เพราะหลงในรสชาติชวนวาบหวามที่ไม่เคยลิ้มรสมาก่อนทำให้เฌอเอมเพริดไปกับััวาบหวามปั่นป่วนจนหัวหมุนคว้างจนไม่รู้ว่าตอนนี้ถูกพามาที่ใด ดวงตากลมโตหลับพริ้ม ศีรษะทุยหงายเพริดไปด้านหลังเมื่อไฟร้อนเปลี่ยนจากการเลาะเล็มไปทั่วกลีบปากบวมเจ่อเคลื่อนไปทั่วใบหน้ามือนิ่มกำทึ้งเสื้อเจสัน รู้สึกคล้ายคนจมหายลงไปใต้ท้องน้ำเย็นๆหายใจหายคอไม่สะดวก ในอกถูกอัดแน่นจากมือร้อนผ่าวที่โลมไล้สองปทุมถันกลมกลึงซึ่งชูไสวรับสลับไปมา
“ปากเธอหวานยิ่งกว่า candy อบเนยเคลือบน้ำผึ้งแล้วราดซ้ำด้วยคาราเมลอีกรู้ไหมหนูเอม”เอ่ยชมเสียงแหบห้าวสลับกดจุมพิตจูบบนกลีบปากนุ่มไม่ให้ว่างเว้น เล่นเอาคนถูกจู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัวและต่อเนื่องอ่อนระทวยพลางหายใจหอบแรงจนก้อนเนื้อนุ่มไหวกระเพื่อม
“หยุดเถอะนะคุณเจสัน...ได้โปรด”เอ่ยห้ามเสียงเปล่งปร่ากายกลมกลึงสั่นสะท้านด้วยไม่รู้ควรทำอะไรกับสถานการณ์ชวนวาบหวามร้อนสลับหนาวนี้อย่างไรดีได้แต่ก้มหน้างุด ด้วยไม่กล้ามองสบั์ตาคมเข้มเปล่งประกายเร่าร้อนราวกับมีเปลวเพลิงลุกโชติ่
ฝ่ามือหนาลูบไล้ไต่ไปบนแผ่นหลังนวลเนียนสอดมือไล้วกกลับมาด้านหน้า นิ้วยาวนวดคลึงพลางสะกิดเอากระดุมจนหลุดออกจากรังดุมเปิดเปลือยผิวเนื้อนวลเนียนประจักษ์แก่สายตา
“อือ...” ขบกัดกลีบปากอิ่มนุ่มห่อไหล่เข้าหากันหนีมือร้อนที่โลมไล้ทรวงอวบสล้างหยอกเย้าปลายยอดบัวนูนชูชันตอบรับ ท้องไส้ปั่นป่วนราวกับมีพายุคลื่นโหมกระหน่ำสาดซัด“ไหน...ไหนคุณว่ามีเื่จะคุยกับฉันไง คุณเจสัน”
“เอาไว้คุยทีหลังนะหนูเอมตอนนี้ฉันขอชิม candy อบเนยรส honey เคลือบcaramel ก่อนนะ” ตวัดไล้ปลายนิ้วบนกลีบปากอิ่มบวมเจ่อเพราะถูกเขาจูบอย่างหนักหน่วง
“ฉันไม่ใช่ลูกกวาดนะเราไม่ได้เป็อะไรกันด้วย คุณไม่มีสิทธ์มาทำอย่างนี้กับฉันนะ”ประท้วงเสียงสั่นพร่า พยายามเบี่ยงกายหนีแขนกำยำที่ไม่ยอมคลายแรงรัดแล้วยังกระชับจนเธอััถึงความร้อนที่กระจายมาโอบรอบ อีกทั้งฝ่ามือร้อนผ่าวไม่ยอมอยู่นิ่งเฉยััโลมไล้ไปทั่วกายาอย่างไม่ยอมให้มีเวลาคิดหาหนทางพาตัวเองหลุดจากอ้อมแขนแกร่งปากอุ่นเลาะเล็มจูบซับสลับเรียวลิ้นอุ่นชื้นสอดกระเซ้าแหย่ไปในช่องหูก่อนไต่ไล้เรื่อยลงไปตามลำคอนวลเนียน ขบกัดเล็กน้อยจนผิวเนื้อเป็สีแดงระเรื่อขึ้นมา
เจสันยิ้มจนวงหน้าเข้มหล่อดูอ่อนละมุนลง“ถ้าฉันอยากได้สิทธิ์ลิ้มรสcandy อบเนยรส honey เคลือบ caramel ตลอดไปละหนูเอม” ไม่ผิดอะไรนี่น่า ในเมื่อคนซึ่งใจเขาใคร่ปรารถนานั้นยังอยู่ในขั้นความพยายามจีบเธอมาเป็แฟน ไม่ผิดอะไรเลยระหว่างนี้หากเขาจะมีใครสักคนไว้รองรับความ้าอีกอย่างเธอคนนี้ก็หวานเสียจนเขาอยากหม่ำทั้งคืนเสียด้วยซิ
“ฉันต้องทำยังไง บอกหน่อยซิ”
ดูคล้ายเฌอเอมเป็คนง่ายๆ อะไรก็ได้ไม่มีปากมีเสียง แต่เขาคิดว่าไม่ใช่ ลึกๆ เธอแข็งเอาการเชียวล่ะและถ้าเขา้าเธอ ก็ต้องเล่นทั้งเล่ห์กลและมนตร์เสน่หา ชายหนุ่มจึงไม่ยอมหยุดจูบซับซอกคอขาวนวลหอมนวดเฟ้นทรวงอกกลมกลึงปลุกปั่นอย่างไม่ยอมให้เฌอเอมได้มีเวลาคิดตอบปฏิเสธ
“ว่าไงล่ะหนูเอม...ฉันต้องทำไงเธอถึงยอมให้ฉันกินลูกกวาดอบเนยเป็อาหารตลอดเวลาน่ะ หืม...”นิ้วยาวไล้ลูบลาดไหล่กว้างจากฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่งหนึ่งพลางนวดคลึงต่อมความรู้สึกของคนตัวเล็กอย่างอ่อนโยนฝ่ามือร้อนผ่าวโลมไล้ลูบลำตัวกลมกลึงจนคนตัวเล็กสั่นสะท้าน ขนตามเรือนกายลุกชันลำตัวกลมกลึงหยัดยกรับััที่ปลุกปั่นกายให้ปั่นป่วนคล้ายตักกว้างที่นั่งอยู่สั่นะเืเลื่อนลั่น
ปกติแล้วเครื่องแบบแม่บ้านทั่วๆ เป็ชุดสีน้ำตาลแขนสั้น เสื้อกระชับตัวและกางเกงขาบานคล้ายกระโปรงยาวเหนือเข่าเล็กน้อยแต่เพราะเฌอเอมยังอยู่ใน่ฝึกงานชุดที่เธอใส่จึงเป็เสื้อเชิ้ตสีขาวและกระโปรงสีดำสั้นเลยเข่าขึ้นมาเล็กน้อยทำให้เขาสามารถตวัดเลิกชายกระโปรงขึ้นมา เปิดเปลือยผิวเนื้ออ่อนละมุนและลำขากกลมกลึงให้นิ้วยาวได้ัักับความนุ่มลื่นอย่างง่ายดาย
“อุ้ย! ไม่นะคุณเจสัน”ร้องห้ามเสียงเปร่งปร่า พยายามจับมือใหญ่ออกจากกาย แต่ก็สู้แรงชายหนุ่มไม่ได้
“อย่าห้ามฉันซิหนูเอม ไม่เป็ไรหรอกไม่มีอะไรน่ากลัวแม้แต่นิดเดียว ฉันสัญญาไม่ทำอะไรที่เธอไม่ยอมนะ” แต่ท่าทางอ่อนต่อโลกตามเขาไม่ทันอย่างนี้เชื่อเถอะโดนเขาตะล่อมหน่อยเดียวเป็เฌอเอมนั่นแหละที่จะเว้าวอนขอให้เขากระหน่ำซ้ำเมคเลิฟกับเธอไม่ยอมหยุดพัก
“ตะ...แต่ว่ามัน...”ปกติเธอก็พูดไม่ทันใครเขาอยู่แล้ว มาเจอกับเหตุชวนใจระทึกวาบหวามและหวั่นไหวอย่างนี้ก็ยิ่งกระอึกกระอักสมองไม่สั่งการและพูดอะไรไม่ออกไปเสียดื้อๆ
“ฉันไม่เอาเปรียบหนูเอมหรอกนะ”ปากอุ่นระอุทาบบนลาดไหล่กว้าง ขบเม้มผิวเนื้อนวลนุ่มหอมราวกับดอกไม้ป่าคลอเคลียซุกไซ้ซอกคอนวลเนียนนุ่ม จับข้อเท้าบอบบางตวัดพาดเปลี่ยนให้เฌอเอมนั่งหันหน้ามาหาเขาแบบเต็มๆมิใช่นั่งเองเอียงบนตักกว้าง
“ตอนนี้ฉันก็แค่อยากเห็นหนูเอมให้ชัดๆอยากลิ้มรสลูกกวาดรสหวานอย่างกับน้ำผึ้งราดคาราเมลหลายๆ ครั้งเท่านั้นเองฉันขอแคนี้เอง หนูเอมจะใจดำไม่ยอมให้ฉันเชียวหรือ”
เพราะรู้ว่าควรพูดอย่างไรให้คนตัวเล็กยินยอมพ่วงกับปลายนิ้วที่ตวัดเกี่ยวเอากระดุมหลุดจากรังดุมจนหมดและดันเสื้อตัวเล็กเคลื่อนหลุดจากไหล่มนโดยเร็จจนเฌอเอมไม่ทันได้ห้ามปรามก่อนเสียงครางจะดังลั่นคอแกร่ง ทำให้คนที่กำลังจะปฏิเสธสะดุ้งใจนปากสั่นพูดไม่ออก
“สวยมากเลยรู้ไหมหนูเอม”เอ่ยชมเสียงพร่าด้วยความกระหายที่ผุดขึ้นมาอย่างเร็วรี่ เห็นตอนแรกคิดว่าภายใต้หุ่นบอบบางไม่น่ามีอะไรให้สนใจทว่าเมื่อเปลือกที่ห่อหุ้มหลุดออกไปกลายเป็เฌอเอมมีส่วนเว้าส่วนโค้งที่น่ามองและน่าจับต้องเป็ยิ่งนัก
อกกลมกลึงกะทัดรัดที่เมื่อทาบมือลงไป...เหมาะเจาะรับกับมือเขาเสียเหลือเกินจนอยากจับต้องไม่วาง พ่วงกับความอยากรู้ที่พลุ่งพล่านขึ้นมาถ้าเขาดึงเอาเ้าม่านสีหวานที่ปกปิดเต้าสวยโยนทิ้งไปแล้วใช้ปากเขาทาบทับปิดแทนจะเป็ยังไงนะ เ้าเม็ดสีดอกบัวจะหวานและนุ่มลิ้นสักแค่ไหนกัน
เฌอเอมห่อตัว ดึงร่างหนีมือใหญ่ที่ทาบลงบนทรวงอกแต่ก็ติดท่อนแขนกำยำที่สอดเข้ามาทางด้านหลัง “ได้โปรดหยุดเถอะนะคุณเจสันฉัน...ฉันกลัว”
เอื้อนเอ่ยขอร้องเสียงสั่นเทาให้ชายหนุ่มหยุดทำให้เธอรู้สึกคล้ายลูกไก่ถูกปรอยฝน ปั่นป่วนวูบวาบไปหมดจะร้อนก็ไม่ใช่ จะหนาวก็ไม่เชิง จนต้องรีบยื่นแขนไปหวังปัดมือใหญ่ออกไปแต่กลับถูกคนตัวใหญ่ห้ามด้วยสีหน้าและแววตาดุ
“ถ้าเธอพูดมากไปกว่านี้นะหนูเอมฉันอาจเปลี่ยนใจไม่แค่จูบที่ปากและตรงนี้...”ทาบมือนวดเฟ้นอกนุ่มหยุ่นอย่างหนักหน่วง
“แต่จะกำจัดเสื้อผ้าที่เกะกะพวกนี้ออกจากตัวเธอจนหมดไม่ให้เหลือสักชิ้นจากนั้นก็อุ้มเธอไปวางบนเตียง แล้วฉันก็...”
เฌอเอมหุบปากฉับพลัน กลัวว่าเจสันทำอย่างที่พูดกับเธอจริงๆ ‘คนบ้า ตัวจะปล้ำเขาอยู่รอมร่อแล้วยังมีหน้ามาดุเขาอีก’
“ไม่เห็นต้องทำหน้าเศร้าและกลัวฉันอย่างนี้เลยหนูเอม”จับปลายคางมนขึ้น ไล้นิ้วกับกลีบปากบวมเจ่อ “ถ้าไม่ดื้อไม่รั้นทำตามความ้าของฉันโดยไม่ขัดขืน ก็จะไม่มีการทำอย่างที่พูดหรอก”
“แต่คุณทำให้ฉันอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้วคุณเป็ผู้ชายอาจพอใจกับการที่มีผู้หญิงยอมให้จับต้องง่ายๆแล้วฉันล่ะควรดีใจจนเนื้อเต้นหรือไง กับการมานั่งเกือบเปลือยให้ผู้ชายที่ไม่ใช่สามีจับต้องลูบไล้ร่างกายราวกับคนหน้าไม่อายอย่างนี้นะ”คิดว่าเหตุผลมาพูด คงทำให้เจสันไม่พอใจเขาจึงปิดปากอิ่มนุ่มด้วยปากหนาแทน
กายอรชรสั่นสะท้านราวกำลังจับไข้ปั่นป่วนระคนวาบหวามจากปากอิ่มนุ่มที่ถูกบดคลึงลงมาอย่างหนักหน่วง เปิดแยกปากอิ่มสอดแทรกเรียวลิ้นอุ่นชื้นล่วงล้ำเข้าไปกวาดไล้ความหวานและกระหวัดกวัดเกี่ยวกับลิ้นเล็กๆร่วมด้วยฝ่ามือหนาอุ่นราวกับถ่านไฟที่นวดเฟ้นทรวงนุ่มหยุ่นจรดปลายยอดชูชันเป็ตุ่มไตที่มิอาจต้านทานได้
อย่างหนึ่งคือความไร้เดียงสาบวกกับความหวานละมุนของเฌอเอมที่ทำให้เขานึกถึงดอกไม้ในป่ากว้าง บานชูช่ออวดกลีบดอกบางๆ ไม่แพ้กลิ่นหอมสดชื่นปากหนาเลาะเล็มจูบซับไปทั่ววงหน้านวลนุ่ม เรื่อยลงไปตามลำคอระหงเนินทรวงสล้างและซบลงบนสองเต้านุ่มหอม
เจสันััเย้าหยอกปทุมถันนุ่มหยุ่นหนักหน่วงสลับบางเบาราวกับผีเสื้อโบยบินลิ้มชมน้ำหวานจากดอกไม้ทำให้เฌอเอมคลายแข็งขืนลงทีละน้อยพายุอารมณ์พัดพาความปั่นป่วนวาบหวามจนเธอไม่รู้จะรับมือยังไงดีััหนักหน่วงราวเปลวไฟเผาผลาญทำให้เนื้อตัวอ่อนระทวยคล้ายขี้ผึ้งถูกลนด้วยไฟวงหน้านวลแดงระเรื่อแหงนหงายไปด้านหลังให้เจสันดมดอมบัวตูมเต่งตึงตามแต่ใจชอบ
หวาน...จนไม่อยากหยุด ทว่าถ้าไม่หยุดตอนนี้สาเหตุเพราะร้างห่างการคลุกคลีกับผู้หญิงบนเตียงมานานแรมเดือน คงทำให้อดใจไม่ไหวช้อนร่างอรชรไปวางบนเตียงแล้วฉีกทึ้งเสื้อผ้าเธอออกพร้อมโจนจ้วงกัดกินเนื้อสาวราวกับหมาป่าผู้หิวโหยราวกับอดอยากปากแห้งมานานแรมปีเชียวล่ะคิดได้อย่างนั้นเจสันจึงยอมตัดใจ ละจากสองปทุมถันอิ่มนุ่มอย่างแสนเสียดายสุดปากร้อนผ่าวขบเม้มจุมพิตไต่เคลื่อนไปบนผิวเนื้อนุ่มราวกับแพรไหมเนื้อดี
“หนูเอม” ร้องเรียกเสียงพร่าแหบมือใหญ่ยังคงทาบทับบนอกกลมกลึง ฟอนเฟ้นอย่างแ่เบาอ่อนโยน
“ขา” ขานรับเสียงหวานเอนตัวอิงกับอกกว้าง หายใจหอบรัวเร็วอย่างสะท้านสั่นไหวลำตัวกลมกลึงแอ่นโค้งให้อกกลมกลึงัักับฝ่ามือหนาอย่างถนัดถนี่กลีบปากอิ่มนุ่มขบกัดเพราะไม่้าให้หลุดเสียงร้องแปร่งปร่าออกไป
“คืนนี้ทานอาหารค่ำกับฉันนะหนูเอม”ตอนแรกคิดใช้เธอเป็แม่สื่อเชื่อมเขากับผู้หญิงอีกคนแต่ตอนนี้เห็นทีต้องละความคิดนั้นเอาไว้ก่อนแล้วล่ะเธอหวานหอมและชื่อบริสุทธิ์ขนาดนี้ ให้ไม่สนใจหรือ ไม่ล่ะเขาไม่โง่ขนาดนั้นเก็บเธอไว้ข้างกาย ค่อยละเลียดลิ้มชิมรสอย่างช้าๆ ไม่ให้เหลือแม้กระทั่งเศษซากดีกว่า
“แต่ฉันต้องทำงาน”
เจสันหัวเราะหึหึ “รู้ไหมหนูเอมฉันไม่ชอบการถูกปฏิเสธ กับคนอื่นฉันก็มีวิธีการสารพัดที่บอกให้รู้ว่าไม่พอใจแต่กับเธอนี่...ให้โอกาสเธอตอบใหม่ แต่บนเตียงนอนนะหนูน้อย”
ทาบปากขบเม้มซอกคอหอมกรุ่นฝ่ามือโลมไล้นวดเฟ้นปทุมถันชูชันไสว สอดไซ้ปลายนิ้วไปในกรวยสีหวานถูกไถกับตุ่มไตหดเกร็งจนคนตัวเล็กหลุดเสียงร้องหวานนุ่มออกจากปากอิ่ม จิกเกร็งลำตัวตลอดถึงปลายเท้าสองมือทาบพร้อมกับจิกปลายเล็บบนท่อนแขนกำยำ
ััร้อนผ่าวทำเอาหัวหมุนอยากให้เขาทำอย่างที่ว่าซะจริงๆ เธอจะได้พ้นจากความทรมานระคนวาบหวามนี่เสียทีแต่... ให้ถูกขย้ำกินจนไม่เหลือซากแล้วทิ้งอย่างดอกไม้ริมทางน่ะหรือ ไม่ล่ะ“แล้วคุณจะให้ฉันตอบยังไงเล่า ก็ฉันต้องทำงานจริงๆ นี่ กว่าจะเลิกงานก็สี่ทุ่มโน่นหรือคุณจะหิ้วท้องรอล่ะ” แม้อยู่ในห้วงอารมณ์ปรารถนาเฌอเอมก็อดต่อว่าคนที่ไม่สนใจคนอื่นเลยนอกจากความ้าของตัวเองไม่ได้
เจสันทาบปากหนาบนกกหูสอดเรียวลิ้นอุ่นชื้นในช่องหูนุ่ม “เื่นั้นไม่มีปัญหาหรอกหนูเอมฉัน้าคำตอบที่ทำให้พอใจเท่านั้น”ฝ่ามือคลึงเคล้นอกตูมเต่งตึงจากฐานจรดปลายยอดทับทิมนุ่มที่แข็งขันเป็ไตอย่างหนักหน่วงค่อนไปทางรุนแรงด้วย้าให้เฌอเอมรู้ นี่คือการลงทัณฑ์ที่เธอกล้าขัดขืนความ้าของเขา
“ฉันไม่...”
“ตอบดีๆ นะหนูเอมฉันรอคำนั้นจากเธออย่างใจจดใจจ่อเชียวล่ะ”
“บ้าแล้ว!” เฌอเอมต่อว่าน้ำเสียงขุ่นเจืออาการกระเง้ากระงอดดวงหน้างอง้ำบึ้งตึง ขืนเธอตอบตกลงไปก็เข้าทางเขาน่ะซิทั้งที่เธอเป็เพียงแค่คนเพิ่งรู้จักกัน เขายังทำจนเธอตัวอ่อนระทวยราวขี้ผึ้งถูกลนด้วยไฟ ขืนไปทานอาหารเย็นด้วย ไม่ต้องคิดอะไรแล้ว ถูกเหมาเอาว่ายินยอมให้เขาพาไปปู้ยี่ปู้ยำแต่โดยดีน่ะซิ
เฌอเอมสะบัดส่ายศีรษะแรงๆ“ฉันว่าเอาไว้เราค่อยนัดกันวันหลังดีกว่านะคะคุณเจสัน ไปทานตอนเที่ยงก็ดีนะ”หาทางออกที่คิดว่าดีที่สุดให้ตัวเอง
“ว้าย...ตกลง!” รีบตกปากรับคำอย่างเร็วไว เมื่อเจสันสอดแขนยกร่างขึ้น “ฉันตกลงแล้วทีนี้คุณก็วะ...วางฉันลงได้แล้วซิ” บอกกับอีกฝ่ายเสียงสั่น หัวใจเริ่มเต้นตุ๊มๆต้อมๆ ราวกับจะหลุดร่วงออกมาจากทรวง ด้วยสายตาคมเข้มที่เปล่งประกายวามวาวระยิบระยับ
“พูดง่ายๆ อย่างนี้ค่อยน่ารักหน่อย”มอบจูบหวานๆ ปนเร่าร้อนจนเฌอเอมถึงกับตัวอ่อนระทวยอีกรอบ
“ไม่ได้อยากน่ารักกับคนอย่างคุณ ได้คำตอบที่พอใจแล้วก็ปล่อยฉันเสียทีซิฉันจะไปทำงาน หายตัวมานานแล้ว เดี๋ยวใครสงสัยหาว่าฉันอู้แล้วเอาเื่ไปฟ้องฝ่ายบุคคลฉันก็แย่น่ะซิคุณ”
“ไม่หรอก ฉันมีทางออกให้”
“อะไร” ถามพลางกะพริบตาปริบๆ
“เผอิญฉันทำกระดุมเสื้อหลุดหายไปไหนก็ไม่รู้เลยเรียกแม่บ้านมาช่วยหา”
“ฉลาดจริงๆ เื่อย่างนี้น่ะ”ประชดเข้าให้เลยถูกชายหนุ่มจูบปากอิ่มนุ่มอย่างหนักหน่วง “ยะ...หยุด นะคุณ พอแล้ว”เอ่ยห้ามอย่างเร็วรี่ปนหอบนิดๆ เมื่อถูกจูบเป็พายุบุแคมอย่างแทบไม่ยอมให้ได้หายใจหายคอ
“เปลี่ยนใจดีกว่าไหมหนูเอม”ปากร้อนผ่าวไต่ดะไปบนซอกคอหอมกรุ่น สองมือเคล้นคลึงทรวงอิ่มนุ่มหยุ่น“พาเธอขึ้นเตียงเดี๋ยวนี้ดีกว่านะ” ถามพร้อมดวงหน้าเปื้อนยิ้มมองสบั์ตากลมโตใส่แจ๋วเปล่งประกายหวาดหวั่นกลีบปากอิ่มแดงอ้าค้างด้วยตื่นตระหนก
“ไม่นะคุณ ฉันรับปากแล้วไงตอนนี้คุณควรปล่อยให้ฉันไปทำงานซิ”
“แล้วหนูเอมมีอะไรมาแลกล่ะ”
เฌอเอมถึงกับอ้าปากค้างอีกหน ว่าแล้วเชียวมันต้องมีอะไรสักอย่างแน่ๆ ทำไมตอนซื้อลอตเตอรี่ถึงไม่แม่นขนาดนี้บ้างนะ“แล้วคุณ้าอะไรล่ะ แต่บอกเสียก่อนนะ ถ้าให้ไม่ได้ฉันก็ไม่ให้”
ถ้าเขาอยากได้ มีหรือเธอจะรับมือไหวน่ะ แต่ตอนนี้เอาแค่น้ำจิ้มก่อนแล้วกันส่วนที่จัดให้เต็มๆ ยืดเวลาออกไปเล็กน้อยก็ไม่เห็นเป็อะไรเลยนี่น่า ของอร่อยๆเขาว่าต้องค่อยๆ ละเลียดลิ้มทีอย่างช้าๆ ถ้าเร็วไปจะกลายเป็มูมมามตะกละตะกลามอาจกระตุ้นให้หนูเอมเปลี่ยนเป็กระต่ายตื่นตูมวิ่งหนีไปจากมือเสียก่อน
“ไม่หรอก หนูเอมให้ได้ ฉันอยากได้แค่...” นิ้วยาวยกขึ้นทาบบนปากหนาก่อนไปทาบบนปากอิ่ม “อีกสักครั้งหนูเอมคงไม่ขัดนะ”
“บ้าแล้ว เอาเปรียบกันเห็นๆเอาเปรียบกันตลอดเลยนะคุณน่ะ” ตวัดค้อนใส่อีกฝ่ายปะหลับปะเหลือก
“หรือหนูเอมจะไม่ให้ฉันล่ะ”
ดวงหน้าใสงอง้ำบึ้งตึง ปากอิ่มขมุมขมิบเล็กน้อย ‘ถามมาได้เธอมีทางเลือกด้วยหรือไง’ย่นจมูกเล็กโด่งใส่ซึ่งยิ้มหน้าบานเป็จานเชิงอย่างหงุดหงิดที่สุดท้ายก็ต้องยอมแพ้เขา“คุณหลับตาก่อนซิ”ขณะเอ่ยพูดเธอรับรู้ถึงริ้วลมร้อนผ่าวที่พุ่งขึ้นไปรวมตัวกันบนดวงหน้าได้อย่างดีเลย
เจสันยิ้มกรุ้มกริ่ม ความจริงเขาอยากแกล้งหญิงสาวมากกว่านี้นะแต่เอาเป็ว่าสงสารนิดหน่อยแล้วกัน เลยยอมทำตามที่คำพูดของเธอง่ายๆ
เห็นเขาหลับตาแล้วเธออยากยกมือบีบจมูกให้หายใจไม่ออกมากกว่าการโน้มหน้าไปทีละน้อยพอให้ชายหนุ่มรู้สึกว่าปากอิ่มแนบไปบนปาก ก็เป็อันว่าเธอทำตามความ้าของเขาเรียบร้อยแล้วแต่พอจะถอยออกเท่านั้น
“อุ้ย!! ไหนบอกปล่อยฉันแล้วไงคุณเจสันนี่มารัดไว้ทำไมอีก” ถามอย่างตื่นตระหนก
“ก็ที่หนูเอมทำเมื่อกี้เขาไม่ได้เรียกว่าจูบนี่น่าเป็แค่เอาปากแตะปากเท่านั้น” แนบปากหนาร้อนลงไปบนปากอิ่มนุ่มบดคลึงอย่างแ่เบาอ่อนโยนให้คนตัวเล็กได้รับรู้ถึงจุมพิตวาบหวามซาบซ่านที่เมื่อเธอจากไปทำงานก็จะระลึกถึงและเฝ้าภาวนาให้ถึงคืนนี้เร็วๆเพื่อจะได้กลับมาลิ้มรสใหม่อีกครั้ง
“อย่างนี้ต่างหากหนูเอมเขาถึงจะเรียกว่าจูบ” เจสันจูบปากอิ่มอีกครั้งขบกัดพลางสอดแทรกเรียวลิ้นอุ่นชื้นไปกวาดไล้ทั่วโพรงปากนุ่มอย่างช้าๆ ดื่มด่ำกับความหวานจนพอใจถึงได้ยอมตัดใจปล่อยร่างอรชรอ่อนระทวยให้เป็อิสระอย่างแสนเสียดาย
เมื่อรู้ตัวว่าแขนใหญ่คลายออกเฌอเอมก็รีบผุดลุกจากตักกว้างสาวเท้าถอยไปยืนหอบอยู่ไกลๆโดยไม่ทันได้ฟังด้วยซ้ำว่าเจสันพูดอะไร มือหนึ่งปิดบังทรวงอกกลมกลึง อีกมือก็รีบปัดชายกระโปรงลง
“ฉันไปได้แล้วใช่ไหมทีนี้”
“ยัง”
“อะไรอีกเล่า!” ตวาดถามเสียงเขียว
“หนูเอมจะออกไปได้ไงล่ะในเมื่อเสื้อยังอยู่นี่เลย” หยิบเสื้อขึ้นชูั์ตาพราวระยับไม่แพ้วงหน้ายิ้มกรุ้มกริ่ม
“งั้นคุณก็ส่งมาซิฉันจะได้รีบใส่แล้วรีบไป อะไรอีกล่ะทีนี้นะ” กัดฟันถาม เมื่อเจสันส่ายศีรษะปฏิเสธ
“เปล่า คราวนี้ไม่้าอะไรแค่อยากถาม เรานัดเจอกันที่ไหนดีเท่านั้นเอง”
“อย่างกับบอกไปแล้วคุณจะเชื่อฉันงั้นแหละอยากให้ฉันไปเจอที่ไหนคุณก็บอกมาซิ แต่ช่วยหาที่ปลอดคนหน่อยก็แล้วกันนะฉันไม่อยากให้พนักงานในโรงแรมเห็น กลัวถูกปาดคอทิ้ง”
“หนูเอมนี่อารมณ์ขันดีจัง”เอ่ยกลั้วหัวเราะในลำคอ ทั้งที่รู้ว่าคนตัวเล็กประชดเข้าให้“อืม...งั้นเอาเป็เราเจอกันที่...ห้องนี้แล้วกัน”
“อะไรนะ!” เฌอเอมแผดเสียงดังลั่น“บ้าหรือไงคุณ ให้ฉันตากหน้าขึ้นมาหาคุณที่นี่นะ เพี้ยนหรือไง คุณก็รู้ว่าฉันไม่้าให้ใครเห็นเราอยู่ด้วยกันแล้วยังมีหน้านัดให้มาหาที่ห้องอีก บ้าหรือเปล่า” ถามกลับด้วยอาการกระฟัดกระเฟียดก่อนั์ตากลมโตจะเบิกกว้าง เมื่อสมองเริ่มประมวลผลบางอย่างได้
“เฮ้ย! คุณคงไม่ใช่ผู้ชายที่พนักงานเขาว่ากันอยู่หรอกนะ”
“เื่?” คิ้วเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อยก่อนร้องอ๋อในลำคอ เมื่อนึกขึ้นมาได้ “พอดีบริษัทรวยน่ะเลยให้สวัสดิการดีกับพนักงาน ลงทุนเช่าโรงแรมราคาแพงให้อยู่ แถวนี้อะไรๆ ก็ดีหาอาหารกินง่าย การสัญจรสะดวกรวดเร็วเหมาะสมในทุกด้าน”
“แล้วไป”เฌอเอมตอบกลับอย่างสบายใจขึ้นมาเล็กน้อย กลีบปากอิ่มแบะออก ไม่ชอบเลยให้ตายซิคนรวยๆ นี่ คบยาก นิสัยก็ไม่ดี ชอบดูถูกคนจนและด้อยกว่าอย่างกับตัวเองอยู่เหนือกว่าแล้วจะไม่เจ็บไม่ไข้ แล้วไม่ตายอย่างนั้นแหละเห็นคนเราตายไปก็ไม่เคยเอาอะไรไปได้เลยสักอย่างแถมยังต้องอาศัยคนอื่นเขาห้ามขึ้นเมรุอีกด้วย อะไรๆ ไม่จีรังยั่งยืนสักอย่าง ความตายอยู่ใกล้นิดเดียวน่ารู้จักสังวรตัวเองกันไว้บ้าง
“ทำไมล่ะหนูเอมเพราะอะไรถึงดูไม่ค่อยชอบคนรวยล่ะ” เอ่ยถามคล้ายชวนสนทนาแบบเพื่อน ท่วงท่าสบายๆ
“ฉันไม่อยากคบคนรวย ทำตัวลำบาก”เฌอเอมสะบัดเสียงตอบกลับ พร้อมยื่นมือไปรับเสื้อมาจัดการสวมใส่อย่างกระแทกกระทั้น“คนรวยๆ นิสัยไม่ค่อยดี ชอบดูถูกคนจน” และอีกหลายข้อที่หลุดจากปากอิ่ม
“โห...ข้อเสียเยอะเลย แต่คนรวยๆที่ดีก็มีนะหนูเอม ไม่แน่หนูเอมอาจได้เจอกับคนนั้น ที่เขาพร้อมช่วยเหลือในทุกๆอย่างก็ได้นี่น่า”
“มีด้วยหรือคนที่ช่วยเหลือคนอื่นโดยไม่หวังผลตอบแทนน่ะเชื่อยากเหลือเกินล่ะคุณ สังคมเดี๋ยวนี้น่ะเขาเห็นแก่พวกพ้องและผลประโยชน์ส่วนตัวกันทั้งนั้นแหละ”
“มองโลกในแง่ร้ายเกินไปหรือเปล่าคนเราก็ต้องมีทั้งด้านดีและด้านร้าย ไม่มีใครดีไปเสียหมด พอๆกับไม่มีใครแย่หรือไม่ดีไปหมดหรอกน่า เพียงแค่ตอนนี้หนูเอมยังไม่เจอคนที่มีดีมากกว่าไม่ดีเท่านั้นเอง”
“เช่นคุณที่ร้าย...หาความดีไม่ได้ใช่ไหมล่ะ”ย่นจมูกใส่คนตัวใหญ่กว่าที่ยิ้มรับอย่างไม่สะทกสะท้าน
“อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับคนมองนะ บางคนอาจว่าสิ่งที่ฉันทำดีก็ได้แล้วที่หนูเอมคิดว่าสิ่งที่ฉันทำอยู่นั้นร้าย คงจะโทษฉันฝ่ายเดียวไม่ได้คงต้องโทษหนูเอมนั่นแหละที่...” ส่งสายตาวามวาวพราวระยับ พร้อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่มที่ทำให้คนถูกมองถึงกับหัวใจเต้นแรงพวงแก้มแดงระเรื่อขึ้นทันควัน
“บ้าแล้ว คิดเป็แต่เื่บ้าๆนั่นเื่เดียวหรือไงคุณ” สะบัดค้อนใส่เจสันวงโต “อุ้ย! ตายแล้วคุณนี่บ้าจริงๆ รู้ว่าฉันต้องทำงานยังจะชวนคุณเื่ไร้สาระอยู่ได้”
“อ้าว...” เจสันทำหน้าเหลอแต่ก็รีบผุดลุกขึ้นและก้าวไปหาคนตัวเล็ก “งั้นไปเถอะ มีอะไรฉันช่วยเต็มที่”สอดแขนรัดรอบเอวคอดกิ่วพาก้าวเดินไปจากห้องโดยที่หญิงสาวขัดขืนไม่ได้