เชือกเชื่อมัั : แม่เลี้ยงคนสวย (2)
เช้าวันต่อมา
เจตื่นขึ้นราวเก้าโมงเช้า ใบหน้าของเขาล้าเล็กน้อยจากการนอนดึกเมื่อคืน เขาลุกจากเตียงบิดี้เีไปมาสองสามที ก่อนจะเดินไปที่หน้าต่าง เปิดม่านรับแสงแดดอ่อน ๆ ที่ส่องเข้ามาในห้อง ่นี้เจยังคงว่างงานอยู่ ทำให้เขาใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่บ้าน
พ่อของเจออกไปทำงานต่างจังหวัดอีกหลายวันกว่าจะกลับ ส่วนน้ำฟ้า น้องสาวต่างสายเื ก็ออกไปโรงเรียนแต่เช้าตรู่
ทำให้ตอนนี้ในบ้านมีเพียงเจกับ รุ้ง แม่เลี้ยงของเขา เท่านั้น
เจเดินเข้าห้องน้ำ จัดการชำระล้างร่างกาย เสร็จแล้วก็ไปแต่งตัว เขาเสื้อยืดสบาย ๆ กับกางเกงขาสั้น ก่อนจะเดินลงมาชั้นล่าง ทันทีที่เท้าแตะพื้นชั้นล่าง กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารก็ลอยมาเตะจมูก เขาเดินตามกลิ่นไปจนถึงห้องครัว และภาพที่เห็นก็ทำให้หัวใจของเจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย
รุ้ง กำลังยืนหันหลังให้เขาอยู่หน้าเตาแก๊ส เธอสวมเพียงเสื้อยืดคอกว้างสีขาวบาง ๆ ตัวโปรดของเธอที่มักจะเผยให้เห็นร่องอกอวบอิ่มยามที่เธอขยับตัว กางเกงขาสั้นผ้าฝ้ายสีครีมที่รัดรูปจนเห็นสัดส่วน่ล่างของเธออย่างชัดเจน เผยให้เห็นเรียวขาเนียนสวยที่ทอดยาวลงไป ผมสีดำที่มักจะถูกรวบเป็หางม้าสูงในยามปกติ วันนี้กลับถูกปล่อยสยายยาวลงมาถึงกลางหลัง พลิ้วไหวเล็กน้อยยามที่เธอหันตัวไปมาขณะทำอาหาร แสงแดดยามเช้าส่องลอดหน้าต่างมาต้องผิวขาวเนียนของเธอ ทำให้เธอดูเปล่งปลั่งและเย้ายวนอย่างบอกไม่ถูก
“อรุณสวัสดิ์ครับแม่รุ้ง”
เจเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงสดใส
รุ้งหันมาพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น
“อ้าว เจ ตื่นแล้วเหรอ มาสิ แม่กำลังจะทำกับข้าวเสร็จพอดีเลย มาทานด้วยกันไหม”
รอยยิ้มและน้ำเสียงอ่อนโยนของเธอ ทำให้เจรู้สึกอบอุ่นเสมอ
เธอมักจะดูแลเอาใจใส่เจเป็อย่างดีเสมอ ผิดกับลูกของเธอ น้ำฟ้าที่มักจะพูดจาห่างเหิน และบางครั้งก็แสดงออกว่าไม่ชอบหน้าเจเท่าไหร่
เขามองรุ้งที่กำลังตักข้าวใส่จาน สายตาของเจไล่มองั้แ่เรือนผมจรดปลายเท้า เก็บรายละเอียดความงามของเธอทุกตารางนิ้วในใจ
“ครับแม่ เดี๋ยวผมไปเตรียมจานช้อนให้”
เจตอบรับด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะให้เป็ปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้
เขารีบเดินไปยังตู้เก็บจานชาม หยิบจานเปล่าสองใบ และช้อนส้อมอีกสองคู่ ก่อนจะนำไปวางไว้ที่โต๊ะอาหารอย่างเงียบเชียบ
ขณะที่เขากำลังจัดวางอุปกรณ์บนโต๊ะ สายตาของเจก็ยังคงจับจ้องไปที่แผ่นหลังของรุ้งที่กำลังง่วนอยู่กับการทำอาหาร ภาพก้นทรงโตของเธอที่ขยับไปมาใต้ผ้าบาง ๆ ทำให้เืในกายของเจสูบฉีดอย่างรุนแรง
ความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัวของเจ เมื่อเขามองไปยังช้อนส้อมที่วางอยู่บนโต๊ะ รอยยิ้มเ้าเล่ห์ก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า เขารีบล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง คว้าเอา เชือกวิเศษ สีเงินเรืองรองออกมาอย่างรวดเร็ว
เจไม่รอช้า เขากำปลายเชือกด้านหนึ่งไว้แน่น แล้วนำปลายอีกด้านหนึ่งไปแตะเข้ากับ ช้อนที่เขาตั้งใจจะให้รุ้งใช้ ทันทีที่ปลายเชือกัักับโลหะเย็นเฉียบของช้อน
เจก็รีบล้วงมือข้างที่กำปลายเชือกอีกด้านหนึ่งเข้าไปในกางเกง ก่อนจะนำปลายเชือกด้านนั้นไปแตะเข้ากับ แท่งเอ็นของตนเองที่กำลังเริ่มขยายตัว
วินาทีที่ปลายเชือกทั้งสองด้านัักับวัตถุเป้าหมาย แสงสีเงินเรืองรองก็วาบขึ้นเพียงชั่วพริบตา ก่อนที่เชือกวิเศษจะอันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย ราวกับไม่เคยมีอยู่จริง
เจกลืนน้ำลายเอื๊อก เขารู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่แล่นขึ้นมาที่แท่งเอ็นของเขา และรู้สึกได้ถึงความเชื่อมโยงบางอย่างที่เกิดขึ้นกับช้อนคันนั้น หัวใจของเขาเต้นรัวระทึกด้วยความตื่นเต้นและคาดหวัง
เจพยายามสงบสติอารมณ์ ทำทีเป็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เขามองรุ้งที่กำลังตักอาหารใส่จาน
“เสร็จแล้วจ้ะเจ มานั่งเลย”
รุ้งหันมายิ้มให้ พร้อมกับยกจานอาหารมาวางบนโต๊ะ เจนั่งลงตรงข้ามกับรุ้ง สายตาของเขาจับจ้องไปที่มือของเธอที่กำลังจะเอื้อมไปหยิบช้อนคันนั้นที่ตอนนี้ได้เชื่อมต่อแท่งเอ็นของเขา
รุ้งเอื้อมมือไปหยิบ ช้อน ที่เจได้จัดเตรียมไว้ให้ นิ้วเรียวสวยของเธอัักับด้ามช้อน ทันทีที่ปลายนิ้วอุ่น ๆ ของเธอแตะลงบนช้อน
เจก็รู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าอ่อน ๆ แล่นแปลบจากช้อนตรงเข้าสู่แท่งเอ็นของเขา เขาอ้าปากค้างเล็กน้อย พยายามกลั้นเสียงครางที่จุกอยู่ในลำคอ
“อื้มม..อือออ”
เขารู้สึกเหมือนมือของรุ้งกำลังบีบกระชับอยู่ตรงแท่งเสียวของเขา มันช่างเร้าอารมณ์จนเจต้องเม้มปากแน่น