ณ จวนสีขาว ใบไม้รกร้างเหมือนไม่มีใครกวาดมาหลายวัน ซูเจินยืนเก้ๆกังๆขนลุกขนพองไม่กล้าเดินเข้าไปข้างในเพราะนางมีความรู้สึกเหมือนจะมีผีออกมาหลอก อี้เถียนเห็นท่าไม่ดีจึงเดินเข้ามากระซิบถาม
"นี่คือจวนของสนมลี เข้าไปข้างในกันเถอะ"
"งื้อ!ทำไมมันน่ากลัวแล้วก็วังเวงขนาดนี้ พวกนายแน่ใจนะว่าข้างในนั้นมีคนอยู่จริงๆ สาวใช้ก็ไม่มีสักคนแถมไม่มีทหารเดินผ่านทางนี้เลย"
"สนมลีแตกต่างจากสนมฮงมาก นางรักสันโดษไม่ชอบยุ่งเกี่ยวกับใครและไม่ชอบให้ใครมายุ่งเกี่ยวกับงาน แม้กระทั่งพวกข้าทั้งสองคนยังไม่ค่อยได้เจอนางเลย"
"ใช่…ขนาดน้องสามจะมาเยี่ยมตอนที่นางป่วย นางยังไม่ให้เข้าพบเลย ข้าเองยังเคยเห็นนางเเค่ครั้งเดียวตั้งเเต่เข้าวังมา"
"ฟังดูลึกลับจัง มันยิ่งทำให้ฉันอยากจะเจอนางเร็วๆแล้ว นางต้องสวยมากๆเเน่เลยเพราะตามนิยายที่ฉันอ่าน สนมเเทกึมเป็สตรีที่งดงามที่สุดในเมือง นางชอบเก็บตัวไม่พูดจากับใคร ถ้าคนภายนอกคงจะคิดว่านาวเป็ใบ้เเน่ๆ เเต่น่าเสียดายที่นางมีนิสัยเสียอยู่ข้อนึง"
"นิสัยเสียงั้นหรือ อะไร?" ในระหว่างที่พวกเขา 3 คนกำลังยืนคุยกันอยู่หน้าจวน ก็มีเสียงบางอย่างดังเล็ดลอดมาจากข้างในเป็เสียงเหมือนของหนักๆตกลงสู่พื้น ตุ่บ!! ทั้ง 3 หยุดชะงักแล้วหันหน้าเข้าไปมองภายในจวน ทุกอย่างเงียบลงซักพัก ซูเจินเห็นท่าไม่ดีเลยรีบวิ่งนำเข้าไป เพราะถ้าใช่แบบที่นางคิดล่ะก็…
"นี่เธอ..ทำอะไรนะ!!ช่วยด้วยใครก็ได้ช่วยที พวกนายช่วยด้วยนางจะฆ่าตัวตาย!! ช่วยด้วย!!"
"ห้ะ!!ไปเร็วน้องสาม!!"
"สนมลี..นี่เ้าทำอะไรของเ้า ถ้าพวกข้ามาไม่ทันเ้าจะเป็อย่างไร รู้ตัวไหม!!"
"ข้าอยากตาย ได้โปรดองค์ชายทั้งสอง ปล่อยให้ข้าได้ตายสมใจข้าเถิด ฮือฮือ ปล่อยข้า ข้าจะตาย..อยู่ไปก็ไม่มีอะไรดี ข้าทรมานเหลือเกิน!! ฮือฮือ ท่านพ่อมารับข้าไปอยู่ด้วยทีท่านพ่อ!!"
"ทุกอย่างเป๊ะ!! พระสนมทั้งสองมีนิสัยต่างกัน คนนึงก็ดีสุดขั้วอีกคนก็ชั่วสุดขีด ใช่เลย!! อี้เฉียนบอกให้อาฉางตามหมอมาช่วยนางเร็ว!! อี้เถียนเ้ารีบไปหามีดมาตัดเชือดทุกเส้นออกให้หมด ไม่ว่าจะเป็เส้นน้อยเส้นใหญ่หรือเส้นไหนๆเอาออกให้หมด เร็วเข้า!!"
"ได้ๆ..ข้าจะไปหามีด อาเฟย!!ไปเอามีดมา!!"
"พะยะค่ะองค์ชาย!" สองแฝดรีบทำตามที่เจินเจินสั่ง อี้เฉียนตามหมอหลวงให้รีบมาดูอาการสนมลีโดยเร็ว ส่วนอี้เถียน อาฉางและอาเฟยก็รีบช่วยกันตัดเชือก เก็บของมีคมทุกอย่างออกจากจวนของสนมลีโดยเร็ว เบื้องต้นนั้นสนมลีไม่ได้เป็อะไรร้ายแรงเพราะซูเจินเข้ามาช่วยไว้ได้ทัน ขณะที่หมอหลวงกำลังเช็คอาการพระสนมลีอีกรอบ อี้เฉียนก็ได้ดึงแขนเจินเจินออกมาสอบถาม
"เ้ารู้ได้ยังไงว่านางกำลังจะฆ่าตัวตาย"
"ก็ชีวิตของนางเหมือนกว่ากับตัวละครตัวหนึ่งในนิยายที่ฉันเคยอ่าน นายลองคิดดูสิว่าถ้าเราเข้ามาช้ากว่านี้จะเกิดอะไรขึ้น เอาจริงๆนะ..ทำไมนางถึงต้องฆ่าตัวตายด้วย พวกเ้าทำอะไรไม่ดีกับนางงั้นหรือ?"
"ก็อย่างที่ข้าเคยบอกเ้า ข้ากับน้องสามเคยเจอนางเพียงครั้งเดียวในตอนที่นางถูกนำมาเป็เครื่องราชบรรณาการให้น้องสาวก็เท่านั้น แล้วพวกข้าจะไปทำร้ายจิตใจนางได้ยังไง"
"แล้วทำไมนางถึง…."
"ข้าเคยได้ยินมาว่าพ่อของนางตายในาครั้งก่อน ทำให้นางรู้สึกโดดเดี่ยวและไม่เหลือใคร ข้าว่านี่อาจจะเป็เหตุผลที่ทำให้นางชอบฆ่าตัวตายหรือทำร้ายตัวเองก็ได้นะ"
"มีเหตุผล…เพราะงั้นเราทั้งสามคนต้องช่วยนางฟื้นฟูสภาพจิตใจโดยเร็ว พวกนายคิดเห็นว่ายังไงถ้าฉันอยากจะเป็เพื่อนกับสนมลี?" องค์ชายมองหน้ากันแล้วส่ายหัวไปมาวันหนึ่งว่าจะไม่เห็นด้วยเป็ครั้งที่สอง เเต่เมื่อหันไปมองหน้าเจินเจินและเห็นว่าเธอกำลังทำหน้าบึ้งอยู่พวกเขาก็รีบพยักหน้าตอบรับทันที
"ข้าว่าก็ดีเหมือนกันนะ นางจะได้มีเพื่อนและไม่รู้สึกเหงาอีก จริงไหมน้องสาม"
"ใช่ๆข้าเห็นด้วย ความคิดเ้านี่ ดีงามอย่างถ่องแท้ เอาเป็ว่าถ้ามีอะไรให้พวกข้าช่วยก็บอกได้นะ"
"ต้องมีเเน่ๆ..แต่ก่อนนอื่นฉันอยากจะลองขอคุยกับนางซักพัก"
"คุยอีกแล้วหรอ เ้าไม่กลัวว่านางจะชวนเ้าไปทำแบบนางงั้นหรือ"
"ฉันไม่ได้ไร้สมองขนาดนั้นซักหน่อย เอาเป็ว่าพวกนายกลับไปก่อน นางอาจจะไม่อยากให้พวกนายรับรู้อะไรเกี่ยวกับตัวนางก็ได้ อีกอย่างฉันเป็ผู้หญิงน่าจะพูดคุยกันรู้เื่กว่าผู้ชายนะว่าไหม ไปสิ!" อี้เฉียนกับอี้เถียน พยักหน้าก่อนจะทยอยกันเดินออกไป ทิ้งให้ซูเจินอยู่กับหมอหลวงและสนมลีตามลำพัง ซูเจินเดินมายืนดูสภาพของสนมลีเเล้วรู้สึกหดหู่ ตามเนื้อตัวมีาแฟกช้ำน้อยใหญ่เต็มไปหมด ขอบตาก็คล้ำคล้ายกับคนไม่ได้นอนมาหลายวัน ปากแห้งเเตกไม่ได้รับการเเต่งหน้าทำผมให้สวยเหมือนสนมฮงเลยแม้เเต่น้อย ด้วยความที่นางมีพื้นเพใบหน้าที่สวยงามอยู่แล้วจึงไม่จำเป็ต้องแต่งเติมอะไรเพิ่ม
"หมอคะ..อาการของพระสนมลีเป็อย่างไรบ้างคะ?"
"ทูลพระชายา เวลานี้พระสนมลีมีพระวรกายที่อ่อนแรงและอ่อนเพลียมาก หม่อมฉันเคยจัดยาสมุนไพรถวายการรักษามาสองถึงสามครั้งเเต่พระสนมไม่ให้ความร่วมมือเลยเ้าค่ะ"
"อืม..ดูจากสภาพก็รู้ว่าหัวรั้นอยู่มาก ถ้างั้นคุณหมอออกไปก่อน ทิ้งตัวยาเอาไว้ เดี๋ยวที่เหลือฉันจัดการเอง"
"เ้าค่ะ นี่เป็ยาตัวใหม่ของพระสนมเ้าค่ะ"
"ขอบคุณค่ะ…" ซูเจินรับยาจากหมอหลวงเอามาวางไว้ที่โต๊ะก่อนจะเดินเข้าไปนั่งข้างๆเตียงของสนมลี ซูเจินรู้สึกสงสารและรู้จุดจบของสตรีนางนี้ดีเพราะถ้าทุกอย่างเป็ไปตามนิยายที่เธอเคยอ่าน จุดจบของพระสนมนางนี้น่าอนาถใจยิ่งนักและเธอจะไม่ยอมให้มันเป็เช่นนั้นเด็ดขาด
"สวัสดีค่ะ ฉันชื่อซูเจินนะ เรียกเจินเจินก็ได้เพราะฉันชอบชื่อนั้นมากกว่า เธอชื่อลีใช่ไหม?"
"................."
"หลายคนในเมืองนี้คิดว่าเธอเป็ใบ้ แต่ฉันไม่เชื่อ..พูดอะไรกับฉันซักอย่างสิ..ฉันเหงานะ จะให้พูดอยู่คนเดียวเลยหรอ"
".................."
"โอเค…เวลานี้เธออาจจะยังไม่อยากพูดกับฉัน ไม่เป็ไร..แต่ฉันจะมาหาเธอทุกวัน ฉันจะมาหาจนกว่าเธอจะยอมพูดกับฉัน โอเค๊?"
"................."
"รู้อะไรไหม…เธอเป็คนที่สวยมากขนาดเธอไม่ได้แต่งหน้าจัดเหมือนสนมฮง เธอยังสวยกว่าเค้าเลย…ไม่เอาน่าอย่าปล่อยให้ความสวยของตัวเองจบสิ้นลงเพราะเื่แบบนี้สิ ที่ฉันมายืนอยู่ตรงนี้เพราะฉันอยากจะเป็เพื่อนกับเธอจริงๆนะ"
"...........ออก..ไป….."
"แหม!..พูดคำแรกก็จี๊ดเลยนะ ถึงจะเป็คำพูดที่แสดงถึงการขับไล่..แต่ฉันรู้สึกดีใจนะที่เธอพูดกับฉัน หวังว่าพรุ่งนี้เธอจะพูดกับฉันมากกว่าสองคำนี้นะ…วันนี้เธอคง้าพักผ่อน เอาเป็ว่าฉันไม่รบกวนเธอละ…อย่าคิดทำร้ายตัวเองอีกนะเพราะฉันได้เก็บเชือกทุกเส้นพร้อมกับของมีคมทุกอย่างออกหมดแล้ว บาย!!" ซูเจินยิ้มให้สนมลีอย่างเป็มิตรก่อนจะค่อยๆถอยหลังออกห่างจากนาง จังหวะนั้นเองสนมลีได้เอื้อมมือมาคว้าเเขนซูเจินไว้ พร้อมกับลุกขึ้นเอี้ยวตัวไปกอดซูเจิน นางร้องไห้ออกมาราวกับใจจะขาด ซูเจินก็ััได้ว่านางโดดเดี่ยวมากๆ เธอจึงได้กอดตอบนางไป
"ฉันรู้ว่าเธอไม่ใช่คนที่นิสัยแย่ เพราะฉะนั้นเรามาเป็เพื่อนกันนะชีวิตคนเรามีค่ามากกว่าการฆ่าตัวตายนะ ถ้าเธอยังไม่รู้…ฉันจะเป็คนพาเธอไปพบกับความสุขเอง ขอเพียงเเค่เชื่อใจฉัน…ลบภาพในอดีตอันแสนเ็ปนั้นออกไปซะถึงแม้ว่าพ่อของเธอเขาจะจากเธอไปแล้วแต่เขาก็ไม่ได้ไปไหนไกลเขายังเฝ้ามองดูเธอจากบนฟ้า เลิกร้องไห้แล้วหันกลับมาดูเเลตัวเองซะ" สนมลีได้ฟังคำที่ซูเจินพูดก็ยิ่งร้องไห้หนักขึ้น เเต่เเน่นอนว่าซูเจินจะไม่ยอมให้นางต้องทรมานแบบนี้อีกต่อไป ในขณะที่สตรีทั้งสองกำลังกอดปลอบใจกัน บุรุษสองนายก็ยืนยิ้มกรุ้มกริ่มแอบดูพวกนางทั้งสองจากหน้าต่างบานเล็กและพรรณนาในใจว่าพวกเขาได้เลือกชายาไม่ผิดจริงๆ สตรีผู้นี้แหละที่จะมาลดคำครหาของพวกเขาลงได้….