สารพันคำถามตีรวนในสมอง เหมือนตั้งใจจะทำร้ายเซลล์ประสาทของเด็กสาวให้มากที่สุด ก่อนที่คำๆนึงจะหลุดออกมา
“ อุ้บ ฮ่า ฮ่า พี่โอมนี่ยังตลกเหมือนเดิม หรือจะกลัวเราหึงที่ถ่ายรูปคู่กับคนอื่น เลยส่งมุกบ้าๆมาปั่น ต้องเป็แบบนี้แน่ๆเลย ” เมื่อเป็เช่นนี้ พริกก็เลยพิมพ์กลับทันควันตามประสาคนปากไว
“ขำตายล่ะ บอกมาเดี๋ยวนี้นะ พี่ถ่ายรูปคู่กับใคร ”
ทว่าทุกสิ่งกลับเงียบสนิท โอมไม่แม้แต่อ่านข้อความนั้น ซึ่งนั่นยิ่งทำให้พริกหึงมากกว่าเดิม และตีโพยตีพายไปเองว่าหนุ่มรุ่นพี่ (น้า) อาจเห็นผู้หญิงคนนั้นดีกว่า กระนั้นในตอนสุดท้าย เด็กสาวก็พลันได้คิด
“ตายล่ะ นี่เป็บ้าอะไรเนี่ย จะไปหึงพี่โอมทำไม เรากับเขาเป็แค่พี่น้องกัน ว่าแต่อายชะมัด ทำยังไงถึงจะลบข้อความที่ส่งไปได้ ” เพื่อให้พริกหนีจากสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เธอจึงเลือกโยนโทรศัพท์ทิ้งไป แล้วเปลี่ยนมาดูทีวีแทน
“หวังว่าไอ้ข่าวบ้าๆนั่นจะจบซักที ”
แต่พอพริกเปิดทีวี ก็พบกับหายนะเดิมๆ เพิ่มเติมด้วยมีผู้เชี่ยวชาญที่หิวแสง คอยมาให้องค์ความรู้ และวิเคราะห์เป็ระยะ อันจับใจความได้ว่า…….
“เหตุเกิดจากการแพร่พันธุ์ของเชื้อไวรัส ”
“มันติดต่อทางของเหลว ดังนั้นอย่าให้ตัวเองถูกผู้ติดเชื้อกัดหรือข่วน”
“โรคนี้ยังไม่มียารักษา ไม่มีวัคซีนป้องกัน”
“ควรอยู่ให้ห่างจากเมืองใหญ่ จะได้หลีกหนีเชื้อโรค”
“ต้องตุนอาหาร และอุปกรณ์ยังชีพให้มากๆ เพื่อรองรับการขาดแคลนที่กำลังจะเกิดขึ้น ”
“อย่าไว้ใจใคร และระวังการก่ออาชญกรรม เพราะขณะนี้ รัฐบาลรับมือไม่ไหวแล้ว”
แม้ทุกช่องจะออกข่าวที่ชวนให้โลกแตก แต่พริกก็ยังเฉยเมย พร้อมปิดทีวี และโยนรีโมททิ้งไป ก่อนจะถอนหายใจยาว
“เฮ้อ ไร้สาระ นี่แม่งคล้ายซีรีส์ในตำนานอย่าง Walking dead เลย จะเป็ไปได้ยังไง โลกนี้ไม่มีซอมบี้หรอก น่าจะมีใครบางคนสร้างเื่มาแกล้งกันมากกว่า”
พอได้บทสรุป (แบบสั่วๆ) พริกก็เปลี่ยนมาไถมือถือของตัวเองต่อ เพื่อหาคอนเท็นส์แปลกใหม่มารับชม ทว่าเธอกลับพบแต่…..
“เฮ้ย! นี่มันอะไร แม้แต่ช่องยูทูปก็ยังลงภาพข่าวกลุ่มคนประหลาดที่ก่อจลาจลเลย รู้สึกว่าพวกมันจะมากขึ้น ดูๆแล้วน่าจะเกือบร้อย แล้วไอ้คราบแดงตรงปากนั่นอีก ดูเหมือนเืชะมัด” พริกเพ่งมองไม่วางตา ทว่าเธอก็ยังไม่เชื่ออยู่ดี ด้วยเป็คนที่หัวแข็งปานหิน แถมยังทโมนไม่ผิดจากชาย เลยเกิดไอเดียที่ดูบ้าบอ
“ดีล่ะ งั้นเราต้องเล่นบ้าง ไม่งั้นจะตกเทรนด์เอาง่ายๆ ”
พอตรองอยู่ชั่วขณะ พริกก็รีบวิ่งไปที่ห้องครัว เพื่อเอาซอสพริก มะเขือเทศมาผสมกัน แล้วราดไปทั่วใบหน้าขาวเนียน จากนั้นก็แกล้งเหลือกตา และแยกเขี้ยวให้ดูน่ากลัว ปิดท้ายด้วยการเซลฟี่
“แชะ…..”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า มาดูผลงานดิ อืม ใช้ได้นี่นา เหมือนซอมบี้เลย” พริกดูรูปไป ก็หัวเราะไป นิ้วกดปุ่มโพสต์ภาพลงเฟสบุ๊ค โดยพิมพ์ข้อความประกอบไปว่า
“แฮ่……ชั้นคือซอมบี้ ”
ท่าทางแม่สาวก๋ากั่นจะฮอตพอตัว เพราะแค่ครึ่งนาที ก็เริ่มมีคนมาเม็นท์ในโพสต์ ทว่าส่วนใหญ่เป็ผู้หญิง ซึ่งน่าจะเป็บรรดาเอฟซีของเธอ
“ว้าว พี่พริกเท่จังเลย”
“ขนาดเป็ซอมบี้ ยังดูหล่อ หนูขอจีบได้มั้ย ”
“นี่ตัวเอง เราอยากโดนกัดคอ อุ้ย เขิน ”
“ซอมบี้สนใจสาวอายุมากกว่ามั้ยจ๊ะ ”
แน่นอนว่าพริกไม่ยินดีเลย ด้วยเธอไม่นิยมเล่นดนตรีไทย และคนไม่กี่คนที่เด็กสาวอยากให้มีรีแอคชั่นด้วย กลับทำเฉย
“ชิ ไม่รู้จะเม็นต์กันมาทำไม ทีคนที่อยากให้ตอบ กลับเอาแต่เงียบ ดูสิ ไม่ยอมออนซักที แถมทั้งปีทั้งชาติก็โพสต์ไม่ถึงสิบครั้ง แล้วจะมีเฟสไปทำไม” พริกบ่นพึมพำ ถ้าให้คาดเดา คนที่พูดถึง คงหนีไม่พ้นพี่โอม ชายวัยน้าที่เธอแอบหลงรัก
ขณะที่พริกเริ่มหงุดหงิดกับเอฟซีสาว และความไม่เอาโซเชียลของใครบางคน หนุ่มคนเดียวที่เคยสารภาพรักกับเธอ ก็พิมพ์ข้อความลงบนโพสต์นั้น โดยสารนั้นดูหวานซึ้งไม่น้อย
“ต่อให้เธอตายกลายเป็ผี ทุกชีวีถวิลหาแม่ดวงแข เจอสาวอื่นยอมหมางเมินไม่เหลียวแล ไม่ยอมแพ้จะรักเธอทุกชาติไป”
“แหวะ อยากอ้วก ” พริกรู้สึกแบบนั้นจริงๆ ไม่ได้แอ็คท่าทำเป็รังเกียจ และแอบซึ้งเหมือนสาวอื่นๆ ด้วยนายคนนี้เป็หนุ่มหล่อที่เที่ยวหลีหญิงไปทั่ว ประมาณว่าชอบครองหัวใจเป็โทรฟี่ ซึ่งเธอเกลียดคนแบบนี้ที่สุด เลยพิมพ์กลับไปเป็เชิงขู่
“สงสัยว่าที่โดน ยังหนักไม่พอ งั้นต่อไปรับประทานฝ่าเท้า ดีมั้ย”
ทว่าหนุ่มหล่อก็นับว่าเป็เสือโซเชียลที่โคตรใจกล้า จึงตอบกลับมาแบบไม่เกรงกลัว
“ถ้ามันจะทำให้พริกเห็นหัวใจของผม ก็เชิญเหยียบย่ำลงมาได้เลย”
“หึ หึ หึ ไอ้นี่ช่างกล้า สงสัยคงจะไม่เคยตาย ”พริกหัวเราะเหี้ยมๆ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเธอกำลังฟิวส์ขาด นิ้วมือกดคีย์บอร์ดรัวๆ เพื่อส่งสารให้หนุ่มหล่อจอมชีกอ
“สั้นๆนะ เจอกันที่โรงเรียน เตรียมโลงให้พร้อมด้วย ”
และนี่คือการโต้ตอบครั้งสุดท้าย ต่อจากนี้ไป แม้หนุ่มหล่อจะพิมพ์ขอโทษ หรืออ้อนวอนยังไง เธอก็ไม่ตอบกลับเลย อันที่จริง พริกเมินไปดูข้อความอื่นเสียด้วยซ้ำ ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็ของบรรดาเอฟซีที่เด็กสาวไม่คิดจะยุ่งด้วย ทว่าเม็นต์สุดท้ายที่ส่งมา กลับทำให้ยัยจอมแก่นเริ่มยิ้มออกมาได้
“ฮะ ฮะ ฮะ แกทำอะไรน่ะ ตลกอ่ะ ”
ผู้ที่ส่งเม็นต์นี้มาคือเด็กสาวคนหนึ่ง ซึ่งมีรูปร่างหน้าตาคล้ายพริกเป็ที่สุด ถ้าจะบอกว่าเป็แฝดกัน ก็คงไม่ผิดนัก จอมแก่นแก้วจึงพิมพ์กลับไป
“ไม่เห็นตลกเลย เท่ออก ว่าแต่ชั้นแต่งหน้าเหมือนซอมบี้มั้ย ”
“ไม่เลย แกเหมือนพวกเล่นงิ้วมากกว่า” แฝดต่างท้องของพริกแซวกลับ
“ชิ ชั้นอุตส่าห์จะตามเทรน์ให้ทัน เพราะเห็นหลายช่องเล่นมีมนี้ ”
เด็กสาวผู้คล้ายพริกนิ่งงันไปหลายอึดใจจนจอมแก่นเริ่มกังวล แต่สุดท้าย ข้อความใหม่ก็ปรากฏ
“แกคิดว่ามันเป็มีมจริงเหรอ บางทีมันอาจมีเค้าความจริงก็ได้นะ”
“ทำไมแกคิดแบบนั้น ” พริกกดคีย์บอร์ดโดยเร็ว เพราะเธอเองก็อยากรู้เหมือนกัน ด้วยบางทีเพื่อนสาวอาจรู้อะไรมากกว่านี้ แต่ไม่ทันได้เื่ราว บรรดาเอฟซีสาวๆก็เข้ามาป่วนในข้อความที่โต้ตอบ
“ว้าย ว้าย ว้าย ยัยนี่เป็ใครกัน พี่พริกถึงได้พิมพ์ตอบรัวๆ”
“นั่นสิ น่าลากไปตบเนอะ บังอาจมายุ่งกับน้องพริกของชั้น ”
“จัดหนักเลยมั้ย ชั้นขอร่วมอุดมการณ์ด้วยคน”
และพวกปลาซิวปลาสร้อยเ่าั้ ก็ได้ทำให้พริกหมดความอดทน จึงพิมพ์ข้อความสุดท้ายลงไป ก่อนจะล็อกอ๊อฟในเวลาต่อมา
“หยุดพูดเลย ชั้นไม่ชอบผู้หญิง เลิกยุ่งกับชั้นได้แล้ว ส่วนแก ยัยแกงส้ม เดี๋ยวเรามาคุยต่อทางไลน์”
และนั่นก็ทำให้รู้ว่าแฝดต่างท้องของพริกมีนามว่า“แกงส้ม” เพื่อไม่ให้เสียเวลา เด็กสาวจอมแก่นก็คอลไลน์หาเพื่อนซี้ทันที
“ตู้ด……”
“นี่แกไปพูดแบบนั้นได้ไง ไม่สงสารคนพวกนั้นบ้างเหรอ” นี่คือคำแรกที่แกงส้มทัก น้ำเสียงกังวลไม่น้อย ทว่าพริกไม่สนใจ แถมยังตอกกลับแบบหนักๆ
“นี่ถือว่าน้อยเกินไปด้วยซ้ำ เพราะชั้นไม่เคยไปจีบพวกนางเลย แถมประกาศไปตั้งหลายทีว่าไม่ได้ชอบเพศเดียวกัน แต่ก็ยังตื้อไม่เลิก อันที่จริง ยัยพวกนี้น่าจะโดนตบสั่งสอนคนละฉาด ซักวัน แม่จะทำจริงๆ รอให้บ้าได้ที่ก่อนเถอะ”
“ตายแล้ว อย่าให้ถึงขั้นนั้นเลย ”เสียงของแกงส้มดูร้อนรนและขาดห้วง คล้ายตื่นตระหนกสุดขีด ทำให้รู้ว่าแม้ทั้งสองจะมีหน้าตาคล้ายกัน แต่นิสัยกลับห่างไกลคนละขั้ว
พอเห็นเพื่อนซี้เริ่มเตลิด พริกก็ใจเย็นลง และเปลี่ยนมาปลอบประโลม
“แกไม่ต้องตื่นไปหรอก ชั้นยังไม่ทำแบบนั้น และจะพยายามพูดให้ยัยพวกนั้นเข้าใจ ไม่ต้องห่วงนะ”
“ละ แล้ว นะ นายคนนั้นล่ะ ” แกงส้มยังคงถามต่อ ซึ่งพริกก็รู้ทันทีว่าใคร เพราะเธอเพิ่งประกาศฆ่าคนลงบนเฟสมาหมาดๆ เลยตอบกลับ
“อ้อ ตานั่นน่ะเหรอ ชั้นแค่ขู่เล่นๆน่ะ มันจะได้กลัว แล้วย้ายโรงเรียนหนีไป ”
“ว้าย แกอย่าไปทำแบบนั้น รู้มั้ยว่าการทำให้คนอื่นไม่สบายใจ มันบาปนะ” แกงส้มรีบยกกฏแห่งกรรมขึ้นมาอ้าง แต่ดูเหมือนพริกจะรำคาญ จึงรีบพูดแทรก
“จ้า รู้แล้วจ้า ชั้นจะไปขอโทษมันตอนถึงโรงเรียน พอใจรึยังจ๊ะ แม่นางชี ”
“ฟู่….โล่งอกไปที โชคดีที่เธอเข้าใจ” เสียงเป่าปากระบายลมดังมาจากปลายสาย บ่งบอกว่าอีกฝ่ายเริ่มสบายใจ และทันทีที่ทุกอย่างสงบ พริกก็นึกถึงหัวข้อสำคัญที่้าสนทนา
“เออ จริงสิ ที่แกบอกว่าเื่บ้าๆนั่นอาจมีเค้าความจริง หมายความว่าไง เล่ามาให้หมด ”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
