ระบบกาชาอาชีพสุดแกร่ง กับ ทายาทมหาเศรษฐีสุดป่วน

    บทที่ 25

    ..อีกทางด้านหนึ่ง..“แกเป็นอะไรหรือเปล่ามนต์?..” เฟิร์นกล่าวถามกับเพื่อนสนิทของเธอ หลังจากที่เห็นเหมือนว่าเพื่อนของเธอจะเดินคอตก หลังจากที่เดินไปเข้าห้องน้ำมา“หืออ ไม่มีอะไรหรอกเฟิร์น..” มนต์กล่าวพร้อมกับก้มหน้าก้มตา ใช่แล้วเธอเห็นเหตุการณ์ของโอ๊ตตั้งแต่ต้นจากบนชั้นสอง หลังจากที่เขาลงจากรถสปอร์ตคันหรูหรามา มันก็ทำให้เธอแปลกใจมากแล้ว และเธอก็ยิ่งแปลกใจมากขึ้น เมื่อมีดาวคณะเภสัชคนนั้นเดินเข้ามาคุยกับโอ๊ต“มันจะไม่มีอะไรได้ยังไง หน้าของแกมันฟ้องใหญ่แล้ว.. มีอะไรก็เล่าๆมา ใครมันทำอะไรแกกัน ฉันจะกระทืบมันให้เอง..” เฟิร์นกล่าว และทำสีหน้าเหมือนแบบว่าเชื่อมือได้เลยว่าไอ้เจ้านั้นมันไม่รอดแน่นอน“คือว่า.. เรื่องโอ๊ตน่ะ” มนต์กล่าวพร้อมกับสีหน้าที่แสดงถึงความเศร้านิดๆ“ทำไมตาโอ๊ตนั่นมันทำไมอีก.. ไหนเหลามาสิ!” เฟิร์นกล่าว เธอนึกแปลกใจไม่น้อย เพราะทุกๆครั้งที่เพื่อนของเธอพูดถึงตานี่มักจะออกอาการเขินมากกว่า แทนที่จะเศร้าอย่างนี้“แกจำเรื่องรถยนต์ของเขาเมื่อวานได้ไหม..” มนต์กล่าวถาม“จำได้แน่นอนสิ! ฉันยังสงสัยอยู่เลยว่าตาโอ๊ตนั่นไปรวยมาจากที่ไหน.. แกถามทำไมเหรอ” เฟิร์นกล่าว“ก็วันนี้เขาไม่ได้เอารถคันนั้นมาน่ะสิ แต่วันนี้เปลี่ยนเป็นเอารถสปอร์ตมาแทน.. แถมพอลงจากรถมา ดาวปีสี่คณะเภสัชก็เข้ามาคุยกับเขาอีก เหมือนพวกเขาจะสนิทกันด้วยนะ.. ฉันก็เลย...” มนต์กล่าวพร้อมกับทำสีหน้าหดหู่เช่นเดิม เมื่อพูดถึงปิงปิงดาวคณะเภสัชคนนั้น“ห๊ะ! เปลี่ยนรถ? รถสปอร์ต? สนิทกับดาวคณะเภสัช?.. ตาโอ๊ตขี้เก๊กคนนั้นน่ะนะ แกมองผิดหรือเปล่า” เฟิร์นกล่าวถามพร้อมกับคำถามที่อยู่เต็มหัวของเธอ“ใช่! ฉันมั่นใจว่ามองไม่ผิดแน่นอน สงสัยจังนะว่าพวกเขาเป็นอะไรกัน..” มนต์กล่าว“นี่สินะ เหตุผลที่แกซึมๆ แต่ก็นะ.. ไม่ยักจะรู้ว่าเจ้าหมอนั่นรวยเอาเรื่องอย่างนี้ หรือว่าเขาจะเป็นเสือผู้หญิง.. แกต้องระวังเอาไว้ให้ดีด้วยล่ะ เห็นเงียบๆอย่างนั้นอาจจะฟาดมาเรียบแล้วก็ได้” เฟิร์นกล่าวถึงความร้ายกาจที่เป็นไปตามจินตนาการของเธอ มนต์ที่ได้ยินอย่างนั้นก็เอ่ยปากออกมาเถียงในทันที“โอ๊ตเขาไม่ใช่คนอย่างนั้นนะ!.. โอ๊ตเขาเป็นคนดี..” มนต์กล่าวออกมาเสียงดังพอประมาณ แน่นอนว่าเธอลืมไปว่ายังมีคนอื่นอยู่บริเวณหน้าทางเข้าคลาสอีกหลายคนหันมาให้ความสนใจ เฟิร์นถึงกับเลิ่กลั่กหันมองซ้ายมองขวาทันที“ก็อยู่กันแค่นี้จะตะโกนทำไมกันเล่า.. อีกอย่างแกไม่กลัวว่าคนอื่นจะรู้แล้วอย่างนั้นเหรอว่าแกชอบเขาน่ะ..เฮ้ออ” เฟิร์นกล่าว มนต์ที่เพิ่งจะรู้ตัวก็ยกมือขึ้นมาปิดปาก ก่อนจะหัวเราะแห้งๆให้กับคนที่มองมา แน่นอนว่าพวกเขาได้ยินเต็มสองรูหู จากนั้นก็เริ่มซุบซิบกันใหม่ โดยมีหัวข้อ ‘ศึกแย่งชายของดาวปีสี่’ ตามโลกโซเชียลในเร็วๆนี้“เฮ้อออ แกนี่ไม่ไหวเลยนะ แต่ไหนๆก็ไหนๆแล้ว อย่าหาว่าฉันไม่เตือนก็แล้วกัน ถ้าแกยังมัวแต่ช้าอย่างนี้ เสร็จยัยปิงปิงคนนั้นแน่ๆ เหอะ! นี่เห็นว่าเป็นเพื่อนสนิทกันมานานนะ ถึงได้เตือนน่ะ” ถึงแม้ว่าเฟิร์นไม่ค่อยจะชอบเจ้าโอ๊ตอะไรนั่น แต่เธอก็อยากให้เพื่อนของเธอสมหวังในเรื่องของความรักด้วยเช่นกัน“แต่ว่า.. ผู้หญิงเข้าหาก่อนมันจะดูไม่ดีนะ..” มนต์กล่าว เฟิร์นที่ได้ยินก็เหลืออดแล้ว เธอจึงหันมามองเพื่อนของเธอด้วยสีหน้าจริงจัง“แกฟังดีๆนะ ถ้าแกไม่กล้าบอกความรู้สึกตรงๆกับเขา แกก็รอดูคนอื่นคาบเขาไปแดกได้เลย.. แกอยากให้มันเป็นอย่างนั้นเหรอ ที่เหลือก็แล้วแต่แกแล้วล่ะ แกต้องเลือกเอาเอง” เฟิร์นกล่าวพร้อมกับพยักหน้า สมแล้วที่เธอเป็นเจ้าแม่ของกลุ่มผู้หญิงในคลาส ความกล้า ความคิดของเธอมันเหมือนกับผู้นำจริงๆ“นั่นสินะ! ฉันจะต้องบอกความรู้สึกจริงๆของฉันกับเขาให้ได้..” มนต์กล่าวพร้อมกับตั้งเป้าหมายความมั่นใจ ชูกำปั้นขึ้นมาตั้งก่อนจะชักลงเพื่อเรียกความมั่นใจให้ตัวเอง ดวงตาปรากฏลูกไฟแห่งความร้อนแรงที่จะทำให้สำเร็จตามที่คิด เฟิร์นที่เห็นเพื่อนของตัวเองทำอย่างนั้นเธอก็ทำด้วยเช่นกัน“ใช่! แกทำได้ แกทำได้เพื่อนรัก สู้ๆ.. นั่นไง เขาวิ่งมานู่นแล้ว แกออกไปคุยกับเขาเลย..” เฟิร์นกล่าว และเธอก็เห็นว่าตาโอ๊ตกำลังวิ่งมาทางนี้ เธอก็คิดว่ามันเป็นโอกาสที่ดี เพื่อนของเธอกำลังมีไฟ มันจะต้องสำเร็จแน่ๆ ถ้าเป็นในตอนนี้ เธอจับมนต์ก่อนที่จะผลักไปทางโอ๊ต อ๊ายยย! เอ้าเฮ้ยยย! เสียงของชายหญิงที่กำลังจะชนกันร้องอุทานออกมาอย่างตกใจ แต่ทว่ามันก็ไม่สามารถที่จะเคลื่อนตัวหลบได้ทันแล้ว แน่นอนว่าทั้งสองชนกันอย่างจังจนล้มกันไปทั้งคู่ เฟิร์นที่เห็นอย่างนั้นก็ทำหน้าเซ็งเล็กน้อย เพราะดูเหมือนว่าเธอจะกะแรงที่ใช้กับเพื่อนผิดพลาดไปหน่อย จนเธอต้องหันหน้าหนี ทำเหมือนไม่รู้เรื่องอะไร และไม่ใช่ฝีมือของเธอ โอ๊ตที่เห็นว่าตัวเองหลบไม่ทันแล้วเขาก็โอบกอดตัวของมนต์เอาไว้ มือข้างที่ถนัดกุมศีรษะของมนต์เอาไว้เพื่อกันการกระแทกที่อาจจะเกิดขึ้น ส่วนมืออีกข้างโอบหลังของเธอเอาไว้ ก่อนที่เขาจะกะจังหวะเอาด้านหลังของตัวเองลงกระทบกับพื้นแข็งๆ“โอ๊ย!...เป็นอะไรไหมครับมนต์..” โอ๊ตกล่าวถามกับมนต์ที่อยู่ในอ้อมกอดของเขา แถมเธอยังหลับตาปี๋ด้วยความกลัว แต่เมื่อได้ยินเสียงของโอ๊ตเธอก็ค่อยๆลืมตาขึ้นมามองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แน่นอนว่าเธอก็จะต้องหน้าแดง มันเต็มไปด้วยความเขินอาย เมื่อรู้ว่าเธอกำลังอยู่ในอ้อมกอดของชายที่ชอบ ‘อ๊าย! น่าขายหน้าจัง.. แต่ว่า.. ชอบอะ อ๊าย!’ มนต์คิดกับตัวเองในหัว ตอนนี้เธอต้องตัดสินใจว่าจะเอายังไงต่อ แก้ตกใจแล้วอยู่อย่างนี้ไปเรื่อยๆเลยดีไหม ถ้ามีนาฬิกาที่สามารถหยุดเวลาได้ เธออยากจะกดให้หยุดอยู่อย่างนี้ไปตลอดกาลเลยทีเดียว“มนต์ครับ.. มนต์เป็นอะไรหรือเปล่า..” โอ๊ตที่เห็นว่าหญิงสาวไม่มีอาการตอบสนองเขาก็กล่าวถามซ้ำๆอีกรอบ เขาก้มหน้าลงมามองที่ใบหน้าของมนต์ด้วยความเป็นห่วง“..อะ..อะ..คะ ไม่เป็นอะไรค่ะโอ๊ต.. จริงสิ! แล้วโอ๊ตล่ะคะเป็นยังไงบ้าง” ในขณะที่เธอกำลังฟินอยู่นั้นเอง เสียงของเขาก็เรียกความสนใจจากเธอ จากนั้นเหมือนเธอจะเพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่าเขารับแรงกระแทกตอนที่ล้มกับพื้น เขาจะต้องเจ็บมากแน่ๆ“เออ.. ไม่เป็นอะไรครับ แต่ว่า..มนต์ควรลุกก่อน จะดีกว่าไหมครับ” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับหน้าหลบตาของมนต์ เพราะดาเมจความน่ารักของเธอมันช่างรุนแรงจริงๆ แน่นอนว่ามันพอๆกับปิงปิงเลย แต่ด้วยสถานการณ์ที่เป็นมันดูเหมือนจะเป็นดาเมจที่มากกว่าอย่างเห็นได้ชัด ภาพของหญิงสาวที่อยู่บนอก กายแนบกาย ความนุ่นนิ่มที่สัมผัสได้ แถมยังทำหน้าตาน่ารักด้วยความเป็นห่วงอย่างนั้นอีก มันเป็นภาพที่ทำให้ผู้ชายแท้ทุกคนหัวใจพองโตได้จริงๆ ถ้าเป็นคนที่อยู่ในมุมมองนี้ มนต์ที่ได้ยินอย่างนั้นก็ร้อง ‘เอ๊ะ’ ออกมา ก่อนที่เธอจะลุกออกจากตัวของโอ๊ตไปนั่งข้างๆอย่างรวดเร็ว โอ๊ตเองก็ค่อยๆลุกขึ้นมานั่งด้วยเช่นกัน ก่อนจะหมุนแขนเช็กอาการบาดเจ็บของตัวเอง“ไม่เป็นอะไรนะครับมนต์ บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่าครับ..” โอ๊ตหันมากล่าวถามกับเธอด้วยความเป็นห่วง มนต์ที่ยังเขินไม่เลิกก็ได้แต่ก้มหน้าลง และค่อยๆส่ายหัวของเธอเบาๆ“ค่อยยังชั่ว.. ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วล่ะครับ แต่ว่ามนต์หน้าตาดูแดงๆนะครับ ไม่สบายหรือเปล่าครับเนี่ย” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับยกมือของตัวเองขึ้นมาแตะที่หน้าผากของเธอ แน่นอนว่ามันยิ่งทำให้มนต์เขินมากกว่าเดิม และทำอะไรไม่ถูกไปอีก“ดูเหมือนจะมีไข้นิดหน่อยนะครับ..” โอ๊ตกล่าว แต่ยังไม่ทันได้พูดจนหมดประโยค เฟิร์นที่เห็นว่าเพื่อนของเธอกำลังเสียศูนย์ และไปต่อไม่ได้ เธอก็เริ่มไอขึ้นมาขัดจังหวะเอาไว้ก่อน“อะ..แฮ่ม! ฉันบอกแล้วไงว่าอย่าอ่านหนังสือจนดึกน่ะ เห็นไหมล่ะ ทรงตัวไม่ค่อยอยู่เลย” เฟิร์นกล่าว และโอ๊ตก็เริ่มเข้าใจแล้วว่ามนต์ตั้งใจอ่านหนังสือเตรียมสอบจนดึก สภาพร่างกายจึงไม่ค่อยจะไหว เขาก็จึงหันมายิ้มให้กับมนต์เล็กน้อย“อย่าหักโหมมากนะครับ หักโหมมากไป ร่างกายจะไม่ไหวเอานะครับ.. ลุกไหวไหมครับมนต์ ผมช่วยนะ” โอ๊ตกล่าว ก่อนจะค่อยๆพยุงตัวของมนต์ขึ้นมา เฟิร์นที่เห็นอย่างนั้นก็ยกนิ้วโป้งประมาณว่า ‘เยี่ยม’ เรื่องราวกำลังเข้าแก๊ปเหมือนในละครไทยเลย“ขอบคุณค่ะโอ๊ต..” ยิ่งเธอกล่าวก็ยิ่งเขิน ไม่ว่ายังไงเธอก็ยังมูฟออนออกจากความรู้สึกเมื่อสักครู่ไม่ได้เลย โอ๊ตที่ได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าให้กับเธอเล็กน้อย“ไม่เป็นไรครับมนต์ แค่นี้เล็กน้อยมากครับ.. ถ้าอย่างนั้นพวกเราควรเข้าคลาสกันได้แล้วนะครับ” โอ๊ตกล่าว เฟิร์นที่เห็นว่ามันเป็นโอกาสที่ดีแล้ว มันเป็นสถานการณ์ที่เหมาะกับการบอกความรู้สึกในใจของเธอ และเธอก็ไม่ต้องการที่จะพลาดมัน“มะ..มัน..มันไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ.. คือว่านะ.. ฉันน่ะ..ชะ...ชอบ..” มนต์กล่าวด้วยความกล้าทั้งหมดที่เธอมี เฟิร์นเองก็รอลุ้นกับเพื่อนรักของเธอด้วยเช่นกัน แต่แล้วมารมันก็มักจะมาผจญตอนที่เรื่องราวกำลังจะคลายแม็กอย่างนี้เสมอๆ“นักศึกษาตรงนั้นน่ะ.. จะไม่เข้าห้องหรือยังไง วันนี้มีสอบย่อยด้วยนะ เร็วๆเข้า!..”