื่มเลือดของกู้ชิงเฉิง

            ผู้คนในงานจึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่างานเลี้ยงครั้งนี้กู้ตงหลิงเป็นผู้จัดเตรียมส่วนถังเชี่ยวไม่ได้ปรากฏตัวตั้งแต่แรก ทว่าเมื่อเกิดเรื่องกับกู้ตงหลิงถังเชี่ยวจึงปรากฏตัว และสีหน้าของนางก็ซีดขาวผิดปกติอย่างยิ่งดูท่าว่าการลงโทษครั้งนี้คงหนักหนาสาหัสยิ่งนัก ถึงขนาดคร่าชีวิตผู้คนได้

            ผู้คนต่างพากันซุบซิบนินทากันอีกครั้งและมองไปยังฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลกู้ด้วยสายตารังเกียจ

            ส่วนกู้ชิงเฉิงก็หยุดชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นว่าผู้คนต่างซึมซับเรื่องราว นางจึงเอ่ยต่อไปว่า“จากนั้นท่านพี่รู้สึกไม่พอใจ จึงได้ป้อนยาบางอย่างให้ท่านย่า”ประโยคนี้ไม่จำเป็นต้องอธิบายให้กระจ่างแจ้ง

            “ชิงเฉิง เจ้าจะเอ่ยเช่นนี้เพราะเกลียดชังแม่ของเจ้าไม่ได้” กู้หยวนเจี๋ยเกือบจะเป็นลม เขารู้สึกราวกับว่าชั่วพริบตาเดียวเขาก็ร่วงหล่นจากสรวงสวรรค์สู่พื้นดิน ตระกูลกู้คงจะจบสิ้นแล้ว

            แม้ตำแหน่งขุนนางของเขาจะไม่สั่นคลอนเพราะเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ทว่าหากเรื่องอัปยศในตระกูลนี้แพร่สะพัดออกไป เขาก็คงไม่มีหน้าจะเงยหน้าขึ้นมาได้เขาถึงกับอยากตายให้รู้แล้วรู้รอดไปเพราะเขาเป็นขุนนางที่ให้ความสำคัญกับหน้าตายิ่งนัก วันนี้บุตรสาวของเขาไม่เหลือหน้าตาให้เขาเลยแม้แต่น้อย

            “เหตุใดข้าต้องเกลียดชังท่านแม่ ท่านพ่อลืมไปแล้วหรือ? ที่ผ่านมาท่านแม่ดีกับข้ามากกว่าท่านแม่รองเสียอีก” กู้ชิงเฉิงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม“สมัยเด็ก ข้าตีพี่สาวคนโต ท่านแม่รองจึงลงโทษข้าแต่ท่านแม่กลับห้าม นางยังปลอบข้าว่าหากไม่พอใจก็ให้บอกท่านแม่ ท่านแม่จะจัดการให้ตอนที่ข้าชอบองค์รัชทายาท ท่านแม่ก็ให้ข้าไปตามติด ให้ข้าตามหาองค์รัชทายาทไปทั่วอีกทั้งยังสอนข้าว่าเพียงแค่ได้ใกล้ชิดองค์รัชทายาทก็จะสามารถแต่งเข้าตำหนักบูรพาได้แล้วแต่ท่านแม่รองกลับขัดขวางข้า ท่านพ่อลองบอกข้าสิว่าข้าจะเกลียดท่านแม่ได้อย่างไรหากไม่ใช่เพราะท่านแม่ ข้าจะสมรสกับองค์รัชทายาทได้อย่างไร...” น้ำเสียงของนางผ่อนคลายและไม่ใส่ใจ เอ่ยออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ

            คำพูดเหล่านั้นทำให้ผู้คนที่อยู่ในงานต่างพากันถอนหายใจและคิดว่าพระชายาเป็นคนโง่งมแต่ก็ได้รับรู้ถึงเบื้องลึกเบื้องหลังที่ซ่อนอยู่

            ผู้คนที่อยู่ในงานล้วนเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อสู้ในเรือนหลังจึงทราบในทันทีว่าถังเชี่ยวกำลังหลอกใช้กู้ชิงเฉิงอาศัยความโง่เขลาของกู้ชิงเฉิงเพื่อให้นางทำเรื่องโง่เง่าแต่การเอ่ยออกมาอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้ก็ทำให้ผู้คนตกใจยิ่งนัก

            ฮูหยินเอกตระกูลกู้ผู้นี้ช่างมีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพรายยิ่งนักทำเอากู้ชิงเฉิงรังเกียจมารดาผู้ให้กำเนิดของตนเอง ด้วยฐานะของไป๋ซินนางให้บุตรของตนเรียก ‘ท่านแม่’ ก็ไม่มีใครกล้าขัดขวาง ทว่ากู้ชิงเฉิงกลับเรียกนางว่า ‘ท่านแม่รอง’ ต้องกล่าวว่าถังเชี่ยวมีเล่ห์เหลี่ยมสูงส่งยิ่งนัก

            “เจ้า...” กู้หยวนเจี๋ยรู้สึกราวกับมีก้อนหินขนาดใหญ่มาทับอยู่ที่ทรวงอกจนเกือบจะหายใจไม่ออกเขาพลันลุกขึ้น เดินไปข้างกายกู้ชิงเฉิง ยกมือขึ้นหมายจะตบนาง

            “ท่านพ่อตา โปรดระวังฐานะของท่านด้วย” โม่อวี้เฉินยกมือจับข้อมือของกู้หยวนเจี๋ยออกพร้อมออกแรงเล็กน้อย “คนของข้าไม่มีผู้ใดได้รับอนุญาตให้แตะต้อง มิฉะนั้นข้าจะฆ่าทิ้งเสีย” เขาปกป้องกู้ชิงเฉิงโดยตรง

            กู้หยวนเจี๋ยร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดเพราะโม่อวี้เฉินไม่เหลือความปรานีแม้แต่น้อย บีบข้อมือของเขาจนแหลกละเอียด

            คนเหล่านี้ไม่เห็นองค์รัชทายาทอย่างเขาอยู่ในสายตาเลยเขาจึงไม่รังเกียจที่จะทำให้พวกเขาได้สติและตระหนักถึงฐานะของตนเอง

            “องค์รัชทายาทกลับปกป้องหญิงอัปลักษณ์ผู้นั้น...”

            “ใช่แล้ว พระชายาไม่ใช่คนโง่งมหรือ? เหตุใดองค์รัชทายาทจึงใส่ใจนางถึงเพียงนี้!”

            “ข้าช่างชื่นชอบองค์รัชทายาทเหลือเกิน เขา...เขาช่างสง่างามอะไรเช่นนี้!”ท่าทางที่ปกป้องสตรีของตนเช่นนี้ช่างเย้ายวนใจยิ่งนัก

            “องค์รัชทายาทปล่อยมือซะ” ฮ่องเต้ฉินส่งเสียงขัดใขในลำคอ“ถ้อยคำของพระชายา มีหลักฐานหรือไม่?”

            “บาดแผลของท่านแม่ อาการใบ้ของท่านย่า นี่คือหลักฐานที่ดีที่สุดเพคะ”กู้ชิงเฉิงเองก็ตกใจกับการกระทำของโม่อวี้เฉินเช่นกันในใจของนางมีความรู้สึกบางอย่างที่ไม่อาจเอ่ยออกมาได้การถูกปกป้องเช่นนี้ช่างดีงามอะไรเช่นนี้

            "คำพูดของท่านแม่ข้าเป็นความจริง" ยามนั้นกู้จิ่งเซวียนก็ลุกขึ้นยืนพลางเอ่ย "พวกท่านอย่าได้รังแกท่านแม่ของข้า"

            ใบหน้าเล็กๆของเขาเต็มไปด้วยความจริงจังและระวัง เขามองฮ่องเต้ฉินอย่างระแวดระวัง

            ทว่าใบหน้าของเจ้าก้อนซาลาเปาน้อยกลับนุ่มนิ่มน่าเอ็นดูแม้ฮ่องเต้ฉินกับฮองเฮาจะไม่โปรดปรานกู้ชิงเฉิงนักทว่าพวกเขากลับหลงรักกู้จิ่งเซวียนจนหมดใจ เมื่อได้เห็นเขาก็คล้ายหัวใจละลายทั้งคำพูดของเด็กน้อยก็มีความน่าเชื่อถือ

            ในชั่วพริบตาความสงสัยของฮ่องเต้ฉินก็จางหายไปสิ้น เขายิ้มให้กู้จิ่งเซวียนแม้รอยยิ้มนั้นจะดูน่าเกรงขามอยู่บ้างก็ตาม

            "กู้หยวนเจี๋ย" หลังจากนั้นฮ่องเต้ก็ตรัสกับกู้หยวนเจี๋ยที่ใบหน้าบิดเบี้ยวเพราะความเจ็บปวด "เจ้าจงดูเรือนหลังของเจ้าสิ กลายเป็นเช่นไรไปแล้วการปกครองบ้านเรือนเป็นรากฐานของการปกครองแคว้นเจ้าเป็นเช่นนี้แล้วจะช่วยข้าได้อย่างไร?"

            ฮ่องเต้โปรดปรานหลานคนนี้เป็นพิเศษเมื่อได้เห็นกู้จิ่งเซวียน เขาก็ไม่สนใจสิ่งใดอีกเพราะกู้จิ่งเซวียนคือเชื้อสายของเขา

            กู้หยวนเจี๋ยเจ็บปวดจนใบหน้าเขียวช้ำคุกเข่าตัวสั่นงันงก คำพูดของฮ่องเต้เมื่อครู่ช่างหนักหนาสาหัสยิ่งนักจากที่กู้หยวนเจี๋ยรู้จักฮ่องเต้มาอย่างยาวนาน ตระกูลกู้ได้ล่วงเกินเขาเสียแล้ว

            งานเลี้ยงวันเกิดอันแสนสุขกลับกลายเป็นลางมรณะของตนหัวใจของเขาจมดิ่งลงไปเรื่อยๆ พร้อมกับความสิ้นหวังที่เข้าปกคลุมจิตใจ

            "กระหม่อมสมควรตาย" กู้หยวนเจี๋ยอดทนความเจ็บปวดคุกเข่าสารภาพผิด "เป็นเพราะกระหม่อมดูแลบ้านเรือนไม่ดีฝ่าบาททรงลงโทษกระหม่อมเถิดพ่ะย่ะค่ะ"

            ยามนี้เขาเกลียดกู้ชิงเฉิงเข้ากระดูกดำหากไม่ใช่เพราะนาง เรื่องราวคงไม่บานปลายถึงเพียงนี้ ทว่าต่อหน้าฮ่องเต้ฉินเขากลับไม่กล้าแสดงออก ได้แต่กัดฟันอดทนไว้

            "สมควรตายจริงๆ" ฮ่องเต้ฉินสะบัดแขนเสื้อ"เมื่อรู้ว่าดูแลเรือนไม่ดี ก็จงแก้ไขเสียให้ดีเจ้าคิดดีแล้วหรือว่าจะจัดการเรื่องราวของคนเหล่านั้นอย่างไร?"

            เขาทรงชี้ไปยังเหล่าหนุ่มสาวที่คุกเข่าอยู่ด้านล่างและกู้ตงหลิงที่สลบไสลนอนอยู่ตรงนั้น กู้ตงหลิงนั่งรถเข็นมาห้าปีแล้วไม่เคยสิ้นหวังเท่าวันนี้มาก่อน

            "กระหม่อมจะจัดการอย่างยุติธรรมพ่ะย่ะค่ะ" กู้หยวนเจี๋ยรีบแสดงท่าที"จะไม่มีทางทำให้คุณชายผู้นี้ต้องเสียเปรียบ"

            เขาไม่กล้าโอ้อวดอีกต่อไปแล้วหากทำให้ฮ่องเต้ทรงกริ้ว กระดูกแก่ๆ ของเขาคงต้องพังพินาศเป็นแน่

            "จะใช้เงินแก้ไขกระนั้นหรือ?" กู้ชิงเฉิงถามขึ้นอย่างเหมาะเจาะ"ท่านพ่อ ท่านน่าจะลองถามท่านพี่ดูก่อนนะเจ้าคะอย่างไรเสีย...พวกเขาก็เป็นสามีภรรยากันแล้ว" นางได้ฉีกหน้าตระกูลกู้ไปแล้วย่อมต้องเล่นงานให้ถึงที่สุด

            และตามเนื้อเรื่องในนิยายการที่กู้ตงหลิงได้แต่งงานกับฮ่องเต้ฉินโดยไม่ได้ตั้งใจถือเป็นจุดเริ่มต้นของความหายนะที่น่าสะพรึงกลัวกู้ชิงเฉิงจะไม่ยอมให้เรื่องราวดำเนินไปถึงขั้นนั้นเด็ดขาด

            ดังนั้นในครั้งนี้ ให้กู้ตงหลิงได้แต่งงานกับบุรษที่อยู่เบื้องล่างนี้เสียเช่นนี้แล้วก็จะไม่ก่อให้เกิดคลื่นลมใหญ่หลวงเกินไปนัก

            และบัดนี้ฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลกู้กับถังเชี่ยวได้กลายเป็นศัตรูกันไปแล้วย่อมไม่มีทางร่วมมือกันอีกและไม่น่าเกรงกลัวถึงขั้นที่ทั้งสองจะต้องห้ำหั่นกันจนตายไปข้างหนึ่งเสียด้วยซ้ำนางย่อมสามารถนั่งรอเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้

            บรรดาแขกที่เฝ้าดูอยู่ไม่ใคร่จะสนใจเรื่องราวอีกต่อไปแล้วพวกเขาไม่สามารถยุ่งเกี่ยวกับเรื่องราวเหล่านี้ได้ อันอาจจะถึงแก่ชีวิตเป็นแน่แท้ทว่าเมื่อฮ่องเต้ประทับอยู่ที่นี่ พวกเขาจึงได้แต่มองดูอย่างเงียบๆไม่กล้าจากไปไหน

            "กู้ชิงเฉิง" กู้หยวนเจี๋ยกัดฟันกรอดเอ่ยออกมาอย่างเคียดแค้น

            "ท่านพ่อ ข้าก็แค่คิดถึงท่านพี่เจ้าค่ะ" กู้ชิงเฉิงไม่สนใจท่าทีของเขานางเอ่ยอย่างจริงจัง "ท่านพ่อใจแข็งพอที่จะเห็นท่านพี่ไปเป็นอนุภรรยาหรือเจ้าคะ?หากแต่งกับคุณชายผู้นี้ อย่างไรเสียก็เป็นภรรยาเอกของเรือนใหญ่ส่วนคนอื่นๆ...ย่อมไม่ใช่เช่นนั้น!"

            โม่อวี้เฉินกล่าวต่อ"ชิงเฉิงคิดได้รอบคอบยิ่งนักเรื่องราวได้บานปลายมาถึงเพียงนี้แล้ว เพื่อท่านอาการแต่งงานถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด!"

            บุรุษที่อยู่เบื้องล่างกระตุกมุมปากนี่คือสิ่งที่เขาต้องการ ด้วยฐานะของเขาแล้วย่อมต้องกลับไปที่หมู่บ้านและหาหญิงสาวคนใดก็ได้ เขาเลือกไม่ได้เลยแม้แต่น้อยชีวิตนี้คงไม่มีวันได้พลิกผันเช่นครานี้ไปอีกตลอดกาล

            แต่บุตรสาวที่เกิดจากภรรยาเอกของราชครูผู้นี้กลับต่างออกไปนับแต่นี้ไป เขาก็คือบุตรเขยของราชครู สามีของบุตรสาวราชครูยามนี้ราชครูกู้ย่อมไม่ปฏิบัติต่อเขาอย่างเลวร้ายเป็นแน่เขาอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาพลางรู้สึกว่าครั้งนี้ตนเองได้กำไรมหาศาลและตื่นเต้นเล็กน้อย

            "นี่..." กู้หยวนเจี๋ยกดกั้นเลือดที่กำลังปั่นป่วนอยู่ในลำคอเงยหน้าขึ้นมองฮ่องเต้ฉิน

             

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นแพทย์หญิงตัวร้ายพร้อมลูกชายอัจฉริยะ【จบ】 ที่คุณอ่าน