“ดีนเกาะนั้นอยู่ตรงไหนกัน”เจมส์พูดขึ้น หลังจากกวาดสายตามองไปยังรอบๆ ตัวก็เห็นมีแต่ทะเลท้องฟ้า ที่กว้างใหญ่
“ผมคิดว่ามันควรจะอยู่แถวๆ นี้”ดีนตอบ
“ก่อนจะมาเธอก็บอกว่าเราควรตามเมฆที่ไม่ลอยเคลื่อนที่ไปไหนตอนนี้เราก็เข้ามาใกล้เมฆนั้นแล้วแต่กลับไม่เห็นอะไรเลย” เจมส์พูด
“ผมก็ไม่รู้แต่ผมจำได้ว่าต้องเป็แถวนี้แน่ๆ” ดีนยังคงยืนยันคำเดิม
“ถ้ายังงั้นเดี่ยวเราลองพายเรือออกไปอีกหน่อยละกัน”เจมส์พูด
แล้วดีนและเจมส์ก็เริ่มต้นพายเรืออีกครั้งหลังจากพักแขนที่เมื่อยล้าจากการพายเรือมาติดต่อกันหลายชั่วโมงพวกเขาทั้งสองคนเริ่มพายออกไปไกลขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ยังไม่เจออะไร
“ฉันคิดว่าเราควรกลับได้แล้วนี่ก็เริ่มเย็นแล้ว” เจมส์พูด
“ผมจะไม่ไปไหนถ้าไม่ได้พาแจ็คกลับมาด้วย”ดีนพูดขึ้น
“งั้นเราจะวนหาอีกรอบถ้ารอบนี้ไม่เจอเกาะเราคงต้องกลับไปตั้งหลักที่บ้านพักริมทะเลสาบกันก่อน” เจมส์พูดอย่างมั่นคง
“เข้าใจแล้วครับ” ดีนตอบออกไป จากนั้นทั้งสองคนก็พายเรือวนหาเกาะกันอีกครั้งก็ไม่พบเจอเกาะซักเกาะเลยแม้แต่น้อย ทำให้ทั้งสองคนต้องพายเรือกลับไปยังบ้านพักของตัวเองตามที่ได้ตกลงกันไว้
“เดี่ยว” เจมส์ะโขึ้นมาด้วยความใทำให้ดีนสะดุ้งแล้วรีบหันไปมองเจมส์ในทันที
“มีอะไรครับเจมส์” ดีนถามขึ้นด้วยความงุนงง
“นั้น” เจมส์พูดพลางยกมือขึ้นชี้ไปยังจุดที่พวกเขาพายเรือผ่านมาปรากฏให้เห็นเป็เงาของเกาะ เกาะหนึ่งซึ่งมีหมอกลอยล้อมรอบเกาะเอาไว้
“นั้นแหละ เกาะหมอกในที่สุดเราก็หาเจอเกาะหมอกแล้ว” ดีนพูดด้วยความดีใจ
“แต่ได้ยังไงกันเมื่อกลางวันที่เราพายเรือหากันทั้งวัน เรายังไม่เห็นเกาะเลยซักเกาะ” ดีนที่รู้สึกสงสัยจึงเอ่ยถามขึ้น
“มันคือภาพลวงตานะ” เจมส์ตอบสั้นๆ
“ภาพลวงตาหรือครับ” ดีนทวนคำพูดของเจมส์อีกครั้ง
“ใช่ มันต้องใช่แน่ๆ ฉันจำได้ว่าภาพลวงตามันเกิดจากการหักเหของแสงเนื่องจากอากาศที่แสงเดินทางผ่านมีอุณหภูมิที่ต่างกัน” เจมส์อธิบาย
“แต่ตอนนี้ปล่อยเื่ภาพลวงตาไปก่อนเธอบอกได้ไหมว่าเราต้องขึ้นไปทางไหนของเกาะ” เจมส์ถามขึ้น
“รู้ครับ คุณต้องพายเรือไปทางนั้นจะมีแสงไฟนำทางอยู่” ดีนพูด
“แสงไฟ แสดงว่าต้องคอยมีคนส่องแสงนำทางเข้าเกาะแน่ๆ ถ้าเราไปทางนั้นอาจจะถูกจับได้ เราต้องหาทางอื่นที่เข้าไปยังตัวเกาะได้”เจมส์พูดอย่างใจเย็น
“แต่เมื่อคืนพวกผมยังเข้าไปได้อยู่เลยนะครับ”ดีนแย้งขึ้นมา
“คงเพราะพวกเธอเดินทางกันตอนกลางคืนทำให้มีความมืดช่วยซ่อนตัวแต่ตอนนี้ดวงอาทิตย์ยังไม่ลับขอบฟ้า ถ้าเราเข้าเส้นทางนั้นมีหวังถูกจับได้แน่ๆ”เจมส์ตอบดีนออกไปโดยใช้เหตุผลและการวิเคราะห์
“อาจจะเป็แบบนั้นก็ได้” ดีนยอมรับแต่โดยดี
“มาเถอะเราลองพายเรือวนรอบเกาะนี้ก่อน” เจมส์พูดแล้วทั้งสองคนก็เริ่มพายเรือวนรอบเกาะ ซึ่งเกาะก็เริ่มค่อยๆปรากฏเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ เมื่อดวงอาทิตย์ค่อยๆ ลาลับไปจากท้องฟ้า
เวลาล่วงเลยไปเรื่อยๆ จนทั้งดีนและเจมส์ก็เริ่มเหนื่อยล้าจากการพายเรือทำให้ทั้งสองคนต้องคอยหยุดพักเป็ระยะจนในที่สุดทั้งสองคนก็เจอทางเข้าหาดที่อยู่ด้านหลังของเกาะซึ่งล้อมรอบไปด้วยหินผาที่สูงตะหง่านล้อมรอบเอาไว้ ทั้งสองคนจึงรีบพายเรือตรงไปจอดที่หาดแห่งนั้นในทันที
เจมส์และดีนช่วยกันดันเรือขึ้นไปไว้บนชายหาดเพื่อป้องกันน้ำขึ้นแล้วพัดเรือลอยออกไปยังที่อื่น เพราะที่นี้ไม่มีที่ใช้สำหรับผูกยึดเรือตรงไหนเลย
“เจมส์แล้วเราจะทำยังไงต่อไปดีครับเราไม่รู้ว่าแจ็คตอนนี้อยู่ที่ไหนของเกาะ” ดีนถามขึ้นมาด้วยความกังวล
“นายรอฉันอยู่ที่นี้เฝ้าเรือเอาไว้ เดี่ยวฉันจะไปสำรวจบนเกาะเอง” เจมส์ตอบ
“ไม่ ผมก็จะไปด้วยผมก็เป็ห่วงแจ็คเหมือนกัน” ดีนพูดอย่างหนักแน่น
“เข้าใจละ งั้นไปกันเถอะ” เจมส์ยอมให้กับความดื้อรั้นของดีน ทำให้ต้องยอมให้ดีนตามมาด้วย
หลังจากนั้นทั้งสองคนก็ลงไปในทะเลแล้วว่ายน้ำเพื่อหาทางขึ้นไปยังบนเกาะหมอกให้ได้เพราะจุดที่พวกเขาอยู่มีแต่หินผาที่ล้อมรอบเอาไว้ไม่สามารถปีนหรือเดินไปทางไหนได้เลยก่อนทั้งสองคนจะได้ขึ้นที่จุดหนึ่งของเกาะได้สำเร็จ
“เจมส์ ดูนั้น” ดีนพูดขึ้นพลางชี้ไปยังแสงไฟที่ส่องประกายในทะเลที่ตอนนี้มองอะไรไม่เห็นนอกจากความมืดมิด
“นั้น คืออะไร” เจมส์ถามด้วยความสงสัย
“นั้นคือเรือครับตอนแรกเราคิดว่านั้นคือคุณหรือเพื่อนของคุณเราก็เลยอยากจะแอบตามมาเซอร์ไพร์คุณที่เกาะนี้” ดีนตอบ
“งั้นเหรอ” เจมส์พูดพลางพยักหน้า
“แจ็คจะไม่เป็อะไรใช่ไหมครับ” ดีนถามด้วยความกังวล
“ฉันก็ไม่รู้แต่เรารีบไปตามหาแจ็คกันก่อนเถอะ เราจะไปจุดที่เธอกับแจ็คแยกกันเมื่อคืนก่อน”เจมส์พูด แล้วทั้งสองคนก็ค่อยๆ เดินไปยังท่าเทียบเรือ โดยระวังไม่ให้มีใครเห็น
เรือที่ลอยในทะเลจอดเทียบท่าเรือ แล้วก็มีกลุ่มคนลงไปช่วยขนของบางอย่างลงมาจากเรือลำนั้นเป็กล่องใบใหญ่สามใบ เหตุการณ์เ่าั้ถูกเจมส์และดีนยืนมองอยู่อย่างตั้งใจ
“อยากรู้จังว่าข้างในนั้นคืออะไร”เจมส์พูดขึ้น
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน” ดีนหันไปถาม
“ช่างเถอะเื่สำคัญตอนนี้คือเราต้องหาแจ็คให้เจอก่อน ก่อนที่พวกนั้นจะเจอเขา” เจมส์หันไปบอกดีนที่ยืนอยู่ข้างๆ เขา
เมื่อคิดได้ดังนั้นทั้งเจมส์และดีนก็ตรงไปยังจุดที่ดีนเห็นแจ็คครั้งสุดท้ายแต่ก็ไม่พบอะไรทำให้เจมส์และดีนเดินสำรวจเข้าลึกเข้าไปในเกาะหมอกโดยหวังว่าจะเจอแจ็ค
“ฉันคิดว่ามีโอกาสที่แจ็คอาจจะถูกจับตัวไปแล้วก็ได้”เจมส์พูดขึ้น
“ไม่จริง เป็ไปไม่ได้หรอกครับที่แจ็คจะถูกจับบางทีเขาอาจจะซ่อนอยู่ที่ไหนซักแห่ง” ดีนพูด
“ฉันแค่บอกว่ามีโอกาสที่จะถูกจับดังนั้นฉันคิดว่าจะแอบตามพวกมันไปยังที่ซ่อนของพวกมัน เผื่อจะเจอแจ็คที่นั้น”เจมส์พูด
“งั้นผมก็จะไปกับคุณด้วย” ดีนรีบพูดขึ้นมา
“ฉันว่าแล้วนายจะต้องพูดแบบนี้”เจมส์พูดพร้อมส่งยิ้มมาให้ดีน
“งั้นหลังจากนี้ถ้าฉันบอกให้ทำอะไรนายต้องฟังที่ฉันสั่งห้ามขัด หรือห้ามโต้แย้งเด็ดขาด” เจมส์พูดอย่างหนักแน่น
“เข้าใจแล้วครับ” ดีนยอมรับฟังแต่โดยดี
“ดีมาก งั้นตามฉันมา” พูดจบเจมส์ก็เดินนำหน้าดีนตรงไปยังกลุ่มคนที่กำลังขนของอยู่ที่ชายหาดซึ่งกลุ่มคนเ่าั้ตอนนี้กำลังช่วยกันหอบลังใบใหญ่เดินลึกเข้าไปในตัวเกาะ
ส่วนดีนและเจมส์นั้นก็ค่อยๆแอบตามมาโดยทิ้งระยะห่างไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ใครเห็นและใช้กล้องส่องทางไกลของดีนในการเฝ้ามองกลุ่มคนเ่าั้จากที่ไกลๆซึ่งแสงไฟจากกลุ่มคนเ่าั้ที่ส่องสว่างอยู่ช่วยให้เจมส์และดีนเห็นการกระทำต่างๆของกลุ่มคนเ่าั้ได้อย่างชัดเจน
“พวกนั้นเดินเข้าไปในถ้ำนั้นแล้วครับ”ดีนพูดขึ้น
“เราคงต้องเข้าไปในถ้ำตามพวกนั้นไปด้วย”เจมส์ตอบ
“แต่ก่อนอื่นเราต้องสำรวจรอบถ้ำก่อนว่าไม่มีใครคนอื่นยืนเฝ้าอยู่ที่หน้าปากถ้ำ” เจมส์เริ่มพูดต่อ
“ทำไมเราไม่เข้าไปเลยละครับ ในเมื่อเราก็เห็นพวกนั้นเข้าไปข้างในหมดแล้ว”ดีนถาม
“ฉันบอกแล้วไงว่าอย่าขัดที่ฉันสั่ง”เจมส์ทวนคำที่พูดขึ้นมา ทำให้ดีนนิ่งเงียบไป
“เข้าใจแล้ว ผมจะทำตามที่คุณสั่ง”ดีนตอบ
“นายใช้กล้องส่องทางไกลของนายคอยเฝ้าปากถ้ำจากตรงนี้ ส่วนฉันจะไปสำรวจบริเวณรอบๆ ปากถ้ำเอง” เจมส์ออกคำสั่ง
“ครับ” ดีนรับปากก่อนจะหันไปใช้กล้องส่องทางไกลกลับไปส่องยังปากถ้ำอีกครั้งนึง ส่วนเจมส์ก็เดินตรงไปยังบริเวณรอบๆถ้ำอย่างระมัดระวัง
เจมส์ค่อยๆเดินแอบไปกับต้นไม้ และพุ่มหญ้า โดยระวังไม่ให้เกิดเสียงดัง และทิ้งระยะห่างจากปากถ้ำไว้พอสมควรเขาค่อยๆ ย่องสำรวจรอบๆ เผื่อจะเจอใครบางคนที่ซ่อนตัวอยู่
“เมื่อไหร่จะผลัดเวรกันซักทีฉันง่วงจะตายอยู่แล้ว” เสียงหนึ่งดังขึ้นมาท่ามกลางความมืดทำให้เจมส์ชะงักไป เขากลั้นหายใจและค่อยๆ หมอบลงไปให้เร็วและเงียบที่สุด และคอยฟังเื่ที่ใครบางคนกำลังพูดคุยกัน
“เดี่ยวก็ได้พักแล้วแกก็ทนไปอีกหน่อยละกัน” ชายอีกคนตอบ
“เห้อ เมื่อยตัวชะมัด” ชายคนแรกพูดบ่นขึ้นมา
“แกนี่พูดมากจริง” ชายคนที่สองตอบ
“ทำไงได้ละว่ะ ก็คนมันเบื่อนี่”ชายคนแรกตอบกลับ
“เอานะ ทนๆ เอาหน่อยละกัน” ชายคนที่สองพูดตอบออกไป
เจมส์ที่ได้ยินค่อยๆ คลานไปใกล้ๆจุดที่ได้ยินเสียงคนคุยกันแล้วแอบมองไปยังจุดที่เขาได้ยินเสียง เห็นเป็เงาคุ่มๆในความมืด เพราะอีกฝ่ายก็ไม่ได้ก่อกองไฟ หรือเปิดไฟฉายทำให้เห็นเป็แค่เงาสองเงาเท่านั้น
ไม่นานหลังจากนั้นเจมส์ก็ได้ยินเสียงใครบางคนเดินเข้ามายังที่สองคนนั้นกำลังยืนอยู่
“เยี่ยมไปเลย ได้ไปพักซักที”ชายคนแรกพูด ก่อนจะเดินจากไปพร้อมชายอีกคนที่ยืนเวรกับเขาแล้วปล่อยหน้าที่เวรยามทิ้งไว้ให้กับสองคนที่มาใหม่ ส่วนพวกเขาก็เดินกลับเข้าไปในถ้ำเพื่อพักผ่อน
“โชคดีชะมัด ที่เจมส์รอบคอบ”ดีนพูดเบาๆ กับตัวเอง ก่อนจะส่องกล้องส่องทางไกลไปรอบๆ ถ้ำอีกครั้ง
เจมส์ค่อยๆเคลื่อนตัวเองเข้าไปใกล้ยามสองคนที่มาใหม่มากขึ้นเพื่อรอจังหวะที่สองคนนั้นเผลอแล้วเข้าจัดการกับสองคนนั้นในทันที
หลังจากรอมานานหนึ่งในยามสองคนนั้นก็บอกเพื่อนของเขาเพื่อที่จะไปปลดทุกข์เบาแล้วทิ้งให้เพื่อนของเขาต้องอยู่คนเดียวซึ่งเจมส์ที่คอยเฝ้ามองอยู่ตลอดจึงใช้จังหวะนี้ลอบเข้าไปข้างหลังแล้วใช้มือของตัวเองปิดปากชายที่ยังคงใกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ไม่ให้ส่งเสียงร้องแล้วใช้มืออีกข้างตีไปที่ต้นคออย่างแรง ทำให้ชายคนนั้นสลบไปโดยไม่ทันได้ตอบโต้จากนั้นเจมส์จึงเข้าไปแอบในมุมอับสายตาเพื่อรอชายอีกคนกลับมา
“คริสแกอยู่ไหน” ชายที่ออกไปปลดทุกข์เบาเดินกลับมา ะโเรียกชื่อเพื่อนของเขาเมื่อไม่เห็นเพื่อนของเขายืนอยู่ที่เดิม
“คริส” ชายคนนั้นร้องขึ้นด้วยความใเมื่อเห็นเพื่อนของเขาล้มนอนกองอยู่กับพื้นเขารีบวิ่งเข้าไปที่เพื่อนเขาในทันที แต่กลับไม่รู้เลยว่าเจมส์ที่ยืนรอเขาอยู่นั้นจะเข้ามาจากข้างหลังแล้วตีเขาจนสลบไปอีกคน
เจมส์ใช้โอกาสนี้ยึดเอาปืนของทั้งสองคนไว้แล้วค่อยๆ เดินสำรวจบริเวณรอบๆ ถ้ำต่อเผื่อจะยังมีใครคอยเฝ้าอยู่อีกแต่เมื่อไม่พบว่ามีใครอยู่บริเวณนั้นแล้วเจมส์จึงเดินตรงไปที่หน้าปากทางเข้าถ้ำในทันที
ดีนที่เห็นว่าเจมส์เดินเข้าไปในถ้ำแล้ว จึงลดกล้องลงแล้วเตรียมตัวที่จะตามเจมส์เข้าไปในถ้ำด้วยแต่ในระหว่างนั้นเองดีนก็ต้องหยุดชะงักทุกอย่างที่กำลังทำลงหัวใจเต้นแรงแต่มือกลับเย็นเฉียบ ขนที่แขนเริ่มลุกซู่ความเย็นเข้าจับกระดูกสันหลังทำให้เขาเสียวไปทั้งตัวเมื่อรู้สึกได้ถึงมีบางอย่างมาจับที่ไหล่ของเขา