ภายในห้องรับประทานอาหารกลับกลายเป็บรรยากาศที่อิหลักอิเหลื่ออึดอัดอย่างไรไม่รู้สำหรับออมเล็ตผู้ซึ่งไม่เข้าใจอะไรเลย เขาได้แต่กะพริบตาปริบๆมองคนนู้นทีคนนั้นทีงงๆ… คือแค่เพื่อนน้องมาบ้านทำไมดูอึดอัดกันจังเลยอ่ะ?
วันนี้ฟีนิกซ์เดินลงมาจากห้องนอนด้วยความอารมณ์ดีและเบิกบานใจเป็ที่สุดอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน ซึ่งมีเหตุผลง่ายๆตรงไปตรงมาเลยก็คือ เริ่มต้นเช้าวันนี้ด้วยพี่อังศ์ลูบหัวเขาพร้อมทั้งบอกว่าจะทำอาหารให้ทานด้วย!
เขาอารมณ์ดีมากถึงแม้ว่าท่าทีการแสดงออกภายนอกจะยังคงใบหน้าดุเรียบนิ่งเช่นเคยทว่ามีความผ่อนคลายลงมากจากปกติแต่ก่อน และเมื่อคุณชายอารมณ์ดีเหล่าพ่อบ้านประจำตัวคุณชายเองก็ดีใจด้วยเช่นกัน
ทว่าใครจะคาดคิดว่าอารมณ์ดีๆของคุณชายสี่อัครเดชจะพังทลายลงในพริบตาง่ายๆเมื่อมาถึงห้องรับประทานอาหาร...
หลังฟีนิกซ์กล่าวอรุณสวัสดิ์ท่านพ่อและท่านพี่ทั้งสองคนที่นั่งเรียบร้อยแล้วในห้องรับประทานอาหารโดยท่านพ่อนั่งประจำตำแหน่งหัวโต๊ะ ท่านพี่ใหญ่นั่งประจำตำแหน่งตนเองคือขวามือท่านพ่อ ท่านพี่สามนั่งประจำตำแหน่งตนเองคือซ้ายมือท่านพ่อส่วนที่ข้างๆนั้นว่างเว้นไว้สำหรับเขา... และยังมีคนนั่งถัดไปอีกกลับเป็เ้าจิงโจ้ที่เขามองว่าเป็ได้แค่จิ้งจกเท่านั้นแหละ ที่สำคัญคือเ้าจิงโจ้ตัวป่วนหมอนี่มาอยู่ที่บ้านเขาได้ยังไง?!
ฟีนิกซ์ยืนนิ่งความรู้สึกแข็งทื่อพังทลายเช่นนี้มันแย่มาก!
“จิงโจ้นายมาได้ไงมาทำไม”
“เมื่อวานนี้ฉันกลับมานอนบ้านเหมือนกันเช้านี้ก็เลยว่าจะไปโรงเรียนพร้อมนาย... อ้อ แล้วเมื่อกี้ท่านพี่ออมเล็ตก็ชวนฉันทานอาหารเช้าด้วยกันด้วยนะ”
ขวับ... ออมเล็ตถึงกับต้องหันไปมองเ้าเพื่อนน้องชายทันทีเมื่ออีกฝ่ายกล่าวจบ เดี๋ยว เดี๋ยวนะเ้าน้องจิงโจ้พี่ไข่เจียวไปชวนเอ็งกินข้าวด้วยตอนไหนวะ?!
และยัง ยัง ไอ้เ้าน้องจิงโจ้เอ็งยังไม่เลิกพูดอีก…
“อีกอย่างนะท่านพี่ออมเล็ตเข้าครัวทำอาหารประกอบเองเลยนะ” จิงโจ้ตอบและพูดกับฟีนิกซ์ก่อนจะหันมายิ้มกว้างตาหยีพูดกับออมเล็ตต่อไม่ได้มองบรรยากาศรอบข้างเลย
“อยากทานอาหารฝีมือท่านพี่ออมเล็ตมากๆเลยครับ”
รอยยิ้มและแววตาของเด็กชายที่ส่องประกายสดใสนั้นมันเจิดจ้าแยงตาพี่ออมเล็ต อังศุมาลินแห่งตระกูลพิชิตไชยศรีเหลือเกิน ออมเล็ตได้แต่นึกยิ้มแห้งๆในใจผู้เดียวแต่ภายนอกก็ยังคงคีพลุคคุณชายสามอังศุมาลินอยู่ตลอด
หน้าตายด้านไร้ความรู้สึกแบบนี้จะให้ยินดียินร้ายอะไรกับเขาก็ยากอ่ะ เขายังคงไม่แสดงออกอะไรเป็ปกติมาก แต่ทว่า...
ขวับ ชิ้ง!
คลับคล้ายคลับคลาว่าจะเห็นมีประกายแสงฟาดฟันรางๆวาดผ่านกลางอากาศจากบุรุษทั้งสามคนพร้อมใจกันส่งตรงไปยังคุณชายจริณภัทร น่าหนักใจนักที่เ้าตัวกลับยังคงยิ้มหวานให้คุณชายสามอังศุมาลินผู้หน้าตายโดยไม่สนรอบข้างเลย
ฟีนิกซ์ทนไม่ไหวแล้วนะ!
“มาบ้านคนอื่นนั่งให้มันดีๆหน่อย!” เขารีบเดินมานั่งคั่นกลางที่ว่างระหว่างท่านพี่ออมเล็ตกับเ้าเพื่อนแสนวุ่นวายพร้อมกับยกมือไปดันหน้าอีกคนที่ฉายแววหล่อเหลาแต่เด็กประดับรอยยิ้มสดใสน่ารักนั้นให้ออกห่างไปไกล
“อยู่บ้านนายพูดกับแสดงความรู้สึกหลากหลายมากกว่าที่โรงเรียนอีกนะเนี่ย...” จิงโจ้ที่ถูกเพื่อนผลักหน้าให้ออกห่างหาได้โกรธไม่ เขายังคงยิ้มเสมอถึงดวงตาประกายแวววิบวับมีเล่ห์น้อยๆ
“เอาเถอะฉันไม่สนใจนายหรอก รอทานอาหารฝีมือท่านพี่ออมเล็ตดีกว่า”
ไม่สนใจฟีนิกซ์แต่สนใจท่านพี่ออมเล็ตใช่ไหมล่ะ... จอมพลลีโอนาร์ท พันโทเลโอเนลโล่ และฟีนิกซ์ได้มาร์กชื่อเ้าจิงโจ้ตัวป่วนไว้ในใจเรียบร้อย!
พ่อบ้านเริ่มเสิร์ฟอาหารแล้วออมเล็ตเมินบรรยากาศที่ไม่อาจบรรยายได้นี้ออกไป พอเด็กชายทั้งสองนั่งใกล้กันเขามองได้อย่างชัดเจนเลยว่าเ้าน้องนกกับเ้าน้องจิงโจ้นี่แตกต่างกันมากจริงๆ แตกต่างขนาดที่ว่าอยู่คนละขั้วขนาดนี้ไม่น่ามาคบเพื่อนกันได้...
คุณชายจิงโจ้หรือจริณภัทร ศรีไพบูลย์ เป็เด็กชายที่ดีมีรูปร่างเรือนกายไล่เลี่ยกับฟีนิกซ์และโลเวลหรือก็คือเติบโตมากกว่าเด็กในรุ่นเดียวกัน ทั้งมีใบหน้าหล่อเหลาฉายแววประกายสดใสน่ารักสมวัย มักมีรอยยิ้มกว้างตาหยีเป็เอกลักษณ์ อุปนิสัยใจคอน่าคบหา(?) เป็เด็กร่าเริงสดใส พูดเก่งคุยเก่ง มีความแสบสันซนบ้างตามประสาเด็ก... นิสัยของเขาอยู่ในขั้วตรงข้ามกับเ้าเพื่อนฝาแฝดมากชนิดที่ว่าหากตระกูลทั้งสองมิใช่สหายเก่าแก่กันบางทีก็ไม่น่าจะคบหาฉันมิตรสหายได้เลย
แล้วน้องเอ็งอย่ายิ้มให้พี่เยอะได้ไหมพี่ใจคอไม่ดีกลัวโดนพ่อพี่น้องดุ!
ออมเล็ตกะพริบตาปริบๆหลุบตาลงน้อยๆรอพ่อบ้านเสิร์ฟอาหาร จิงโจ้อยากคุยอยากถามท่านพี่ออมเล็ตให้มากกว่านี้แต่จนใจที่ฟีนิกซ์ไม่เปิดโอกาสให้เลยทั้งยังเอาแต่นั่งบังแล้วมองดุกันอยู่ได้!
ที่สำคัญมีเื่ที่น่าแปลกใจน่าสงสัยจริงๆ ั้แ่แรกจนถึงขณะนี้จิงโจ้ยังไม่ได้ยินเสียงของท่านพี่ออมเล็ตเลยสักนิดแม้กระทั่งตอนที่ฟีนิกซ์ทักทายก็ตามทั้งท่านพี่ก็ไม่คุยกับใครด้วย ไม่พูดเลย... อือหรือท่านพี่สามจะเป็ใบ้?!
“ยังไม่นั่งดีๆอีก”
“ฟีนิกซ์นี่จริงๆเลย” คุณชายจริณภัทรบึนปากใส่เพื่อนทีหนึ่งก่อนจะหันมานั่งเรียบร้อยต่อเมื่ออาหารมาเสิร์ฟ พออยู่ต่อหน้าอาหารก็ต้องสนใจอาหารและทันทีที่คุณพ่อบ้านเปิดฝาครอบอาหารออกควันร้อนขาวๆพร้อมกลิ่นอาหารหอมหวนเชิญชวนก็ลอยฟุ้งขึ้นมาทันทียิ่งชวนน่ารับประทานอย่างยิ่ง
ออมเล็ตกระตุกยิ้มมุมปากน้อยๆพอเห็นรีแอคชั่นของนายจริณภัทรไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆและต้องบอกว่าน่าพอใจมาก พลางอดตื่นเต้นไม่ได้ เพราะนี่ถือเป็ครั้งแรกเลยที่คนอื่นไม่ใช่คนในครอบครัวไม่ใช่คนในบ้านได้รับประทานอาหารฝีมือเขา
เด็กชายเบิกตาโตสลับกะพริบตาถี่ๆพร้อมยู่จมูกสูดกลิ่นหอมน่ากิน ดวงตาทอประกายแววระยิบระยับ ริมฝีปากหยักแย้มกว้างจนแทบจะเห็นฟันครบทุกซี่ทั้งแอบกลืนน้ำลายพลางลูบท้องรอท่านเ้าบ้านเริ่มลงมือทานอาหารก่อนแล้ว... กระเพาะของเด็กชายจิงโจ้้าสิ่งนี้!
ใบหน้าหล่อสดใสของเ้าตัวเผยความรู้สึกตื่นเต้นปนหิวๆออกมาชัดเจน ยืนยันได้จากเสียงท้องร้องครางๆของเ้าตัว อีกฝ่ายเงยหน้าจากอาหารยกยิ้มแฉ่งให้ทุกคนดูน่าเอ็นดูนัก
โครกคราก โครกครากกก
“แหะๆ” คุณชายจริณภัทรหัวเราะแห้งๆก่อนยิ้มแฉ่งให้ทุกคนที่เขาดันทำเื่ขายหน้าเสียแล้ว ยังดีที่ท่านลุงกับท่านพี่ทั้งสองไม่ดุเขาจะมีก็แต่ฟีนิกซ์ที่ถลึงตาใส่ั้แ่แรก ดวงตาใสแจ๋วมองอาหารประกอบตรงหน้านี้น่ากินมาก
คำถามเกี่ยวกับอาหารตรงหน้าผุดขึ้นมาร้อยแปดคำถามทันที ไม่ใช่ว่าจิงโจ้ไม่เคยรับประทานอาหารประกอบ เขาเนี่ยชอบทานสุดๆเลยล่ะแต่อาหารประกอบทั้งชีวิตที่เคยรับประทานมาไม่เหมือนกับที่ท่านพี่ออมเล็ตทำเลยสักนิดน่ะสิ รู้สึกได้เลยว่าแตกต่าง... แตกต่างกันมากๆ!
“ท่านพี่ออมเล็ตทำเองเลยเหรอครับ” จิงโจ้เอ่ยถาม ออมเล็ตพยักหน้าตอบ
“อาหารน่าทานมากๆเลยครับ” จิงโจ้พูดต่อ ออมเล็ตเพียงพยักหน้าตอบ
“นี่คือ...” จิงโจ้กำลังจะเอ่ย ออมเล็ตจึงรีบเงยมองส่งสายให้พ่อบ้านใหญ่ราเชน และถือว่าราเชนเองก็พอเข้าใจในความหมายนั้นจึงก้าวเดินออกมาเป็ผู้แนะนำอาหารมื้อนี้… “อาหารประกอบเมนูข้าวต้มหมูสับทรงเครื่อง สูตรโบราณแบบผัดเครื่องครับ”
จิงโจ้หน้ามุ่ยลงเล็กน้อยแต่ก็ไม่ย่อท้อที่จะชวนท่านพี่ออมเล็ตคุยทว่าพอกำลังจะเอ่ยถามต่ออีก ท่านลุงจอมพลดันเอ่ยตัดบทขึ้นมาก่อน เขาจึงต้องเงียบเรียบร้อยไปตามระเบียบ
“จิงโจ้กับฟีนิกซ์รีบทานเดี๋ยวไปโรงเรียนสาย”
ออมเล็ตละความสนใจจากคนอื่นเขาเริ่มลงมือทานข้าวต้มหมูสับทรงเครื่องอย่างเอร็ดอร่อยเพลิดเพลินใจยิ่งนัก และเช่นเดียวกันกับที่ชายหนุ่มทั้งสามคนของบ้านพิชิตไชยศรีต่างเริ่มลงมือทานข้าวหมูสับทรงเครื่องถ้วยของตนเอง
เพียงเริ่มทานบรรยากาศภายในห้องรับประทานอาหารจากเดิมก่อนหน้าดูวังเวงปนอิหลักอิเหลื่อพาให้น่าอึดอัดใจมากก็พลันสลายหายไปในพริบตาทันทีแปรเปลี่ยนเป็บรรยากาศที่ผ่อนคลายเบาสบายชวนบรรยายไม่ถูกเลย ซึ่งมิใช่เพียงแค่บรรยากาศเท่านั้นที่ผ่อนคลายลง ในความรู้สึกของพวกเขาก็ผ่อนคลายลงตามด้วยเช่นกันจนแสดงออกมาให้เห็นได้ทั้งบรรยากาศทั้งสีหน้า และริมฝีปากหยักของเหล่าชายหนุ่มหน้าตายพลันยกแย้มชัดเจนขึ้นอีกแล้ว... การได้ทานอาหารอร่อยๆส่งผลถึงอารมณ์ความรู้สึกจริงๆ
ออมเล็ตเงยมองแวบหนึ่งก่อนก้มทานต่อ ตัวเขาเองก็ชักจะเริ่มชินแล้วล่ะกับรีแอคชั่นของคนบ้านนี้ แม้ว่าจะรู้สึกเหี่ยวแห้งไปบ้างแต่ก็พอใจกับบรรยากาศในห้องรับประทานอาหารเช่นนี้มากกว่าวันแรกที่มา... แค่นี้ก็ไม่ใช่บรรยากาศที่จับคนแปลกหน้ามาทานอาหารร่วมโต๊ะกันแล้ว
และในเวลาต่อมาขณะนั้นเองที่ออมเล็ตคล้ายได้มองเห็นภาพตัดกันสองส่วน ฟากฝั่งระหว่างบรรยากาศการทานอาหารของชายหนุ่มบ้านพิชิตไชยศรีกับ... เ้าน้องจิงโจ้ คุณชายจริณภัทร!
คุณชายจริณภัทรเมื่อเห็นท่านลุงจอมพล ท่านพี่เลโอและท่านพี่ออมเล็ตเริ่มทานแล้วเขาก็ลงมือทานบ้าง ดวงตาใสแจ๋วพลันเจิดจ้าเบิกตากว้างทันใดในเพียงวินาทีที่ปลายลิ้นได้ััเข้ากับข้าวต้มนุ่มเนียนละเอียด กลิ่นทรงเครื่องหอมฉุยลอยฟุ้งอากาศไม่พอยังหอมละมุนอบอวลในจมูกและปากอีกด้วย รสชาติข้าวต้มหมูสับทรงเครื่องอร่อยกลมกล่อมเกินบรรยาย ยิ่งเมื่อตั้งใจจดจ่อเคี้ยวตั้งใจจดจ่อซึมซับรสชาติให้เข้าถึงอย่างลึกซึ้งพาให้เขาประหนึ่งว่ากำลังได้ล่องลอยกลางอากาศอย่างไรอย่างนั้น... ณ วินาทีต่อมาจิงโจ้ก็ไม่อาจหยุดมือและปากของเขาได้อีกต่อไป!
และในด้วยวินาทีนั้นเองจิงโจ้ก็ได้มอบหัวใจของเขาทั้งดวงให้กับท่านพี่ออมเล็ตไปแล้ว
การแสดงออกถึงความอร่อยของคุณชายจริณภัทรกับเหล่าชายหนุ่มบ้านพิชิตไชยศรีแตกต่างกันมากจริงๆจนสามารถมองเป็ภาพตัดได้เลย ใบหน้าหล่อใสของเ้าจิงโจ้ประดับด้วยรอยยิ้มพริ้มพราย ผ่อนคลายสุดๆ ล่องลอยเบาสลายหลุดโลก... ดู ฟิน ฟินาเล่มากน้อง! นี่แหละคือรีแอคชั่นประมาณนี้แหละที่พี่ไข่เจียว้าเห็น!
แต่ทว่าเด็กชายจิงโจ้เอ็งเล่นตักจ้วงเข้าปากขนาดนั้นเดี๋ยวก็ติดคอกันพอดีหรอกโว้ย
ออมเล็ตถือช้อนข้าวต้มค้างพลางกะพริบตาปริบๆมอง เพราะว่าทุกคนไม่มีใครสนใจใครเลยนอกจากถ้วยข้าวต้มตรงหน้าตัวเองจึงทำให้เขาอดไม่ได้จริงๆที่จะต้องกล่าวขึ้นเอง “จิงโจ้ทานช้าๆค่อยๆเคี้ยว อย่ามูมมาม”
มาจากตระกูลใหญ่ตระกูลดังมีตังค์มีอันจะกินเยอะแยะแท้ๆ อย่ากินมูมมามเหมือนน้องไปตายอดตายมาจากไหนได้ไหมเนี่ย
“อร่อย อร่อย อร่อย อร่อยมากครับ!”
จิงโจ้รัวคำว่า ‘อร่อย’ มาจนหลายคำติดต่อกัน ข้าวต้มหมูสับทรงเครื่องฝีมือท่านพี่ออมเล็ตคืออาหารที่อร่อยที่สุดในชีวิตที่เขาเคยได้ทานมา เป็รสชาติความอร่อยที่อร่อยจริงๆ อร่อยมาก อร่อยจนเกินบรรยาย
ความเอร็ดอร่อยเพลิดเพลินใจที่จิงโจ้ได้รับจากข้าวต้มหมูสับทรงเครื่องถ้วยตรงหน้าทำให้เขาลืมจุดประสงค์ซ่อนเร้นเดิมของตนทั้งสิ้นโดยเฉพาะเื่ของท่านพี่ออมเล็ต ตอนนี้ต้องยอมรับว่าเ้าจิงโจ้ตัวป่วนสนใจแต่การกินเท่านั้น!
ออมเล็ตก็ได้แต่พยักหน้าหงึกๆรับทุกคำนั่นแหละ ในใจคิดว่าน่าสงสารนิดๆ น่าสงสารพวกเขาจริงๆที่ไม่เคยได้ลิ้มรสชาติของอร่อยอย่างแท้จริงเช่นนี้... แต่จะดีกว่านี้นะถ้าน้องจิงโจ้ไม่พูดมากเกินไป
“อร่อย อร่อย อร่อย ข้าวต้มหมูสับทรงเครื่องอร่อยมากครับ ‘ท่านพี่สาม’ อร่อยมากๆครับ”
หลังสิ้นประโยคนั้นของคุณชายจริณภัทรบรรยากาศผ่อนคลายภายในห้องรับประทานอาหารคล้ายพลันหยุดนิ่งกึกไปทันที...
“จิงโจ้”
“ครับท่านลุง” เพราะน้ำเสียงเย็นเหยียบตึงขั้วหัวใจของท่านลุงลีโอนาร์ทเอ่ยเรียกจิงโจ้นิ่งๆพาให้เขานั่งเกร็งเหยียดหลังตรงในท่าสงบเรียบร้อยขึ้นมาทันตาอย่างเจี๋ยมเจี้ยม จิงโจ้กลัว... กลัวโดนท่านลุงลีโอนาร์ทดุกว่าป๊ะป๋าอีก
ส่วนเื่ที่ท่านลุงเรียกนั้น...
“เรียกอังศ์ว่าพี่ออมเล็ตหรือพี่อังศุมาลินน่าจะดีกว่านะ”
“อืมใช่ จิงโจ้เรียกอังศ์ว่าพี่ออมเล็ตหรือพี่อังศุมาลินดีกว่า”
“ถูกต้อง นายต้องเรียกท่านพี่สามว่าพี่ออมเล็ตหรือพี่อังศุมาลินนะ”
จิงโจ้กะพริบตาปริบๆได้แต่ทำหน้าโง่งมไปชั่วขณะ มองชายหนุ่มบ้านพิชิตไชยศรีทั้งสามคน... จิงโจ้เรียกท่านพี่สามแล้วผิดอะไร?
“จิงโจ้เรียกพี่ว่าพี่ออมหรือพี่อังศ์เหมือนฟีนิกซ์กับโลเวลก็ได้”
“ครับท่านพี่อังศ์!”
ตอนแรกจิงโจ้ยังลังเลปนงงงวยเล็กน้อยแต่เมื่อท่านพี่ออมเล็ตเป็ผู้เอ่ยขึ้นเขาก็รีบตอบรับอย่าง ‘เชื่อง’ และเชื่อฟังทันทีเลย ทว่ากลับกันนั้นพอเป็ออมเล็ตเองที่เป็ผู้เปิดปากเอ่ยอนุญาตทันใดนั้นชายหนุ่มทั้งสามของบ้านก็พลันหันมามองหน้าเขาอย่างพร้อมเพรียงทันที
เห็นมุมริมฝีปากบางกระจับที่ยกหยักเล็กน้อยนั่นไหม... ใช่ ออมเล็ตกำลังพอใจกับรีแอคชั่นของเ้าจิงโจ้ตัวป่วนมาก
ไม่รู้ว่าเพราะเขาต้องอยู่ท่ามกลางความแห้งแล้งทางความรู้สึกนานเกินไปหรือเปล่า พอทานของอร่อยๆแล้วมันขาดเื่รีแอคชั่นต่างๆนานาก็เหมือนมันเหี่ยวเฉามานานอ่ะ พอได้มองไอ้เ้าน้องจิงโจ้ที่มันดูเด็กๆสดใสๆสมวัยก็ดูเจริญหูเจริญตาขึ้นยังไงไม่รู้ รู้สึกจะทานข้าวอร่อยขึ้นอีกนิดนึงนะ
“ชอบเหรอ”
“ชอบครับ!”
ชอบอะไร?
“งั้นวันหลัง... ถ้ามีโอกาสจิงโจ้ก็มาทานข้าวด้วยกันกับฟีนิกซ์อีกสิ”
คราวนี้เข้าใจแล้วสินะว่ารีแอคชั่นนั้นสำคัญไฉน!
แต่ช้อนๆ ช้อนในมือท่านพ่อ ท่านพี่ใหญ่กับฟีนิกซ์หักแล้วทำไงดี?
ออมเล็ตกะพริบตาปริบๆงงจริงๆ มองเหล่าคุณพ่อบ้านต่างวิ่งวุ่นเปลี่ยนช้อนคันใหม่ให้เหล่านายท่านทั้งหลายแทบไม่ทัน บรรยากาศกดดันเย็นยะเยียบแบบนี้... จิงโจ้จึงได้แต่ยิ้มแหยๆทำตัวเรียบร้อยเจียมตัวให้กับสถานการณ์ตรงหน้าอย่างบอกไม่ถูกไปไม่เป็ เขาคิดว่าเลือกสงบปากสงบคำก่อนนั่งรับประทานอาหารเงียบๆดีกว่าน่าจะปลอดภัยกว่า
บรรยากาศภายในห้องอาหารจึงกลายเป็บรรยากาศที่อิหลักอิเหลื่ออีกแล้วปนกดดันนิดๆชวนหนาวสั่นหน่อยๆกับต่อมาค่อยผ่อนคลายเพราะความอร่อยของอาหารที่ทำให้บรรยากาศดีขึ้นมากเลย คราวนี้คุณชายจริณภัทรพอจับเดาทางบางอย่างได้แล้วจึงเลือกนั่งทานเงียบๆแสดงออกคนเดียวเพราะจะได้ทานนานๆสบายใจๆ
ท่านลุงลีโอนาร์ทและท่านพี่เลโอแนะนำว่า ‘เวลาทานให้ตั้งใจทานช้าๆค่อยๆเคี้ยว’ จิงโจ้เป็เด็กดีเชื่อผู้ใหญ่ครับ...
การรับประทานอาหารประกอบจากฝีมือของคุณชายสามอังศุมาลินสร้างวิถีและเอกลักษณ์การรับประทานอาหารแบบใหม่ให้กับผู้รับประทานยิ่งนัก... คือการทานจะต้องไม่ทานอย่างรีบๆ จะต้องรับประทานอย่างช้าๆค่อยๆเคี้ยวให้ละเอียด ค่อยๆเคี้ยวให้ลิ้นเรียวค่อยๆซึมซับรับรสชาติของอาหารให้ลึกซึ้งถึงแก่นแท้ของรสชาติอาหารนั้น จากนั้นจึงค่อยๆกลืนอาหารก่อนตักคำใหม่และทานอย่างช้าๆอีกเช่นเดิม
เมื่อได้รับประทานกระเพาะของเหล่าชายหนุ่มต่างร่ำร้องบอกว่า... ข้าวต้มหมูสับทรงเครื่องถ้วยเดียวคงไม่พอ!
ข้าวต้มถ้วยเดียวอาจจะไม่พอต่อกระเพาะหลุมดำของเหล่าชายหนุ่ม แต่ว่าถ้าทานมากกว่าคนละสองถ้วยแบบนี้แล้วท่านพี่รอง โลเวลและส่วนที่เหลือของเหล่าคุณพ่อบ้านจะเหลืออะไร?
ข้าวต้มหมูสับทรงเครื่องฝีมือคุณชายสามอังศุมาลินในวันนี้ เมื่อคุณชายรองดอกเตอร์ไทเกอร์ไม่ทราบจึงยังไม่เป็อะไร ส่วนทางคุณชายห้าโลเวลเมื่อทราบก็ถึงกับโกรธจัดะเิพลังจิตในคลาสเรียนเพราะคุณชายสี่ฟีนิกซ์แฝดผู้พี่ได้ทานและคุณชายจิงโจ้สหายจอมป่วนยังนำมาเล่ากล่าวโอ้อวดทั้งวัน... ส่วนคุณพ่อบ้านคือร้องไห้แล้วจริงๆ
ข้าวต้มหมูสับทรงเครื่องฝีมือท่านพี่อังศ์ในวันนี้ทำให้จิงโจ้ได้พบกับ New Passion ได้พบกับจุดมุ่งหมายใหม่อันดับหนึ่งของตัวเองที่แม้ว่าอาจจะเป็การเสี่ยงโดนทุบตีโดยเหล่าบุรุษจากตระกูลสหายเก่าแก่นี้... จิงโจ้ก็จะพยายามมุ่งมั่น จิงโจ้จะสู้นะ!
“ฟีนิกซ์นายว่าฉันขอท่านพี่สามแต่งงานดีไหมอ่ะ”
“.....” ฟีนิกซ์เป็เด็กที่มีความอดทนสูงมาก...
“แต่งงานกับท่านพี่สามก็ดีเพราะฉันจะได้ทานอาหารอร่อยๆแบบนี้ทุกวัน แล้วนายไม่ต้องเป็ห่วงเลยนะฉันจะสาบานด้วยสัจจะสูงสุดเลยว่าจะมีภรรยาเป็ท่านพี่สามคนเดียวและไม่นอกใจด้วย ฉันจะเทิดทูนจะบูชาท่านพี่สามอย่างถึงที่สุดเลยแบบยกไว้บนหิ้งเหนือหัวเลยล่ะ”
“นายเองก็รู้จักฉัน ฉันเองก็รู้จักนายและครอบครัวเราก็รู้จักกันดี อีกอย่างตระกูลของเราก็เป็สหายเก่าแก่กันมานานจะได้เกี่ยวดองเป็ทองแผ่นเดียวกันงะไง อะอั๊ก! ฟะฟี... ดะเดี๋ยว อะอั๊กก อ๊ากกก!”
เรือล่มในหนองแล้วทองจะไปไหน... ว่าไหม?
ถ้านายจิงโจ้ไม่ได้ท่านพี่สาม เฮียใหญ่ของนายจิงโจ้ก็ต้องได้!
----------------------------
Talk
ไอ้น้องจิงโจ้จจจจ ภาวนาเอาเด้อ ขอให้เอ็งรอดปลอดภัยเด้อ ขอให้คุณๆบ้านพิชิตไชยศรีไม่รู้ความคิดของเอ็งนะ
วงวารยัยน้องเจี๊ยบอยู่ท่ามกลางความแห้งแล้งมานาน ส่วนตอนนี้คราวนี้ก็เข้าใจแล้วสินะว่ารีเเอคชั่นนั้นสำคัญไฉน!
ละไอ้น้องโจ้คือมอบหัวใจให้ท่านพี่สามเร็วมากข้าวต้มถ้วยเดียวก็เอาอยู่ซะแหละ ใจง่ายเกิ๊น (555)
ดำเนินเื่ช้าไปบ้างไม่ค่อยมาบ่อยบ้างก็ขออภัยค่ะ ส่วนที่เื่ยังไม่ไปไหนเพราะ่นี้คือ่กระชับความสัมพันธ์ในครอบครัวค่ะ คุณชายสาม (คนเดิม) คือปิดกั้นตนเองมากทั้งคนในครอบครัวกันเองก็ไม่ได้สนิทสนมอะไรกันขนาดนั้นแทบจะกลายเป็คนแปลกหน้าอยู่แล้ว ่นี้ก็ยังอยู่บ้านนี่แหละค่ะ
มาเอาใจช่วยหนุ่มๆบ้านพิชิตไชยศรี มาเอาใจช่วยน้องจิงโจ้ที่โดนทุบๆ เอาใจช่วยเฮียใหญ่ด้วยกันนะคะ และจะใช่คนนี้หรือไม่ บอกเลยว่า... เดาเองงงงงง (555)
แด่ภาพตัดนี้... รีแอคชั่นของเหล่าชายหนุ่มบ้านพิชิตไชยศรี VS รีแอคชั่นของไอ้น้องจิงโจ้
