บทที่ 24
หอสุรา
เจียงเฟิงมองเห็นเส้นสายแปลกตลาดหลายอย่างในเมืองแห่งนี้
ดูเหมือนว่าการที่บิดาของเขามาตั้งรกรากที่เมืองแห่งนี้ สร้างเมืองขึ้นมาใหม่ในดินแดนรกร้างเป็เื่ที่ไม่ธรรมดา
น่าจะมีเหตุผลบางอย่างที่ตั้งใจที่สร้างเมืองเอาไว้ภายในสถานที่แห่งนี้
เจียงเฟิงไม่ค่อยเข้าใจความคิดของบิดาของตนเองสักเท่าไหร่ เมื่อก่อนตอนที่ยังเป็คุณชายเ้าสำราญในตอนนั้นยังเป็คนที่ค่อนข้างจะโง่เขลา
ไม่สนใจเกี่ยวกับเื่ต่างๆที่อยู่รอบตัว แต่หลังจากเดินทางไปอีกโลกนึงใช้ชีวิตอยู่มานาน
เจียงเฟิงก็เริ่มเข้าใจเกี่ยวกับบิดาของตนเองเพิ่มมากขึ้น ในตอนแรกเจียงเฟิงมองเห็นบิดาของตนเองก็เป็แม่ทัพใหญ่ของราชวงศ์ธรรมดา
เห็นผู้คนมากมายรอบตัวคอยประจบเอาใจ หลังจากนั้นก็ยกยอบิดาให้ฟังแต่ละครั้ง
แต่ว่าในสายตาของเจียงเฟิงในตอนนั้น บิดาของตนเองก็เป็เพียงแค่บุรุษคนหนึ่งที่ใจดีกับบุตรชายเป็อย่างยิ่ง
แทบจะไม่เคยแสดงท่าทีที่เหมือนกับแม่ทัพใหญ่ออกมาเลยแม้แต่น้อย
เพราะแบบนั้นเจียงเฟิงเมื่อก่อนเลยคิดว่าบิดาของตนเองก็เป็แม่ทัพที่มีฝีมือธรรมดาทั่วไป
แต่หลังจากที่ไปใช้ชีวิตอยู่ที่สถานที่แห่งนั้นผ่านมานาน เริ่มเข้าใจเกี่ยวกับความคิดของบิดาของตนเองมากขึ้น
ก็ทำให้รู้ว่าบิดาของตนเองนั้นไม่ใช่บุรุษธรรมดา ไม่ต้องกล่าวถึงสิ่งที่เรียกว่าพร์ในด้านการฝึกตน
บิดาของเขาในตอนนั้นเป็ผู้ฝึกยุทธขอบเขตหก สามารถเรียกว่าเป็ปรมาจารย์ได้แล้ว
แต่สิ่งที่น่ากลัวของบิดาจริงๆ นั่นคือความฉลาดเฉลียว เจียงเฟิงที่เพิ่งกลับเข้ามาในร่างกายของตนเองเริ่มเข้าใจหลายๆอย่างเพิ่มมากขึ้น
เป็เพราะว่าเขานั้นสอบถามเกี่ยวกับเื่ที่บิดาของเขาเคยลงมือทำไปในอดีต
จึงรู้ว่าบิดาของเขาเจียงเฉิน ถูกผู้คนมากมายยกย่องให้เป็หนึ่งดาบสังหารแสน
หนึ่งดาบสังหารแสนไม่ใช่ว่าใช้เพียงแค่ดาบในมือของตนเอง
แต่สิ่งที่ใช้จริงๆคือสมองต่างหาก แม่ทัพใหญ่เจียงที่ผู้คนมากมายเคารพจริงๆก็คือใช้สติปัญญาเอาชนะศัตรู
เพราะแบบนั้นเจียงเฟิงในตอนที่เพิ่งกลับมาที่โลกใบนี้ เมื่อได้ยินว่าบิดาของตนเองโดนพวกขุนนางมากมายเล่นงานจนต้องมาอาศัยอยู่ภายในดินแดนรกร้างทางเหนือ
ผู้ใดจะเชื่อก็เชื่อเถอะแต่ว่าเจียงเฟิง ที่เริ่มรู้ถึงความร้ายกาจของบิดาของตนเองไม่เชื่อเป็อันขาดว่า บิดาของตนเองจะโดนเล่นงาน
แสนว่าการที่มาอาศัยอยู่ภายในดินแดนแห่งนี้ต้องเป็ความตั้งใจ
และอาจจะมีจุดประสงค์บางอย่างที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ั้แ่ในตอนแรก
ยิ่งมองเห็นพวกกลุ่มอำนาจหลายกลุ่มที่เข้ามาภายในเมือง มันก็ยิ่งทำให้เจียงเฟิงมั่นใจว่าอาจจะมีบางอย่างอยู่ภายในดินแดนรกร้างทางเหนือแห่งนี้
“คุณชาย” เสียงไพเราะดังขึ้นด้านหลังเป็เฉินอวี้ที่ติดตามมาด้วย
ในครั้งนี้ซินอวี้ผู้แสนเงียบขรึมไม่ได้เดินทางออกมาด้วย
เป็เพราะว่าเจียงเฟิงให้ซินอวี้ไปทำบางอย่าง เป็การจัดการเกี่ยวกับเื่ของที่เจียงเฟิง้า
อีกอย่างการเดินทางมาที่หอสุราเช่นนี้ ผู้คนมากมายจับตามอง มีสาวงามสองคนติดตามอยู่ด้านหลังก็เป็เื่ที่น่าสงสัย
ในตอนนี้เฉินอวี้สวมใส่อาภรณ์มิดชิด และใบหน้ายังมีผ้าบางปกปิดเอาไว้อีก ทำให้ความงามของนางถูกซ่อนเอาไว้หลายส่วน
เจียงเฟิงในวันนี้แต่งตัวด้วยชุดที่เหมือนคุณชายเ้าสำราญ แถมในมือยังถือพัดเอาไว้อีก
การเดินทางมาที่หอสุราในครั้งนี้แน่นอนว่า ไม่ใช่เพราะเจียงเฟิง้าที่จะมาดื่มสุรา
ในจวนของแม่ทัพใหญ่ มีสุรามากมาย แถมยังมีทัศนียภาพที่งดงามอย่างทะเลสาบคลื่น์ ถ้าเกิดว่าอยากดื่มสุราจริงๆดื่มที่สถานที่แห่งนั้น เกรงว่าคงจะเพลิดเพลินมากกว่าในหอสุราแห่งนี้เป็ไหนๆ
แต่ว่าที่เดินทางมาที่หอสุราแห่งนี้เพราะว่า ตั้งใจที่จะมาทดสอบดูว่าอีกฝ่ายรู้เื่ตัวของเขาหรือยัง
ก่อนหน้านี้ให้ปล่อยข่าวออกไปเป็วงใน ว่าจวนแม่ทัพใหญ่มีแขกพิเศษเดินทางมาเข้าพัก
ถ้าเกิดว่าอีกฝ่ายรู้เื่นี้ คงต้องเข้ามาตีสนิทตัวของเขาอย่างแน่นอน
การเดินทางมาที่หอสุราในครั้งนี้ก็เพราะว่ามีจุดประสงค์เปิดเผย ให้อีกฝ่ายเข้ามาตีสนิทกับเขา
แน่นอนว่าต้องรอดูด้วยว่าอีกฝ่ายจะมาด้วยท่าทางใด ก่อนหน้านี้ั้แ่กลับเข้ามาภายในเมือง
ไม่ได้เดินทางออกมาบริเวณด้านนอกเลยแม้แต่น้อย เก็บตัวอยู่ภายในจวนอย่างมิด
ถ้าเกิดว่าอีกฝ่าย้าที่จะสืบข้อมูลแล้ว้าที่จะลงมือ
ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องใช้โอกาสนี้ในการเข้ามาตีสนิทอย่างแน่นอน
เจียงเฟิงพาเฉินอวี้เข้าไปภายในหอสุรา
หลังจากนั้นก็ขึ้นไปนั่งบนชั้นบนสุดของหอสุรา เจียงเฟิงไม่ได้พาผู้ติดตามมาด้วย
แน่นอนว่ามีเพียงแค่เขาและเฉินอวี้ นั้นเพราะว่าเฉินอวี้ไม่ธรรมดา
นางเป็ถึงผู้ฝึกปราณขอบเขตห้า อีกอย่างในเมืองแห่งนี้ถ้าเกิดว่าอยากจะขอกำลังเสริมจริงๆ พวกเขาก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย
เลยไม่จำเป็จะต้องกังวลอะไรเกี่ยวกับเื่ความปลอดภัย
อีกอย่างถ้าเกิดว่ามีผู้ติดตามติดตามมามากเกินไป มันก็จะทำให้อีกฝ่ายนั้นสงสัย
เจียงเฟิงและเฉินอวี้เลือกโต๊ะนั่งเป็บริเวณริมหน้าต่าง นั่งดื่มสุราอย่างผ่อนคลาย
ผ่านไปครึ่งชั่วยาม
เจียงเฟิงยกยิ้ม “ปลาติดเบ็ดแล้ว..”
บริเวณทางขึ้นของชั้นสามของหอสุรา
มีคุณชายกลุ่มหนึ่งเดินขึ้นมาบริเวณ้า
โดยที่คุณชายกลุ่มที่เดินทางขึ้นมาบริเวณ้า เป็กลุ่มบุรุษห้าคนทั้งหมดแต่งกายด้วยอาภรณ์สวมใส่ที่ดูไม่ธรรมดา
บ่งบอกให้ล่วงรู้ได้ในทันทีว่าอีกฝ่ายนั้นเป็คุณชายจากตระกูลที่มีฐานะไม่ธรรมดา
อันที่จริงแล้วการที่ขึ้นมาถึงบริเวณชั้นบนนี้ได้ มันเองก็บ่งบอกถึงฐานะให้ล่วงรู้แล้ว
เพราะคนธรรมดาทั่วไปแทบจะไม่สามารถขึ้นมานั่งดื่มสุราชั้นสามได้เลย
บุรุษทั้งสามที่เดินขึ้นมาบริเวณ้า หนึ่งในนั้นก็เป็คนที่เจียงเฟิงคิดเอาไว้อยู่แล้ว
นั่นคือนายน้อยตระกูลจางที่อยู่ในการคาดเดา นายน้อยตระกูลจางผู้นี้มีนามว่าจางหลง
อีกฝ่ายแต่งกายด้วยอาภรณ์สีขาว มีร่างกายสูงโปร่งใบหน้าหล่อเหลาบุคลิกไม่ธรรมดา
เพียงเห็นครู่เดียวก็บ่งบอกได้ในทันทีว่าเป็บุรุษรูปงาม ยิ่งแต่งกายด้วยอาภรณ์สีขาวทั้งตัวท่วงท่าเช่นนั้นราวกับว่าเป็เทพเซียนก็ไม่ผิด
กลุ่มบุรุษทั้งห้าเดินผ่านโต๊ะที่พวกของเจียงเฟิงกำลังนั่งไป ทว่าหนึ่งในบุรุษพวกนั้นอยู่ก็หยุดเท้าของตนเองลง
อีกฝ่ายหันหลังเดินกลับมาอย่างรวดเร็ว บุรุษผู้นั้นมาหยุดลงที่โต๊ะของเจียงเฟิง
ดวงตาของอีกฝ่ายจ้องมองไปยังเฉินอวี้ แม้เฉินอวี้จะปิดบังใบหน้าของตนเอง ทว่าในสายตาของบุรุษแล้วนี่กับน่าสนใจยิ่ง
ดังคำกล่าวที่ว่ายิ่งลึกลับยิ่งน่าค้นหา อีกทั้งเมื่อมองประเมินจากภายนอก เห็นเฉินอวี้เพียงครู่เดียวก็สามารถอนุมานได้ในทันทีว่านางเป็หญิงงาม
เจียงเฟิงเงยหน้าของตนเองมองอีกฝ่าย เพียงมองพริบตาเดียวก็รู้ได้ในทันทีว่าคนพวกนี้คือใคร
อีกฝ่ายก็เป็หนึ่งในตระกูลที่ถือได้ว่ามีชื่อเสียงภายในเมือง
เป็นายน้อยของตระกูลเกา ส่วนชื่อนั้นเจียงเฟิงไม่ได้จดจำแล้ว
“นี่แม่นาง..” อีกฝ่ายยังไม่ทันพูดจบ ก็ััได้ถึงสิ่งผิดปกติบางอย่าง
ปากที่ควรจะส่งเสียงออกมาในตอนนี้กับหยุดชะงักลง ราวกับว่ามีบางอย่างเข้าไปติดอยู่ภายในลำคอของตนเอง
ทำให้ไม่สามารถส่งเสียงออกมาได้ มันทำให้นายน้อยของตระกูลเกาผู้นี้ตื่นตระหนกเป็อย่างยิ่ง
รีบยกมือของตนเองขึ้นมาจับเข้าที่ลำคอแล้วก็แสดงท่าทางตื่นตระหนก
อยู่ดีๆปากที่ควรจะส่งเสียงออกมาได้กับไม่สามารถทำได้ ไม่ว่าผู้ใดก็ต้องตื่นตระหนกทั้งสิ้น
แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ฝีมือของเจียงเฟิง แต่เป็ฝีมือของเฉินอวี้ นางได้รับคำสั่งทางสายตาของเขาจึงลงมือทำเช่นนี้
ในตอนนี้นายน้อยจางก็รีบรุดเข้ามา อีกฝ่ายประสานมือก้มศีรษะลงอย่างนอบน้อม “ผู้น้อยขออภัยผู้าุโทั้งสองท่านด้วย”
เจียงเฟิงหันมามองนายน้อยจางผู้นี้อย่างเต็มตาเป็ครั้งแรก แล้วก็ใช้โอกาสนี้ประเมินเป้าหมายของตนเองที่มีโอกาสจะร่วมมือกับิญญาทมิฬมากที่สุด