เมื่อคืนนี้เสียงเสือที่คำรามดังสะท้อนก้องหมู่บ้านป่าหมอก ทำเอาพวกชาวบ้านต่างนอนไม่หลับกันทั้งคืนต่างลุกขึ้นมาเตรียมอาวุธไว้ข้างตัว บ้างก็พากันหาสิ่งของมากั้นปิดประตูหน้าต่างให้แ่ามากกว่าเดิม เพราะเกรงว่าจะถูกเสือร้ายเข้ามาทำรายคนในครอบครัว ไม่เว้นแม้กระทั่งคนงานในไร่ตระกูลหวังที่ต่างตื่นตระหนกเพราะอยู่ใกล้กับเสียงคำรามมากที่สุด สองทาสตัวน้อยจางหู่และจางซื่อสองพี่น้องก็นอนร้องไห้กอดกันด้วยความหวาดกลัว เดือดร้อนให้ฉางไห่กับฉางเหอต้องมารับทั้งสองคนที่อยู่ข้างห้องให้เข้ามานอนด้วยกัน ส่วนผู้คุ้มกันอดีตองครักษ์ทั้งหมดต่างกระจายกำลังคุ้มกันรอบไร่ตระกูลหวังตลอดทั้งคืน บรรดาสัตว์เลี้ยงในไร่ต่างก็ตื่นตระหนกกระสับกระส่าย แม้แต่เสี่ยวเฉิงาาอสูรหมาป่าเหมันต์ยังต้องตื่นตัวตลอดเวลาเพื่อปกป้องครอบครัวและเ้านายของมัน ยกเว้นเพียงสามพี่น้องบ้านตระกูลหวังที่ไม่ได้ตื่นใเหมือนกับใครเขา เพราะเฟิ่งเทียนนั้นรู้ดีอยู่แล้วว่าเป็เสียงของเฮยหู่ ส่วนน้องชายฝาแฝดต่างก็นอนหลับลึกด้วยความเพลียจากการเดินทาง
รุ่งเช้าเสียงดังเซ็งแซ่ของชาวบ้านป่าหมอกเกือบทั้งหมดต่างก็พากันมารวมตัวอยู่ลานกิจกรรมของหมู่บ้านพูดคุยกันเกี่ยวกับเื่ของเสียงคำรามของเสือเมื่อคืนนี้ จนทำให้หัวหน้าหมู่บ้านต้องตีเกราะเคาะไม้ ชาวบ้านจึงหยุดเงียบเสียงลง
“เอ้าหยุด! เงียบๆกันเสียก่อน พวกเ้าต่างพูดคุยกันออกเสียงดังปานนี้ หากเสือร้ายมันเดินเข้ามาที่กลางหมู่บ้านพวกเ้าทุกคนก็คงจะไม่รู้ตัวกระมัง” ผู้เฒ่าหลิวหัวหน้าหมู่บ้านเอ่ยห้ามเหล่าชาวบ้านที่เข้ามารวมตัวกัน
“หัวหน้าหมู่บ้าน แล้วพวกเราจะทำอย่างไรดี วันนี้บ้านทุกหลังต่างไม่กล้าขึ้นเขาไปล่าสัตว์กับเก็บผักป่า วันนี้บ้านข้าไม่มีใครกล้าขึ้นเขากันสักคน”
“ใช่ๆๆ บ้านข้าก็ไม่กล้าไป ใครจะไปรู้หากขึ้นเขาแล้วไปเจอเสือรอดักซุ่มตะปบ พวกข้าก็คงจะได้กลายเป็อาหารของมันแทนแน่”
“แล้วพวกเราจะทำอย่างไรดีหล่ะ หัวหน้าหมู่บ้าน?”
บรรดาชาวบ้านต่างตั้งคำถามกับผู้เฒ่าหลิวหัวหน้าหมู่บ้านที่มีสีหน้าเคร่งเครียด เขาอยู่ในหมู่บ้านป่าหมอกมาจนแก่ปูนนี้ ยังไม่เคยได้ยินเสียงคำรามของเสือร้ายดังและชัดเจนสะท้อนไปทั้งหมู่บ้านแบบนี้ น่ากลัวว่าภัยร้ายใกล้จะเข้ามาในหมู่บ้านเสียแล้ว
“พวกเ้าใจเย็น ๆ ่ 2 - 3 วันนี้ห้ามชาวบ้านขึ้นเขาโดยเด็ดขาด ใครขาดแคลนอาหารให้มาลงชื่อที่ข้า ข้าจะให้หยิบยืมของส่วนกลางของหมู่บ้านไปใช้ก่อนแล้วค่อยหามาคืนให้แต่คงแบ่งได้ไม่มากนัก ส่วนชายหนุ่มอายุ 15 ปีขึ้นไป ยกเว้นคนแก่ คนพิการ ให้แบ่งกลุ่มออกเป็สองกลุ่มคละกันไปแล้วตระเวนตรวจตรารอบหมู่บ้านในยามค่ำคืน ส่วนผู้หญิงให้รวมตัวกันมาทำคบเพลิง เพื่อเอาไว้จุดรอบหมู่บ้านตอนกลางคืนเพราะเสือร้ายมันกลัวแสงไฟ”
“หัวหน้าหมู่บ้าน แล้วเสียงเสือมันดังมาจากที่ใดกันแน่”
“มันคงคำรามอยู่ในป่าท้ายหมู่บ้านที่ติดกับไร่ตระกูลหวัง ไม่ได้การแล้ว แล้วเหล่าคนงานบ้านตระกูลหวังไม่ได้มารวมตัวกับพวกเ้าหรือ!" หัวหน้าหมู่บ้านตื่นตระหนกหากเสือคำรามในป่าท้ายหมู่บ้าน คนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดก็คงจะไม่พ้นคนในไร่นั้นหลายสิบชีวิต
“หรือว่าจะเกิดเื่ร้ายขึ้นกับพวกเขา หรือว่าเสือร้ายมันบุกเข้าไปในไร่ตระกูลหวัง!!” หนึ่งในชาวบ้านออกความคิดเห็นก็สร้างเสียงดังอื้ออึงของทุกคนในลานกิจกรรมหมู่บ้านอีกครั้ง
“พวกเ้าหยุด!!!” หัวหน้าหมู่บ้านห้ามทัพอีกครั้ง
“ข้าว่าข้าจะไปดูคนที่ไร่ตระกูลหวัง ไม่รู้ว่าจะเป็ตายร้ายดีหรือว่าจะปลอดภัยหรือไม่”
พรานอวิ๋นสหายสนิทของหวังหลงบิดาของเฟิ่งเทียนกล่าวด้วยความกังวลใจ ผู้ชายในหมู่บ้านทั้งหมดต่างก็เห็นด้วย ดังนั้นขบวนของคนในหมู่บ้านป่าหมอกที่ในมือของทุกคนพร้อมอาวุธต่างมุ่งหน้าเดินเท้าไปยังท้ายหมู่บ้าน ส่วนคนที่ไม่ได้ไปก็ยังคงนั่งรวมตัวกันไม่กลับบ้านตนเอง เกรงว่าเมื่อเปิดประตูบ้านไปแล้วจะเจอเสือ สู้อยู่รวมกันเมื่อเสือร้ายบุกเข้ามามันก็คงจะเลือกใครสักคนเป็เหยื่อหล่ะนะ
ไร่ตระกูลหวัง
วันนี้เฟิ่งเทียนกับน้องๆรวมถึงสมาชิกตัวใหม่ของไร่ กำลังเพลิดเพลินกับอาหารเช้าในบ้านหลังน้อยแต่เพียบพร้อมด้วยความสะดวกสบายของตน ไม่ได้รับรู้ถึงความกังวลใจของใครเลย
“กินเยอะๆน๊าาเสี่ยวเฮย”
เฟิ่งจินแบ่งปลาย่างหอมๆที่พี่ใหญ่แกะก้างออกให้ วางลงในจานข้าวใบใหม่ของเฮยหู่ ซึ่งแมวดำตัวเล็กนี้พี่ใหญ่พามันเข้ามาปลุกพวกเขาตื่นในตอนเช้า เมื่อพวกเขาลืมตาขึ้นมาสายตาก็ปะทะกับเ้าก้อนขนตัวเล็กสีดำที่อยู่ในอกเสื้อของพี่ใหญ่ ดวงตาสีเหลืองอำพันก็สีสวยตัดกับสีขนของมัน แมวน้อยตัวนี้มันน่ารักมากแต่ว่ามันไม่ยอมลงมาจากอกเสื้อของพี่ใหญ่เลย ไม่ว่าเขาหรือพี่รองจะพยายามเรียกมันอย่างไรก็ตาม จนกระทั่งตอนกินข้าวนี่แหละที่มันยอมะโออกมานั่งบนโต๊ะกินข้าวประหนึ่งเป็เ้าของบ้าน เฟิ่งจินกับเฟิ่งหลงจึงได้คีบปลาย่างที่พี่ใหญ่ทำมามันจึงยอมนั่งกินแต่โดยดี ส่วนเฟิ่งเทียนมองดูเสือดำสุดแอ๊บก็ได้แต่ส่ายหัว เฮ้อ! เสือแอ๊บเป็แมวใครรู้ก็คงจะไม่เชื่อ แถมจะหาว่าเขาบ้าด้วยซ้ำ!
เมื่อทั้งหมดทานข้าวเช้าเสร็จ เฟิ่งเทียนกับน้องๆจึงได้ฤกษ์เดินออกมาจากบ้าน เด็กๆต่างวิ่งไปยังบ้านของเสี่ยวเฉิงที่พี่ชายสร้างให้ใหม่แล้วพากันไปวิ่งเล่นในบริเวณประตูไร่ซึ่งมีพื้นที่กว้างขวาง ในขณะที่เฟิ่งเทียนนำผักปราณไปให้เ้าเทา เสี่ยวหนิว เสี่ยวหน่าย ก็พบกับฉางไห่และฉางเหอยืนถือมีดดาบเดินตระเวนรอบบ้านหลังนี้ด้วยความเคร่งเครียด
“อ้าว! พี่ฉางไห่ พี่ฉางเหอ พวกท่านทำไมมาเดินถือดาบไปมาแบบนี้หล่ะ หรือว่าจะมีโจรเข้ามาในบ้านเราอีก”
ไม่รอคำตอบจากผู้คุ้มกันเฟิ่งเทียนจึงให้เสี่ยวเป่าเปิดระบบสแกนพื้นที่เพื่อความมั่นใจ
“เสี่ยวเป่า เปิดระบบสแกนพื้นที่ ตรวจดูสิว่ามีโจรบุกเข้ามาในไร่ตระกูลหวังหรือไม่”
[เปิดระบบสแกนพื้นที่ พบกลุ่มคนจำนวนมากติดอาวุธ มุ่งหน้ามายังไร่ตระกูลหวังจากทางทิศเหนือ]
“ห๊ะ! อะไรนะ ไม่ได้การแล้ว พี่ฉางไห่ มีกลุ่มคนติดอาวุธกำลังมุ่งหน้ามาที่ไร่ของเรา พวกท่านเรียกรวมพลทุกคนด่วน แล้วให้เด็กกับผู้หญิงไปรวมตัวกันที่โรงอาหาร!"
“ขอรับ!!!”
"แล้วน้องรองกับน้องเล็กหล่ะอยู่ที่ไหนเนี่ย”
เฟิ่งเทียนร้อนใจเป็ห่วงความปลอดภัยของน้องๆทั้งสอง จึงให้เสี่ยวเป่าหาพิกัดของน้องๆ ปรากฏว่าน้องๆของเขากำลังเล่นซ่อนแอบกันอยู่ที่หน้าประตูไร่ ไม่ได้การแล้ว!เฟิ่งเทียนกำลังจะวิ่งไปที่ประตูไร่ แต่ว่าน้องๆทั้งสองพร้อมลูกสมุนทั้งสีี่ก็ต่างวิ่งหน้าตื่นมาหาเขา
“แย่แล้วขอรับพี่ใหญ่!! ข้าเห็นชาวบ้านถือมีดถือไม้เดินมาทางไร่ของเราขอรับ!!” เฟิ่งหลงรีบอุ้มเสี่ยวตงวิ่งมาบอกพี่ชายพร้อมกับหอบแฮ่กๆด้วยความเหนื่อย
“ใช่ๆขอรับพี่ใหญ่ ข้ากับพี่รองมองลอดออกไปที่ประตูรั้วพวกข้าจึงรีบวิ่งมาบอกพี่ใหญ่” เฟิ่งจินก็ไม่น้อยหน้า อุ้มเสี่ยวตันพูดรายงานในสิ่งที่ตนเองเห็น
“นายท่าน เดี๋ยวข้าจะคุ้มกันนายน้อยทั้งสองเอง” เสี่ยวเฉิงกับเสี่ยวไฉ่ รีบวิ่งเข้ามาประกบนายน้อยทั้งสองของมัน
“อืมขอบใจเ้ามากเสี่ยวเฉิง เสี่ยวไฉ่”
“น้องรอง น้องเล็ก พวกเ้าไปรวมตัวกับพวกคนงานที่โรงอาหาร เสี่ยวเฉิงเสี่ยวไฉ่จะไปดูแลความปลอดภัยของพวกเ้ารีบวิ่งไปเดี๋ยวนี้!!!!” เฟิ่งเทียนรีบรุนหลังของน้องๆให้รีบเดินไปที่โรงอาหาร
“แต่พี่ใหญ่หล่ะขอรับ พวกข้าห่วงพี่ใหญ่ขอรับ!!!”
เฟิ่งหลง เฟิ่งจินต่างก็ห่วงความปลอดภัยของพี่ใหญ่ของตนจึงไม่ยินยอมที่จะทำตาม จนกระทั่งเฟิ่งเทียนดึงมีดสั้นเหล็กดำพยัคฆ์ทมิฬที่เสี่ยวเฮยแปลงร่างกลับคืน ดึงออกมาจากอกเสื้อให้น้องๆเห็น
“พวกเ้าไม่ต้องห่วง ลืมไปแล้วหรือว่าพี่มีอาวุธิญญาเล่มนี้ หากมีเื่ร้ายเกิดขึ้นพี่ใหญ่รับมือได้ พวกเ้าอย่าให้พี่ใหญ่ต้องกังวล รีบวิ่งไปรวมตัวกันที่โรงอาหารเดี๋ยวนี้!!”
“ขอรับพี่ใหญ่! ” เด็กทั้งสองวางใจเมื่อเห็นอาวุธในมือของพี่ใหญ่ แม้แต่โจรยังสู้พี่ใหญ่ไม่ได้นับประสาอะไรกับพวกชาวบ้าน ทั้งสองต่างก็รีบวิ่งอุ้มลูกหมาป่าสมุนคู่ใจมุ่งหน้าไปที่โรงอาหาร โดยมีเสี่ยวเฉิง เสี่ยวไฉ่ รีบวิ่งตามติดไปคุ้มครองด้วย
“ใครกล้าบุกเข้ามา ข้าพร้อมล้างด้วยเื!!!!” เฟิ่งเทียนเตรียมพร้อมถือมีดสั้นแน่น เหล่าคนงานชายและผู้คุ้มกันต่างถืออาวุธเข้ามาสมทบ เมื่อคนพร้อมเฟิ่งเทียนและคนงานในไร่ก็เดินไปที่ประตูบานใหญ่ของไร่ เพื่อรอกลุ่มคนที่มุ่งหน้ามาทางนี้
“มีใครอยู่มั๊ยยยย เฟิ่งเทียนเ้าอยู่หรือไม่ มีใครเป็อะไรหรือไม่” เสียงะโจากพรานอวิ๋นและชาวบ้านที่ะโเรียกเมื่อมาถึงประตูไร่
“ท่านลุงอวิ๋น? พวกท่านมาที่ไร่ของข้าทำไมขอรับ” ผู้คุ้มกันเดินไปเปิดประตู เฟิ่งเทียนจึงถามพรานอวิ๋นด้วยความสงสัยพร้อมระแวงไปด้วย เอ…ท่านลุงอวิ๋นก็ดีกับพวกข้าแล้วพวกเขาจะมาปล้นไร่ข้าจริงหรือ
“เฮ้อ!!!! ข้าโล่งใจ พวกเ้าไม่มีใครเป็อะไรใช่หรือไม่?”
“ทำไมหรือขอรับ พวกข้าทุกคนในไร่สบายดีขอรับ หรือว่ามีเหตุร้ายเกิดขึ้นในหมู่บ้านหรือขอรับท่านลุงอวิ๋น”
“เอ้า!นี่พวกเ้าไม่รู้เื่เสือร้ายที่คำรามดังก้องไปทั้งหมู่บ้านหรือ เสียงเสือร้ายดังมาจากทิศที่ติดกับไร่ของเ้า เช้านี้ทุกคนต่างไปรวมตัวกันที่บ้านของข้า แต่ที่บ้านของพวกเ้าไม่มีใครมากันสักคน พวกข้าก็เลยคิดว่าพวกเ้าถูกเสือร้ายบุกเข้ามา พวกข้าทั้งหมดจึงถืออาวุธป้องกันตนเอง แล้วมาดูพวกเ้าอย่างไรหล่ะ ข้าเห็นพวกเ้าไม่เป็อะไรอีกทั้งถืออาวุธครบมือพวกข้าก็ข้าย่อมหายห่วง” หัวหน้าหมู่บ้านรีบเดินออกมาจากท้ายขบวน ก็เขาแก่แล้วจะเดินเร็วเหมือนชายหนุ่มคนอื่นได้อย่างไรกัน
“คาระวะหัวหน้าหมู่บ้านและทุกท่านขอรับ เสือร้ายอย่างนั้นหรือขอรับ เอ่อ…พวกข้าก็ได้ยินขอรับก็เลยเตรียมพร้อมเหมือนกับพวกท่าน”
เฟิ่งเทียนรีบไหลไปตามน้ำ ไหนจะพี่ฉางไห่ฉางเหอจะเดินถืออาวุธไปมา ไหนเ้าเสี่ยวเป่าตัวดีบอกว่ามีกลุ่มคนติดอาวุธมุ่งหน้ามาทางนี้ ไหนจะน้องๆทั้งสองรีบวิ่งมาบอกว่าเห็นกลุ่มชาวบ้านเดินมาทางนี้ นี่เขาตื่นตูมไปเองหรือนี่
“อืมดี……ข้าเห็นพวกเ้าเตรียมตัวก็ดีเหมือนกัน ยิ่งไร่ของเ้าอยู่ติดกับป่าลึกด้านหลัง พวกเ้ายิ่งต้องระวังให้มากขึ้น ข้าให้พวกผู้ชายในหมู่บ้านรวมตัวกันออกล่าตระเวนในตอนกลางคืน เ้าจะให้คนของเ้ามาสมทบหรือจะลาดตระเวนเป็ด่านหน้าก่อนทางเขาหมู่บ้านก็จะเป็เื่ดี ชาวบ้านในหมู่บ้านจะได้ปลอดภัยอีกชั้นหนึ่ง” หัวหน้าหมู่บ้านออกความคิดเห็น
“ได้ขอรับ ข้าจะให้คนของข้าคอยลาดตระเวนเป็ด่านชั้นนอกให้กับหมู่บ้าน ส่วนที่ไร่ของข้าพวกท่านไม่ต้องกังวลกำแพงไร่ข้าสูงสามเมตรเสือมันคงจะกระโดเข้ามาไม่ได้เหรอกขอรับ”
“อืมดี…ข้าและคนในหมู่บ้านขอบใจพวกเ้ามาก แล้ว่นี้ 2 - 3 วันอย่าให้ใครขึ้นเขาเป็เด็ดขาดข้าเกรงว่าเสือร้ายมันจะดักซุ่มรอเหยื่ออยู่บนนั้น รออีกสามวันมันคงจะย้ายไปทางอื่นแล้ว"
“อ่า…ขอรับ ข้าจะสั่งไม่ให้คนงานขึ้นเขาตามที่ท่านบอกขอรับ” เฟิ่งเทียนยิ้มแห้งเออเออไหลไปตามน้ำ เ้าเสี่ยวเฮยตัวดีทำเื่ซะแล้ว เฟิ่งเทียนถือมีดสั้นแน่น ส่วนเฮยหู่ตัวสร้างเื่ระทึกขวัญกลับทำตัวนิ่งสนิทไร้ตัวตนอยู่ในมิติของอาวุธิญญา
“อืม..พวกเ้าไม่เป็อะไรข้าก็หายห่วง พวกข้ากลับก่อนเพราะต้องแบ่งงานกันอีกหลายส่วน” หัวหน้าหมู่บ้านกล่าวลาพร้อมกับชาวบ้านทั้งหมดเดินย้อนกลับหมู่บ้านไป
“เฮ้อ!!!! เกือบเกิดเื่ซะแล้ว นี่มันเื่โอละพ่อหรือนี่” เฟิ่งเทียนปาดเหงื่อทิพย์พร้อมเก็บมีดสั้นลงกับอก ลูกแมวสีดำจึงมุดหัวออกมานอกอกเสื้อ
“ฮึ!!! เสี่ยวเฮยตัวดี ทำเขาปั่นป่วนกันไปหมด”
“แง๊ววว !!!”
ลูกแมวดำทำเสียงออดอ้อน เมื่อคืนมันแค่คำรามด้วยความดีใจที่มันเจอกับอีกส่วนหนึ่งของมันอีกครั้งมันไม่ได้ตั้งใจทำให้ใครใสักหน่อย มันไม่ผิดเ้านายอย่ามาโยนความผิดให้ข้านะ!!!!
“เฮ้อ! หมดเื่สักที พี่ฉางไห่ท่านช่วยจัดคนคอยลาดตระเวนตามที่หัวหน้าหมู่บ้านบอกไว้ด้วย ส่วนผักในไร่ดูแลรดน้ำเช้า - เย็นเท่านั้น ยังไม่มีอะไรมาก ข้าจะไปหาน้องๆไม่รู้ว่าจะตื่นใแค่ไหนแล้ว ไปชวนลงกล้าผลไม้ที่ซื้อมาดีกว่า!!”
“ขอรับนายท่าน!!!”
********************************
หลังม่าน
เฟิ่งเทียน : พี่ฉางไห่ พวกท่านถือดาบเดินตระเวนรอบบ้านทำไมขอรับ?
ฉางไห่ ฉางเหอ : เอ่อ…คือว่า
เฟิ่งเทียน : หรือว่ามีโจรมาบุกปล้นบ้านเราหรือขอรับ เสี่ยวเป่าเปิดระบบสแกนพื้นที่โดยด่วน!!!
เสี่ยวเป่า : เปิดระบบสแกนพื้นที่!!
ฉางไห่ ฉางเหอ : นายท่าน ….ท่านไม่รอพวกข้าพูดสักนิดเลยขอรับ!!!
เฟิ่งหลง เฟิ่งจิน : แย่แล้วขอรับพี่ใหญ่ !!!!!