ต่อจากเื่เธอขา จบบทที่7:
“อู้..คุณศิลาขา”
ป้าลำดวนส่งเสียงตื่นใ เมื่อเห็นหลานชายเ้าของบ้าน นอนขดตัวอยู่บนโซฟาหลุยส์อายุเก่าแก่กว่า20ปี
หลังจากออกจากคอนโดของชล ศิลากดปลายเท้าลงบนคันเร่ง ขับรถฝ่าความเงียบของค่ำคืน อย่างมีจุดหมาย ท้องฟ้าเหนือเขาไร้ดาว เหมือนความรู้สึกในอกที่ว่างเปล่า
เขาขับไปเรื่อย ๆ เป็เวลากว่าสามชั่วโมง แต่ทุกวินาทีกลับรู้สึกเหมือนชั่วนิรันดร์ นึกถึงภาพของชลที่มีแต่รอยยิ้ม ครั้งหนึ่งเคยเป็แสงสว่างเดียวในชีวิตของเขา แต่ตอนนี้ ศิลารู้สึกว่ามันได้ดับลง ด้วยมือของเขาเอง
หัวใจของเขาบีบรัดแน่น จนหายใจไม่ออก ทุกครั้งที่นึกถึงสิ่งที่เขาได้ทำลงไป มันเป็อะไรที่เขาไม่เคยคิดฝันว่าจะเกิดขึ้น
เขาเผลอไผลลืมตัว ทำอะไรบ้าคลั่งอย่างคนไร้สติ ทำร้ายเธอขา คนที่เป็ทุกอย่างในชีวิตของเขา เวลานี้ชลคือคนเดียวที่มอบความสุข รอยยิ้มให้แก่เขา แต่เพียงคืนเดียว เขากลับทำลายทุกอย่างลงเสียจนหมดสิ้น
เสียงเครื่องยนต์ที่ครางต่ำเป็เพื่อนในค่ำคืนที่เงียบสงัด มันไม่อาจกลบเสียงความคิด และความรู้สึกผิดที่ดังก้องอยู่ในหัวใจของศิลา
ขาอยากย้อนเวลา แต่ก็รู้ดีว่า นั่นเป็เพียงความฝันลม ๆ แล้ง ๆ ความจริงคือ...สิ่งที่เขาทำไปแล้ว ไม่อาจหวนคืน
มือใหญ่จับกุมพวงมาลัยแน่นจนข้อนิ้วซีด แต่ไม่ว่าจะแรงแค่ไหน ก็ไม่อาจปลดปล่อยความเ็ป ที่คั่งค้างในใจออกมาได้
ศิลาเกิดมาในครอบครัวนักธุรกิจ พ่อกับแม่แต่งงานด้วยความรัก แต่เมื่อเขาอายุเพียง 3 ขวบ ทั้งสองก็ทะเลาะกันหนัก เพราะพ่อทำเลขาท้อง
และต้องรับผิดชอบ จึงทำให้พ่อมีภรรยาอีกคน และเมื่อธุรกิจก็เริ่มวิกฤต พ่อจึงแต่งงานกับหญิงสาวผู้มั่งคั่งเข้ามาเป็ภรรยาคนที่สาม เพื่อกู้สถานการณ์
ในขณะเดียวกัน ศิลาและแม่กลับถูกลืม จนแม่ไม่อาจทนอยู่ได้อีกต่อไป จึงขอแยกทาง โดยพยายามพาศิลาไปด้วย แต่พ่อไม่ยอม
ศิลาจึงต้องไปอยู่กับพ่อและภรรยาคนที่สอง ซึ่งเธอมีลูกชายอายุห่างจากศิลา 3 ปี ใน่แรกเหมือนทุกอย่างจะเป็ไปด้วยดี
แต่ภรรยาคนที่สองกลับคอยหาเื่กลั่นแกล้งศิลาอยู่เสมอ จนคุณย่าและคุณป้า ทนไม่ไหว จึงไปรับศิลามาอยู่ ที่บ้านสวนต่างจังหวัด
แม้ตอนแรกพ่อและแม่ยังแวะมาเยี่ยม แต่เมื่อเวลาผ่านไป ศิลาก็นั่งเฝ้ารอโดยไม่มีใครกลับมาอีกเลย เขาเติบโตมาพร้อมการดูแลจากคุณย่ายิ้ม คุณป้าหนึ่ง และป้าลำดวน พร้อมคนที่บ้านสวน ซึ่งเป็ทุกอย่างในชีวิตเขา
เมื่อโตขึ้น พ่อส่งศิลาไปเรียนต่างประเทศ หวังให้กลับมาช่วยธุรกิจ แต่เมื่อศิลากลับมา พ่อกลับจับเขาหมั่นกับเมจิ ลูกสาวเพื่อนของพ่อ
ศิลาคบหาเมจิด้วยความตั้งใจ แต่แล้วน้องชายต่างแม่ของเขาก็กลับมาจากต่างประเทศ ทุกสิ่งที่ศิลามี พ่อกลับมอบให้น้อง ไม่ว่าจะเป็ตำแหน่งในบริษัท หรือแม้กระทั่งเมจิ ผู้ซึ่งกลายเป็น้องสะใภ้ของเขาในที่สุด
ศิลาตกอยู่ในสภาพเหมือนคนบ้า ทั้งถูกแย่งคนรัก และตำแหน่งในบริษัท เหลือเพียงผู้จัดการธรรมดา ในขณะที่น้องชายได้เป็รองประธาน
แม้ว่าศิลาจะทำงานทุกอย่างเพื่อน้อง แต่ก็ยังถูกภรรยาพ่อคนที่2 ปล่อยข่าวว่าเขาซุกภรรยา จนทำให้เขาดูไม่ดี และไม่มีใครกล้าเข้าหาในฐานะคนรัก ทำให้เขาต้องใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว ทั้งในเื่งานและความรักจนทุกวันนี้
“อะไรกันแม่ลำดวน..เสียงดังไปถึงในครัว”
ย่ายิ้ม หญิงชราวัย 80ปีแต่ยังแข็งแรง มีเคล้าโครงความสวยที่เหลือไว้บนหน้าตาที่เหี่ยวย่นตามวัย
เธอเป็ลูกผู้ดีเก่าสำเนียงการพูดจา จึงดูเหมือนชาววัง ถึงแม้ว่าจะได้แต่งงานกับพ่อค้าเชื้อสายจีน จนมีบุตรด้วยกัน 5คน ซึ่งพ่อของศิลา เป็ลูกคนที่สาม
“คุณย่าขาดูสิคะ..เนี่ยคุณศิลาขาของลำดวน มานอนขดอยู่ตรงนี้ั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้” ป้าลำดวนรีบรายงานเ้าของบ้าน
“อะไรกันคะ..คุณศิลา ทำไมไม่ขึ้นไปนอนบนห้องเสียให้สบายละลูก”
“อื้อ....คุณย่าขา”
ศิลาตื่นจากความหลับใหล อย่างมึนงง หลังจากขับรถมาถึงบ้านที่อบอุ่นที่เดียวที่เขามี ไม่ว่าทิ้งกายจะนอนตรงไหน ก็หลับสบายไปเสียหมด
“ไหนย่าดูสิ..แม่ลำดวนไปหาผ้ามาให้คุณศิลาขาเช็ดหน้าหน่อย!”
“ได้คะคุณย่า”
“อื้อ..คิดถึงคุณย่าขาจังค่ะ”
ศิลากำลังจะอายุครบ 35 ปีในอีกไม่กี่วัน แต่ในยามที่เขากลับมาที่บ้านสวนหลังนี้ เขาก็กลับเป็เพียงเด็กน้อยที่อ้อนคุณย่าอย่างไร้กังวล
หญิงชราโอบกอดหลานชายที่รักแแ่ ความรักและความห่วงใยที่ส่งผ่านอ้อมกอดนั้นอบอุ่น อย่างที่ศิลาคิดถึงมานานหลายเดือน
คุณย่าลูบผมศิลาเบา ๆ เหมือนครั้งที่เขายังเป็เด็ก ทุกครั้งที่กลับมาบ้านสวน ศิลาจะทิ้งความทุกข์ ความเหงา และความเครียดทั้งหมดไว้ข้างนอก ปล่อยตัวเองให้ได้พักพิงในอ้อมกอด ของหญิงชราที่เขารักและเคารพที่สุด
แม้ภายนอกศิลาอาจดูเป็ผู้ใหญ่ที่ใกล้จะก้าวเข้าสู่วัยกลางคน แต่ในสายตาของคุณย่า เขายังคงเป็ “เด็กน้อย” ที่้าความอบอุ่น และความรักจากครอบครัว ที่เขาไม่เคยได้รับ
“โดนน้องชายตัวดีสร้างปัญหาอะไรอีกล่ะรอบนี้ ถึงได้มาซะดึกดื่น”
เสียงป้าหนึ่งแว่วมาจากประตู เธอเดินเข้ามาหาศิลา พร้อมด้วยสายตาที่บ่งบอกถึงความรู้ดี
เพราะหลายปีที่ผ่านมา ศิลามักจะต้องคอยเก็บกวาดความผิดพลาดของน้องชายต่างแม่เสมอ แต่ไม่ว่ายังไง พวกเขาก็ไม่เคยให้คุณค่าในตัวศิลาเหมือนพี่ชายเลยสักครั้ง
“เปล่าครับคุณป้าขา ศิลาแค่คิดถึง”
ศิลายิ้มบาง ๆ ให้กับป้าหนึ่ง คำพูดนั้นเต็มไปด้วยความอ่อนโยน แต่แฝงไว้ด้วยความเหนื่อยล้า เขารู้ดีว่าป้าหนึ่งคงเข้าใจ ว่าเขากำลังเ็ปเพราะเื่เดิม ๆ
แต่ครั้งนี้ เขาเพียง้าหาที่พึ่งในบ้านที่อบอุ่นของเขา ชายหนุ่มร่างใหญ่ในเวลานี้ยังอยู่ จิติญญาเด็กตัวน้อย ที่คอยอ้อนสองสาวต่างวัยอย่างเอาอกเอาใจอยู่เสมอไม่เคยเปลี่ยน
“มาป้าขา กอดหน่อยลูก”
ป้าหนึ่งเปิดอ้อมแขนอย่างอบอุ่น น้ำเสียงนุ่มนวลประสานกับสายตาฉ่ำวาวที่เต็มไปด้วยความรักและความสงสาร หลานชายคนนี้คือคนที่เธอรักดั่งลูกของตัวเอง
ป้าหนึ่งเคยมีครอบครัว แต่เมื่อสามีจากไปนานหลายปี และไม่มีบุตรให้ดูแล ศิลาจึงเข้ามาเป็แสงสว่างในชีวิตของเธอ
เธอจึงทุ่มเทความรักที่เคยเงียบเหงา ให้หลานชายสุดที่รักคนนี้ จนหมดสิ้น ในอ้อมกอดของเธอที่เปิดกว้าง ศิลาได้พบความอบอุ่นที่ขาดหายไปจากชีวิต ใน่หลายเดือนที่ไม่ได้กลับมา
“ว่าแต่... เมื่อไหร่จะมีแฟนสักที จะได้พามาเที่ยวบ้านบ้าง”
ป้าหนึ่งถามยิ้ม ๆ หลังจากกอดศิลาแน่น จนเขารู้สึกอุ่นใจเต็มที่ หญิงสูงวัย แค่หวังให้หลานรักคลายความทุกข์ในใจสักนิด แม้ในใจเธอจะรู้ดีว่า สิ่งที่ศิลาต้องเผชิญมันหนักหนาแค่ไหน
ศิลานิ่งไปเล็กน้อย คำถามนี้กระทบจุดอ่อนลึกๆ ในใจเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้ ภาพของเมจิหญิงสาวที่เคยเป็คนรักของเขา วูบไหวขึ้นมาในความคิด
แต่แล้วเธอกลับกลายเป็ภรรยาของน้องชายต่างแม่ และศิลาต้องทนเห็นเธอในฐานะนั้นทุกวัน ทั้งที่บ้านและที่ทำงาน มันเป็ความเ็ปที่กัดกินหัวใจของเขาอย่างเงียบงัน ทุกครั้งที่พบเธอ
ศิลาเผยยิ้มบาง ให้ป้าหนึ่ง แต่สายตาของเขาแฝงด้วยความเหนื่อยล้าและเศร้า
“ยังหรอกครับป้าขา”
ศิลาพูดด้วยใบหน้าที่เก็บซ่อนความรู้สึกที่แสดงออก แต่ไม่ปิดบังไม่ได้เลย กับผู้หญิงสามคน ที่จ้องมองเขาอยู่ตอนนี้
...........................