บทที่ 14
"จางกงกง ยินดีที่พบกันอีกครั้ง ข้าไม่คิดว่าจะได้มาเจอกันอีกครั้ง" ซูจิ้งเอ่ยทักทายจางกงกงด้วยความดีใจ ั้แ่อดีตฮ่องเต้ต เขาก็ไม่ได้เจอจางกงกงอีก พอได้รู้ว่าได้รับการแต่งตั้งเป็เ้าเมืองเขาใมาก
แต่พอได้รู้ว่ามาที่ไหนเขาสั่งให้คนเก็บข้าวของทันที ออกเดินทางมาก่อนใคร เขาเองก็อายุเยอะแล้วการได้มาเป็เ้าเมืองที่นี่เป็เื่ดีที่สุดสำหรับเขาเลย
"เช่นกันขอรับ ข้าน้อยก็ดีใจที่ได้เจอใต้เท้าซูอีกครั้ง และขอแสดงความยินดีด้วยกับตำแหน่งเ้าเมือง" จางกงกงร่วมยินดีด้วย สำหรับคนอื่นการได้มาเป็เ้าเมืองในพื้นที่ห่างไกลแบบนี้อาจถูกเรียกว่าถูกลงโทษ แต่สำหรับซูจิ้งแล้วเป็เื่ที่น่ายินดีต่างหาก
"ข้าก็ยินดีเช่นกัน คนอื่นอาจจะสมเพชข้าที่ได้มาที่นี่ แต่สำหรับข้าแล้ว ข้ายินดีเป็อย่างมากที่ได้มาทำงานที่เมืองแห่งนี้ อาจเพราะข้าเป็ขุนนางที่ไม่มีผลงานอะไรกระมังฝ่าาจึงส่งข้ามาเป็เ้าเมืองที่นี่ ซึ่งก็โชคดีมาก ๆ เลย ท่านว่าอย่างนั้นหรือไม่เล่าจางกงกง" ซูจิ้งถามอย่างอารมณ์ดี
"อย่าพูดอะไรเช่นนี้เลยใต้เท้า ข้ามีหรือจะไม่รู้ว่าใต้เท้ามีความสามารถมากแค่ไหน แต่เพราะนายท่านเคยฝากฝังใต้เท้าเอาไว้ ใต้เท้าจึงเป็ขุนนางที่เอ้อระเหยลอยชายไปวัน ๆ ไม่มีผลงานอะไร" จางกงกงรู้ดีว่าซูจิ้งมีความสามารถมากแค่ไหน
"เพราะข้าทำตัวเช่นนี้อย่างไรเล่า ถึงยังอยู่ในตำแหน่งได้ ดูคนของนายท่านคนอื่น ๆ สิต้องลาออกไปอยู่บ้านเกิด
และที่เลวร้ายที่สุดก็คือนายหญิงต้องมาอยู่ที่นี่ เ้าคิดดูสิข้าจะต้องรู้สึกเช่นไร นายท่านและนายหญิงต้องพยายามเท่าไหร่ถึงจะรักษาแคว้นเฟิงหลงได้ และนี่คือสิ่งที่ทั้งสองคนได้รับหรือ เ้าไม่รู้อะไรก่อนข้าออกมาจากเมืองหลวง
คนพวกนั้นลืมหมดแล้วว่าก่อนที่พวกเขาจะมีความสุขเช่นนี้ ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายเป็นายท่านกับนายหญิงไม่ใช่หรือที่ออกไปสู้รบนำทัพจนทุกอย่างผ่านพ้นมาได้
ไม่อย่างนั้นป่านนี้ยังจะมีแคว้นเฟิงหลงอยู่อย่างนั้นหรือ จะมีฮ่องเต้หลงอันจวิ้นอย่างนั้นหรือ คนอกตัญญูต่อบิดามารดาไม่มีทางเจริญหรอก
เ้าคงไม่รู้ว่าเพื่ออำนาจฝ่าายอมแต่งตั้งตระกูลตั้งสี่เข้ามาเป็เฟย หนึ่งเพื่อคานอำนาจ สองเพื่อต่อรองกับการที่ให้คุณหนูจากตระกูลเหยาได้เป็ฮองเฮา
และไม่ใช่แค่นั้น ฝ่าาพยายามผลักดันคนตระกูลเหยา ทั้ง ๆ ที่ความสามารถของคนพวกนั้นแทบจะไม่มีเลยด้วยซ้ำ แต่เพื่อคุณหนูตระกูลเหยานางนั้น ฝ่าายอมมอบอำนาจให้กับคนตระกูลเหยาเพื่อปกป้องคุณหนูคนนั้น" ซูจิ้งพูดออกมาด้วยความเกลียดชัง
"เ้าจะอารมณ์ร้อนไปไยเล่าตาแก่ เดี๋ยวก็เป็ลมล้มไปหรอก" ซูจิ้งที่กำลังโกรธถึงกับตะลึงตัวแข็งเมื่อได้ยินเสียงที่ไม่ได้ยินมานาน
"นายท่านมาแล้วหรือขอรับ" จางกงกงรีบเข้าไปต้อนรับด้วยรอยยิ้ม
"นะ นายท่านอย่างนั้นหรือ" ซูจิ้งค่อย ๆ หันไปมองตามเสียงก็เห็นชายที่เขาไม่ได้เจอมาสิบกว่าปี ชายที่เขาคิดว่าตายไปแล้วยืนอยู่ตรงหน้า ข้าง ๆ กันมีจางชิงหลินยืนอยู่ใบหน้าของนางประดับด้วยรอยยิ้ม
"เป็อย่างไรตาแก่ ใขนาดนั้นเลยหรือที่เห็นข้ายังไม่ตาย แต่ก็น่าใอยู่หรอกเพราะข้ายังใตัวเองเลยที่ฟื้นขึ้นมาแล้วเห็นตัวเองนอนอยู่ในโลง" หลงเจิ้นอี้พูดด้วยรอยยิ้ม เมื่อเห็นอาการใของซูจิ้งที่ดูจะใมากเมื่อเห็นเขา
"นายท่าน นายท่านยังมีชีวิตอยู่จริง ๆ หรือขอรับ" ซูจิ้งคุกเข่าลงน้ำตาเขาไหลลงมาด้วยความดีใจ
"ซูจิ้ง เ้าอายุเท่าไหร่แล้วยังร้องไห้เหมือนเด็ก ๆ อยู่อีก" หลงเจิ้นอี้ส่ายหน้าเบา ๆ ประคองให้ซูจิ้งลุกขึ้น
"ถึงข้าน้อยจะอายุใกล้หกสิบแล้ว แต่การที่ได้เห็นนายท่านมีชีวิตอีกครั้ง มันคุ้มมากแล้วจริง ๆ แล้วขอรับ การที่ได้เห็นนายท่านและนายหญิงอยู่ข้าง ๆ กันแบบนี้มันดีมากจริง ๆ ราวกับย้อนไปถึงตอนนั้น
แคว้นเฟิงหลงที่เกิดศึการาชวงศ์ถูกทหารแคว้นทรงข้ามจับตัวไป บางคนก็ตายในสนามรบ ขุนนางแม่ทัพเกือบครึ่งก็ตายจากไป ใครจะคิดว่าวันหนึ่งมีเด็กชายหญิงอายุสิบสี่เสนอตัวเป็แม่ทัพปกป้องแคว้นเฟิงหลง
ทำให้ตาแก่อย่างข้าน้อยที่คิดว่าต้องตายไปแล้วกลับมาแรงฮึดสู้ขึ้นมา ทุกคนที่เหลืออยู่ตอนนั้นต่างพยายามขึ้นมาอีกครั้งโดยมีผู้นำคือนายท่าน
แล้วนายท่านดูอย่างทุกวันนี้สิขอรับ คนพวกนั้นได้หลงลืมไปหมดแล้วว่าที่ผ่านมานายท่านและนายหญิงทำอะไรเพื่อแคว้นบ้าง พอแคว้นสงบสุขสิ่งที่พวกเขาทำก็คือแก่งแย่งอำนาจกัน
แม้แต่ฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน คิดว่าข้าน้อยไม่รู้หรือว่าเพราะเหตุใดนายหญิงถึงขอมาอยู่ที่นี่ ถ้าไม่ใช่เพราะฝ่าา้าอำนาจไปอยู่ในกำมือ เพราะกลัวว่าจะอยู่ใต้อำนาจของนายหญิง ฝ่าาถึงได้แอบทำเื่ลับหลังมากมาย
ตอนที่นายหญิงสั่งให้คนของเราลาออกข้าน้อยก็รู้แล้วว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น พวกข้าน้อยคือคนของรัชกาลเก่า ฮ่องเต้องค์ใหม่จะต้อนรับพวกเราได้อย่างไร" ซูจิ้งพูดออกมาอย่างอัดอั้น แม้คำพูดของเขาจะเป็การล่วงเกินหลงอันจวิ้นแต่เขาก็ยังกล้าพูดออกมา
"พูดได้ดี สมกับเป็ท่านจริง ๆ ซูจิ้ง" จางชิงหลินเอ่ยชม ในชาติก่อน ก็เป็ซูจิ้งนี่แหละที่ออกมาคัดค้านเื่ที่หลงอันจวิ้นสั่งกักบริเวรนาง ให้นางอยู่ในแต่ตำหนัก
ถ้านางจำไม่ผิด ในตอนนั้นคนของนางและสามีต่างโดนลงโทษและโดนปะาไปหมดแล้ว เหลือเพียงซูจิ้งเท่านั้นและสุดท้ายเขาก็ถูกปลดออกจากตำแหน่ง และเขาก็ฆ่าตัวตาย เพราะไม่สามารถยอมรับได้กับการที่เขาไม่สามารถช่วยนางได้
"แล้วครอบครัวเ้าล่ะ พวกเขาจะมาอยู่ที่นี่ด้วยหรือไม่" หลงเจิ้นอี้ถาม
"มาด้วยขอรับ กำลังเดินทางมา ข้าน้อยรีบร้อนเดินทางมา เพราะอีกใจหนึ่งก็กลัวว่าที่นี่จะเกิดเื่ เพราะอยู่ ๆ ฝ่าาก็สั่งปะาและเนรเทศครอบครัวของใต้เท้าวัง พวกทหารและขันทีเฝ้าสุสานล่ะขอรับ ทำไมไม่เห็นพวกเขาเลย" ซูจิ้งมองไปรอบ ๆ เพื่อหาทหารและขันที ซึ่งพวกเขาก็เป็คนของหลงเจิ้นอี้และจางชิงหลิน หรือมันจะเกิดเื่ขึ้นมาจริง ๆ
"พวกนั้นน่ะหรือ ตอนนี้คงจะเป็ิญญาเร่ร่อนไม่มีแม้แต่ร่างให้ฝังแล้วล่ะ แล้วนี่เ้าจะมาเซ่นไหว้ข้าอย่างนั้นหรือ" หลงเจิ้นอี้พูดออกมาอย่างไม่ได้คิดอะไร
"พวกนั้นทำผิดร้ายแรงหรือขอรับ นายท่านถึงลงโทษพวกนั้นได้รุนแรงแบบนี้ และใช่ขอรับ ข้าน้อยรีบเดินทาง มีอาซุ่นติดตามมาแค่คนเดียวที่ติดตาม แวะซื้อของเซ่นไหว้มาได้ก็ตรงมาที่นี่เลย" ซูจิ้งบอก
"เดี๋ยวข้าน้อยจะเล่าให้ใต้เท้าฟังเองขอรับว่าเกิดอะไรขึ้น" จางกงกงบอก
"อย่างนั้นก็ได้" ซูจิ้งเดินตามหลงเจิ้นอี้ไปมองไปรอบ ๆ สุสานด้วยแววตาที่แสดงออกมาด้วยความแปลกใจอย่างชัดเจน สุสานที่ไม่เหมือนสุสานในความรู้สึกของเขา
"วันนี้ท่านพี่ยิ้มกว่าทุกวันเลยนะเ้าคะ" จางชิงหลินยื่นจอกชาให้กับหลงเจิ้นอี้ หลังจากที่ได้พูดคุยกับซูจิ้งเกือบสองชั่วยาม ใบหน้าของหลงเจิ้นอี้ประดับไปด้วยรอยยิ้ม
"เพราะมีหลินเอ๋อร์อยู่ใกล้ ๆ ต่างหาก" หลงเจิ้นอี้บอก จับมือจางชิงหลินเอาไว้ "พอได้ยินซูจิ้งพูดถึงตอนที่เราสองคนได้เจอกับเขาครั้งแรก ตอนนั้นเรายังไม่แต่งงานกันเลยด้วยซ้ำ พอเขาพูดอย่างนั้นมันทำให้ข้านึกถึงงานแต่งงานของเราว่ายิ่งใหญ่มากแค่ไหน กราบไหว้ฟ้าดินต่อหน้าทหารนับหมื่นที่มารวมงานและสินสอดก็คือศพของทหารแคว้นตรงข้ามที่เราสามารถเอาชนะได้
นั่นเป็งานแต่งงานที่ข้าจำมันได้ดี แม้ตอนอภิเษกกันจะยิ่งใหญ่หรูหรามากแค่ไหน แต่สำหรับข้า งานแต่งงานครั้งนั้นไม่ได้สำคัญเท่ากับงานแต่งงานครั้งแรกของเรา" หลงเจิ้นอี้พูดออกมาที่มุมปากมีรอยยิ้มน้อย ๆ เมื่อนึกถึงการแต่งงานครั้งแรกของพวกเขาทั้งสอง แม้จะจัดงานแต่งงานท่ามกลางซากศพแต่แขกทุกคนที่มาร่วมงานต่างจริงใจกับพวกเขามาก ไม่ใช่ทำเพื่อประจบเอาใจ
"สำหรับข้า งานแต่งงานครั้งนั้นเป็งานแต่งงานที่ข้าจำมันได้ดี แม้ทุกคนจะเพิ่งผ่านความตายมา แต่ทุกคนก็พร้อมที่แสดงความยินดีกับพวกเรา" จางชิงหลินเองก็จำได้ดีว่างานแต่งงานครั้งนั้นมันสำคัญมากแค่ไหนสำหรับนางและหลงเจิ้นอี้
"ตอนนั้นข้าไม่น่ารับปากตาแก่นั่นเลย ไม่อย่างนั้นเราได้มาใช้ชีวิตกันอย่างมีความสุขที่นี่แล้ว" หลงเจิ้นอี้ส่ายหน้าเบา ๆ
"นั่นสิเ้าคะ ทำไมเราไม่ย้อนมาตอนที่าเพิ่งจบนะ ไม่อย่างนั้นเรามีโอกาสได้เปลี่ยนชีวิตตัวเอง" จางชิงหลินพูดออกมา
"ไม่ว่าจะย้อนมาตอนไหน แต่การที่เราได้กลับมาเจอกันอีกครั้งมันเป็เื่ที่ดีที่สุดสำหรับเราไม่ใช่หรือ" หลงเจิ้นอี้บีบมือจางชิงหลินแน่นขึ้น ใบหน้าของเขาประดับด้วยรอยยิ้ม
"นั่นสิเ้าคะ การที่ได้กลับมาเจอท่านพี่อีกครั้งเป็เื่ที่ดีที่สุด" จางชิงหลินบีบมือหลงเจิ้นอี้ตอบใบหน้าของนางประดับด้วยรอยยิ้ม การที่มีโอกาสกลับมาเจอกันอีกครั้งมันดีมากจริง ๆ