หลังจากเสียงเริ่มการประมูลดังขึ้น แทบจะในทันที พลันมีเสียงผู้เริ่มเสนอราคาก่อนเป็คนแรก และคนที่สอง คนที่สามดังตามมาในเวลาสั้นๆ
“หนึ่งแสนห้าหมื่น!…”
“สองแสนผลึกนภา!…”
“สองแสนห้าหมื่น!…”
เสียงโต้ตอบกันระหว่างขุมพลังอำนาจจากเมืองชิงหลงและเมืองไป๋หู่ดังขึ้นอย่างดุเดือด แววตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะแย่งชิงดาบล้ำค่าระดับนภาขั้นสูงสุดเล่มนี้มาเป็ของตน
"สามแสนผลึกนภา!" เสียงทุ้มทรงพลัง ดังขึ้นจากศิษย์สืบทอดของสำนักัเขียวเมืองชิงหลง ใบหน้าเคร่งขรึมสะท้อนแววตาเ็า
“สี่แสนผลึกนภา!…”
“สี่แสนห้าหมื่นผลึกนภา!…”
บรรยากาศภายในโถงประมูล คุกรุ่นราวกับเปลวไฟ แรงกดดันพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ การแย่งชิงครานี้ไม่เพียงแต่เป็การพิสูจน์ความมั่งคั่ง แต่ยังเป็การแสดงอำนาจของขุมพลังแต่ละฝ่ายด้วย
“ห้าแสนผลึกนภา!…”
ทันใดนั้น เสียงแหลมเล็กแต่เปี่ยมไปด้วยพลังดังขึ้นจากมุมหนึ่งของวิหาร ทุกสายตาหันไปมอง พบว่าเป็หญิงสาวรูปร่างบอบบาง ผมยาวสีฟ้าเข้ม ดวงตาคมกริบ
"นั่นมัน... จิ้งซู่ ศิษย์สืบทอดของสำนักพยัคฆ์ขาว!"
สีหน้าของเหล่าผู้ประมูลต่างซีดเผือดเมื่อเห็นนางเข้าร่วมการแข่งขัน ชื่อเสียงเื่ความสามารถของนางในด้านวายุและการฟาดฟันด้วยความเร็วเป็ยอดฝีมือที่ไม่อาจประมาทได้
“หกแสนผลึกนภา!…”
เสียงทุ้มต่ำอีกเสียงหนึ่งดังขึ้น เป็บุรุษหนุ่มสวมชุดคลุมสีแดงเข้ม ใบหน้าหล่อเหลาทว่าเยือกเย็น
"ซ่างเทียน... ศิษย์สืบทอดของสำนักอัคคีวายุ!"
การประมูลระหว่างจิ้งซู่และซ่างเทียนเริ่มขึ้น ทั้งสองต่างไม่ลดละ เสียงเสนอราคาพุ่งขึ้นสูงเรื่อย ๆ จนถึง แปดแสนผลึกนภา
"เก้าแสน!" จิ้งซู่กัดฟัน กล่าวด้วยความดื้อรั้น
ซ่างเทียนพลันยิ้มเย็น ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยเสียงดุดัน "หนึ่งล้านผลึกนภา!"
เสียงพลันเงียบงันไปทั่วโถงประมูล สีหน้าของจิ้งซู่แดงก่ำด้วยความโกรธ แต่ก็ไม่อาจสู้ราคานั้นได้
"หนึ่งล้านผลึกนภา... ครั้งที่หนึ่ง!"
"หนึ่งล้านผลึกนภา... ครั้งที่สอง!"
ทันใดนั้นเอง...
“สองล้านผลึกนภา!…”
เสียงดังขึ้นจากมุมหนึ่งของโถงประมูล บรรยากาศพลันเงียบงันลงทันที ราวกับลมหายใจของผู้คนถูกหยุดชะงัก
ชายในชุดดำสวมหน้ากากปีศาจ ซึ่งนั่งอยู่ในที่นั่งสามัญกลับเป็ผู้เอ่ยวาจาท้าทาย นั่นสร้างความตกตะลึงให้ผู้คนโดยรอบ
แม้แต่เซียวเยว่ซินที่นั่งอยู่ข้างกายยังแสดงสีหน้าประหลาดใจ ดวงตาสุกสกาวพลันเบิกโพลงเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามด้วยเสียงหวานดังระฆังใส
"จ้าวจื่ออวิ๋น! เ้าฝึกปรือวิชาดาบอย่างนั้นหรือ?"
นางกล่าวด้วยความฉงนสงสัย ทว่าอีกฝ่ายกลับเงียบงัน ไม่มีถ้อยคำใดเอื้อนเอ่ย มีเพียงความเงียบที่โอบล้อมรอบตัวเขาไว้อย่างลึกลับ
เสียงประมูลเมื่อครู่ทำให้ผู้คนทั้งห้องหันขวับไปยังเ้าของเสียงแทบจะพร้อมกัน ดวงตานับร้อยคู่พุ่งเป้าไปยังชายหน้ากากปีศาจ ราวกับ้าฉีกหน้ากากปริศนาออกเสียเดี๋ยวนั้น
ณ ห้องรับรองพิเศษของสำนักพยัคฆ์ขาว จิ้งซู่ทอดสายตาอันเฉียบคมไปยังต้นเสียง นางเห็นใบหน้าที่ถูกหน้ากากปกปิดเอาไว้ พลันยกยิ้มเ้าเล่ห์ประหนึ่งจิ้งจอกเฒ่าที่กำลังรอเหยื่อ
"หึ! เ้าบ้ามาจากที่ใดกัน? แต่ก็นับว่าเป็เื่ยินดีของข้า… หากเ้าได้ดาบวายุครามไป ข้าค่อยสังหารเ้าในภายหลัง…"
บนห้องรับรองของสำนักอัคคีวายุ ซ่างเทียนนั่งสงบนิ่งอยู่บนเก้าอี้หินอ่อน ปลายนิ้วรัวเบา ๆ บนพนักเท้าแขน ปรายตามองมายังชายสวมหน้ากากราวกับก้อนหินที่ไร้ความรู้สึก ก่อนจะกล่าวอย่างแ่เบาแต่ชัดเจน
“สามล้านผลึกนภา!..."
เมื่อสิ้นเสียงคำประกาศอันกึ่งก้องของซ่างเทียน
จ้าวจื่ออวิ๋นพลันยกยิ้มที่มุมปาก ประหนึ่งบุรุษผู้ล่วงรู้ชะตาทั้งฟ้าดิน เขาพลางหันไปยังเซียวเยว่ซิน หลานสาวของทูต์ที่ผู้คนทั้งเมืองหงเฟิ่งต่างยำเกรง ซึ่งอยู่ข้างกายในตอนนี้ ก่อนจะกล่าวออกมาอย่างไม่ทุกข์ร้อน
“คุณหนูเซียวเยว่ซิน! ดาบวายุคราม ที่ท่าน้ามอบเป็ของขวัญ แก่ท่านทูต์!”
“ครานี้… เห็นทีท่านทูต์! คงไร้วาสนาต่อดาบวายุคราม กระมัง!”
ณ เบื้องบนสุดของโถงประมูล
พรืดดด!!
ทูต์ ถึงกับพ่นน้ำชาออกมาจากปากอย่างมิอาจห้ามได้ทัน เสียงสำลักสะท้านกลางห้องที่เงียบสงัด
ทูต์พลางจ้องมองลงไปยังจ้าวจื่ออวิ๋นเบื้องล่าง แววตาเปี่ยมด้วยความพึงพอใจปนหัวเราะเย็นเยียบ
เสียงที่มีเพียงเขาผู้เดียวที่ได้ยิน พลันเปล่งออกมา ทุกพยางค์ประหนึ่ง์กำลังหยอกเย้าพื้นดิน
“หึ! ของขวัญให้ข้างั้นรึ?! จ้าวจื่ออวิ๋น… เ้าเป็จิ้งจอกน้อย รึไงกัน?”
“ทั้งที่เ้าทราบดีว่า ดาบเล่มนั้น ข้าเป็ผู้นำมาประมูล…”
…
ในเวลาเดียวกันนั้น...
"เ้า!..." เซียวเยว่ซินเบิกตากว้าง เสียงของนางเหมือนจะกล่าวอะไรต่อ แต่ก็ต้องกลืนคำกลับลงไป
ชั้นบนสุดของหอสมบัติ ทูต์ที่มองดูอยู่พลันแสยะยิ้มเบา ๆ "หึ หึ จ้าวจื่ออวิ๋นผู้นี้ ช่างเ้าเล่ห์ยิ่ง..."
แต่ทว่า ภายในห้องรับรองของสำนักอัคคีวายุ พลันเกิดความโกลาหลขึ้นในทันใด ทุกคนต่างรู้ดีว่า เซียวเยว่ซินเป็หลานสาวเพียงคนเดียวของทูต์แห่งวิหารเซียน ไม่มีผู้ใดกล้าล่วงเกินนาง
แต่ตอนนี้...ใครเล่าจะคาดคิด ว่านางเองก็้าดาบเล่มนั้น เพื่อเป็ของขวัญสิ่งแทนใจที่ไม่ได้พบเจอกันมานาน
ซ่างเทียนกลืนน้ำลายลงคอ แม้สีหน้ายังคงราบเรียบ แต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความคั่งแค้น เขาพลันเอ่ยออกมาด้วยเสียงอ่อนน้อมปนตึงเครียด
“ล่วงเกินคุณหนูแล้ว…”
“ข้าน้อย ซ่างเทียนย่อมมิอาจนิ่งเฉย… ขอใช้การประมูลของขวัญชิ้นนี้ มอบแทนน้ำใจ มิทราบ… คุณหนูจะเมตตารับไว้ได้หรือไม่?”
ทว่า ยังไม่ทันที่เซียวเยว่ซินจะตอบคำใด
“คุณชายช่างมีจิตใจกว้างขวางดุจห้วงสมุทรไร้ฝั่ง… คุณหนูซาบซึ้งในน้ำใจยิ่งนัก…”
เสียงของจ้าวจื่ออวิ๋นเอ่ยขึ้นอย่างนอบน้อม พร้อมทั้งโน้มกายโค้งคารวะ แม้ภายใต้หน้ากากปีศาจจะบดบังใบหน้าอันแท้จริง
ทว่า ที่มุมปากกลับคลี่รอยยิ้มบางเบา ราวกับผู้ที่อ่านหมากทั้งกระดานออกล่วงหน้าแล้วั้แ่ต้น
ซ่างเทียนที่นั่งอยู่ในห้องรับรองของสำนักอัคคีวายุ พลันเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยความอดกลั้น
“หากทำให้คุณหนูพึงใจ… ข้าน้อยซ่างเทียนย่อมนับว่าคุ้มเกินควรแล้ว”
สายตาของเขาเหม่อมองไปยังเบื้องล่างอย่างเงียบงัน ความคับแค้นปะปนในจิตใจ แม้จะรู้ดีว่าผู้ที่หมายปองดาบวายุครามนี้มิใช่เซียวเยว่ซินโดยตรง
แต่เมื่อหลานสาวของทูต์เอ่ยปาก ตนก็ไม่มีทางเลือกอื่นได้นอกจากต้องยินยอมส่งมอบ
บรรยากาศภายในโถงประมูลยังคงเงียบงัน คล้ายลมหายใจแห่งความตึงเครียดหยุดนิ่งไว้ชั่วขณะ ทุกสายตาต่างจับจ้องไปยังชายหนุ่มปริศนาใต้หน้ากาก กับคุณหนูผู้สูงศักดิ์แห่งวิหารเซียน
"ยินดีกับคุณหนูเซียวเยว่ซิน! ดาบวายุครามนี้เป็ของท่านเ้าค่ะ!"
เสียงของดรุณีน้อยผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างกระตือรือร้น ใบหน้าน้อย ๆ เปล่งประกายด้วยรอยยิ้มสดใส นางเบิกตาเบิกบานราวกับได้ส่งมอบสมบัติล้ำค่าถึงมือเทพธิดา
แต่ทว่า... ในขณะที่ทุกสายตาคาดหวังจะเห็นเซียวเยว่ซิน ผู้เป็ดั่งเทพธิดาเพียงคนเดียวในโถงนี้ลุกขึ้นรับดาบวายุครามด้วยตนเอง
หากแต่ กลับเป็ชายหนุ่มชุดดำสวมหน้ากากปีศาจอันเ็าและน่าพรั่นพรึงที่ก้าวออกมารับไปแทน ใบหน้าของเขาปกปิดไว้เื้ัหน้ากากไร้สิ้นแววอารมณ์ แต่แววตาที่ปรากฏลอดช่องกลับสงบนิ่งราวกับคลื่นมหาสมุทรยามค่ำคืนที่ไร้แสงจันทร์
เซียวเยว่ซินนิ่งงันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ แล้วส่ายศีรษะช้าๆ
นางไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่า… ชายผู้ซึ่งท่านอาของนาง หรือก็คือทูต์ ไว้วางใจให้เป็ผู้คุ้มกันนาง กลับจะไร้ยางอายถึงเพียงนี้ กระทั่งการใช้ชื่อของนางและท่านอา เพื่อแย่งชิงสมบัติล้ำค่า ยังกระทำได้โดยไม่กระพริบตา
หากแต่ในความคับข้องของหญิงสาว กลับมีบางสิ่งแฝงไว้ภายใต้ความเงียบงัน… สายตาของนางปรายมองไปยังหน้ากากปีศาจนั้นอีกครั้ง ก่อนจะเบือนหน้าไปอีกทางอย่างหมดอาลัย โดยมิกล่าวสิ่งใดอีกเลย
หลังจาก "ดาบวายุคราม" ถูกประมูลไปด้วยราคาสามล้านผลึกนภา โดยซ่างเทียนประมูลให้แก่เซียวเยว่ซิน
บรรยากาศภายในโถงประมูลยังคงคุกรุ่นจากการปะทะคารมก่อนหน้า เสียงกระซิบกระซาบของเหล่าจอมยุทธ์ยังไม่ขาดสาย
หญิงสาวผู้ดำเนินงานประมูลทั้งสองคนพลันก้าวขึ้นแท่นอีกครั้ง ใบหน้าสงบนิ่งแฝงไปด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน นางประกาศด้วยเสียงไพเราะ
"สมบัติล้ำค่าชิ้นถัดไป ขอให้ทุกท่านเตรียมตัวให้พร้อม..."
ผ้าคลุมสีแดงถูกเปิดออก เผยให้เห็นกล่องหยกขาวขนาดพอดีมือ เปล่งประกายแสงสีฟ้าอ่อนเรืองรองออกมาจากภายใน ตัวกล่องมีอักขระิญญาสลักอยู่รอบตัว สะท้อนความล้ำค่าที่มิอาจประเมินได้
"นี่คือ... แก่นิญญาจันทรา”
“เป็แก่นพลังของอสูริญญาระดับเก้าสูงสุด… แล้วยังเป็สายเืหายาก!”