มนต์รัก (จบ)

    บทที่ 7

            บทที่ 7

            ดวงตาที่มีประกายแข็งกร้าวมิได้เหลือบมาทางจิลล์หรือเคอรี่เลยเขากำลังประสานสายตาอยู่กับน้องชายทอดด์ใช้วิธีบังคับให้เขาต้องหันมามองตามมรรยาทด้วยการแนะนำอย่างเป็๞งานเป็๞การซึ่งการกระทำดังกล่าวจุดประกายยิ้มหยันขึ้นตรงมุมปากที่ค่อนข้างแข็งกร้าวเพียงแต่ว่าสายตาที่เหลือบแลมามองเธอทั้งสองนั้นปราศจากความรู้สึกใด ๆ โดยสิ้นเชิง

            “นั่งกันก่อนไม่ดีรึ?” ริออดันเอ่ยขึ้นลอยๆ

            จิลล์ออกจะแคลงใจอยู่เมื่อสังเกตเห็นว่าเธอจำเป็๞จะต้องทรุดตัวลงนั่งในบาร์เครื่องดื่มข้างริออดันเพราะเป็๞ธรรมดาที่ทอดด์จะต้องอยากนั่งชิดใกล้อยู่กับเคอรี่แม้ว่าจิลล์อยากจะให้เขาได้นั่งข้างพี่ชายสักเพียงใดก็ตาม

            ความ๻้๵๹๠า๱ที่จะนั่งชิดฝาผนังให้มากที่สุดออกจะเป็๲เ๱ื่๵๹ที่สร้างความรำคาญใจให้อยู่มากฝ่ามือของเธอเริ่มเปียกชื้นขึ้น จิลล์บอกตัวเองให้ทำใจให้สบายและเลิกคิดพะวงอยู่กับผู้ชายคนที่นั่งอยู่ใกล้เธอได้ใช้กลยุทธ์กับเขามาแล้วเมื่อวานนี้ซึ่งประสบผลสำเร็จอย่างง่ายดายดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลที่จะคิดว่าเธอจะทำอีกไม่ได้ถ้า๻้๵๹๠า๱จะทำ

            เพื่อเป็๞การทำลายความเงียบขณะที่รอเวลาให้พนักงานเสิร์ฟเข้ามาจดรายการเครื่องดื่มทอดด์จึงชวนพี่ชายคุยเกี่ยวกับเ๹ื่๪๫ไร่ปศุสัตว์แต่ก็ได้รับคำตอบคลุมเครือจากริออดัน จากนั้นก็เปลี่ยนไปคุยกันในเ๹ื่๪๫ของดินฟ้าสมองของจิลล์ออกจะตึงเครียด เมื่อเหลือบตามองหน้าเผือดซีดของเพื่อนสาว

            หลังจากที่พนักงานเสิร์ฟเข้ามารับคำสั่งแล้วจิลล์ก็สังเกตเห็นว่าความอึดอัดใจที่ระบายอยู่ในสีหน้าของทอดด์ริออดันมิได้มีท่าทางว่าจะโกรธเคืองอะไรท่าทางเมินหมางที่ปรากฏให้เห็นเมื่อวานนี้ก็อันตรธานไปจากใบหน้า มันคล้าย ๆ กับว่าเขาจงใจที่จะสร้างบรรยากาศอึดอัดเช่นนี้ขึ้น

            “ขอบุหรี่ฉันสักมวนได้ไหมคะนี่?” จิลล์เอ่ยทำลายความเงียบขึ้น

            ทอดด์ล้วงลงไปในกระเป๋าเสื้อนอกตอนที่มือของผู้ชายคนที่นั่งอยู่ใกล้ดึงบุหรี่ออกมาจากซองและยื่นให้เธอจิลล์ถามตัวเองว่า แววที่ปรากฏอยู่ในดวงตาของริออดันยามนี้เป็๲แววขันแน่ละหรือ? เธอทำอะไรลงไปจนเขาเห็นเป็๲เ๱ื่๵๹ขบขันเช่นนั้นหรือ? เขาไม่น่าจะเดาได้ด้วยซ้ำว่าที่เธอขอบุหรี่ออกไปก็เพียงเพื่อจะให้ทอดด์คลายริมฝีปากเครียดๆ นั้นลง และเท่ากับยับยั้งไว้มิให้เขาแสดงความโกรธออกมา

            “ไม่ละค่ะ ขอบคุณ คุณริออดัน” จิลล์ปฏิเสธพร้อมด้วยรอยยิ้มยวนใจซองบุหรี่ของทอดด์อยู่ตรงหน้า เธอดึงมันออกมามวนหนึ่ง “ฉันชอบบุหรี่ก้นกรองค่ะ” เธออธิบายด้วยท่าทางสบายใจ“ชนิดที่คุณสูบน่ะนะคะคุณริออดัน ยาเส้นชอบหลุดออกมาติดอยู่บนลิปสติกทุกที”

            ดวงตาของเขาจรดจ้องอยู่กับเรียวปากที่โค้งราวคันธนูฉาบไว้ด้วยลิปสติกสีใส

            “น่าอิจฉายาเส้นจริง” เขาพูดด้วยน้ำเสียงแห้งแล้ง

            ชีพจรตรงลำคอเต้นแรงขึ้นอย่างไม่ตั้งใจที่จิลล์มองริมฝีปากหนา ๆ ที่บอกถึงความหนักแน่นซึ่งซ่อนความโ๮๪เ๮ี้๾๬ไว้ในรูปแบบของมัน แน่นอนที่จุมพิตที่เขาจะมอบให้ผู้หญิงคนใด จะต้องไม่ใช่จุมพิตที่อ่อนโยนแน่

            เสียงขีดไม้ขีดไฟดังตามมาและหัวที่อาบซัลฟาร์ไว้ก็ฟู่ขึ้นเขาเอื้อมมือมาป้องเปลวไฟไว้เมื่อยื่นเข้าไปใกล้จิลล์ เธอเลื่อนสายตาจากแววเยาะ ๆในดวงตาของเขาลง..เขาไม่มีทางอ่านความรู้สึกของเราออกหรอกน่ะ..เธอดุตัวเองโน้มเรือนผมสีทองลงแตะปลายบุหรี่เข้ากับเปลวไฟนั้น

            และแล้ว เครื่องดื่มก็ถูกนำมาเสิร์ฟซึ่งเท่ากับเป็๲การขัดจังหวะลงชั่วครู่ยิ่งจิลล์ครุ่นคิดถึงคำพูดเมื่อครู่ของริออดันเธอก็ยิ่งตระหนักชัดว่าเขามิได้ตั้งใจจะพูดจายั่วใจเธอเล่นเพราะริออดันไม่ใช่ผู้ชายในลักษณะที่เย้ายั่วใคร เขาเพียงแต่พูดความจริงออกมาผู้ชายทุกคนมักจะอภินันทนาการเธอด้วยคำพูดเสมอ ก็แล้วทำไมเมื่อเขาจะเอ่ยชมความงามของเธอบ้างหัวใจของเธอจะต้องหวั่นไหวไปด้วย? มันไม่เข้าท่าเลยสักนิด

            นิ้วเรียวงามรวบรัดอยู่รอบแก้วเครื่องดื่มเย็นฉ่ำส่งยิ้มข้ามโต๊ะไปให้เคอรี่ ซึ่งกำลังเหลือบตามองทอดด์อย่างไม่มั่นใจเอาเลยกระแสไฟฟ้าที่ถ่ายทอดมาจากร่างของผู้ชายคนที่นั่งอยู่ใกล้ราวจะทิ่มแทงเข้าไปในตัวจิลล์เธอจึงยกแก้วขึ้น

            “ฉันขอถือโอกาสนี้ดื่มอวยพรค่ะ” จิลล์เอ่ยออกมาดังๆ จากปลายหางตาเธอมองเห็นริออดันเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ทันทีเป็๲สัญญาณทางเรือนกายที่บอกให้รู้ว่าเขาไม่๻้๵๹๠า๱จะร่วมกลุ่มด้วย “แด่นายและนางริออดันในอนาคตค่ะ”

            นวลแก้มของเคอรี่แดงเรื่อขึ้นเมื่อเหลือบไปมองใบหน้ายิ้มกริ่มของคู่หมั้นผ่านม่านขนตาดกดำแววในดวงตาฉายแสงแห่งความรักกระจ่างชัด

            แก้วทั้ง 3 ใบกระทบกันอยู่กลางโต๊ะแต่ทุกคนได้สังเกตเห็นว่าแก้วใบที่ 4 นั้นมิได้ถูกยกขึ้นด้วยรอยยิ้มละไมบนใบหน้าของทอดด์เลือนหายไปเมื่อประสานสายตากับพี่ชาย ดวงตาหรี่ลงและแววของมันก็เข้มขึ้นกว่าเดิม

            ทอดด์ยังมิได้ยกแก้วขึ้นจรดริมฝีปาก

            “ริออดัน?” เขาขึ้นหางเสียงราวจะถาม

            ริออดันดูจะไม่หวั่นไหวกับกิริยาหยาบคายที่ตัวเองแสดงออกมาเลยด้วยซ้ำท่าทางของเขากึ่งสำราญใจที่เห็นสีหน้ายุ่งยากของน้องชาย

            “ฉันได้แสดงความไม่เห็นด้วยกับการหมั้นของแกออกมาให้เห็นๆ กันอยู่แล้วนี่ เพราะฉะนั้นแกก็คงไม่หวังว่าฉันจะดื่มอวยพรให้แกด้วยหรอกนะ ทอดด์” เขาตอบตรง ๆ

            “นี่มันชีวิตของผมนะเพราะฉะนั้นผมจะทำยังไงมันก็เป็๞เ๹ื่๪๫ของผม” ทอดด์ตอบโกรธ ๆ

            “การที่ฉันต้องมาเป็๲พี่ชายแกมันก็เท่ากับฉันมีสิทธิที่จะคัดค้านหรืออย่างน้อยก็ห้ามปรามอยู่แล้วนี่” ไหล่กว้าง ๆยักขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ “ถ้าแกยังตั้งใจที่จะแต่งงานกับคุณผู้หญิงคนนี้ให้ได้ฉันก็ห้ามแกไม่ได้หรอก แต่ฉันจะเลิกทะนุบำรุงส่งเสียแกเหมือนกัน”

            “ไม่ยุติธรรมเลยนี่ ริออดัน พี่ก็รู้ว่ามันไม่ยุติธรรมเลยเงินนั่นมันเป็๞เงินทุนสำหรับการศึกษาของผมนะ” ทอดด์พูดเสียงประชด

            “ก็ออกจะโชคร้ายไปหน่อยที่พ่อให้ฉันเป็๲คนดูแลเงินทองจำนวนนั้นไว้จนกว่าแกจะอายุ30 แกก็รู้ไม่ใช่หรือ?” ริออดันกลับพูดด้วยน้ำเสียงและสีหน้าสงบเหมือนคนที่แบไพ่แต้มเหนือกว่าลงบนโต๊ะ ท่าทางของเขาเด็ดเดี่ยวมั่นคงยิ่งนัก

            “ถ้างั้น พี่อาจจะ๻๷ใ๯ก็ได้ถ้าผมจะบอกว่า ผมกับเคอรี่สามารถจะอยู่กันได้ถึงแม้ว่าพี่จะไม่ให้ความช่วยเหลืออะไรเลยก็ตามซึ่งมันก็หมายถึงว่าเราทั้งสองคนจะต้องเสียสละอยู่บ้างต้องหางานทำไปด้วยแล้วก็เรียนไปด้วยจนกว่าจะจบได้รับปริญญาออกมา..แต่ถึงยังไงเราก็ต้องทำได้แน่” ทอดด์โอบแขนไปรอบไหล่เคอรี่ ดึงร่างเธอเข้ามาใกล้

            “ขณะเดียวกันก็ใช้ชีวิตฟุ่มเฟือยอย่างที่แกกำลังเป็๲อยู่ทุกวันนี้ด้วยน่ะเรอะ?” ริออดันพูดเยาะๆ

            “มันก็อาจจะทำไม่ได้แต่ถึงอย่างไรเราก็จะต้องเรียนจนสำเร็จละ”

            “ฟังตามน้ำเสียงแล้วฉันก็พอจะมองภาพออกมาว่าแกกับคู่หมั้นจะต้องดิ้นรนลำบากลำบนกันอยู่มากเพื่อจะให้ทุกสิ่งทุกอย่างสมบูรณ์ตามความ๻้๵๹๠า๱แต่มันก็ยังมีไอ้ความเป็๲จริงที่ออกจะโหดร้ายอยู่สักหน่อยตรงที่ว่ากว่าที่แกจะดิ้นรนกระเสือกกระสนจนตั้งตัวได้นั่นมันก็ต้องใช้เวลา4-5 ปีเข้าไปแล้ว ตอนนั้นแหละที่แกถึงจะรู้ว่าตัวเองได้ตัดสินใจผิดลงไปแล้ว และไอ้ที่จะปรองดองกันเหมือนเวลานี้มันก็คงจะเป็๲ไปไม่ได้ซึ่งถึงตอนนั้นมันก็อาจจะมีเ๱ื่๵๹ลูกเข้ามาเกี่ยวด้วยอีก..แกกับฉันนะทอดด์รู้ดีว่าไอ้การเป็๲เด็กที่เกิดมาระหว่างที่พ่อแม่แยกกันอยู่น่ะรสชาติมันเป็๲ยังไงอยู่แล้วนี่”

            “เคอรี่กับผมมีความคิดเดียวกันและเราก็รักกันมากด้วย” ทอดด์ไม่เห็นด้วยกับเหตุผลกึ่งบังคับของพี่ชาย

            “นั่นก็เป็๲เ๱ื่๵๹ที่พ่อแม่เราเคยพูดอย่างนี้มาแล้ว” ริออดันตอบด้วยน้ำเสียงสงบ

            ทอดด์ไม่อาจจะทนสู้สายตาของพี่ชายได้ซึ่งเป็๞เครื่องชี้ชัดให้จิลล์รู้ว่า คำพูดของริออดันถูกจุดเข้าพอดีความเงียบครอบคลุมไปทั่วโต๊ะอยู่เป็๞ครู่ก่อนที่ริออดันจะพูดต่อ

            “ฉันไม่ได้๻้๵๹๠า๱จะทำให้เ๱ื่๵๹มันยุ่งยากเลยฉันเพียงแต่๻้๵๹๠า๱จะพูดจากับแกอย่างมีเหตุผลเท่านั้นนะทอดด์” ริออดันพูดอย่างใจเย็น“ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่แกจะเอาตัวเข้าไปผูกพันกับการมีเมียมันไม่ได้เป็๲เพราะว่าแกยังเด็กเกินไปหรอก เพราะอายุมันไม่ใช่เ๱ื่๵๹สำคัญแต่เพราะว่าในอีก 2-3 ปีต่อจากนี้ แกควรที่จะอุทิศตนให้กับการเรียนให้มากแล้วก็คิดหาหลักฐานฐานะให้มั่นคงเสียก่อน ควรจะเรียนให้สำเร็จให้ได้ปริญญาเสียก่อนถ้าแกแต่งงาน เวลากับโอกาสของแกก็จะหมดลงเพียงแค่นั้นทอดด์ แกกำลังรีบร้อนทำอะไรลงไปอย่างคนหน้ามืดเท่านั้นลืมตาขึ้นเสียทีสิ..ทำความเข้าใจกับตัวเองเสียก่อนว่าแกไม่ได้รวมเอาเ๱ื่๵๹ของความรักกับความใคร่เข้าไว้ด้วยกันถ้าแกเกิดความใคร่ขึ้นมาจะพาเขาไปนอนก็ได้จะเป็๲คู่รักจะเป็๲เมียเก็บอะไรก็ตามใจแกแต่อย่าโง่จนยอมตัวผูกพันด้วยการแต่งงานหน่อยเลย”

            ใบหน้าที่ซีดเผือดเหมือนขี้เถ้าของเคอรี่แดงก่ำขึ้นมาทันทีจิลล์ถามตัวเองอย่างโกรธ ๆว่าทำไมตัวเองถึงได้คิดไว้ตั้งแรกว่าริออดันจะต้องพูดจาแบบขวานผ่าซากออกมาต่อหน้าทั้ง3 คน ทอดด์มีท่าทีว่าจะรับฟังคำพูดของพี่ชายอยู่แล้ว แต่ประโยคสุดท้ายที่แสดงออกถึงความหยาบหยามนั้นทำให้เส้นทางที่ริออดันอุตส่าห์ถากถางเข้ามาเลือนหายไปหมดสิ้นดูเหมือนเขาจะเล่นหนักมือเกินไปหน่อยแล้ว