ทันทีที่เข้าไปมนตราก็ต้องตะลึงกับอาณาเขตกว้างใหญ่ของร้านอาหารแห่งนี้นอกจากมีลานจอดรถที่น่าจะจอดเฮลิคอปเตอร์ได้แล้ว ยังมีน้ำพุและมีสะพานไม้ข้ามบ่อน้ำขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยปลาคาร์ปตัวเขื่องพื้นทางเดินโรยกรวดหินไว้อย่างเป็ระเบียบ ต้นไม้นานาพรรณแม้ครึ้มแต่ไม่รกยิ่งไปกว่านั้นยังมีต้นตาเบบูญ่าสีชมพูที่ออกดอกบานสะพรั่งเต็มต้นทำให้ที่นี่ดูราวกับเป็สวนพฤกษศาสตร์ขนาดย่อม ทั้งสองเดินไปหาบาสที่ยืนรออยู่หน้าร้านแล้ว
“ต้นตาเบบูญ่าน่ารักจังเลยนึกถึงสมัยเราเรียนมหาวิทยาลัยนะคะพี่บาส”
“อืมมนตร์ชอบมากเลยนี่นา ต้องไปนั่งเล่นแทบทุกวัน” บาสยิ้ม
มนตราชะงักเล็กน้อยเธอเกรงว่าการรื้อฟื้นความหลังจะทำให้เขาเจ็บเพราะเธอเองก็เลือกที่จะไม่สานสัมพันธ์กับเขาทั้งที่เดิมทีเป็ฝ่ายปลื้มเขาด้วยซ้ำแต่เมื่อเห็นใบหน้าระบายยิ้มของสัตวแพทย์หนุ่มก็ทำให้เธอโล่งใจ
อาหารที่ถูกเสิร์ฟเรียงรายบนโต๊ะล้วนเป็ของโปรดมนตราทั้งนั้นทั้งแกงเหลืองปลากะพง ใบเหลียงผัดไข่ หมูสามชั้นผัดกะปิ สะตอผัดกุ้ง และคั่วกลิ้งหมูสับมนตราอิดออดเกรงใจว่าบาสสั่งอาหารเยอะเกินไปแต่ถูกปกป้องขัดว่าเธอเป็พวกกระเพาะคราก บาสมองทั้งคู่ที่นั่งฝั่งตรงข้ามหยอกเย้ากันไปมาทั้งสามคนกินเรียบจนอิ่มแปล้ บาสจึงเรียกพนักงานให้นำเมนูของหวานมาให้มนตราพร้อมพูดกับเธอ
“เดี๋ยวมนตร์กินไปพลางๆก่อนได้ไหม คุณปกป้อง ช่วยออกไปคุยข้างนอกกับผมหน่อยสิ”
แม้จะงุนงงแต่ปกป้องก็ทำตามแต่โดยดีทั้งคู่ไปหยุดอยู่ใต้ต้นตาเบบูญ่าต้นใหญ่ที่กำลังผลิดอกบานสะพรั่ง แล้วนายสัตวแพทย์หนุ่มก็ยิงคำถามโดยไม่เปิดโอกาสให้ปกป้องตั้งตัว
“คุณชอบมนตร์ใช่ไหม”
ปกป้องนิ่งอึ้งราวกับกำลังจะอ่านท่าทีนายสัตวแพทย์หนุ่ม
“คุณก็รู้ใช่ไหมว่าผมชอบมนตร์มากแล้วเราก็เคยคุยๆ กันสมัยเรียนมหา’ลัย” บาสรุกต่อ
“ครับผมรู้ครับ”
“แล้วทำไมคุณยังทำเฉยอยู่ล่ะไม่กลัวว่าถ้าไม่สารภาพรักแล้วเธอจะหลุดลอยไปหรือยังไง”
บาสจ้องหน้าปกป้องด้วยสีหน้าแววตาจริงจังแต่ปกป้องยังเงียบอยู่
“หรือคุณไม่คิดจะจริงจังกับเธอ”
บาสเสียงแข็งกร้าวขึ้นราวกับกำลังยั่วยุปกป้องซึ่งก็ดูเหมือนจะได้ผล
“ผมจริงจัง!ผมน่ะชอบมนตร์ั้แ่แรกเห็นแล้ว เธอเป็คนสำคัญในชีวิตผม แต่ผม...ผมไม่กล้าบอกรักเธอหรอก...ใครบางคนเคยบอกว่าผมมันตัวซวย ทำให้คนที่ผมรักและรักผมต้องตาย” ปกป้องหลุบตาลงต่ำ
“คุณคิดว่าแมวมีกี่ชีวิตปกป้องมีเก้าชีวิตไหม...หรือมีแค่ชีวิตเดียว”
“ก็ต้องชีวิตเดียวอยู่แล้วสิครับ”ปกป้องตอบแม้จะงุนงง
“ใช่แล้วละ...มันก็มีชีวิตเดียวเหมือนพวกเราแต่ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมพวกมันถึงได้ใช้ชีวิตแต่ละวันๆ อย่างเต็มที่อย่างกับมีเก้าชีวิตดูจับฉ่ายสิ เดี๋ยวฟื้นเดี๋ยวสลบแต่ก็ยังเต็มที่กับชีวิตเสมอ”
ทั้งคู่เงียบมองดอกตาเบบูญ่าค่อยๆ ร่วงหล่นลงสู่พื้น
“ตาเบบูญ่าเองก็เหมือนกันนะมันผลิดอกให้ชื่นชมอย่างเต็มที่เพื่อ่เวลาแค่ปีละครั้งแล้วก็ร่วงโรยไป...คนเราก็เหมือนกันอาจจะคิดว่ามีเวลาอีกมากมายแต่ใครจะรู้ล่ะว่าวันนี้เป็วันที่เราผลิบานวันสุดท้ายหรือเปล่า”
สัตวแพทย์หนุ่มเงียบไปครู่หนึ่งก่อนกล่าวต่อ
“ฉะนั้นขอให้กล้าใช้ชีวิตให้เต็มที่อย่าให้ใครมาบอกว่าคุณเป็ยังไง แต่ให้หัวใจคุณบอกนะ”
“แล้วพี่ไม่คิดจะสานต่อกับมนตร์เหรอทีแรกพี่ยังดูเหมือนกลับมาจีบเธอด้วยซ้ำ” ปกป้องสงสัย
“ตอนแรกผมก็ตั้งใจแบบนั้นแหละแต่พอเห็นคุณกับมนตร์ผมก็รู้แล้วว่าทั้งสองคนรู้สึกยังไงต่อกัน ผมจะเข้าไปแทรกทำไมผมอยากเห็นมนตร์มีความสุข”
ปกป้องมองบาสอย่างชื่นชมนายสัตวแพทย์หนุ่มเอื้อมมือไปตบไหล่เขาเบาๆ
“เดี๋ยวผมขอคุยกับมนตร์ด้วยนะแล้วก็...ฝากมนตร์ด้วย”
“ครับผมจะดูแลเธออย่างดีแบบที่พี่ก็สู้ไม่ได้” ปกป้องยิ้ม
บาสยิ้มตอบแล้วเดินเข้าร้านไปปกป้องนิ่งคิดอะไรบางอย่างครู่หนึ่งก่อนจะเดินตามเข้าไป
“อุ๊ย!มนตร์กินหมดพอดีเลย สั่งของหวานกันสิคะ มนตร์ไม่ได้สั่งให้กลัวละลาย” มนตราวางช้อนลอดช่องลง
“ไม่เป็ไรหรอกพี่อิ่มแล้ว พี่ขอคุยกับมนตร์สักครู่ได้ไหม”
“ได้สิคะ”มนตรารีบเช็ดปาก
สัตวแพทย์หนุ่มพยักหน้าเป็เชิงชักชวนให้มนตราไปคุยกันด้านนอกปกป้องมองตามทั้งคู่ พอจะเดาออกว่าบาสน่าจะคุยเื่อะไร
บาสชวนมนตรานั่งลงที่ม้านั่งฝั่งตรงข้ามต้นตาเบบูญ่ามนตรายื่นมือไปรับดอกตาเบบูญ่าที่ร่วงปลิวมาตามลมพร้อมกับยิ้มกว้าง
“มนตร์ยังชอบดอกตาเบบูญ่าเหมือนเดิมเลยสินะ”
“ค่ะกลีบดอกมันเล็กสีชมพูน่ารัก แล้วปีหนึ่งก็บานเพียงครั้งเดียวเองนี่คะ”มนตราหันไปส่งยิ้มให้บางๆ
“มนตร์ยังจำตอนที่เราไปนั่งเล่นใต้ต้นตาเบบูญ่าสมัยเรียนมหาวิทยาลัยได้ไหม่นั้นมันดีมากเลยเนอะ”
สัตวแพทย์หนุ่มแหงนหน้ามองต้นตาเบบูญ่าพร้อมรอยยิ้มจางๆมนตรามองเขา ภาพความทรงจำในอดีตย้อนกลับมา
7ปีก่อน...
มนตรายังเป็นักศึกษาเฟรชชี่โลกในมหาวิทยาลัยช่างกว้างใหญ่และน่าตื่นเต้นเสียเหลือเกินสำหรับเธอ พอจบคลาสเธอก็เข้าไปนั่งทำรายงานในหอสมุดบ้างเข้าชมรมบ้าง หรือบางทีก็ออกไปเที่ยวเล่นตะลอนหาของกินนอกมหาวิทยาลัยกับเพื่อนๆ แล้วรีบกลับเข้าหอพักในฯอย่างเส้นยาแดงผ่าแปด
มนตราผู้ขี่จักรยานไม่เป็นึกหงุดหงิดใจที่ต้องคอยพึ่งพาเพื่อนๆจึงพยายามหัดขี่จักรยานด้วยตนเอง แต่มันไม่ใช่เื่ง่ายสำหรับเธอ
ในวันเสาร์หนึ่งเพื่อนๆ กลับบ้านกันหมดแล้ว แต่มนตราไม่กลับเธอมุมานะหัดขี่จักรยานไปตามถนนในมหาวิทยาลัยแม้จะท่าทางยักแย่ยักยันแต่ก็ยังไม่ล้ม จนกระทั่งล้อหมุนลงไปในหลุมถนนขรุขระ มนตราผู้ยังทรงตัวไม่เก่งกรีดร้องล้มกลิ้งลงข้างทาง
“น้องเป็อะไรไหมครับ”เสียงทุ้มนุ่มดังขึ้นพร้อมกับยื่นมือมา
ชายหนุ่มคนนั้นผมสั้นเป็ระเบียบรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าขาวผ่อง ดวงตาเรียวเล็ก และสวมแว่นหนาเตอะ มนตราจับมือเขาแล้วรีบลุกขึ้นยืนปัดเศษใบไม้ด้วยความอาย
“พี่ชื่อบาสนะครับน้องชื่ออะไรครับ” ชายหนุ่มส่งยิ้มให้
นับั้แ่นั้นมาความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ค่อยๆงอกงามดังดอกไม้ที่กำลังผลิบาน บาสเป็นักศึกษาคณะสัตวแพทยศาสตร์ปีสุดท้าย เขาเป็นักเรียนทุนและเป็ว่าที่นักศึกษาเกียรตินิยมเหรียญทองเขาสอนมนตราขี่จักรยานจนสำเร็จ จนกระทั่งต้นตาเบบูญ่าออกดอกมนตราชื่นชอบดอกตาเบบูญ่ามาก ทั้งคู่จึงมักไปใช้เวลานั่งเล่นที่นั่น โดยบาสมักช่วยติววิชาภาษาอังกฤษให้มนตราอยู่เสมอ
จนกระทั่งวันหนึ่ง...
“พี่ชอบมนตร์นะครับมนตร์คบกับพี่ได้ไหม”
บาสรวบรวมความกล้าพูดออกไปใต้ต้นตาเบบูญ่าที่กำลังผลิบานพร้อมกับยื่นโหลใสใส่ดอกตาเบบูญ่าที่เก็บรวบรวมมา มนตรายิ้มแล้วยื่นมือไปรับแต่ทันทีที่หล่อนรับขวดโหลนั้นมา ความรู้สึกบางอย่างก็ก่อตัวขึ้นในใจ
“ขอบคุณพี่บาสมากๆนะคะ มนตร์ชอบมากเลย แต่มนตร์...ขอกลับไปคิดดูก่อนได้ไหมคะ แล้วอาทิตย์หน้าเราค่อยมาเจอกันที่นี่เวลาเดิมนะคะ”
“ครับ...พี่จะรอ”
ตลอด่สัปดาห์นั้นมนตราอยู่ไม่สุขเอาแต่คิดทบทวนความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อบาสแล้วก็พบว่าเธอมีความสุขดีแต่เพราะเหตุใดกันล่ะ เธอจึงไม่ตอบรับความรู้สึกของเขา
“นี่มนตร์เธอเห็นคลิปพี่โรมไอดอลสุดหล่อของพวกเราหรือยัง เขาผันตัวเป็โค้ชสุขภาพแล้วนะ” เสียงเอมในเวอร์ชันใบหน้าออริจินัลดังขึ้นทำลายความฟุ้งซ่านของมนตรา
“ไหนๆขอดูหน่อย”
มนตราดูคลิปดวงตาแวววาวด้วยความปลาบปลื้มที่เห็นเขาอธิบายเื่สารอาหารได้เป็ฉากๆ ราวกับหลุดออกมาจากตำราเธอเอ่ยชมเขาไม่ขาดปาก
“เธอนี่ปลื้มเหลือเกิ๊นกับคนเก่งถึงว่า...ชอบไปติวหนังสือกับรุ่นพี่สุดเนิร์ด” เอมแซว
มนตราชะงักเธอคิดว่าตัวเองรู้คำตอบแล้ว...
และแล้ววันนัดหมายก็มาถึงเมื่อมนตราไปถึงก็พบบาสรออยู่ก่อนแล้ว เธอล้วงโหลแก้วตาเบบูญ่าออกมาจากกระเป๋าผ้าแล้วยื่นให้เขา
“พี่บาสคะ...มนตร์ขอโทษจริงๆ นะคะที่รับความรู้สึกดีๆ ของพี่ไว้ไม่ได้”
มนตราไม่กล้าสบตาดวงตาของเธอเริ่มร้อนผ่าว บาสเงียบไปอึดใจพร้อมกับผลักโหลแก้วกลับไปเบาๆ
“พี่ว่าพี่พอจะรู้คำตอบอยู่แล้วแหละขอบคุณนะมนตร์ที่บอกพี่ตรงๆ แล้วก็อะไรที่ให้ไปแล้วพี่ขอไม่รับคืนนะ”
มนตราเงยหน้าพอเห็นน้ำตาที่เอ่อคลอของเขา น้ำตาเธอก็พรั่งพรู
“พี่บาส...มนตร์ขอโทษมนตร์สับสนตัวเองแล้วเข้าใจว่าชอบพี่ แต่ที่จริงแล้วมันคือความชื่นชมค่ะ”
“ไม่ต้องขอโทษหรอกเื่แบบนี้มันบังคับใจกันไม่ได้ ฉะนั้นมนตร์ก็บังคับใจพี่ให้เลิกชอบมนตร์ไม่ได้ด้วยเหมือนกัน”
“ทำ...ทำไมพี่ยังจะชอบมนตร์ต่อไปล่ะคะ”มนตราตะลึง
“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันตลกดีนะ ชีวิตพี่ทำทุกอย่างด้วยเหตุผลมาตลอดมีแต่เื่นี้ที่ใช้เหตุผลกับมันไม่ได้เลย” บาสหัวเราะขื่นๆ
เกิดความนิ่งเงียบยาวนานจนดอกตาเบบูญ่าดอกหนึ่งปลิวมาที่กระเป๋าเสื้อเชิ้ตตรงอกด้านซ้ายของบาสพอดีเขาหยิบมันแล้วยื่นให้มนตรา
“พี่ขอบคุณนะสำหรับ่เวลาดีๆที่เรามีร่วมกัน จากนี้ไปพี่ขอให้มนตร์โชคดีนะครับและขอให้จำไว้ว่าพี่จะมีความปรารถนาดีให้มนตร์เสมอ”
“ขอบคุณมากจริงๆนะคะพี่บาส” มนตรายื่นมือไปรับเ้าดอกไม้เล็กๆ สีชมพูนั่น
วันเวลาผันผ่านฤดูกาลหมุนเวียนเปลี่ยนผัน ตาเบบูญ่ายังคงยืนต้นผลิดอกทุกปีเช่นเดียวกับในวันนี้ที่มนตราและบาสได้มีโอกาสมาชมดอกตาเบบูญ่าด้วยกันอีกครั้ง
ดอกตาเบบูญ่าดอกหนึ่งปลิวมาที่อกด้านซ้ายของบาสเขาหยิบมันแล้วยื่นให้มนตราด้วยรอยยิ้ม มนตรารับไว้อย่างตื้นตัน
“พี่บาสคะ...มนตร์ขอบคุณพี่มากทุกๆอย่างเลย” มนตรากลั้นกลืนก้อนน้ำตา
“พี่หวังดีกับมนตร์เสมอ...แล้วก็จับฉ่ายด้วยนะ”
บาสหัวเราะครั้งนี้ไม่มีความขื่นขมเจือในน้ำเสียงอีกแล้ว มนตรายิ้มทั้งน้ำตา
“มนตร์ชอบป้องใช่ไหม”
“คะ!? พี่ดูออกเหรอคะ”
“ก็มันชัดเสียขนาดนั้นก็เื่นี้แหละที่พี่อยากฉลองให้เธอสองคน...ไว้มนตร์คุยกับป้องคงจะรู้เอง”
บาสล้วงเอาสิ่งหนึ่งออกมาจากกระเป๋ากางเกงมันคือปลอกคอจีพีเอสสีเขียวนีออนแสบตา
“พี่มีของขวัญจะให้ถือว่าจับฉ่ายพลอยได้ฉลองกับเขาไปด้วย ส่วนกล่องกับคู่มือพี่ใส่ไว้ในกระเป๋าของเขาแล้วนะ”
มนตรากล่าวขอบคุณแล้วรับปลอกคอนั้นมาด้วยความยินดีบาสขอตัวกลับก่อน มนตรารีบลุกตามแต่เขาห้ามไว้
“มนตร์นั่งเล่นไปก่อนก็ได้พี่ไปเพราะหมดเวลาของพี่แล้ว...เวลาพักน่ะแล้วเดี๋ยวเจอกันใหม่...เจอกันที่คลินิกนะ”
บาสโบกมือลาเขาเดินออกไปโดยไม่หันกลับมามองอีก แม้จะรู้สึกผิดหวังอีกครา แต่ครั้งนี้เสมือนเขาได้ปลดปล่อยพันธนาการที่เหนี่ยวรั้งเขาไว้กับมนตราจากนี้ไปเขาสามารถก้าวเดินต่อไปได้แล้ว ดอกตาเบบูญ่ายังคงผลิดอกงดงาม ทว่ามันออกดอกเพียงปีละครั้งเท่านั้นการจะชื่นชมความงามของมันเลยจำเป็ต้องใช้เวลาและต้องเป็เวลาที่เหมาะสมเฉกเช่นเดียวกันกับความรักแม้จะไม่สุขสมหวัง แต่การได้เฝ้ามองมันผลิบาน สำหรับบางคนเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว...
จากผู้เขียน
โฮ...พี่บาส พี่ยังโสดอยู่ไหมคะ ยัยมนตร์โยนมาทางนี้พลีสสส
ป.ล.ตัวละครพี่บาสดัดแปลงมาจากคนจริงค่ะ พี่จะอยู่ในความทรงจำดีๆ เสมอนะคะ