" ว่านชิงเ้ากลับมาหาพี่แล้ว ดีเหลือเกิน พี่คิดถึงเ้า "
จื่อยวนกอดร่างเล็กทันที ก่อนที่จะจับพลิกให้นอนอยู่ใต้ร่างของตน คนในอ้อมกอดไม่ขัดขื่นแม้แต่น้อย ปล่อยให้คนตัวโตกอดจูบอยู่เช่นนั้น
มือหนาลูบตามร่างกายที่เย้ายวนชวนัั ก่อนที่จะหยุดที่เชือกผูกเอวแล้วดึงออกทันที ลิ้นร้อนััลงที่เม็ดทับทิมดูดกินอย่างหิวกระหาย จนคนใต้ร่างสั่นสะท้าน ก่อนที่จะรีบร้อนสอดใส่ัลงไปในร่องถ้ำ
" อ๊าา แน่นเหลือเกินเมียรักของพี่ ซี๊ดด "
" ขยับหน่อยท่านพี่อื้ออ "
เสียงครางที่คุ้นหูยิ่งทำให้จื่อยวนเพิ่มแรงกดเข้าไปอีก ก่อนที่มือเรียวจะยกขาทั้งสองขึ้น แล้วกดเอวสอบขึ้นลงใส่ไม่หยุด
" พับ พับ ตับ ตับ "
" อ๊าา ดูดดีเหลือเกิน ซี๊ดด "
เอวสอบกดขึ้นลงถี่ๆ จนคนใต้ร่างเกร็งกระตุก จื่อยวนก็ยังคงกดัเข้าออกอยู่เช่นนั้นจนตัวเองปลอปล่อยเช่นกัน
แต่จื่อยวนก็ยังไม่หยุดเพียงแค่ครั้งเดียว ยังคงปลดปล่อยน้ำรักหลายต่อหลายครั้งจนความเหนื่อยหล้าเข้าครอบคลุมจึงทำให้หลับไปทั้งคู่
สายของอีกวันจื่อยวนที่ตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดหัว ก็ไม่พบคนที่นอนอยู่กับตนเมื่อคืน
" นี่ตกลงเราฝันไปเช่นนั้นหรือ ทำไมถึงได้ดูเหมือนจริงเช่นนี้ หรือเพราะเราคิดถึงว่านชิงมากเกินไป เ้าจากพี่ไปแล้วแท้ๆแต่ทำไมเราถึงรู้สึกเบาตัวเช่นนี้นะ เมื่อคืนไม่ใช่ความฝันแน่ๆ "
จื่อยวนเฝ้าคิดว่าคนเมื่อคืนนี้เป็ใครกัน ในความจำจดจำได้ว่าใบหน้านั้นดูเหมือนว่านชิงมาก จนแต่งตัวเสร็จออกมาจากห้องก็ตรงไปหาฝูหรงทันที
" พี่จื่อยวนตื่นแล้วหรือ "
" เมื่อคืนมีใครแอบเขามาในจวนหรือไม่ "
" ใครจะแอบเข้ามาในจวนแม่ทัพได้กัน มีอะไรเกิดขึ้นเช่นนั้นหรือพี่จื่อยวน "
ฝูหรงเอ่ยกับพี่ชายตนฟานอวี้เองก็อดที่จะแปลกใจไม่ได้กับคำถามของสหาย
" ถ้าเช่นนั้นข้าคงแค่ฝันไป ชั่งเถอะ "
จื่อยวนนั่งลงทานอาหาร หลังจากนั้นก็กลับจวนของตนไป
" ท่านพี่เหตุใดดูพี่จื่อยวนเศร้าลงไปอีกเข่นนี้ แล้วเหตุใดจึงถามเื่มีใครรอบเข้ามาที่นี่ "
" นั้นสิ เมื่อคืนก็ดูเงียบสงบดี ไม่น่าจะมีคนรอบเข้ามา "
ฟานอวี้เอ่ยกับฮูหยินตน
ภายในจวนมหาเสนา ว่านชิงนอนหลับอยู่บนเตียงด้วยท่าทีอิดโรย นั้นเพราะเมื่อคืนทนความคิดถึงจื่อยวนไม่ได้นั้นเอง จึงได้แอบออกไปทั้งที่คิดว่าจะไม่ไปพบ
" นี่เ้าคิดจะนอนไปอีกถึงเมื่อใดกัน ตื่นขึ้นมาเดียวนี้นะนังลูกอนุ "
ชิงชิงส่งเสียงเรียกคนที่ยังหลับเพราะอ่อนเพลียอยู่ ว่านชิงตื่นขึ้นมามองหน้าพี่สาวต่างมารดา
" เ้า้าอะไร "
ว่านชิงเอ่ยถามออกไป ชิงชิงแสยะยิ้มใส่คนตรงหน้าก่อนที่จะเอ่ยขึ้น
" เ้าจะต้องไปงานเลี้ยงในวังกับข้าและท่านพ่อ เ้าไม่ดีใจหรือที่จะได้เจอคนรักอีกครั้ง "
" หมายความว่ายังไง ข้าจะไม่ยอมไปพบพี่จื่อยวนหรอก "
" เ้าจะต้องไปนี่เป็คำสั่งของท่านพ่อ หากเ้าไม่ไปล่ะก็ แม่ของเ้าเป็อะไรไปข้าไม่รู้ด้วยนะ "
ว่านชิงนิ่งเงียบไปทันที ลำพังตัวเองนั้นคงจะไม่ห่วงอะไร แต่มารดาที่ถูกขังไว้เพื่อต่อรองกับตน ไม่รู้ว่าจะต้องทำเช่นไร มหาเสนาที่ข่มเหงปลุกปล้ำมารดาว่านชิงเมื่อครั้งมาเป็บ่าวในจวน จนเกิดคลอดว่านชิงขึ้น
หลังจากนั้นเมื่อว่านชิงอายุ 5 ขวบ มารดาก็รีบส่งตัวว่านชิงให้ไปอยู่บนเขากับญาติของตน จนได้ร่ำเรียนวิชาและความรู้พร้อมกับคนอื่นๆ ว่านชิงรู้ฐานะชาติกำเนิดของตนดี แต่ก็ไม่เคยคิดจะกลับมาที่นี่เลยสักครั้ง เพราะไม่อยากข้องเกี่ยวกับสกุลนี้แม้แต่น้อย
" ข้าไม่เข้าใจท่านพ่อจริงๆ จะรับนางกลับมาทำไมกัน "
" เ้าก็อย่าใจแคบกับน้องนักเลย "
ชิงชิงเอ่ยกับบิดาของตนด้วยความไม่พอใจ เมื่อว่านชิงแต่งตัวเสร็จก็ออกมาจากห้อง ด้วยชุดที่ดูงดงาม ผมที่ยาวสลวยถูกปล่อยสยายลงมา ้าเกล้าขึ้นครึ่งหัว ชุดสีชมพูอ่อนตัดกับชุดสีขาวด้านใน ขับผิวให้ดูผุดผ่องน่ามอง
" ข้ามาแล้วเ้าค่ะ ท่านมหาเสนา "
" เ้าควรจะเรียกพ่อนะ "
มหาเสนาแม้จะไม่พอใจกับบุตรสาวผู้นี้ แต่เพื่อจะใช้เป็สะพานเพื่อที่จะล่อให้อีกฝ่ายติดกับ ก็จำเป็ต้องพูดจาดีกับว่านชิง
" คนเป็บิดาไม่ควรหาประโยชน์จากบุตรของตนเ้าค่ะ "
" หึ เ้านี่ปากดีจริงๆ แต่เอาเถอะในเมื่อเ้ารู้ดีเช่นนี้ ก็จงทำในสิ่งที่ควรทำ ไม่เช่นนั้นเ้าจะเป็คนทำให้แม่ของเ้าต้องเจ็บตัวไปด้วย "
" ข้าอยากพบท่านแม่ "
" เ้าจะได้พบแน่ พาว่านชิงไปพบกับมารดาซะ "
ว่านชิงถูกพาไปยังห้องลับภายในจวน ด้วยการปิดตาเพื่อไม่ให้รู้ว่าเส้นทางนั้นไปทางใด จวบจนมาถึงคนของเสนาก็เปิดผ้าปิดตาออก ว่านชิงมองเห็นหญิงวัย 40 ที่นั่งอยู่บนเตียงภายในห้องขัง อย่างน่าสงสาร
ว่านชิงจำมารดาได้ทันที เพราะทุกปีมารดาจะแอบขึ้นเขาไปหาตนเสมอ จนหลังๆมามารดานั้นก็ไม่ไปหาตนอีก คงเพราะถูกขังไว้เช่นนี้นี่เอง
" ท่านแม่ข้ามาหาท่านแล้ว "
" ใครกัน ว่านชิงหรือ นั้นเ้าจริงๆหรือ เ้ามาที่นี่ทำไมกัน หรือว่าถูกจับได้แล้ว โถลูกแม่ "
" ท่านแม่ข้าไม่เป็อะไร ท่านเป็อย่างไรบ้าง "
สองแม่ลูกพูดคุยกันได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้นคนของเสนาก็พาตัวว่านชิงออกไป
" เ้าคงได้พบแม่ของเ้าแล้วสินะ จากนี้เ้าควรจะทำตามที่พ่อบอกทุกอย่าง ไม่เช่นนั้นชีวิตของเ้าก็จะไม่ปลอดภัย "
ว่านชิงจ้องมองผู้เป็บิดาด้วยสายตานิ่งเฉย ก่อนที่จะตอบรับออกไปอย่างจำใจ
" เ้าค่ะท่านพ่อ "
เมื่อถึงเวลาเดินทางเข้าวังหลวง เหล่าขุนนางน้อยใหญ่ต่างก็พาคนในครอบครัวของตนเข้าสู่งานเลี้ยง รวมถึงจวนแม่ทัพ และจวนราชครูเช่นกัน
" ทำไมเ้าต้องใส่ชุดนี้ด้วย พี่ไม่ชอบเลย "
ฟานอวี้เอ่ยกับฮูหยินของตน ฝูหรงยิ้มให้กับคนตัวโต ที่แสดงท่าทีหวงตนเช่นทุกครั้ง
" ข้าก็แต่งเช่นนี้เป็ประจำเหตุใดท่านพี่จึงไม่ชอบ "
ฟานอวี้จำต้องเงียบไปเพราะไม่อยากขัดใจฮูหยิน จนกระทั่งเดินทางมาถึงวังหลวง ทุกคนต่างก็เข้าไปในงาน ร่วมถึงราชครูและจื่อยวน
" พวกเ้ามาถึงกันแล้วหรือ เห็นว่าวันนี้ฮ่องเต้มีการแสดงของนางรำ ที่มหาเสนาจัดมาด้วยนะ "
" นั้นสิข้าก็ได้ยินมาเช่นนั้น น่าแปลกที่มหาเสนาคิดจัดหานางรำมาถวายเช่นนี้ "
ราชครูและแม่ทัพหยางพูดคุยกัน
" หวังว่าคงจะไม่มีอะไรแอบแฝงน่ะขอรับ "
จื่อยวนเอ่ยขึ้น มีเพียงฝูหรงที่นิ่งไม่เอ่ยอะไรจนฟานอวี้อดแปลกใจไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไรออกไป
เมื่อฮ่องเต้เสด็จออกมาร่วมงานพร้อมกับเหล่าสนมและองค์ชาย งานเลี้ยงก็เริ่มขึ้น ภายในงานเลี้ยงเหล่าองครักษ์ต่างก็คอยรักษาการกันอย่างเคร่งคัด
" อีกสักครู่นางรำจะออกมาร่ายรำ เห็นว่าในนั้นมีบุตรสาวคนเล็กของท่านมหาเสนาด้วยนะ "
" บุตรสาวคนเล็กเช่นนั้นหรือ ข้าไม่เคยได้ยินว่าท่านมหาเสนามีบุตรสาวอีกคนนอกจากคุณหนูชิงชิง "
เสียงเหล่าขุนนางต่างก็พูดคุยกัน ทางฝั่งของสกุลหลานและสกุลหยางต่างก็มองหน้ากัน แต่ตอนนี้ฝูหรงกลับไม่ได้อยู่ในงานเลี้ยงนี้แล้ว ฟานอวี้ไม่ได้แปลกใจกับการหายตัวไปของฮูหยิน
ก็ยังคงพูดคุยกับองค์ชายและเหล่าขุนนางตามปกติ จนนางรำออกมาร่ายรำจื่อยวนที่ไม่ได้สนใจในคราแรก ก็ต้องหยุดนิ่งกับหญิงสาวที่กำลังร่ายรำตรงหน้าตน
รูปร่างที่คุ้นเคยทำให้จื่อยวนถูกสะกดไว้ มหาเสนายกยิ้มที่มุมปาก ทันทีที่เห็นว่าจื่อยวนจ้องมองไม่หยุด เมื่อการร่ายรำจบสิ้นลงนางรำทั้งหมดก็ปลดผ้าปิดหน้าออก
" ว่านชิงเ้ายังไม่ตายจริง ๆ "
จื่อยวนลุกขึ้นจะเดินไปหาคนตัวเล็ก แต่ก็ถูกมือของฟานอวี้ดึงไว้
" อย่าพึ่ง ข้าอยากให้เ้าอยู่เฉยๆก่อน "
" หมายความว่ายังไง นี้เ้าก็รู้หรือว่าว่านชิงยังไม่ตาย "
" ถ้าเ้าเข้าไปตอนนี้ แผนทั้งหมดของว่านชิงจะเสียเปล่า "