คืนนั้นหลังจากที่มุกจันทร์อาบน้ำเสร็จแล้วแม่ของเธอเอานมอุ่นมาให้เธออย่างที่บอกไว้ มุกจันทร์นั่งเขียนงานต่อจนถึงสี่ทุ่มเสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ดังขึ้น
“สวัสดีครับคุณมุก” เป็ข้อความจากหมอนนท์
“ค่ะเป็ยังไงบ้างคะ” มุกจันทร์พิมพ์ตอบกลับไป “นอนเต็มอิ่มหรือยังคะ”
“ฮ่าฮ่า ฮ่า แซวผมอยู่ใช่ไหมเนี่ย วันนั้นผมมีเคสด่วนเลยไม่ได้นอน ขอโทษด้วยจริงๆ ครับ”
“ไม่เป็ไรค่ะมุกไม่ได้คิดอะไรเลย”
“คุณมุกว่างวันไหนครับเรานัดเจอกันอีกดีไหม”
มุกจันทร์ค่อนข้างแปลกใจที่เขายังอยากนัดเจอเธออีกเธอคิดว่าเขามาเดทกับเธอตามมารยาทเท่านั้น “่นี้ว่างเหรอคะต้องเข้าเวรเยอะหรือเปล่า”
“พอมีเวลาอยู่ครับ”
“พอมีเวลาก็แปลว่าไม่ได้ว่างเท่าไรใช่ไหมคะ คุณนนท์อย่าคิดมากเลย มุกไม่ได้โกรธจริงๆ นะ”
“ผมแค่อยากเจอคุณ”
มุกจันทร์ยิ่งแปลกใจเพิ่มขึ้นอีกที่เขาบอกว่าอยากเจอเธอยังไม่ทันที่เธอจะได้ตอบอะไร ข้อความต่อไปจากหมอนนท์ก็ส่งมาอีก “ไม่ได้เจอกันตั้งนานแล้วคุณคงจำผมไม่ได้”
“เราเคยเจอกันมาก่อนด้วยเหรอคะ”ในที่สุดมุกจันทร์ก็ถามในสิ่งที่กำลังสงสัยอยู่
“เมื่อก่อนผมอยู่บ้านข้างๆบ้านคุณ ตอนเด็กๆ”
มุกจันทร์พยายามนึกถึงสมัยก่อนตอนที่เธอเป็เด็ก แต่เธอนึกยังไงก็นึกไม่ออกว่าเธอเคยเจอหมอนนท์ตอนเด็กๆ ตอนไหนเด็กข้างบ้านที่เธอพอจะจำได้เป็เด็กผู้ชายตัวอ้วนกลมน่ารักดูยังไงก็ไม่คล้ายหมอนนท์สักนิด
“ตอนเด็กๆข้างบ้านมุกมีเด็กผู้ชายจริงๆ แต่ว่าเขาไม่เหมือนคุณเลยนะ”
“นั่นแหละผม”เขาตอบมาเพียงสั้นๆ
“จริงเหรอ”
“ครับตอนนี้ผมอาจจะหล่อขึ้นมาก คุณมุกเลยจำผมไม่ได้”
มุกจันทร์เห็นข้อความแล้วก็ยิ้มออกมาหมอนนท์ที่เธอเจอวันนั้นกับสภาพอิดโรยเหนื่อยล้า ยังสามารถพิมพ์อะไรแบบนี้ได้ด้วยดูท่าตอนนี้เขาคงพ้นจากสภาวะหมีแพนด้าขอบตาดำแล้ว
“ฮ่าฮ่า วันนี้ดูคุณอารมณ์ดีจังเลยนะคะ”
“อารมณ์ดีเพราะได้คุยกับคุณ”
ประโยคนี้ทำให้มุกจันทร์อึ้งนี่เขา กำลังจีบเธออยู่เหรอ หรือเขาแค่ดีใจที่ได้เจอเพื่อนเก่า เธอควรตอบว่ายังไงดีนะ
ก่อนที่มุกจันทร์จะตอบอะไรกลับไปข้อความต่อไปก็เด้งเข้ามาอีก “มีเคสฉุกเฉิน เดี๋ยวขอขอตัวก่อนนะครับ ว่างๆเดี๋ยวผมทักไปคุยด้วยใหม่”
“โอเคค่ะ”นอกจาก โอเค ยังจะตอบอะไรได้อีกล่ะ
มุกจันทร์เหลือบไปเห็นว่ามีข้อความที่ยังไม่ได้อ่านจากปรเมศเธอกดเข้าไปดู
“การเดทวันนี้ผมพอใจมากถ้าเป็ไปได้ผมอยากเจอคุณอีก”
มุกจันทร์อ่านข้อความจากปรเมศแล้วก็นิ่วหน้าเขาอยากเจอเธอ แต่เธอไม่อยากเจอเขานี่นา คนอะไร อยู่ด้วยแล้วยิ่งอึดอัดใครจะไปอยากอยู่ด้วยกัน
อยู่ๆมุกจันทร์ก็รู้สึกหนักใจขึ้นมา เธอกดอ่านข้อความแล้ว ควรจะตอบเขาว่าอะไรดีเธอนั่งคิดอยู่นานก็คิดไม่ออก ถ้าอย่างนั้นคิดได้แล้วค่อยตอบกลับไปแล้วกัน
มุกจันทร์ทำงานต่อจนดึกและเธอก็เข้านอนทั้งๆ ที่ลืมตอบไลน์ของปรเมศ
เช้าวันต่อมาขณะที่มุกจันทร์กำลังนั่งกินมื้อเช้าอยู่เธอก็นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ตอบข้อความที่ปรเมศส่งมา ทำยังไงดีเขาต้องตื่นและเห็นแล้วว่าเธอกดอ่านแล้วั้แ่เมื่อคืน แล้วเธอก็ไม่ได้ตอบเขา ตอนนี้เธอควรจะตอบเขาว่ายังไงดี
“เมื่อคืนมุกทำงานถึงดึกๆกดอ่านแต่ลืมตอบขอโทษด้วยค่ะ” ในที่สุดมุกจันทร์ก็ตอบกลับไป
“คุณทำงานดึกทุกวันเลยเหรอ”เขาตอบกลับมาทันที
“ปกติก็ดึกค่ะ”มุกจันทร์ไม่อยากดองข้อความไว้อีก จึงเลือกตอบกลับไปทันทีเหมือนกัน เธอคิดว่าแค่การคุยผ่านทางข้อความไลน์คงไม่ทำให้รู้สึกอึดอัดเหมือนการพบเจอกันจริงๆ
“เป็ผู้หญิงไม่ควรนอนดึกนะครับเสียสุขภาพ”
ให้ตายเถอะแม้จะเจอตัวจริงหรือข้อความไลน์ เขาก็มีความสามารถทำให้คนอึดอัดได้มุกจันทร์เห็นข้อความจากปรเมศแล้วก็แอบบ่นอยู่ในใจ เขาส่งข้อความมาแบบนี้แสดงว่าเขาสนใจเธอถ้างั้นเธอก็จะทำให้เขาเลิกสนใจ “ปกติมุกชอบนอนดึกค่ะ แล้วก็ชอบอิสระ”
“แต่ถ้ามีครอบครัวก็คงต้องลดความอิสระลง”
“มุกไม่ได้อยากมีครอบครัวค่ะ”
“เหรอครับแล้วทำไมถึงมาดูตัว”
“มุกไปเพราะแม่อยากให้รู้จักคนเยอะขึ้นค่ะถ้าทำให้คุณปาล์มเสียเวลา มุกต้องขอโทษด้วย”
มุกจันทร์เลือกที่จะตอบเขาอย่างชัดเจนแต่ยังคงไว้ซึ่งมารยาทเขาจะได้ไม่คิดว่าเธอเป็ว่าที่ภรรยาและมาเ้ากี้เ้าการกับเธออีก
ปรเมศรู้สึกเสียหน้าเล็กน้อยเห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายกำลังหลบเลี่ยงเขา พูดตรงๆ ก็คือปฏิเสธเขาที่ผ่านมาเขาเจอแต่ผู้หญิงวิ่งไล่ตามเขา อยากทำความรู้จักกับเขาเขาเพิ่งเคยเจอผู้หญิงที่ทำเหมือนไม่อยากสานสัมพันธ์กับเขา
ปรเมศเป็คนที่ชอบความท้าทายเขามีความเป็ผู้นำสูง ทุกอย่างเป็ไปตามที่เขา้าเสมอมาเมื่อเขารู้สึกสนใจมุกจันทร์และคิดว่าเธอเหมาะที่จะเป็ภรรยาของเขา เขาก็ไม่มีความคิดจะให้เธอปฏิเสธ
“คุณคงยังไม่เจอคนที่คุณชอบจริงๆแต่ถ้าคุณได้ลองทำความรู้จักผมเพิ่มเติมคุณจะต้องชอบผมแน่ๆ”
มุกจันทร์อ่านข้อความแล้วนิ่งไปถึงกับไม่รู้จะตอบว่าอะไรต่อ นี่เขาไปเอาความมั่นใจมาจากไหนกันถึงได้กล้าบอกเธอแบบนี้เธอไม่อยากเถียงกับเขาเลยส่งรูปสติ๊กเกอร์หน้ายิ้มกลับไปให้เขาคิดว่าจะจบการคุยกับเขาแค่นี้
“คุณว่างอีกทีวันไหนผมจะไปรับ” เขายังคงแน่วแน่กับสิ่งที่คิด
“่นี้มุกงานเยอะค่ะน่าจะไม่ว่างไปอีกสักพัก” มุกจันทร์ตอบปฏิเสธไปตรงๆ “เดี๋ยวมุกขอไปทำงานต่อก่อนนะคะ”
“โอเคครับ”ปรเมศอ่านข้อความแล้วก็ไม่ได้คิดจะตื๊อต่อไปอีก คนเราต้องรู้จักรุกรู้จักถอย วันนี้เขาได้แสดงออกอย่างชัดเจนแล้วว่า้าพัฒนาความสัมพันธ์กับเธอถือว่าจากนี้ก็เว้นระยะให้เธอได้เตรียมตัว เพราะเขาไม่คิดจะปล่อยเธอไปง่ายๆ แน่
มุกจันทร์เห็นปรเมศยอมจบบทสนทนาง่ายๆก็โล่งใจ อย่างน้อยเขาก็ไม่ตามตื๊อให้เธอรู้สึกอึดอัด เธอนั่งกินมื้อเช้าต่ออย่างสบายใจ
วันต่อมาขณะที่มุกจันทร์กำลังนั่งอ่านข้อมูลงานอยู่ แม่ของเธอก็เดินเข้ามาหาใบหน้าระบายไปด้วยรอยยิ้ม เป็รอยยิ้มที่ทำให้มุกจันทร์รู้สึกขนลุกแปลกๆ เหมือนแม่ของเธอมีแผนอะไรในใจ
“มุกลูก” มณีจันทร์เรียกลูกสาวเสียงหวาน ยิ่งทำให้มุกจันทร์รู้สึกขนลุก
“ค่ะแม่ว่าไงคะ” มุกจันทร์เหลือบมองแม่ของเธอ รู้สึกหวั่นใจชอบกล
“แม่มาคิดๆดูแล้ว เื่ดูตัวหลายคนอะไรนี่เหลวไหลจัง” มณีจันทร์เริ่มเอ่ยปากเข้าเื่
มุกจันทร์ได้ยินถึงกับคิดว่าตัวเองฟังผิดไป“แม่ว่าอะไรนะคะ”
“ก็เื่ดูตัวไงแม่คิดว่าแม่ใจร้อนไปที่บังคับให้หนูไปดูตัวคนเราจะศึกษาใครก็ต้องศึกษาคนเดียวเป็รายๆ ไปจะมาดูตัวหลายคนแบบนี้แม่ว่าก็ไม่ค่อยถูกนัก”
มุกจันทร์ฟังแล้วแม้จะรู้สึกยินดีที่แม่ของเธอเริ่มคิดได้แต่เธอก็ยังรู้สึกแปลกๆเธอยังจำความ้าอันแรงกล้าของมณีจันทร์ได้เมื่อพูดถึงการไปดูตัวของเธอตอนนั้นแม่ของเธอยืนยันหนักแน่นว่าเธอต้องไปพบเจอคนเยอะๆ จะได้มีตัวเลือกเยอะๆแล้วตอนนี้ผ่านไปแค่ไม่กี่วันทำไมแม่ของเธอถึงได้เปลี่ยนความคิดซะแล้ว เื่มันออกจะแปลกๆ
“พอดีเมื่อวานแม่คุยกับเพื่อนสนิทของแม่ น้าเอื้องน่ะ หนูจำได้ไหมลูก”
มุกจันทร์ฟังแล้วก็รู้สึกว่าชื่อคุ้นๆเหมือนแม่จะมีเพื่อนสนิทชื่อนี้อยู่คนหนึ่งจริงๆหรือว่าเพื่อนสนิทของแม่จะทำให้แม่ปลงได้แล้วว่าไม่ควรจะบังคับให้เธอแต่งงาน “จำได้ค่ะแม่แม่คุยอะไรกับน้าเอื้องเหรอคะ” เธออดไม่ได้ที่จะเลียบเคียงถามแม่ดู
“ก็คุยปรับทุกข์กันตามประสาคนมีลูกน่ะน้าเอื้องก็มีลูกอยู่คนนึงเหมือนกัน แล้วลูกของน้าเอื้องก็ไม่ยอมแต่งงาน เหมือนหนูเลยลูก”มณีจันทร์เริ่มเปิดปากอธิบาย
มุกจันทร์ฟังมาถึงตรงนี้ก็คิดว่าสงสัยว่าลูกของน้าเอื้องจะเหมือนกับเธอที่ไม่อยากแต่งงาน น้าเอื้องเข้าใจลูกเลยบอกให้แม่ของเธอเข้าใจเธอด้วยเหมือนกัน อยู่ๆมุกจันทร์ก็รู้สึกดีใจและคิดว่าน้าเอื้องช่างเป็นางฟ้ามาโปรดจริงๆในที่สุดก็มีคนมาช่วยเธอจากสถานการณ์ที่น่าอึดอัดนี้เสียที “น้าเอื้องใจดีจังเลยนะคะ”
“ใช่น่ะสิแม่เลยคิดว่ารายชื่อในแฟ้มที่เหลือก็ช่างเถอะลูก หนูไม่ต้องไปดูตัวกับหนุ่มๆพวกนั้นแล้ว”
มุกจันทร์ได้ยินแล้วใจพองโต“จริงเหรอคะแม่ หนูไม่ต้องไปดูตัวกับคนพวกนั้นแล้ว” เธอยังอดถามย้ำอีกครั้งไม่ได้
“จริงสิลูกคนไม่ได้รู้จักมักคุ้นกัน จะเสียเวลาไปดูตัวทำไมคนเราก็สร้างภาพหลอกลวงกันได้ทั้งนั้นแหละ แม่คิดว่าเอาอย่างนี้ดีกว่า” อยู่ๆมณีจันทร์ก็หยุดพูด แล้วมองหน้าลูกสาว
มุกจันทร์ที่ใจพองด้วยความดีใจเมื่อครู่เริ่มรู้สึกผิดสังเกต
“แม่กับน้าเอื้องสนิทกันมานานมีอะไรก็ช่วยเหลือพึ่งพากัน น้าเอื้องกับสามีเป็คนไว้ใจได้ แล้วก็...ลูกชายของน้าเอื้องก็เป็คนดี”
มุกจันทร์ที่กำลังฟังเพลินๆรู้สึกสะดุดกับคำว่า ลูกชายของน้าเอื้อง “ลูกชายของน้าเอื้องเหรอคะ” เธอเผลอพูดทวนคำที่คิดในใจออกมา
“ใช่ลูกเมื่อคืนแม่คุยกับน้าเอื้อง ไหนๆ สองครอบครัวก็สนิทกันอย่างนั้นเราก็มาเกี่ยวดองกันเถอะ แม่กับน้าเอื้องคุยเื่หมั้นกันไว้แล้ว”
“หมั้น?”มุกจันทร์โพล่งออกมาอย่างใ “ใครหมั้นคะแม่”
“ก็หนูกับลูกชายน้าเอื้องไงลูก”
อยู่ๆมุกจันทร์ก็รู้สึกเหมือนโดนฟ้าผ่าลงกลางตัว จากนั้นมณีจันทร์ก็พูดบรรยายความดีของลูกชายน้าเอื้องให้มุกจันทร์ฟังอีกสารพัดแต่ถ้อยคำพวกนั้นไม่ได้เข้าหูมุกจันทร์เลยสักนิด เธอนิ่งไปั้แ่รู้ว่าแม่ของเธอตกลงให้เธอหมั้นกับลูกชายของน้าเอื้องเธอยอมถอยให้แม่ขนาดฝืนใจไปดูตัวกับคนแปลกหน้า เธอยอมฝืนทนอึดอัดเพื่อไปเดทกับคนประหลาดอย่างปรเมศแล้วดูแม่เธอสิ อยู่ๆ ก็ตกลงให้เธอหมั้นกับใครก็ไม่รู้โดยไม่ถามความยินยอมจากเธอสักคำเลย
เธอรู้สึกอยากจะโกรธแม่แต่ก็โกรธไม่ลง ได้แต่นั่งหน้าตึงใส่แม่
“มุกเป็อะไรไปลูก”
“หนูไม่หมั้นนะแม่ทำไมแม่ต้องผลักไสหนูให้คนอื่นขนาดนี้ด้วย” ความไม่พอใจกับความน้อยใจคุกรุ่นอยู่ในใจของมุกจันทร์เธอพยายามข่มกลั้นอารมณ์ไว้ แต่ตาก็เริ่มแดงๆ น้ำตาแทบไหลออกมาแล้ว
มณีจันทร์เห็นลูกสาวทำท่าจะร้องไห้ก็ใ”มุก ลูก ใจเย็นๆ”
“หนูจะเย็นยังไงไหวแม่ทำอะไรไม่บอกกันแบบนี้ แม่อยากให้ไปดูตัว หนูก็ไปให้แล้วหนูคิดว่าเราจะค่อยเป็ค่อยไป แต่ดูแม่สิ อยู่ๆ ก็จะมาบังคับให้หมั้น” ในที่สุดน้ำตาก็ไหลออกมาแล้ว
มณีจันทร์ใกับสิ่งที่เห็นเธอนึกขึ้นมาได้ว่าลูกสาวเธอท่าทางจะชอบปรเมศหรือว่าที่ไม่อยากหมั้นก็เพราะปักใจกับปรเมศไปแล้ว “หนูมีคนที่ชอบแล้วเหรอลูก“
“หนูอยู่แต่บ้านแม่จะให้หนูไปชอบใคร”
“ก็...คุณปาล์ม คนที่หนูเพิ่งไปเจอมา”
“หนูไม่ได้ชอบเขาเวลาอยู่ด้วยรู้สึกอึดอัดจะตาย หนูทนไปเดทกับเขาก็เพราะแม่ แล้วดูสิแม่ยังมาบังคับให้หมั้นอีก” มุกจันทร์ได้ทีก็พรั่งพรูคำที่อัดอั้นในใจออกมา
“โธ่ลูกแม่ ต่อไปหนูก็ไม่ต้องทนอึดอัดแล้วนะ ลูกชายน้าเอื้องเป็คนดีหนูไม่อึดอัดแน่นอน”
พูดไปพูดมาก็วกกลับมาที่ลูกชายน้าเอื้องอีกแล้ว