ร้านขายของชำของผมที่ต่างโลก

    บทที่ 70

    “ถึงตัวเจ้าจะตายอย่างสงบ.. แต่นั่นมันก็ไม่ใช่กับลูกสาวของเจ้า”เมื่อขุนนางคนที่จะเปิดเผยเรื่องราวต่างๆหันกลับไปมองคนที่เอ่ยกับเขาถึงกับหน้าซีดเขียว.. เพราะมันคือนักฆ่าที่จัดการกับครอบครัวเขาเมื่อคืน ขุนนางบางท่านที่อยู่ตรงนั้นก็ต่างเงียบลง พวกเขาเองก็รอคนใจกล้าเปิดตัว และพวกเขาก็จะออกตามไปเป็นอีกหนึ่งเสียงเพื่อยืนยัน แต่พอมาเจอกับนักฆ่าที่แฝงตัวเข้ามาในสถานที่แห่งนี้ตัวเป็นๆ ก็ต่างก้มหน้าลงเช่นเดิม ก่อนที่จะชายคนนั้นจะถูกมีดปักเข้าที่คอ และเหตุการณ์นี้แม้แต่ตัวของพระราชาที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดก็ยังมองไม่เห็นการกระทำนี้ มันรวดเร็ว และไร้ซึ่งเสียงร้องอันเจ็บปวดของผู้โดนกระทำ แต่มันก็ไม่ได้หลุดพ้นสายตัวของเขาเหล่าขุนนางที่อยู่ใกล้ๆเลยแม้แต่น้อย เสียงของเหล่านักฆ่าที่ดังออกมาเป็นระยะๆ ราวกับเสียงเรียกแห่งความตายเบาๆใกล้ๆหูของพวกเขาอยู่ตลอดเวลา มันทำให้ไม่มีใครสนใจเรื่องของความภักดีที่มีชีพอยู่ไม่ได้อีกแล้ว แม้ว่าพระราชาจะกล่าวออกมาอย่างเดือดดาลสักแค่ไหนก็เหมือนเดิม จนประชุมขุนนางเพื่อลงนามมันล่มลงไป และแน่นอนว่าเมื่อขุนนางน้อยใหญ่ออกไปจนหมดแล้ว เหล่าคณะวางแผนเมื่อวานก็ต่างตกใจกับศพของขุนนางท่านหนึ่ง ที่นอนอยู่กลางท้องพระโรง พร้อมกับกระดาษที่พยายามจะสื่อสารให้ราชสำนักได้รู้ว่า ‘ทำอะไรอย่าคิดว่าพวกเราไม่รู้ และถ้าหากมีการบังคับสมาคมของเราอีก ครั้งหน้ามันอาจจะเป็นราชวงศ์เองที่จะต้องพบกับความโกรธเกี้ยวของผู้นำสมาคมนักฆ่า’ และนั้นมันทำให้ตัวของพระราชา เสนาบดีทั้งสอง รวมถึงพระเครือญาติถึงกับไปไม่เป็น พวกเขาได้แต่มองหน้ากันอยู่อย่างนั้น การที่สมาคมนักฆ่าสั่งเก็บขุนนางของพวกเขากลางท้องพระโรงอย่างนี้ โดยที่พวกเขาไม่รู้สึกตัวเลยสักนิดนั้น มันเป็นการบ่งบอกว่าพวกนักฆ่าทำจริงอย่างที่บอกกล่าวอย่างแน่นอน มันไม่ใช่คำขู่“แล้วข้าควรจะทำอย่างไรดี” พระราชาทีโอดอลกล่าวออกมาอย่างกังวล พวกเขามีสถานะที่อยู่ตรงกลาง หากเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็อาจจะมีปัญหาได้ทั้งคู่ หากไม่ทำอะไรเลยก็ยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ ราวกับราชวงศ์ของเขาไม่มีอำนาจในการตัดสินใจอะไรเลย แต่เสนาซ้ายคนสนิทก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้“จริงๆแล้วข้าคิดว่ายังมีอีกทางเลือกหนึ่งขอรับองค์ราชา” มอแกนกล่าวออกมา และมันเรียกความสนใจจากทุกคนที่อยู่ตรงนั้นได้เป็นอย่างดี“อย่างไร...เจ้ารีบๆกล่าวออกมาเลย พวกข้ารอฟังเจ้าอยู่” ราชาทีโอดอลกล่าวออกมาอย่างเร่งรีบ และการที่มอแกนเพื่อนสนิทของเขาเอ่ยออกมานั้น มักจะเป็นตัวเลือก และความเห็นที่ดีที่สุดแล้วในทุกๆครั้ง ครั้งนี้เองเขาก็หวังจะให้เป็นเช่นนั้น“ข้าเคยได้รับรายงานจากบุตรชายของข้า มอรัสซัสเจ้าเมืองมารีนเกี่ยวกับอาวุธที่เหล่านักฆ่าใช้.. อาวุธชิ้นนี้ปรากฏครั้งแรกเท่าที่ข้ารู้คือ ท่านฌอน คริสเตียน เป็นผู้แรกที่ใช้อาวุธชิ้นนี้ขอรับ” มอแกนลูบเครายาวของตัวเองก่อนจะเอ่ยออกไป และแน่นอนว่ามันทำให้ดยุคฟาร์เมลผู้เป็นหลานของพระราชาเอ่ยขึ้นมาตาม“ข้าเองก็เคยได้รับรายงานจากหัวหน้าสมาคมพ่อค้าสาขาเมืองมารีน นาทาร์ เองก็ส่งข่าวมา ว่าพบอาวุธชนิดใหม่ที่สามารถสังหารผู้คนได้อย่างง่ายได้ และบุคคลนั้นก็คือ ท่านฌอน คริสเตียนคนนี้นี่แหละขอรับ” เมื่อทุกคนได้ยินแล้วก็คิดตามประกอบเรื่องราวที่ได้รับมาว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ตัวของเจ้าชายมาร์คัล และเสนาบดีกลาโหม วาลาร์ด ไม่ได้เข้าใจเลยว่าไอ่ท่านฌอนที่พวกเขากำลังพูดถึงอยู่นี่มันมีความสำคัญอย่างไร“ท่านพี่ แล้วเจ้าฌอนอะไรนี่มันคือผู้ใดกัน... ทำไมเราไม่ใช้กำลังเข้าไปปะทะบุกเข้าไปถามไถ่ให้มันสิ้นเรื่องไปล่ะขอรับ” เจ้าชายมาร์คัลกล่าวออกมาอย่างไม่เข้าใจ จนทำให้คนอื่นๆที่กำลังอยู่ในภวังค์ตื่นขึ้นมา และเป็นตัวของพระราชาเป็นผู้เอ่ยเล่าเรื่องราว“ท่านฌอน คริสเตียน เป็นผู้ใดมาจากที่ใดเราเองก็ไม่ทราบมากนัก แต่เหตุที่เราไม่สามารถทำอะไรท่านฌอนคนนี้ได้มันสืบเนื่องมาจากพลังอำนาจของท่านเอง พวกเจ้ารู้จักอดีตหัวหน้าสมาคมนักฆ่าใช่หรือไม่.. กราเซีย โลเวน ธานาเทียส สายเลือดแท้ๆของนักฆ่าในยุคอดีต.. แต่กราเซียผู้นั้นถึงกลับพ่ายแพ้ให้กับท่านฌอนภายในกระบวนทางเดียว และบาดเจ็บเจียดตาย.. ในตอนแรกจากที่พวกเราคาดการณ์เอาไว้ก็คือ การเปลี่ยนแปลงตัวผู้นำสมาคมนักฆ่าคนใหม่ เกิดขึ้นเพราะอาการบาดเจ็บของกราเซีย” ทีโอดอลเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยออกมาต่อ“พวกเขาคิดไม่ออกเลยว่าผู้ใดคือหัวหน้าสมาคมคนใหม่ จะเป็นบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของการ์เซีย ...ดิออน นั่นก็ไม่น่าจะใช่ เพราะรายงานในตอนแรกที่พวกเราได้รับจากเมืองมารีนคือ ดิออนเองก็มีสภาพไม่ต่างอะไรกับผู้เป็นพ่อเลย... และที่สำคัญทั้งคู่ยังถูกจัดการโดยคนๆเดียวกัน ท่านฌอน คริสเตียนคนนั้นแหละ” พระราชาถอนหายใจออกมาเล็กน้อย พระองค์ไม่อยากจะมีปัญหากับบุคคลที่มีภูมิหลังลึกลับเช่นนี้ ชายคนนั้นแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ย่อมต้องมีพื้นเพที่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน เจ้าชายมาร์คัลเองก็คิดตาม เพราะตัวของกราเซียที่อยู่รุ่นราวคราวเดียวกับเขา เขารู้จักกราเซียดี และก็รู้ด้วยว่าชายคนนี้แข็งแกร่งขนาดไหน แม้แต่ตัวของเขาหรือเสนาบดีกลาโหม วาลาร์ด ก็ยังไม่อยากจะปะทะกับกราเซียตรงๆเลย แล้วชายคนที่ชื่อฌอนนั้น มันเป็นปีศาจมาจากมุมไหนของโลกกัน ถึงกับทำให้สิ่งที่พวกเรียกว่าปีศาจพ่ายแพ้ได้“แล้วอีกอย่างสิ่งที่ข้ายังไม่ได้บอกกับพวกท่านนั่นก็คือ สมาคมการค้าของค้าที่กำลังรุ่งเรืองอยู่ในตอนนี้ มันเป็นผลมาจากสินค้าลึกลับของท่านฌอนคนนั้นอีกด้วย แม้ว่าพวกของข้าน้อยสืบหาแหล่งที่มาของสินค้า ก็ไม่พบสถานที่ผลิตเลยแม้แต่ครั้งเดียว และตัวของท่านฌอนจะเดินทางออกจากเมืองมารีนเพื่อไปรับสินค้ามาขายตัวด้วยตัวเองในทุกๆเดือน อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง... แต่หากเราจะใช้กำลังกับท่านฌอน เรายังจะต้องผ่านด่าน ผู้ช่วยของท่านเสียก่อน ซึ่งจากรายงานนั้น นางนั้นชื่อ แนนซี่ นักเวทย์น้ำแข็งที่หาตัวจับได้ยากอีกหนึ่งคน” ดยุดฟาร์เมลผู้เป็นหลานเอ่ยกล่าวต่อ แต่เสนาบดีซ้ายก็กล่าวเสริมออกมาว่า “จากที่บุตรชายส่งข่าวมา.. ตัวของผู้ช่วยนางนี้ สามารถฆ่าคนที่เห็นได้เลยอย่างง่ายดาย หากมีใครเข้าไปหานางโดยเสน่หามักจะหายไปตลอดกาล จากสถิติที่มอรัสซัสส่งมาให้ข้า ผู้คนหายตัวไปหลังจากเข้าไปใช้บริการร้านท่านฌอน และลวนลามผู้ช่วยนางนี้ไปแล้วถึง 156 คน แม้ทหารของมอรัสซัสที่เก่งที่สุดเข้าไปตรวจสอบก็ไม่พบร่องลอยของศพ แม้แต่เลือดสักหยดยังไม่มีให้เห็น ในตอนแรกพวกเขายังไม่มีหลักฐานใดๆ จึงไม่สามารถเอาผิดได้ แต่หลังๆพวกเขาเห็นการฆ่ามาตาต่อตา.. แต่ผู้ช่วยแนนซี่ก็ขู่กลับตอนที่เราจะเข้าจับกุมตัวด้วยการแช่แข็งพื้นดินไปทั่วทั้งเมือง...” เสนาบดีซ้ายกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ“ทีนี่พวกเจ้าทั้งสองเข้าใจแล้วหรือยังว่าทำไมพวกเราทั้งหมด ถึงได้คิดมากเช่นนี้” ทีโอดอลกล่าวออกมา และเจ้ามาร์คัลและวาลาร์ด ก็เข้าใจในทันที พวกเขาคิดตามแล้วก็รู้สึกว่ามันแปลกๆกับเรื่องราวที่เล่าออกมา เขาจึงเอ่ยออกมาว่า“หรือว่าพวกท่านกำลังสงสัยว่า ท่านฌอน คริสเตียน มีส่วนเกี่ยวข้องกับสมาคมนักฆ่าอย่างนั้นรึ” 

    คล้ายกับเรื่องร้านขายของชำของผมที่ต่างโลก ที่คุณอ่าน