ตอนที่ 16
ความรู้สึกราวกับหลับลึกมาอย่างยาวนานแต่กลับตื่นมาพร้อมความทรงจำเต็มไปหมดนี้ช่างเป็ความรู้สึกที่แปลกมากๆสำหรับตัวฝนที่เพิ่งจะได้สติคืนกลับมา แต่ถึงความทรงจำทั้งหมดที่แล่นเข้ามาในหัวจะเหมือนความฝันอันแสนเนิ่นนาน แต่ร่างกายที่เบาหวิวและดาบที่กระชับมืออย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนนี้คือของจริง ค่าสเตตัสทั้งหมดของฝนเพิ่มขึ้นจากสมัยเป็มนุษย์แบบห่างชั้นกันราวฟ้ากับเหว แต่ทุกครั้งที่ฝนนึกย้อนเข้าในความทรงจำก็มีแต่ความรู้สึกขัดใจเต็มไปหมดเพราะร่างกายที่ขยับด้วยผลของสกิลบัญชาการนั้นช่างทื่อตรงเหลือเกิน
“ท่านฝน เชิญขอรับ” เหล่าซอมบี้ที่สู้ด้วยกันมาเนิ่นนานหลายต่อหลายครั้งให้ความรู้สึกคุ้นเคยและแปลกหน้าในเวลาเดียวกัน พี่นิลที่เคียงบ่าเคียงไหล่กันมานานที่สุดและมีความทรงจำเด่นชัดที่สุดก็ยังเหมือนคนแปลกหน้าสำหรับฝนตอนนี้ มันเหมือนกำลังคุยกับนักแสดงในละครแบบตัวเป็ๆครั้งแรกเลย
ตึง!!
เพราะฝนบอกจะจัดการกับร่างรวมของเอเลี่ยนปลาหมึกเอง เหล่าซอมบี้ทั้งหมดก็เลยเปิดทางให้ฝนและเ้าตัวั์ตรงหน้าได้ประชันหน้ากันตามลำพัง ถึงอีกฝ่ายจะตัวใหญ่ยิ่งกว่าเ้าหมีสองหัวที่กัดเธอเสียขาดครึ่งแต่ยามเผชิญหน้าตรงๆฝนกลับไม่รู้สึกกลัวอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าเสียงก้าวเดินของมันจะะเืไปทั้งแผ่นดินแค่ไหน แต่ฝนก็ยังจับไปที่ด้ามดาบอย่างใจเย็นได้อย่างน่าเหลือเชื่อ
วูบ…
มานาจำนวนหนึ่งไหลเข้ามาปกคลุมดาบของฝนพร้อมกับสกิลที่กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง วิชาดาบพิรุณโปรย เป็สกิลที่ยอดเยี่ยมมาก เพราะภายในสกิลเดียวกลับมีสกิลย่อยถึง 4 สกิล ซึ่งแต่ละสกิลก็คือแต่ละกระบวนท่าของวิชาดาบพิรุณโปรยนั่นเอง เพียงแต่สมัยก่อนมานาของฝนค่อนข้างน้อยก็เลยใช้ได้เพียงสกิลดาบอาบพิรุณที่เป็สกิลพื้นฐานเท่านั้น แน่นอนว่าตอนนี้มานาของฝนก็ไม่ได้ต่างจากตอนเป็มนุษย์เท่าไหร่เพราะค่าสติปัญญาเพิ่งจะฟื้นคืนกลับมาได้ไม่มาก แต่ชุดอุปกรณ์สวมใส่ที่จูนใส่ให้เธอนั้นมีคริสตัลมานาหนึ่งในสินค้าส่งออกชั้นดีของดาวดวงนี้ติดตั้งเอาไว้ แม้แต่เดิมมันจะเป็ตัวเสริมพลังป้องกันของชุดเกราะ แต่ฝนก็สามารถดึงเอามานาของมันออกมาใช้เพิ่มเสริมพลังสกิลได้เช่นกัน
ฟุบ!!
ร่างของฝนพุ่งทะยานขึ้นไปข้างบนเหนือร่างของเอเลี่ยนปลาหมึกตัวั์เสียอีก แต่ก่อนที่ฝนจะได้โจมตีหนวดทั้ง 9 เส้นก็พุ่งเข้ามาโจมตีใส่ฝนเสียก่อน แถมภายในหนวดขนาดใหญ่มันยังมีหนวดเส้นเล็กๆของร่างที่ผสมเข้าด้วยกันแยกออกมาโจมตีอย่างกับรากไม้อีกต่างหาก ทว่า…
ฉับ!!
แต่เดิมพลังของเหล่าซอมบี้ก็มากล้นจนโจมตีเหล่าโกเลมได้ด้วยกำลังล้วนๆอยู่แล้ว เรียกได้ว่าการที่เหล่าซอมบี้ไม่สามารถใช้สกิลได้ถือเป็การปรับสมดุลก็คงไม่ผิด แต่ถ้าซอมบี้ที่มีพละกำลังมากกว่าปกติสามารถใช้สกิลได้ด้วยผลมันเป็อย่างไรน่ะเหรอ แน่นอนว่าผลลัพธ์ที่ออกมาก็ต้องเป็ฝันร้ายของศัตรูที่อยู่ตรงหน้าอย่างแน่นอน
ตุบ….
ร่างของพี่ฝนร่อนลงมายืนบนพื้นอย่างสวยงามโดยมีร่างของเอเลี่ยนปลาหมึกตัวั์ที่โดนผ่าครึ่งอยู่ด้านหลัง เพียงแต่สกิลที่พี่ฝนใช้งานหาใช้สกิลโจมตีครั้งเดียวไม่ เพราะทันทีที่พี่ฝนทำการเก็บดาบเข้าฝัก คลื่นดาบที่ฝนปล่อยทิ้งเอาไว้ก็พุ่งลงมากระหน่ำโจมตีเ้าร่างรวมของพวกเอเลี่ยนปลาหมึกอย่างต่อเนื่องจนค่อยๆสลายกลายเป็ชิ้นเนื้ออย่างรวดเร็ว กว่าพายุฝนดาบของสกิล วัสสานปกคลุม จะสิ้นสุดลงร่างกายใหญ่โตราวกับเอาตึกสูงมาต่อกันหลายตึกก็โดนบดขยี้กลายเป็เศษเนื้อกองรวมกันอยู่บนพื้นซะแล้ว ทั้งๆที่พวกมันรวมตัวกันจากร่างกายขนาดเล็กนับพันแท้ๆ แต่ภายใต้สกิลของฝนกลับไม่เหลือเอเลี่ยนปลาหมึกตัวไหนเหลือรอดเลยสักตัวเดียว
ติ๊ง!
[ ราชินีซอมบี้ จูน ได้รับความชำนาญสกิลครบถ้วน สกิลบัญชาการซอมบี้ เลื่อนระดับเป็ระดับ 2 ]
จำนวนเอเลี่ยนปลาหมึกที่โดนฆ่าไปทำเอาเสียงแจ้งเตือนค่าประสบการณ์ถูกปิดไปตั้งนานแล้ว แต่หลังจากระบบทำการสรุปเลเวลของจูนเสร็จ สิ่งที่ตามมาหลังจากเลเวลก็คือค่าความชำนาญของสกิล บัญชาการซอมบี้ที่เลื่อนเป็เลเวล 2 พอดี แถมผลของสกิลเลเวล 2 ยังทำให้จูนแต่งตั้งแม่ทัพซอมบี้เพิ่มได้อีก 1 คนด้วย นั่นหมายความว่าเธอจะสามารถสร้างนักรบที่แข็งแกร่งเหมือนพี่ฝนได้อีก 1 คนต่อเลเวลสกิลบัญชาการซอมบี้เลยอย่างนั้นเหรอ
“...” ภาพสกิลที่พี่ฝนใช้ออกมาทำให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าซอมบี้ที่สามารถใช้สกิลได้นั้นแข็งแกร่งกว่าซอมบี้ที่ใช้สกิลไม่ได้หลายเท่า ยิ่งเป็สกิลกายภาพที่เหมาะกับค่าสเตตัสของซอมบี้มากกว่าสกิลเวทมนตร์ด้วยแล้วยิ่งได้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมเข้าไปใหญ่ ถ้าเป็แบบนั้นคนที่เหมาะจำเลื่อนเป็แม่ทัพซอมบี้ที่สุดก็คงเป็ พี่นิล ที่มีพลังต่อสู้ทางกายภาพสูงที่สุดในเหล่าซอมบี้ที่จูนมี ในตอนที่ต่อสู้กับพี่นิลจูนยังจำสกิลที่รุนแรงของพี่นิลได้และหากเขาสามารถใช้กำลังในตอนนี้ผสมผสานกับสกิลในตอนนั้น ความรุนแรงของมันคงทำให้ศัตรูขนหัวลุกกันบ้างแหล่ะ หรือต่อให้ไม่ใช่พี่นิลก็น่าจะมอบตำแหน่งนี้ให้โรสเพื่อฟื้นฟูค่าสติปัญญาคืนกลับมา โรสจะได้ใช้สกิลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น หรือไม่ก็เป็วิสต้าที่เคยใช้งานสกิลเสริมความเร็วและความแข็งแกร่งด้วยตัวเองได้…
“พี่หยก… พี่จะเป็แม่ทัพให้จูนได้ไหมคะ” แม้จะมีรายชื่อที่เหมาะสมเข้ามาในหัวหลายคน แต่คนที่จูนอยากจะให้กลายเป็แม่ทัพซอมบี้คนที่ 2 กลับเป็คนที่มักจะยืนอยู่ข้างๆจูนเสมอมากกว่า
“ข้าน้อยหรือเ้าคะ” พี่หยกดูจะใมากเมื่อได้ยินคำถามของจูน ท่าทางเธอคงคิดว่าจูนจะเลือกพวกสายต่อสู้มากกว่าเธอแน่ๆ
“ค่ะ จูนอยากให้พี่หยกเป็แม่ทัพซอมบี้คนที่สอง ส่วนพวกพี่นิลเอาไว้รอสกิลเลเวลอัพก่อนก็ได้” จูนมองมาทางหยกด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวังดี พี่หยกเป็คนที่ฉลาดและช่วยเหลือจูนได้หลายอย่างมาก แต่เพราะกลายเป็ซอมบี้เธอเลยไม่สามารถใช้สกิลที่มีแต่ดั้งเดิมได้เลย แม้ร่างกายจะแข็งแกร่งขึ้นแล้วแต่เธอก็เหมือนกับจูนที่ต่อให้ค่าสถานะด้านพละกำลังจะมากแค่ไหน แต่จอมเวทก็ยังเป็จอมเวทอยู่ดี ทักษะและวิชาที่สั่งสมมามันคนละอย่างกับพวกนักรบจริงๆ
“การได้เป็แม่ทัพขององค์ราชินีนั้นถือเป็เกียรติอย่างสูงของข้าน้อยเ้าค่ะ เพียงแต่ข้าน้อยอยากจะขอร้องอะไรองค์ราชินีสักอย่างก่อนจะยอมรับตำแหน่งในครั้งนี้” คำตอบของพี่หยกทำให้จูนประหลาดใจนิดหน่อย เพราะพี่หยกเหมือนจะลำบากใจมากเมื่อรู้ว่าจูนจะมอบตำแหน่งแม่ทัพซอมบี้ให้ แต่ไม่ว่าพี่หยกจะขออะไรจูนก็พร้อมจะตอบแทนอยู่แล้ว
“องค์ราชินี หากวันที่ค่าสติปัญญาของข้าน้อยกลับคืนมา ข้าน้อยอยากจะขอร้องให้องค์ราชินีลบอัตลักษณ์ดั้งเดิมของข้าน้อยทิ้งไปอย่าได้ทำการฟื้นฟูขึ้นมาเป็อันขาด” คำขอร้องของพี่หยกยิ่งทำให้จูนงุนงงเข้าไปใหญ่ ดูเหมือนพี่หยกจะไม่ได้กังวลเื่การเป็แม่ทัพ แต่กำลังกังวลเื่การฟื้นฟูอัตลักษณ์ต่างหาก
“ทำไมล่ะคะ การฟื้นฟูอัตลักษณ์มันไม่ดีงั้นเหรอ” การฟื้นฟูอัตลักษณ์ก็เหมือนคืนชีพให้กับเ้าของร่างที่จูนกำลังควบคุมอยู่ หากทำการฟื้นฟูสติแต่ไม่ฟื้นฟูอัตลักษณ์มันก็เหมือนกับทำให้พี่หยกเกิดใหม่ขึ้นมาโดยจดจำเื่ราวเดิมของตัวเองไม่ได้เลยนะสิ
“องค์ราชินี เผ่าอารันซาของพวกเรานับถือเทพแห่งชีวิตอยู่เหนือทุกสิ่งเ้าค่ะ ในตอนนี้ข้าน้อยและนิลอยู่ภายใต้การควบคุมของสกิลก็เลยสามารถเทิดทูนองค์ราชินีได้โดยไม่มีปัญหาใดๆ แต่…หากอัตลักษณ์ดั้งเดิมของเผ่าเรากลับคืนมา ตัวตนของพวกเราในตอนนั้นคงจะรับไม่ได้ที่พวกเราเทิดทูนองค์ราชินีเสมอกับเทพแห่งชีวิตเ้าค่ะ พอถึงตอนนั้นแล้วหากเราไม่ทรยศองค์ราชินีก็คงเลือกทางตายเ้าค่ะ” ไม่นึกเลยว่าการฟื้นคืนอัตลักษณ์ให้กับพี่หยกและพี่นิลจะเป็เื่ละเอียดอ่อนขนาดนี้ จะว่าไปเหล่าซอมบี้จากต่างโลกคนอื่นๆก็ล้วนแล้วแต่เคยเป็ศัตรูกับจูนมาก่อน หากจูนมอบอัตลักษณ์คืนให้กับพวกเขา บางทีพวกเขาอาจจะหันมาทรยศจูนก็ได้ มิน่าล่ะระบบถึงได้ถามจูนก่อนว่าจะฟื้นคืนอัตลักษณ์ให้กับพวกเขา
“แล้วก็ไม่ใช่แค่ข้าน้อยกับพี่นิลเท่านั้น หากเป็ไปได้นอกจากซอมบี้ของโลกใบนี้แล้ว ข้าน้อยอยากจะขอร้องให้องค์ราชินีลบอัตลักษณ์ของซอมบี้จากโลกอื่นๆทั้งหมดด้วยเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดคนทรยศในหมู่พวกเรา เพราะก่อนที่จะกลายมาเป็ซอมบี้พวกเขาก็เคยเป็ศัตรูกับองค์ราชินีมาก่อนทั้งนั้น” คำเตือนของพี่หยกสร้างความลำบากใจให้จูนอยู่บ้าง แต่เหล่าซอมบี้คนอื่นๆก็ไม่ได้มีความทรงจำร่วมกับจูนเหมือนกับพี่ฝนเสียด้วย
“ก็จริงค่ะ… แต่พี่หยกไม่เห็นต้องกังวลเลย ยังไงจูนก็ตั้งทุกคนเป็แม่ทัพไม่ได้อยู่แล้ว” จูนเห็นท่าทีเป็กังวลของพี่หยกแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา เธอเข้าใจดีว่ามันเป็ปัญหาที่สำคัญ แต่การจะฟื้นฟูสติของซอมบี้ได้จูนก็ต้องแต่งตั้งให้พวกซอมบี้กลายเป็แม่ทัพซอมบี้แล้วค่อยๆเก็บเลเวลเพื่อฟื้นฟูสติให้กับพวกเขาอยู่ดี ดูเหมือนความกังวลของพี่หยกจะเร็วเกินไปหรือเปล่า?
“ขออภัยด้วยเ้าค่ะ องค์ราชินี เพราะมัวแต่กังวลเื่การฟื้นคืนอัตลักษณ์ข้าน้อยเลยไม่ได้รายงานเื่นี้ให้องค์ราชินีทราบ ตอนนี้ท่านฝนได้รับสกิลจิตสำนึกมาแล้ว ขอแค่ท่านคัดลอกพันธุกรรมของท่านฝนออกมาแล้วใส่มันให้กับซอมบี้คนอื่นๆ ท่านก็จะสามารถฟื้นฟูสติปัญญาของซอมบี้ในเมืองนี้ได้ทั้งหมดเ้าค่ะ” ฟังมาถึงตรงนี้จูนก็ยิ่งอึ้งหนักกว่าเดิมเสียอีก พี่หยกกำลังจะบอกว่าเธอในตอนนี้สามารถทำการฟื้นฟูจิตสำนึกของเหล่าซอมบี้กลับคืนมาได้ทั้งหมดแล้วอย่างนั้นเหรอ
“...” ความรู้สึกหลากหลายชนิดแล่นเข้ามาภายในห้วงความคิดของจูนแทบจะทันที ตลอดเวลาที่ผ่านมาจูนใช้สกิลควบคุมเหล่าซอมบี้ที่ไร้สติเพราะเหงาเกินกว่าจะอยู่คนเดียว แต่พอถึง่เวลาที่สามารถทำให้พวกเขากลับมามีชีวิตจริงๆได้ จูนก็ทั้งดีใจและหวาดกลัวไปพร้อมๆกัน หากทำให้เหล่าซอมบี้ฟื้นคืนสติกลับมาโลกที่เธอสร้างเอาไว้ต้องไม่เหมือนเดิมแน่ๆ เพียงแต่ว่าจูนนั้นไม่รู้เลยว่าโลกแบบนั้นมันจะดีขึ้นหรือเลวร้ายลงนี่สิ
ติ๊ง!!
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จูนที่หันไปมองทางพี่ฝนจากระยะไกลก็ตัดสินใจเรียกใช้งานสกิลนักตัดแต่งพันธุกรรมขึ้นมาพร้อมจ่ายมานาจำนวนมากลงไปเพื่อเริ่มทำการตัดแต่งพันธุกรรมตัวอย่างจากพี่ฝนเข้าไปในร่างกายของซอมบี้ทั้งหมดที่จูนปกครองอยู่ ถ้ามีแค่เธอกับพี่ฝนที่อยู่ในโลกใบนี้มันก็คงเหงาเกินไปนะสิ พวกเธอจากโลกอันแสนวุ่นวายมาหลายสิบปีแล้ว ตอนนี้จูนไม่อยากอยู่คนเดียวอีกแล้ว ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็อย่างไรจูนก็ได้แต่ปล่อยให้มันเป็เื่ของอนาคจเท่านั้น และได้แต่หวังว่าเหล่าซอมบี้ที่ได้สติคืนกลับมาจะร่วมมือกันได้นะ…