ตอนที่ 3 หมู่บ้านในม่านหมอก
สมปองออกเดินตามรอยเลื้อยของาาอสรพิษแต่เช้า ผ่านไปครึ่งวันก็พบหมอกหนาทึบที่เบื้องหน้า จากรอยเลื้อยจะเห็นได้ว่าาาอสรพิษเลื้อยตรงเข้าไป เขาไม่ลังเลเดินเข้าไปในกลุ่มหมอกตามสัญชาตญาณ
พื้นดินแฉะมีน้ำขังเป็แอ่งตื้น ๆ กระจายอยู่รอบ ๆ ร่องรอยของาาอสรพิษยิ่งเห็นได้ชัดเจนกว่าเดิม สมปองมองไปรอบด้านอย่างระแวดระวัง
ซากสัตว์อสูรขนาดใหญ่หลายซากนอนกระจัดกระจายอยู่บนรอยเลื้อยของาา
อสรพิษ ซากยังใหม่ สร้างความพะอืดพะอมให้กับสมปอง กลิ่นสาปซากสัตว์อสูรเข้มข้นกระจายไปทั่ว แสงเรือง ๆ ส่องออกมาจากศีรษะสัตว์อสูรตัวหนึ่งที่เบื้องหน้า
สมปองจำได้ว่าในนิยายที่ตนเองเคยอ่านล้วนกล่าวถึงแกนอสูรซึ่งสัตว์อสูรทุกตัวจะมี สามารถใช้ในการบ่มเพาะเข้าสู่วิถีเซียนได้ เขากลั้นหายใจเดินเข้าไปดึงแกนอสูรออกมาจากศีรษะสัตว์อสูรตัวนั้น
มันคล้ายลูกแก้วแต่ผิวของมันไม่ได้แข็งมาก กลับนุ่มนิ่ม แสงสีแดงเรือง ๆ กระจายออกมา
"หรือนี่จะเป็แกนอสูรอย่างที่นิยายเขาเขียนไว้?" เขารำพึงในใจ
เขาเช็ดจนสะอาดก็ห่อผ้าเก็บไว้ ก่อนเดินไปรอบ ๆ เพื่อหาแกนอสูรเพิ่มเติม ระหว่างทางบนรอยเลื้อยของาาอสรพิษเขาเก็บแกนอสูรได้เกือบยี่สิบลูก สมปองเห็นซากสัตว์อสูรนอกรอยเลื้อยจำนวนมากแต่เขาไม่กล้าและไม่อย่างเสี่ยงเดินออกไป
สมปองเดินต่อไปอีกหนึ่งชั่วยาม เส้นทางด้านหน้าก็เริ่มปรากฎชัดขึ้นเพราะหมอกเบาบางลง รอยเลื้อยของาาอสรพิษหายไปที่ซุ้มประตูด้านหน้า ถัดจากซุ้มประตูเป็ทางเดินตัดผ่านพุ่มไม้ขนาดใหญ่ สมปองเดินไปตามทางด้วยความยินดี
ที่นี่ถึงกับมีหมู่บ้าน มีผู้คน สมปองคาดหวังว่าจะได้พักผ่อนหลับนอนให้เต็มอิ่มสักคืน แต่อีกใจหนึ่งก็ยังไม่กล้าวางใจกลัวว่าจะเป็หมู่บ้านของพวกซีเซี่ย ถ้าเป็อย่างหลังคงแย่แน่
เดินต่อไปท่ามกลางพุ่มไม้สักพัก แสงสว่างแทรกลงมาจากเงาไม้ทำให้สมปองมองเห็นอะไรข้างหน้าเพิ่มขึ้น ความรู้สึกเหน็ดเหนื่อยค่อย ๆ ลดลง เปลี่ยนเป็ความสดชื่นที่เพิ่มมากขึ้นทุกครั้งที่เขาสูดลมหายใจเข้าไป เขาหยุดยืนนิ่งอยู่กับที่มองซุ้มประตูที่มีขนาดใหญ่กว่าซุ้มประตูก่อนหน้านี้
สมปองมองบ้านเรือนที่กระจายไปทั่วเนินเขา ล้อมอาคารขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงกลางบางหลังมีควันลอยขึ้นมาประหนึ่งว่ากำลังมีคนปรุงอาหารอยู่ หมู่บ้านนี้แลดูสงบสุข ดูไม่เหมือนหมู่บ้านของพวกซีเซี่ย เขาเริ่มอุ่นใจขึ้น
ท้องฟ้าเริ่มสว่างกว่าเดิม สมปองยังยืนสูดลมหายใจอยู่ที่เดิม ลมหายใจที่สามารถช่วยบรรเทาความเหน็ดเหนื่อย เขาเห็นชาวบ้านทยอยออกจากบ้านเพื่อทำกิจวัตรประจำวัน บ้างก็หอบฟืนออกมาผ่า บ้างก็โปรยอาหารเลี้ยงไก่ บ้างก็หอบอุปกรณ์ไปทำนา บ้างก็หาบตะกร้าออกมาจากบ้าน
เด็ก ๆ กลุ่มหนึ่งเดินถือตะกร้าไม้ไผ่เดินตรงเข้ามา พอเห็นสมปองก็ร้องอย่างประหลาดใจ
"นั่นใคร"
"พี่หลี่ นั่นใช่มนุษย์หรือไม่?"
"ดูยังเป็เด็กอยู่เลย"
"อย่างกับไปคลุกฝุ่นมา"
"พี่หลี่ เราไปบอกท่านผู้เฒ่าดีกว่า"
"ตาเฒ่าเฉินซื่อนั่นจะไปรู้เื่อะไร" เด็กชายตัวใหญ่ที่ถูกเรียกว่าพี่หลี่ส่งสีหน้าไปยังเด็กชายด้านหน้า
"งั้นต้องไปบอกพี่ฉีหลิน มีคนแปลกหน้าต้องไปบอกพี่ฉีหลิน" หญิงสาวด้านข้างพี่หลี่หมุนตัวกลับพร้อมกระจาดไม้ไผ่
"เร็ว ๆ รีบไป" เด็กทุกคนหมุนตัวกลับไปทันที
สมปองมองตามเด็กแบบงง ๆ เขาเดินตรงไปยังหมู่บ้าน "นี่หมู่บ้านอะไร ทำไมมาอยู่ในป่าลึกขนาดนี้ โชคดีที่ไม่ใช่พวกซีเซี่ย"
เป็คำถามที่ไม่้าคำตอบ าาอสรพิษหายไปในกลุ่มหมอก หลังกลุ่มหมอกมีหมู่บ้านแปลก ๆ พิสดารแห่งหนึ่ง สมปองมองไปรอบ ๆ เพื่อหาสิ่งผิดปกติ แต่ก็ไม่พบเห็นสิ่งใด ไม่ถึงหนึ่งเค่อก็มีหญิงสาววัยกลางคนนางหนึ่งเดินนำเด็ก ๆ มาอย่างรวดเร็ว ในมือของเธอเป็ดาบขนาดใหญ่ ด้านหลังมีชายร่างั์สองคน คนหนึ่งแบกขวานขนาดใหญ่ อีกคนถือหอกยาว เดินตามมาข้างหลัง
หญิงวัยกลางคนชี้ดาบมาที่สมปอง ชายร่างั์ทั้งสองตีวงล้อมสมปองไว้ตรงกลาง
"เ้าหนู บอกมาว่าเ้าเป็ใคร? เป็มนุษย์ใช่หรือไม่?" หญิงวัยกลางคนถาม
สมปองรู้สึกหวั่น ๆ ั้แ่เห็นสตรีเบื้องหน้าถือดาบั์เดินเข้ามา ยิ่งเห็นชายร่างั์สองคนถืออาวุธล้อมเขาอย่างนี้ก็ยิ่งเลิกลั่ก เขาคาดไม่ถึงว่าหมู่บ้านเช่นนี้จะมีคนที่ห้าวกว่านักเลงปรากฏตัวขึ้นเช่นนี้ ดาบใหญ่ที่ดูไม่สมตัวกับหญิงกลางคน แต่ดูประกายแล้วน่าจะคมมาก ชายร่างั์สูงและตัวใหญ่มาก
"เออ ข้าพเ้า อุ๊บ!" สมปองเผลอใช้สำนวนเดิม "ข้าชื่อเข่อเจี้ยน กองทพซีเซี่ยมา ไม่ได้ตั้งใจจะมารบกวน"
เขาไม่กล้าบอกว่าเดินตามรอยเลื้อยของาาอสรพิษมาเดี๋ยวจะหาว่าเป็บ้า จึงบอกไปแค่หนียอดยุทธ์ชุดดำของกองทัพซีเซี่ยแล้วหลงเข้ามาเท่านั้น
"หลงเข้ามา? ข้าไม่มีทางเชื่อ" ชายร่างั์ร้องขึ้น
“หมู่บ้านของเราอยู่ลึกเข้ามาในป่ามากนัก เ้าบอกว่าหลงเข้ามาจึงไม่น่าเชื่อ”
สมปองหน้าเสีย เขาไม่อยากบอกเื่าาอสรพิษแต่ดูเหมือนการหลงทางเข้ามากลับไม่น่าเชื่อยิ่งกว่า “ก็ได้ ๆ ข้าเดินตามรอยเลื้อยของาาอสรพิษมา” เขาฝืนใจบอกไปตามความจริง “ข้าไม่ได้ตั้งใจโกหก แต่เชื่อข้าเถิด ข้าเดินตามาาอสรพิษมาจริง ๆ” สมปองกลัวหญิงกลางคนไม่เชื่อ
แต่สิ่งที่เขาได้ยินกลับทำให้ต้องอึ้ง
"ตะแก่นั่นพาใครมาแล้วไม่รับผิดชอบได้ยังไง" หญิงวัยกลางคนตวาดออกมาด้วยความโมโห
"ลุงเฉินซื่อไม่ได้พาใครมา ข้าเห็นเขามาคนเดียวตอนกลับเข้ามา" ชายร่างั์อีกคนแก้ต่าง
"ไม่มาแล้วเด็กนี่เข้ามาได้ยังไง?"
"ดีที่เ้าไม่ใช่สัตว์อสูรแปลงร่างมา" หญิงวัยกลางคนหันไปบอกสมปองที่ยืนหน้าเสียอยู่ข้างหน้า “เ้าคงรู้แล้วว่าข้าคือฉีหลิน ข้าเป็ลูกสาวหัวหน้าหมู่บ้าน ข้าคือหัวหน้าหมู่บ้านคนต่อไป ข้าเรียกว่าฉีหลิน เรียกข้าว่าพี่ฉีหลิน อย่างเรียกอย่างอื่นข้าไม่ชอบ เข้าใจหรือไม่?”
สมปองรีบพยักหน้าหงึก ๆ ทันที นางหันไปหาเด็ก ๆ ที่รออยู่ห่างออกไป "หลี่ซุน เ้าพาเด็กน้อยนี้ไปพักที่เชิงเขาก่อน หาเสื้อผ้าให้เปลี่ยน เดี๋ยวข้าจะไปจัดการตาแก่เฉินซื่อก่อน"
หลี่ซุนรีบเดินเข้ามาจูงสมปองออกไป เด็ก ๆ คนอื่น ๆ ก็ตามมาด้วย
"ข้าชื่อหลี่ซุน เ้าเรียกข้าว่าพี่หลี่ก็ได้" หลี่ซุนปั้นหน้า “เรียกข้าว่าพี่หลี่เท่านั้น อย่าเรียกอย่างอื่น เข้าใจหรือไม่?”
สมปองหัวเราะก๊าก เขารีบอุดปากเหลียวไปมองพี่ฉีหลินที่จ้ำกลับไป เด็ก ๆ เห็นท่าทางของสมปองก็หัวเราะ
"เข่อเจี้ยน ข้าเยว่ิ" หญิงสาวผูกเปียสองข้างมีลักยิ้มกระซิบข้าง ๆ เขา “เ้าอายุเท่าไหร่? ดูเ้าตัวโตจริงๆ แต่ข้ารู้ว่าเ้าไม่น่าจะเกินสิบขวบเท่ากับข้า”
เด็กหญิงไม่ว่าเผ่าพันธุ์ใดล้วนหวาดกลัวจะอายุมากกว่าคนที่ตนเองชอบ เยว่ิเป็เด็กหญิงเพียงคนเดียวในรุ่นจึงระมัดระวังเื่นี้เป็พิเศษ
"ข้าตู้เหวิน ถ้าเ้าหิวข้าวขอให้บอก" สมปองเหลียวมองตามเสียงเห็นเด็กน้อยตัวอ้วนกลมส่งยิ้มกลับมา
"อาซือกับเหวินซื่อ กำลังขนสิ่งของจำเป็ตามมา" หลี่ซุนบอก
ทั้งหมดเห็นเด็กชายซูบผอมสองคนช่วยกันแบกกระสอบขนาดใหญ่ไว้บนหลังเดินตามมาแต่ไกล ทั้งหมดเดินเลี้ยวไปทางซ้ายของบ้านที่แลดูเก่าทรุดโทรมหลังหนึ่ง หน้าบ้านมีชายชราคนหนึ่งสวมชุดเก่าขาดนอนเอนอยู่บนเก้าอี้
“นั่นคือ ผู้เฒ่าเฉินซื่อ ไม่รู้ทำไมมานอนอยู่ตรงนี้" เยว่ิกระซิบบอกสมปอง
เสียงกระซิบของเยว่ิเบามากจนสมปองต้องเงี่ยหูตั้งใจฟัง ทันใดนั้น ผู้เฒ่าเฉินซื่อที่หลับอยู่จู่ ๆ ก็ลืมตาขึ้นมาอย่างกระทันหัน เด็ก ๆ ััได้ถึงบรรยากาศเย็นะเืขึ้นทันที สมปองเห็นสายตานั้นก็นึกถึงสายตาที่าาอสรพิษมองเขาตอนที่หลบอยู่ในซอกหิน เขาหยุดยืนประสานมือโค้งทำความเคารพ