“ผมมีเวลาให้คุณเพียงแค่สามเดือน เพราะฉะนั้นคุณควรจะรีบตั้งท้องลูกให้กับผม ถ้าเป็ไปตามข้อตกลงระหว่างเรา คุณก็จะได้รับอิสรภาพ และกลับไปหาครอบครัวของคุณได้ แต่ถ้าหลังจากสามเดือนไปแล้วคุณยังไม่มีวี่แววว่าจะท้องสักทีล่ะก็ ผมคงต้องไปรับปิ่นหยกมาทำหน้าที่นี้แทน คุณคิดให้ดีๆ นะ และคุณควรที่จะเรียนรู้ไว้ด้วยว่าจะต้องทำตัวยังไง”
“ถ้าอย่างงั้น เราไปโรงพยาบาลกันเถอะนะคะ จะได้ตรวจสุขภาพเตรียมความพร้อม และปรึกษาคุณหมอกันด้วยเลยค่ะ”
“เื่แบบนี้ผมว่าไม่จำเป็ต้องไปปรึกษาคุณหมอหรอกนะ คุณ!”
“จำเป็สิคะ คุณ้าให้ฉันมีลูกเร็วๆ ไม่ใช่หรือคะ เราก็ควรที่จะไปปรึกษาคุณหมอ เื่การผสมเทียม การเพาะน้ำเชื้อในรังไข่ หรือมดลูกอะไรแบบนั้น ฉันไม่ได้เรียนรู้อะไรด้านนี้มาเลย และฉันก็ไม่เข้าใจค่ะ”
“ปิ่นมุก” มองหน้าหินผาพยายามอธิบายอย่างใจเย็น ให้กับหินผาได้เข้าใจ ปิ่นมุกเคยเรียนผ่านๆ แต่มันก็นานมาแล้ว จำไม่ได้แล้วเื่การผสมเทียมอะไรเนี่ย ก็ควรที่จะต้องไปปรึกษากับคุณหมอสิถึงจะถูก ทำไมอีตาทึ่มนี่ถึงเข้าใจอะไรยากนักนะ
“หินผา” จ้องมองสบตากับปิ่นมุก หินผารอจนปิ่นมุกพูดจบก็เสยผม แล้วหลุดหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น ปิ่นมุกช่างคิดไปได้ น่าขำสิ้นดี ผสมเทียมหรือ หึหึ
“นี่! คุณผู้หญิงครับ ผมเป็คนนะครับ ไม่ใช่สัตว์! การผสมเทียมแบบนั้นน่ะเขาทำกันกับสัตว์จำพวกวัว ควายไม่ใช่หรือ? ไม่นึกว่าคุณเองก็อยากจะลองใช้กับเขาด้วยเหมือนกัน หึหึ”
“ปิ่นมุก” รู้สึกขุ่นเคืองในใจเป็อย่างมากได้แต่ใช้หางตามองมาที่หินผาเพียงเท่านั้น แต่สำหรับหินผาแล้วกับจ้องมองปิ่นมุก อย่างกับนายพรานผู้ล่าเหยื่อ ทุกย่างก้าวที่หินผาเดินหน้าเข้ามาหาทำให้ปิ่นมุกรู้สึกใ และหวาดหวั่นจนต้องเดินถอยหลังหนีไปโดยอัตโนมัติ
จนแผ่นหลังติดตรึงอยู่กับผนังห้องจนไม่สามารถขยับถอยต่อไปได้อีก เมื่อหินผาสบโอกาสก็ใช้มืออีกข้างหนึ่งยันกำแพงเอาไว้เพื่อกั้นไม่ให้ปิ่นมุกหนีไปได้ หินผาก้มหน้าลงไปใกล้มาก จนปลายจมูกของคนทั้งคู่เกือบจะชนกัน ประจวบเหมาะกับที่ปิ่นมุกเงยหน้าขึ้นมามองสบตากับหินผาเข้าพอดิบพอดี เรียกได้ว่าใกล้สุดๆ จนหายใจรดใส่กันเลยทีเดียว
“ที่ผมจดทะเบียนสมรสกับคุณนี่ไม่ใช่แค่ให้คุณอุ้มบุญท้องลูกของผมเฉยๆ หรอกนะแล้วผมก็ไม่เคยบอกว่าจะผสมเทียม หรืออะไรพวกนั้นด้วยนี่คุณยังไม่เข้าใจอีกหรือว่า ชายหญิงจะมีลูกนั้นระหว่างผมกับคุณนอนร่วมเตียงเราควรจะต้องทำอะไรยังไง ด้วยวิธีไหน? ช่างไร้เดียงสาเสียจริงๆ นะ คุณนี่!”
“นี่คุณ! หมายความว่ายังไงกันคะ คงไม่ได้ทำอะไรฉันใช่ไหม?”
“คุณคิดว่ายังไงล่ะ ผมก็ต้องทำด้วยตัวของผมเองสิถึงจะถูก ลูกถึงจะเกิดมาจากในท้องของคุณ โดยไม่ต้องพึ่งกระบวนการใดๆ เพียงแค่เราสองคน..”
“หินผา” เพิ่งได้มีโอกาสมองใบหน้าที่งดงามอ่อนหวานนี้ใกล้ๆ ปิ่นมุกเมื่อเห็นหินผาเข้ามาใกล้จนเกินไปจึงรีบหันหน้าเบี่ยงข้าง หมายจะหลบหนีออกไปอีกทางหนึ่ง แต่ว่าหินผากลับรู้ทันความคิดของปิ่นมุกเข้าซะก่อน หินผาจึงรีบยกมืออีกข้างหนึ่งขึ้นมากั้นเอาไว้ จนหมดหนทางหลีกหนี กลายเป็กรอบแคบๆ ยิ่งใกล้กันมากขึ้นกว่าเดิมเข้าไปอีก
“ผมบอกคุณไปแล้วไม่ใช่หรือไงว่าคุณต้องทำหน้าที่ภรรยาที่ดีด้วย ถ้าผมไม่นอนกับคุณแล้วคุณจะท้องลูกให้กับผมได้ยังไงกันล่ะ จริงไหม?”
“ห๊ะ! ไม่..ไม่ได้นะคะ ฉันทำไม่ได้ ฉันไม่..”
“ปิ่นมุก” ใมากที่ได้ยินแบบนั้น ปิ่นมุกไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าหินผาจะมาใช้วิธีสกปรกแบบนี้กับเธอ ปิ่นมุกถึงกับทั้งอึ้งจนพูดไม่ออก บอกไม่ถูก ไปไม่เป็กันเลยทีเดียว ได้แต่ส่ายหน้าไปมา จะให้ปิ่นมุกมานอนกับคนแปลกหน้า ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลยเนี่ยนะ ปิ่นมุกทำใจยอมรับมันไม่ได้หรอก และไม่ยินยอมพร้อมใจด้วย
“คุณมีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธผมได้ั้แ่เมื่อไหร่กัน?”
“หินผา” กัดฟันพูดพร้อมทั้งยื่นหน้าเข้ามาซะใกล้ จนปลายจมูกโด่งของหินผานั้นแตะลงมาเบาๆ อย่างจงใจ จนแนบชิดติดแก้มขาวอมชมพูหอมนุ่มนิ่มน่าัันั้นของปิ่นมุก ทำให้ปิ่นมุกถึงกับขนลุกซู่ไปทั้งตัวแต่ก็ไม่กล้าหันกลับมามอง
“ทำใจเสียเถอะ ยังไงคืนนี้ก็จะเป็คืนแรกของเราอย่าดื้อดึงไปหน่อยเลย ผมขอเตือนคุณเอาไว้ก่อนเลยนะ ถ้าไม่อยากเจ็บตัวจงจำเอาไว้ให้ดี และทำตัวให้น่ารักเข้าไว้ หึหึ”
“หินผา” พูดแกมข่มขู่อยู่ในทีก่อนที่จะถอยห่างออกมา หินผาจ้องมองปิ่นมุกอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงก้าวเดินออกไปดูยี่หวาที่เตียงนอน แต่ปิ่นมุกนั้นยังคงยืนอยู่ที่เดิมในใจเตลิดล่องลอยออกไปไกลแสนไกล ด้วยคำพูดที่หินผาทิ้งท้ายเอาไว้แล้วทีนี้ปิ่นมุกควรจะทำอย่างไรดี
“่นี้พี่จะยุ่งๆ หน่อยนะยี่หวา แต่พี่ก็ไม่ลืมที่จะมาเยี่ยมน้องในทุกๆ วันแล้ววันนี้ยี่หวาน้องพี่เป็อย่างไรบ้าง ยี่หวายังจำได้ไหมที่บอกกับพี่ว่าจะเป็คนเลี้ยงลูกให้พี่เอง เพราะยี่หวารักหลานคนนี้มากยังไงล่ะ อีกไม่นานพี่ก็จะมีลูกแล้วนะ เป็หลานของยี่หวาไง พี่หวังว่ายี่หวาจะตื่นขึ้นมาเร็วๆ มาช่วยพี่เลี้ยงลูกยังไงล่ะ”
“หินผา” พูดกับน้องสาวของเขาอย่างอ่อนโยนพร้อมทั้งหอมไปที่หน้าผากที่ซีดเซียวของยี่หวา ก่อนจะก้าวเดินออกไปจากห้องโดยไม่มองมาที่ปิ่นมุกอีกเลย ซึ่งในตอนนี้ก็เหลือเพียงปิ่นมุกและยี่หวาในห้องเพียงเท่านั้น ปิ่นมุกที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิมเหมือนถูกสตาฟฟ์ไว้อย่างคนไร้เรี่ยวแรง
ไม่เหลือแม้กระทั่งกำลังใจจากใครหรือผู้ใดเลยในที่นี้ หรือแม้แต่จะขยับตัวไปไหนทำอะไร ก็มีแต่สายตาที่คอยจับจ้องมองดูปิ่นมุกทุกฝีก้าว ไม่อาจหนีหรือติดต่อกับใครได้เลยถึงยังไงการที่ยี่หวานอนอยู่แบบนี้ไม่รับรู้สิ่งใด ไม่รู้โชคดีหรือโชคร้าย แต่ก็ดีเหมือนกันที่ไม่ต้องทุกข์ต้องร้อน เหมือนกับสิ่งที่ปิ่นมุกเจออยู่ทุกเมื่อเชื่อวันเช่นนี้
“คุณแม่ค่ะ คุณแม่จะรู้ไหมว่าลูกอยู่ที่นี่ลำบากมากแค่ไหน ลูกไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงหรือใช้วิธีไหนที่จะติดต่อสื่อสารบอกกับคุณแม่ให้มาช่วยเหลือลูกให้ออกไปจากที่นี่ได้ ลูกคิดถึงคุณพ่อ คุณแม่ และปิ่นหยกจังเลยค่ะ”
“ปิ่นมุก” รําพึงรําพันอย่างอัดอั้นตันใจกอดตัวเอง ยืนมองออกไปข้างนอกหน้าต่างฝ่าความมืดมิดที่เข้ามาบดบัง แม้กระทั่งภายในห้องนอนของปิ่นมุกเองก็ตาม ปิ่นมุกที่อยู่เพียงลำพังในห้องนอนยามนี้รู้สึกกลัว กลัวเหลือเกินกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้ ทันใดนั้นเองก็ได้มีเสียงลูกบิดประตูตามด้วยไขกุญแจ แล้วประตูก็ถูกผลักเข้ามาเป็หินผานั้นเอง ปิ่นมุกที่ยืนเหม่อตกอยู่ในภวังค์ก็พลันสะดุ้งสุดตัว จึงรีบหันกลับมามองที่ประตูในทันที เมื่อเห็นว่าเป็ใครที่เดินเข้ามาก็ถึงกับตัวสั่นงันงกด้วยความหวาดกลัวเป็อย่างมาก
“อย่าเข้ามานะ ฉะ..ฉันยังไม่พร้อมค่ะ อีกอย่างฉันทำใจยอมรับไม่ได้ด้วย เพราะว่าฉันเองก็มีแฟนอยู่แล้ว ขอเวลาให้ฉันสักหน่อยนะคะ”
“หึ คุณคงจะลืมเงื่อนไขและข้อตกลงระหว่างเราไปแล้วสินะ สามเดือนไม่ใช่เหรอถ้ายืดเยื้อก็ยืดเวลาออกไปอีก หรือว่าคุณอยากจะอยู่ที่นี่กับผมให้นานขึ้นล่ะ คุณก็รู้นี่ว่าความจริงผมไม่ได้อยากจะแตะต้องตัวของคุณเลยแม้แต่น้อย ผมก็ต้องฝืนใจตัวเองเหมือนกันที่ทำไปผมก็แค่เพียง้าลูกของผมคืนก็เท่านั้น ซึ่งเป็ส่วนที่ผมควรจะได้อย่างชอบธรรม คุณจะดิ้นรนขัดขืนไปทำไม ก็คิดเสียว่ามันเป็กรรมที่คุณต้องชดใช้ก็แล้วกัน”
โปรดติดตามตอนต่อไป รอหน่อยนะค่ะ นักเขียนถุงแป้ง กำลังสร้างสรรค์ผลงานออกมาให้นักอ่านทุกท่านอยู่ค่ะ กดติดตามเพื่อไม่พลาดตอนต่อไป และนิยายเื่ใหม่ กดถูกใจ ส่ง comment เป็กำลังใจ ติชมผลงานมาได้นะค่ะ