พวงแก้มซูหลิงอินอาบย้อมเป็สีชมพูระเรื่อเหมือนดอกหว่านอิง จงใจแสดงความอ่อนแอยิ่งชวนให้หลงใหล เย้ายวนจนพร้อมตกสู่ห้วงเหวลึกด้วยความเต็มใจ
เดิมอันเหลิ่งก็ยึดติดกับเขาจนเหมือนป่วยจิต ไม่ต้องพูดถึงตอนนี้ที่เขาเป็ฝ่ายร้องขอเอง
เื่ราวดำเนินไปในทิศทางที่ควบคุมไม่ได้อย่างรวดเร็ว
แต่อย่างไรที่นี่ก็เป็แค่สถานที่ชั่วคราวอันซอมซ่อ ไม่พร้อมสำหรับการทำความสะอาดและกิจกรรมอันรุนแรงกว่านี้
ครีบมือของเงือกคมมาก เป็เครื่องมือสำหรับจับกุมฉีกกระชากเหยื่อ หากไม่ทันระวังมีหวังได้ทะลุบั้นท้าย กระทั่งทำให้ลำไส้เสียหายเืทะลัก
ต่อให้อันเหลิ่งไม่เหลือสติแค่ไหนก็รู้โดยสัญชาตญาณว่าทำแบบนี้ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นเขาคงได้กระทำชำเราศพจริงๆ แน่ ถ้าเื่ขำขันที่ซูหลิงอินพูดเมื่อเช้ากลายเป็ความจริงคงตลกไม่ออก กลับจะกลายเป็เื่บ้าบอสุดสยองขวัญ
ซูหลิงอินรับรู้ได้ถึงความลังเลของอันเหลิ่ง เผยอยิ้มน้อยๆ หางตาที่แดงระเรื่อเพราะน้ำตาขับให้รอยยิ้มนี้พริ้มเพราขึ้น เสียงยังคงผะแ่นุ่มนวล “อันเหลิ่ง ฉันเป็คนเสนอเอง ต้องเตรียมตัวมาก่อนอยู่แล้ว นายเข้ามาเถอะ…แค่เข้ามาก็พอ ไม่เป็ไรหรอก…” ระหว่างพูดยังมีเสียงหอบหายใจกระเส่ายั่วยวนขึ้นเป็ระยะ
อันเหลิ่งกลับไม่ได้มีปฏิกิริยาตอบโต้ทันที ม้วนหางรัดร่างท่อนบนของซูหลิงอิน ก่อนจะแหงนหน้า ไถลครึ่งร่างบนลงไป จนกระทั่งสายตาอยู่ในระดับเอวซูหลิงอิน
เนื่องจากติดอยู่ในความมืด ซูหลิงอินยิ่งดูอับจนหนทาง กะพริบตาร้องเรียกเสียงเบา “อันเหลิ่ง…”
สิ่งที่ตอบกลับเขาคือจุมพิตที่จรดข้างเอว
จากนั้นอันเหลิ่งพันธนาการสองขาของเขาไว้ ซูหลิงอินมึนงงไม่ทันตั้งตัว รู้สึกถึงบางอย่างที่อุ่นร้อนเหนอะหนะััตรงรูจีบ มีท่าทีว่าจะสอดลึกเข้าไป
อันที่จริงรู้ได้ไม่ยากว่านั่นคืออะไร เห็นอยู่โทนโท่ว่าเป็ลิ้นเงือก
ซูหลิงอินไม่ยี่หระที่ต้องร่วมรักกับเงือก แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขายอมให้ทำตามอำเภอใจจริงๆ ไม่เคยคิดเลยว่าอันเหลิ่งจะทำแบบนี้กับตนั้แ่ครั้งแรก
เขาดิ้นขลุกขลักเล็กน้อยด้วยความไม่ชอบใจ คิ้วขมวดมุ่น “ไม่สกปรกเหรออันเหลิ่ง”
อันเหลิ่งยังคงไม่ตอบ ปลายลิ้นแดงฉานแทรกผ่านรูจีบเข้าไป จ่ออยู่ตรงปากถ้ำอย่างมีเป้าหมาย
ลิ้นนั้นไม่ได้รีบเคลื่อนเข้าไปในถ้ำ หากแต่เลียวนเป็วงกลมอยู่ปากทางเข้า
“อือ…” ความกระสันเจียนขาดใจเป็ผลให้ซูหลิงอินร้องออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ เขาอยากงอตัวหนีการเย้าแหย่เร้าอารมณ์นี้อย่างทนไม่ไหว กลับถูกหางเงือกรัดแน่นจนขยับไปไหนไม่ได้
“อย่าทำแบบนี้ อันเหลิ่ง…อย่า พอได้ไหม…” ท่ามกลางความมืดมิด ความกระสันเข้ากระดูกนั้นยิ่งรุนแรงขึ้นหลายเท่าตัว ทุกครั้งที่ถูกเลียแ่เบาล้วนกัดกินจิตใจ จนกระทั่งอกสั่นขวัญแขวนเพราะแรงที่กระตุ้นอารมณ์ไม่หยุด ซูหลิงอินได้แต่สะอื้นไห้เบาๆ
ใครจะชอบอยู่ใต้อำนาจคนอื่นกันเล่า…
แรงกระตุ้นนอกปากถ้ำค่อยๆ ส่งผลกระทบต่อสิ่งที่อยู่ในถ้ำ อันเหลิ่งลิ้มเลียเสมือนว่าต้องควบคุมตัวเองอย่างยิ่งยวด เฝ้าอยู่แต่ด้านนอกไม่ยอมรุกรานเข้าไปแม้เพียงก้าวเดียว
ซูหลิงอินทรมานจนน้ำตาคลอหน่วย หยาดน้ำตาเปรอะเปื้อนแพขนตาประหนึ่งดวงดารากระจิริดในความมืด ที่พยายามเต็มกำลังแล้วแต่ยังส่องแสงออกมาได้เพียงบางเบา หางตาแดงฉานยิ่งขึ้นคล้ายสีกุหลาบป่า ผิวขาวนวลเนียนค่อยๆ มีสีชมพูฝาดแห่งตัณหา
ราวกับเทวดาที่ร่วงหล่นสู่เหวลึก และเทวดาตก์นี่ย่อมต้องพราวเสน่ห์สะกดิญญา…
ซูหลิงอินยื่นมือไปตีหางอันเหลิ่ง “อันเหลิ่ง ฉันทรมาน…ทรมานจริงๆ อือ…” เดิมทีเสียงของเขานั้นเจือแววสะอื้นเว้าวอน บัดนี้กลับผสานความแหบพร่าจากแรงปรารถนา ประหนึ่งใยรักเกี่ยวรัดหัวใจ กระตุกให้เต้นไม่เป็ส่ำ
อันเหลิ่งที่เลียอยู่ชะงัก สอดลิ้นเข้าไปทางช่องสวาทประดุจอสรพิษคล่องแคล่ว รุดเข้าไปจนถึงจุดลึกที่สุด
“อึก…อือ…” เสียงร้องของซูหลิงอินพลันเปลี่ยน สีชมพูที่ระบายอยู่ทั่วตัวค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยสีแดงระเรื่อเข้มยิ่งขึ้น แฝงกลิ่นอายค่อนไปทางวาบหวาม
ปกติแล้วสิ่งที่นุ่มลื่นเหนอะหนะไม่มีทางแตะต้องในโพรงหลังตามอำเภอใจ อันเหลิ่งกลับดูจะไม่ตะขิดตะขวงใจเลยสักนิดจริงๆ เลียจนซูหลิงอินแทบไม่เหลือสติ สมาธิทั้งหมดจดจ่ออยู่ตรงส่วนที่ไวต่อััเบื้องล่าง
อันที่จริงใช่ว่าใต้ทะเลลึกจะปราศจากแสงสว่างอย่างสิ้นเชิง ทว่าเศษเสี้ยวลำแสงที่เลือนรางคว้าไว้ไม่อยู่กลับยิ่งชวนให้คลุ้มคลั่ง
เริ่มแรกซูหลิงอินเพียงแต่ทุบตีด้วยท่าทางกระเง้ากระงอด สุดท้ายเริ่มดิ้นหนีตามสัญชาตญาณ ั์ตาเริ่มพร่าเลือน เสียงร้องไห้โวยวายเริ่มไม่ได้ศัพท์ “อือ ฮือๆ…นาย นายออกไป ออกไป! ฮือ…ไม่ ไม่เอา ฮือ… ออก ออกไป…อือ…”
สติสัมปชัญญะของเขาถูกความอายครอบงำ หากพูดถึงความเสียวซ่านนั้นใช่ว่าจะรุนแรงนัก อย่างน้อยก็ยังไม่ถึงขั้นเกษมสันต์ ทว่าความรู้สึกอับอายในจิตสำนึกกลับใกล้ถึงจุดสุดยอดเต็มที
บางทีอันเหลิ่งอาจยังรู้จักพอประมาณอยู่บ้าง ขณะที่เสียงร้องไห้โวยวายของซูหลิงอินแหลมสูงขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดเขาก็ผละออก ดวงตาสีน้ำเงินเข้มคู่สวยนั้นลุ่มลึกดุจห้วงเหวั้แ่เมื่อไรไม่รู้ มองไม่เห็นจุดสิ้นสุด ราวกับหากตกลงไป ต้องแหลกเหลวไม่เหลือซาก ไม่มีวันกลับขึ้นมาเห็นเดือนเห็นตะวันอีก
กระนั้นยังแฝงไว้ด้วยสีสันแห่งมนต์เสน่ห์แสนพิศวงปรากฏออกมารางๆ ยามเย้าแหย่ ราวกับดอกไม้บานสะพรั่งที่ซ่อนเร้นในห้วงเหว หลอกล่อให้เข้าไปเด็ดดม
ประกายทั้งหมดรวมกันอยู่บนตัวซูหลิงอิน