ถามจริงพี่ชอบใครอยู่...
พี่ก้าวเดินฉับๆมาอย่างรวดเร็ว ใบหน้าของเขาฉายแววความอ่อนเพลียมากอย่างอยากทิ้งตัวลงนอนเต็มที่แล้ว จากการที่ต้องแหกตาตื่นขึ้นมาเพื่อเข้าเรียนในภาคเช้าที่อาจารย์แจ้งเลื่อนเวลามาให้เร็วขึ้นหนึ่งชั่วโมง จากเข้าเรียน 8.30 นาทีกลายเป็ 7.30 นาที ซึ่งเท่ากับว่าเขาจะต้องรีบตื่นเร็วกว่าปรกติและมาให้เร็วกว่าปรกติทั้งที่เมื่อคืนก็ทำงานจนแทบจะไม่ได้นอนอยู่แล้ว... ชีวิตนักศึกษาปี 3 ไม่ใช่ธรรมดาจริงๆ
สุดท้ายเมื่อคาบเรียนภาคเช้าอันแสนทรมาทรกรรมนั้นเสร็จสิ้นลงเขาจึงได้แต่ลากสังขารของตัวเองออกมาอย่างใบหน้าอิดโรยเช่นนี้ อ้อ และคงจะไม่ใช่เพียงแค่เขาคนเดียวหรอก รวมถึงเพื่อนๆในคลาสและเพื่อนของเขาด้วยนั่นแหละ
“เหนื่อยมากง่วงมากทิ้งตัวลงนอนตอนนี้เลยได้ไหม” กวินเดินนำหน้าเพื่อนมาเร็วสุด เมื่อถึงโต๊ะประจำของพวกเราแล้วเ้าตัวก็รีบโยนข้าวของของตัวเองลงบนโต๊ะพร้อมทิ้งตัวแรงนั่งเหยียดเต็มพื้นที่เตรียมจะฟุบหลับทันที
โต๊ะประจำใต้ต้นจามจุรี... ม้านั่งสี่เหลี่ยมนั่งได้เกือบแปดคนเยี่ยงๆข้างข้างหน้าคณะสถาปัตย์ของพวกเขาคือโต๊ะประจำที่พวกเขามักจะนัดเจอกันหรือนั่งเล่นพักผ่อนบ้างทำงานส่งอาจารย์บ้าง ที่นี่ไม่ได้เงียบสงัดขนาดนั้นเพราะคนเยอะ แต่ที่ชอบเพราะใต้ต้นจามจุรีมันร่มลมโกรกเย็นสบายดีกว่า
“อาจารย์น่าจะยกคลาสให้จบๆกันไปแค่คาบเดียวเอง ไม่เห็นต้องเลื่อนเวลาให้เร็วขึ้นเลย” กวินทำท่าจะหลับแล้วแต่ก็ไม่วายจะเบะปากบ่นกระปอดกระแปดต่ออีก
“อย่าบ่น” ผมว่าพลางวางกระเป๋าเป้และข้าวของเต็มไม้เต็มมือลงบนโต๊ะแล้วนั่งลงข้างๆกวินอย่างง่วงๆ.. ก็ง่วงเหมือนกันนั่นแหละ ตื่นเช้าขนาดนี้ใครบ้างจะไม่ง่วง กล่าวไปก็ยกมือเรียวขึ้นเสยผมสลวยทรงแสกกลางแบบเกาๆสีบลอนด์ประกายทองที่เพิ่งไปทำมาสดๆใหม่ๆเมื่อวานนี้เลยของตัวเองเบาๆ
“พี่อ่า” กวินพูดทั้งน้ำเสียงและทำท่าจะอ้อนจะงอแงแบบเด็กๆงอแงใส่ผม แต่ผมก็ได้แต่ส่ายหน้าส่งยิ้มหวานให้อย่างอ่อนใจกับความขี้บ่นขี้งอแงไม่สมกับอายุของเ้าตัว
“งอแงไม่น่าเอ็นดูมึงอย่าทำเลย” พระเพื่อนที่ตามหลังมากล่าวขึ้น ไม่พอยังเอื้อมมือไปผลักหัวกวินแรงๆอีกอย่างหมั่นไส้กับท่าทางนั้นของเ้าตัวเต็มที
“ถ้ากูทำแล้วไม่น่าเอ็นดูแล้วใครทำจะน่าเอ็นดูวะ” กวินพูด ก่อนจากนั้นจะหันมาทางผมต่อและพยักพเยิดใบหน้าหล่อใสของตัวเองให้ผมลองทำ
“พี่ลองทำดิ”
“เนี่ยเออ... มึงลองทำดิ” พระเพื่อนเอ่ยเสริมทับอย่างอยากเห็นผมทำหน้างอแงดูบ้าง
ผมถอนหายใจกับความเพื่อนสองคน พลางส่ายหน้าหึๆ ยกมือเรียวสวยขึ้นลูบหัวกวินเบาๆ ก่อนที่จะเอ่ยกับอีกฝ่ายต่อว่า “อย่างอแง เดี๋ยวให้ขนมกิน”
“โอ๊ยพี่มึง!” กวินพูดพร้อมทำท่ากุมใจหายใจเข้าฮืดฮาดแรง ก่อนเอื้อมมือหนามากุมมือบางออกจากศีรษะของตัวเองละทำสีหน้าจริงจังพูดกับผมอย่างจริงจังอีก
“พี่มาเป็เมียกูเถอะ”
แต่เมื่อกวินพูดจบ...
ผั้วะ!
กวินก็โดนพระเพื่อนจัดไปสักฉาดหนึ่ง
“โอ๊ยสัส! ไอ้ห่าพระเพื่อน มึงไม่อ่อนโยนเหมือนพี่บ้างวะ ตบมาได้แม่งแรงฉิบหาย” กวินรีบปล่อยมือผมรวดเร็วไปกุมศีรษะตัวเองแทนทันทีและหันไปพูดกับพระเพื่อนด้วยใบหน้าเบะเจ็บ ดูจากสีหน้าและความแรงของพระเพื่อนแล้วคงไม่ต้องถามว่าเจ็บไหมหรอก... เพราะว่ามันเจ็บแน่นอน
“มาเป็เมียห่าไรล่ะ นั่นเพื่อนไหมล่ะมึง”
“กูก็ล้อเล่นไหมล่ะมึง”
“เออกูก็ล้อเล่นเหมือนกัน”
“กวนตีนว่ะสัสเพื่อน”
“สัสกวิน”
แล้วจากนั้นกวินกับพระเพื่อนก็ถกเถียงกวนกันต่อไปมาจนผมอดที่จะส่ายหน้าขำๆไม่ได้ จากที่ง่วงๆก็ตื่นเต็มตาเลยทีนี้ ฟังไปขำไปสายตาก็กวาดมองข้ามไหล่พระเพื่อนที่นั่งตรงข้ามผมอยู่ปราดหนึ่งไป ผมยกยิ้มขึ้นมาเมื่อพบเข้ากับใครบางคนนั้นที่อยู่อีกทางหนึ่งอีกแล้ว... ตอนนี้เวลา 10.50 นาที วันนี้มาเร็วจัง
“ทำไมถ้าไม่ล้อเล่นมึงจะเข้าเฟรนด์โซนกูจริงๆเหรอกวิน” ผมมองตรงนั้นแป๊บเดียวก็ผละสายตากลับมาให้ความสนใจกับเพื่อนตัวเองต่อ พูดพลางก็ยกมือขึ้นเสยผมไปพลาง
“จะอดใจไม่ไหวแล้วนะ พี่ก็ละมู๊นละมุนก็อ่อนโย๊นอ่อนโยนไป๊”
“เพื่อนเชี้ย” ผมด่าแล้วโยนขนมให้กับกวิน... อ่อนโยนแล้วชอบแซวนักก็เอาไปแบบกระด้างๆเถอะ!
“มึงก็ทำหน้าง่วงไหมล่ะ อย่าหล่ออย่าสวยเท่กว่าได้ป่ะ เดี๋ยวเดือนดับหรอก” กวินรับขนมมาแกะกินพลางเหล่สายตาไปทางพระเพื่อนแล้วพูดหยอกต่อ... เพราะพระเพื่อนเป็อดีตเดือนมหา’ลัยปี 3
นั่นแหละครับ ละก็ไม่พ้นโดนพระเพื่อนยกนิ้วกลางให้ด่ากลับ
“ควยสัส”
อาจจะสงสัยว่าทำไมมีแค่ผม กวิน พระเพื่อนอยู่ที่โต๊ะประจำกันแค่นั้น ส่วนสองสาวแท้เทียมเขาไปเข้าห้องน้ำน่ะครับ แต่ว่าดูสิแค่คิดไปถึงนิดหน่อยก็มาละครับนั่น...
“ง่วง ง่วงๆๆๆ” บูเก้วิ่งมาพร้อมกับเอ่ยง่วงรัวๆๆ
“นี่ก็มาบ่นอีกคนละ เหมือนกูเลย ฮ่าๆฮ่าๆ” กวิน
“เอาน่า อย่างน้อยก็มีเวลาว่างเร็วขึ้นหนึ่งชั่วโมงนะ” ผมพูดอย่างปลอบๆใจด้วยน้ำเสียงโทนนุ่มแล้วหยิบถุงขนมกับกาแฟกระป๋องเขยิบมาตรงกลางโต๊ะเพื่อให้เพื่อนทุกคนหยิบถึง
“แต่มันมีเรียนต่อตั้งบ่ายโมงครึ่งป่ะวะ เวลาเหลือตั้งเยอะงี้จะกลับไปนอนที่หอก็ไม่ได้ ใครจะขยันเทียวมาเทียวไปหลายรอบ” เมจิหยิบกาแฟไปหนึ่งกระป๋องพลางพูดบ่นยาวๆเช่นกัน เพราะเมื่อคืนเมจิก็เป็อีกคนที่อยู่โต้รุ่งนั่งวาดแบบแปลนใหม่แก้แบบแปลนใหม่และต่อโมเดลใหม่ไปอย่างยาวๆ
“จะเทียวมาเทียวไปยังไงได้... การจราจรในประเทศไทยไม่ได้ดีขนาดนั้นจ้า” บูเก้พูดอย่างแซะๆ แต่ก็ไม่รู้ว่าเ้าตัวนั้นแซะใครแซะอะไร? แซะการจราจรเหรอ? แซะไปจะได้อะไรรถก็ติดเหมือนเดิม จะบอกใครได้สามารถออกเสียงได้เหรอ? ก็บอกว่าให้ไปขึ้นรถเมล์-บีทีเอสไง!
“งั้นมึงบอกนายกดิ” อ่า กวินรับไม้ต่อไป... ผมบอกว่าให้ไปขึ้นรถเมล์ที่ค่าตั๋วราคาขึ้น 20 บาทแล้วไง!
“นายกคนไหน เขาเลือกนายกได้แล้วเหรอ” บูเก้... นี่ก็อีกคน ไม่รู้เื่! เขาไปถึงไหนกันต่อไหนแล้วหรอก!
“เขาถวายสัตย์กันแล้วมึง” กวิน
“ถวายไรถวายไม่ครบ ไม่นับ!” บูเก้
“สาสสส เล่นงี้ก็ไม่ได้ดิวะ” กวิน
“เลิกคุยเื่นี้จ้า นิยายยังไม่จบจะโดนแบนหายไปก่อนไม่ได้นะ!” บูเก้
“ฮ่าๆฮ่าๆ”
เออ จริงๆควรเลิกคุยเื่นี้ตั้งนานแล้วเหอะ!
“พี่”
แต่พอเลิกคุยเื่นั้นแล้วความสนใจกลับหันเหมาทางผมต่อได้ยังไงก็ไม่รู้…
“อือ ว่า”
“ถามจริงสเตตัสเมื่อคืนคือ?” เมจิเป็คนเรียกแต่บูเก้เป็คนถาม กวินกับพระเพื่อนก็หูตั้งรอใส่ใจอย่างตั้งใจมากทีเดียว
“ฮื้ม?” ผมครางฮื้มในลำคอพร้อมทำหน้างงใสซื่อทั้งทีก็เข้าใจดีว่าบูเก้หมายถึงเื่อะไร... ก็เห็นทำหน้าอยากรู้หูตั้งแบบนี้แล้วมันน่ารักดีอ่ะ เหมือนไซบีเรียนฮัสกี้ดี ฮ่าๆฮ่าๆ
“มึงไม่ต้องมาฮงมาฮื้มทำเป็ใสซื่อ!” บูเก้
“พี่มึงไม่ต้องมาทำเป็ใสๆ เดี๋ยวไสยศาสตร์เลยนะเว้ย” กวิน
“อีนี่มันร้ายค่ะท่านผู้ชม” บูเก้
ระหว่างที่บูเก้กับกวินถามมาอย่างมีอินเนอร์แต่ไม่เข้าเื่จริงจังสักที พระเพื่อนจึงได้เอ่ยถามผมมาอย่างตรงๆตัดหน้าเสียเลย “มึงชอบใครอยู่วะ”
“ชอบ... ชอบใคร?” ผมแกล้งทำเป็ไม่เข้าใจแล้วถามกลับหน้าใสซื่อเหมือนไม่รู้จริงๆว่าเพื่อนกำลังพูดอะไร
“จ้า ขนาดนี้แล้วพี่มึงยังทำใสซื่ออีก... เอามานี่ เดี๋ยวกูอ่านให้ฟังเอง!” บูเก้คว้าโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าเป้ของตัวเองอย่างคนมีอินเนอร์จัดจ้าน ก่อนที่จะอ่านประโยคแสนคุ้นหนึ่งอย่างจีบปากจีบคอให้ฟัง
‘เรามักจะเผลอยิ้มทุกครั้งเวลาที่เรามองเขา แบบนี้เรียกว่าอะไร เรียกว่าชอบใช่ไหมไหนบอกเราที...’
“นี่ไง ทีนี่ยังจะมาทำหน้าแบบอิหยังวะใส่กูอีกไหมล่ะ พูดมาเลยจ้า”
“ใช่แล้ว”
“หึๆๆ...” ผมหัวเราะกับความอยากรู้อยากใส่ใจเื่ผมกันอย่างพร้อมเพรียงของเพื่อนสนิทตัวเอง... กับกลุ่มเพื่อนสนิทนี้พวกเราเป็เพื่อนกันมานานแล้วครับั้แ่มัธยมต้นมัธยมปลายเลยจนลากยาวกันมาจนถึงมหา’ลัยต่อ และใจจริงๆของผมเองแน่นอนว่าผมก็ไม่ได้คิดจะปิดบังอยู่แล้ว
นี่คงอาจจะเป็เื่ที่น่าใและน่าสนใจมากหน่อยที่ผมจะพูดเหมือนว่าผมชอบใครสักคนหนึ่งอยู่ ทุกคนเลยอยากรู้อยากใส่ใจมากเป็พิเศษกว่าเื่คนอื่นหน่อย
“ก็มีสนใจอยู่... ชอบนิดหน่อยแต่น่าสนใจมาก”
“ชอบใคร!” ทุกคนถามกลับมาอย่างพร้อมกัน
“พร้อมใส่ใจกันเชียวนะพวกมึงเนี่ย”
“เื่ของเพื่อนก็เหมือนเื่ของเรา รีบพูดมาเร็วๆ อยากใส่ใจด่วนๆ” บูเก้ส่ายหน้าดิกๆขมวดคิ้วแน่ คนอื่นๆก็เงียบรอฟังเช่นกัน แต่ละคนฉายแววความอยากรู้แต่ก็แอบตึงๆเครียดอยู่หน่อยๆ... ลุ้นมากหรือไง หรือใจนเครียดเนี่ย
“อยากใส่ใจขนาดนั้นเชียว?”
“มึงคะ ‘อยากใส่ใจ’ ก็แปลว่า ‘อยากเสือก’ นั่นแหละค่ะ”
พระเพื่อนหน้านิ่งลงและเอ่ยถามผมต่อ...
“ถามจริงพี่ชอบใครอยู่”
“พวกกูรู้จักไหม” บูเก้ถามอย่างตื่นๆ
“ทุกคนรู้จักหมด”
“เป็คนดังคนฮอตเหรอ” เมจิถามต่อ
“ก็พอตัวนะ”
“คณะเดียวกับเราป่ะ” กวินถามอีก
“ไม่ใช่”
“งั้นไหนบอกมาซิว่าคนที่พี่แอบชอบเป็ใคร”
------------------------------
โฮ้พี่ ไม่อยากให้พี่กับใครเลย อยากเก็บพี่ไว้คนเดียวอ่ะ
จริงๆพี่เป็คนแนวหล่อได้แต่สวยมากที่ละมุนละไมอ่อนโยนและดีต่อใจมากค่ะ แต่กับเพื่อนสนิทที่คบกันมาั้แ่ม.ต้นแบบนี้ อ่อนโยนด้วยไม่ไหวจริงๆ
ยังไงก็ฝากคอมเมนต์เป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยน้า ขอบคุณที่เข้ามาอ่านจ้า