“ คนที่จะตายหาใช่ข้าไม่” เทพเอ่ยจบ ก็ท่องมนตร์กำบังกาย แล้วหายวาร์ปไปในทันที ท่ามกลางความตื่นตะลึงของทหารและ นักรบโรนิน ซาโต้แค่ขมวดคิ้ว
แต่ก่อนที่เทพจะเข้าถึง ซาโต้ ลามะสิบคน ก็ ลอยตัวมายืนขวางหน้า หัวหน้าตันตระ ขว้างคทาวชิระธิเบต เข้าตรงหน้าอกเทพ คล้ายกับรู้ความเคลื่อนไหวของเทพทุกอย่าง ก่อนที่คทาวชิระจะทะลุอก เทพก็หงายหลังพุ่งตัวเข้าไป ลามะตันตระใช้เท้า ยันเทพเอาไว้ เท้าทั้งสองปะทะกัน โครม !! เทพได้แต่ถอยกลับไปหลายก้าว คิดในใจว่า ครั้งนี้คงจัดการมันยากแน่ นึกไม่ถึง ลามะผู้นี้จะสามารถมองเห็นร่างของเทพได้ โดยที่ไม่ต้องสวดมนตร์เลยแม้แต่น้อย
แต่เทพก็ไม่ได้สนใจที่จะหายตัวอีก ชักดาบซามูไรออกมา แล้วหมุนตัวควงสว่านเข้าใส่ ลามะตันตระทันที แต่ว่าไม่ทันได้เข้าใกล้ ศิษย์ของลามะสิบคน ก็เหวี่ยงกรงจักรที่เหน็บเอาไว้ด้านขว้าง เข้าปะทะกับดาบเดียวของ เทพ เสียงดังก้องกังวาน ทำให้เทพไม่อาจบุกได้ กลับถูกลามะตันตระ ใช้คทาวชิราวุธที่ คล้ายกับมีสายโซ่ขนาดเล็ก เหวี่ยงกลับเข้ามาระลอกสองอีก คราวนี้เทพต้องหมุนตัวเข้าไปประชิด แล้วฟันใส่หน้า ของลามะตันตระ ฉัวะ !! แต่ว่าถูกลามาะตันตระใช้ผ้าจีวรสะบัดเข้าใส่ ตูม !! จีวรของลามะตันตร์ขาดไปหลายส่วน
เทพไม่รอให้เสียโอกาศ ะโฟันแนวเฉียง และแนวตรงใส่ต่อทันที
กรงจักรกว่าสามสิบอันบินว่อนพุ่งเข้ามาหาเทพอีกครั้ง ทำให้ไม่สามารถฟันร่างของลามะตันตระ ได้เทพ เลยร่ายเวทย์กำบังกายอีกรอบ แล้วหลบไปทางด้านหลังของศิษย์ของลามะตันตระ ฉัวะ ๆ ๆ ๆ ๆ !! ลามะห้าคน หัวหลุดไปกองกับพื้น
แล้วทันใดนั้นเองก็มีบทสวดพระปริตรมาอีกแล้ว เทพถึงกับใไม่คิดว่าลามะพวกนี้จะรู้คาถาบทนี้ด้วย เทพไม่สามารถกลั้นหายใจได้อีก จึงต้องเปิดเผยตนออกมา แต่คราวนี้ มีกองทหารอาสาของญี่ปุ่นถือปืนเข้ามา แล้วยิงใส่เทพทันที
เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !! เทพต้องหลบหนีออกไปด้านข้าง ทะลุกำแพง ทหารอาสาวิ่งตามไปไม่ยอมให้เทพหนีไปได้ แต่ว่าคราวนี้เทพไม่ได้หนีไป ไม่ได้ใช้เวทย์กำบังตน แต่ใช้เพียงผ้าสีดำ ขึงกับผนังบังตนเอาไว้ เป็วิชานินจาที่ ร่างของทาเคชิได้รับการถ่ายทอดมา ทำให้เทพเลียนแบบ แล้วเคลื่อนไหว อย่างเร็วปานสายฟ้า พุ่งเข้าฟันร่างของซาโต้ โครม !! ซาโต้ก็มีพลังวิชาไม่เลวทราม เตะเก้าอี้ใส่เทพแต่ไม่อาจต้านทานความเร็วได้ ถูกคมดาบฟันเข้าที่ไหล่ซ้าย มีาแ เืไหลโทรมกาย
เทพพลาดโอกาสตัดหัวมันไปนิดเดียว เหล่าลูกน้องของมันก็กรูกันเข้ามา เทพฟันหัวพวกมันขาดไปอีกสิบคน แต่ซามูไรชุดดำ ผู้คุ้มกันซ้ายขวา กลับ ปราดเข้ามา แล้ววาดดาบใส่เทพ ด้วยความเร็วสูงสุด ทำให้เทพต้องถอยหนี ไป และยังถูกลามะตันตระขว้าง คทาวัชระธิเบต ใส่อีก ถูกสีข้างเอว จนเทพต้องกระเด็นไปกองกับผนังห้อง กรงจักรอีกนับสิบ พุ่งเข้ามาหมายพิฆาตตามไม่ให้รอด
ตูม !!! เทพใช้ะเิควันพรางตัวของ ทาเคชิ ที่นำมาจากห้องที่เหลือเพียงแค่ 1 เม็ด แล้วพาร่างที่าเ็หนีออกมาได้อย่างหวุดหวิด และะโออกจากคฤหาสน์หนีออกมาไปตามริมน้ำ พบเซกิ กับเซไก นั่งรออยู่ที่เรือที่นัดกันไว้
“ รีบไป” เทพบอกทั้งสองคนอย่างเร็ว แล้วเริ่มท่องมนตร์ช่วย รักษาอาการาเ็ จากการถูก คทาวชิระกระแทกใส่มา ไม่นานก็หายเป็ปกติ
ร่างกายนี้ช่างอ่อนแอ จริงๆ เคลื่อนไหวก็เชื่องช้า พลังภายในก็ไม่อาจสำแดงออกมาได้ อาวุธก็ไม่กล้าแกร่งพอ กลับไปคราวนี้คงต้อง รีบไปเมืองมอญ เอาดาบวิเศษ กับ เ้าจงอางไฟ เสือเขี้ยวดาบ มาช่วย ไม่เช่นนั้น คงยากจะปราบพวกมันได้
“ ทาเคชิ เ้าไม่เป็อะไรใช่ไหม?” เซกิเอ่ยด้วยความเป็ห่วง
“ ไม่เป็ไร พวกลามะไฟ พวกนี้ฝีมือร้ายกาจจริงๆ พวกมันยังมีโรนิน ระดับสูงอีกหลายคน ข้าไม่อาจสังหารมันได้ แค่ฟันมันเป็แผลได้ดาบเดียวเท่านั้น”
“ พวกมันมีนับร้อย แต่เ้าก็บุกเข้าไปฟันมันเป็แผลได้ ก็นับว่าไม่เลวแล้ว คราวนี้พวกเราจะทำอย่างไรต่อดี ข้าเกรงว่า ที่โบสถ์คงไม่อาจเป็ที่หลบซ่อนของเ้าได้แล้ว” เซไกเอ่ยด้วยความเป็ห่วง
“ ข้าจะไปเมืองมอญ เพื่อไปเอาของบางอย่าง”
“ ของอะไร เ้าเคยไปด้วยหรือ” เซกิเอ่ยด้วยความสงสัย
“ เป็ของที่อาจารย์ของข้าเอง ท่านเคยสั่งให้ไปเอา”
“ ใครกันคืออาจารย์ของเ้า”
เทพไม่รู้จะตอบอย่างไร ยิ่งตอบก็ยิ่งต้องอธิบายกันมากมายเลยสรุปสั้นๆไป
“ อาจารย์ในฝัน ท่านเป็คนมาเข้าฝัน และสอนข้าทุกๆ อย่าง”
“ พวกเราจะไปกับเ้าด้วย” เซไกเอ่ยตัดบททันที
เทพไม่รู้จะขัดขวางอย่างไร เลยพยักหน้า ทั้งหมดออกเดินทางด้วยซื้อม้า ของแขกเปอร์เซีย เป็ม้าตัวใหญ่ ทั้งหมด เซกิกับเซไก สงสัยทำไมเทพถึงได้มีเงินทองมากมายเช่นนี้ แต่เทพก็ตัดบทไปอีกว่า อาจารย์ท่านได้มอบเอาไว้ให้
ทั้งหมดขี่ม้า ออกจากกรุงศรี ไปที่เมืองกำแพงเพชร ก่อนทันที
ทั้งหมดมาค้างคืนที่ ชายแดนเมืองกำแพงเพชร
“ ทาเคชิ เ้าเคยไปเมืองเมาะตะมะหรือ ข้าไม่เห็นเ้าถามทางกับผู้ใดเลยนะ”
“ นั่นซิ มีคนบอกว่า ถ้าจะไปเมืองมอญ ต้องไปทางสุพรรณ เข้าด่านเจดีย์สามองค์ แล้วค่อยไปเมืองมอญไม่ใช่รึ?”
“ ทางเส้นนั้นมันอ้อม เราจะไปทางเมืองกำแพง แล้ว เข้าไปเมืองตาก ผ่านแม่สอด แล้วเข้าเมืองมอญ จะใกล้ที่สุด”
“ เ้ารู้ได้อย่างไร?”
“ อาจารย์ข้าบอก คืนนี้ข้าจะเข้าฌาน เพื่อติดต่อกับอาจารย์ พวกท่านช่วยดูต้นทาง อย่าให้ใครมารบกวนข้าด้วย”
เทพเอ่ยจบ ก็ไปนั่งที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ แล้วเข้าสมาธิเพื่อพบกับ ท่านปู่ฤาษีทันที
“ เป็ยังไง เ้าเทพ กลับมาแล้วเป็อย่างไรบ้าง”
“ ท่านปู่ฤาษี ข้าไม่สามารถต้านทานบทสวด พระปริตรได้เลย ทำให้เวทย์มนตร์ที่ร่ำเรียนมา ล้วนใช้การไม่ได้ ข้าควรจะแก้ทางอย่างไรดี”
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า นั่นเป็บทสวดของ อัครสาวกพระโมคลาณะ ไม่มีมนตร์ตราใดใดอยู่เหนืออำนาจพระเวทย์นี้ได้ แต่ว่าเ้าลืมอะไรไปหรือเปล่า”
“ อะไรหรือขอรับ”
“ เ้าไปอยู่อนาคต ได้เรียนรู้อะไรมาบ้าง การแก้บทสวดเช่นนี้ มีวิธีมากมายนัก”
“ มีวิธีมากมาย ทำไมข้าไม่เคยเรียนรู้เลย ท่านปู่ฤาษี ช่วยสอนข้าด้วยเถิดขอรับ”
“ ก็ได้ วิธีแรก การท่องบดสวดนั้น ผู้สวดต้องพูดด้วยน้ำเสียง ที่ทำให้เ้าต้องได้ยิน เ้าสามารถใช้คาถาปิดทวารทั้งเก้าออกมา ก็สามารถแก้ไขได้แล้ว เ้าก็สามารถ ใช้มนตร์กำบังตัวได้เป็ปกติ”
“ ง่ายดายเช่นนี้เลย?”
“ บ๊ะ ไอ้นี่ เหมือนเอ็งจะไม่เชื่อ ที่ข้าพูดเลยนะ”
“ท่านปู่ฤาษี ในห้วงความเป็ความตาย ข้าก็ต้องระวังตัวเอาไว้ก่อน”
“ ข้าจะท่องบทสวดพระปริตร แล้วเ้าก็ท่องคาถาปิดทวารทั้งเก้าดู”
แล้วท่านปู่ฤาษีก็ท่องบดสวด พระปริตรออกมา เทพก็ทำการท่องคาถาปิดทวารทั้งเก้า แล้วก็พบว่า ก็สามารถกลั้นหายใจ ใช้มนต์กำบังกายได้ต่อเลย
“ สุดยอดเลย ท่านปู่ฤาษี คราวหน้า ต่อให้ พระเถระทั้งแปดทิศมา ข้าก็ไม่กลัวแล้ว”
“ อย่าประมาทไปนัก ตัวเ้ายังคงต้องสร้างความแข็งแกร่งให้ร่างของตัวเ้าเอง ให้เหมือนในอดีต ต่อไปเ้าต้องเผชิญหน้า กับภัยอันตรายอีกมาก โดยเริ่มฝึกจากคืนนี้เลย เริ่มจากฝึกพลังภายในร่างของเ้าเสียก่อน ร่างนี้มันเคยฝึก จักระทั้งเจ็ด แต่ว่ามันไม่สามารถฝึกฝนได้ แต่ความรู้ความเข้าใจของเ้า จะสามารถหลอมรวม วิชาจักระทั้งเจ็ด เข้ากับ พลังภายในของเ้าที่เคยฝึกมา เ้าลองไปฝึกฝนดู”
เทพรีบนั่งสมาธิตรวจสอบ ความจำเกี่ยวกับ พลังจักระทั้ง เจ็ด ที่พวกนินจาโบราณนั้นใช้กัน เทพตรวจสอบไม่นาน ก็พบว่า พลังจักระทั้งเจ็ดนั้น ล้วนมหัศจรรย์ยิ่ง
การทำให้ร่างกายลอยตัวเหนือพื้นดิน หรือหลอมละลายหายไปในอากาศ การเคลื่อนไหวผ่านมิติ ล้วนพลังแห่งจักระนั้นสามารถทำได้ เทพเริ่มฝึกฝนั้แ่ขั้นจักระขั้นแรก โดยทันที เทพเดินลมปราณตามแนวทางที่เคยร่ำเรียนมา พลังของการฝึกปราณนั้นมีศูนย์กลางอยู่ที่ จุดใต้ท้องน้อย เรียกว่าจุดตันเถียน แต่ว่า พลังจักระนั้น มีอยู่ทั้งหมด เจ็ดจุด แต่ละจุดนั้นหากได้ทำการเปิด พลังจักระก็จะทำงาน
เทพเริ่มเดินพลังทั้งหมด เข้ามาที่จุดตันเถียน แล้วเริ่มปล่อยลมปราณไปที่จุดปลายกระดูกสันหลัง เป็ขั้นตอนการเปิดพลังจักระขั้นแรก พอลมปราณของเทพไปถึงจุดจักระแรก แล้วทำการเปิดขึ้นมา ร่างกายของเขาเหมือนกับเริ่มจะััพลังธรรมชาติได้ ทำให้เกิดมีสัญลักษณ์ดอกบัวขึ้นมาที่หน้าผากเป็ดอกบัวสี่กลีบแล้วก็หายไป เหมือนกับจะบอกว่า ได้ผ่านจักระขั้นแรกแล้ว เทพทำการปล่อยพลังปราณไปจุดจักระที่สองที่อยู่ ใต้ท้องน้อยใต้จุดตันเถียน ในบริเวณนั้นมี ม้าม มีไต ตับอ่อน สร้างสรรค์ปัญญาให้มีมากขึ้น ไม่ติดขัด แล้วพอปลดปล่อยผ่านไปก็เกิดสัญลักษณ์ดอกบัวขึ้นมาเป็ดอกบัว หกกลีบ
เทพยังไม่หยุด ผ่านลมปราณไปต่อที่จุดจักระที่สาม จุดที่ควบคุมทางเดินอาหารทั้งหมดทำให้สามารถอดอาหารได้เป็เดือนไม่ต้องกินอะไรเลย เทพสามารถปลดปล่อยลมปราณผ่านจุดจักระที่สาม จนเกิดสัญลักษณ์ดอกบัวสิบกลีบ เทพยังปล่อยลมปราณจากตันเถียน ให้ทะลุทะลวงต่อไปอีก
จนไปถึงจุดจักระที่สี่ ที่หัวใจ เป็จุดศูนย์รวมของร่างกายโดยที่จะมีหน้าที่ควบคุมการทำงานของไหลเวียนของเืไม่ให้ติดขัด สามารถขจัดพิษให้ออกไปได้ ครั้งนี้เกิดสัญลักษณ์ขึ้นมาเป็ดอกบัว สิบสองกลีบ
เทพยังคงเดินพลังปราณไหลเวียนไปเรื่อยๆ ไม่หยุดพุ่งเข้าไปที่จักระที่ห้า เป็ทางเดินหายใจ พลังแห่งจักระนี้พอได้เปิดขึ้น ร่างกายของเทพก็สามารถหายใจได้ทางิั หรือจะหยุดหายใจ ได้นานนับชั่วโมงต่อไป ก็สามารถหายตัวได้เป็เวลานาน สัญลักษณ์ดอกบัวปรากฏขึ้นมาเป็สิบหกกลีบ
พอเข้าจักระที่หก เป็จุดที่หน้าผาก ปรากฏเป็ตาที่สามขึ้นมา ตาทิพย์ สามารถมองภาพที่ผู้อื่นมองไม่เห็นได้ มีสัญลักษณ์ดอกบัวสองกลีบ
จักระสุดท้าย จักระที่เจ็ด เป็การรรับพลังจากจักรวาล อยู่ที่กลางกระหม่อม
เป็ส่วนที่ยากนักที่ใครจะเข้าถึงได้ พลังจักรพวาลที่ได้รับ ก็มหัศจรรย์พันลึกนัก
ไม่มีใครบอกได้ ว่าหากได้รับพลังจักรวาลมาแล้ว จะเป็เช่นไร แต่ที่แน่ๆ การตระหนักรู้ การมองเห็นภาพในอนาคตอันใกล้ นั้นเทพสามารถััมาได้ สัญลักษณ์จักระที่เจ็ด เป็ดอกบัวพันกลีบ เป็ภาพลางๆ ขึ้นอยู่กลางกระหม่อมของเทพ
ในที่สุดเทพก็ลืมตาตื่นขึ้นมา แล้วเอ่ยกับท่านปู่ฤาษีอย่างดีใจ
“ ข้าฝึกสำเร็จแล้ว ตอนนี้ข้ามีพลังจักระทั้งเจ็ดแล้ว ข้าดูเหมือน มีพลังมหาศาลอยู่ในร่างกายของข้าเลย”
“ นี่เป็เพราะร่างเดิมได้ถูกปลูกฝังพลังมาั้แ่เด็ก แต่ไม่มีคนช่วยขัดเกลาสั่งสอน เลยไม่สามารถฝึกฝนสำเร็จได้ ต่อไปเ้าก็หมั่นฝึกฝน วิชาที่เ้ามีอยู่ กับ วิชาที่ร่างเก่าได้เรียนรู้ ต่อไปมันจะเป็ประโยชน์อย่างมากต่อเ้า ส่วนวิธีสู้กับบดสวดพระปริตร เ้าก็สามารถใช้วิชาราชสีห์คำราม ที่ข้าเคยสอนเอาไว้ได้ ”
“ อ้อ ข้าลือวิชานี้เสียสนิทเลย”
“ มีเวลาก็ทบทวนซะ ในอนาคตเ้าได้ใช้แน่”
“ ขอรับ”
เทพออกมาจากเข้าฌาน ก็เช้าพอดี เทพลุกมาเดินในตอนเช้า โดยกำหนดลมหายใจเข้าออก อย่างมีสติทุกครั้งเวลาก้าวเดิน แล้วก็เคลื่อนย้ายตัว ตามวิชานินจาที่สมองของร่างเดิม ได้จดจำเอาไว้ เทพะโลอยตัวขึ้นไปบนต้นไม้ จากต้นหนึ่งไปอีกต้นหนึ่ง แล้วฟาดฟันต้นไปไม้ ขาดเป็สามท่อนด้วยดาบเดียว แล้วฝึกการเคลื่อนย้ายร่างแบบนินจา การเคลื่อนไหวสลับร่าง การมุดน้ำ ดำดิน โดยที่ไม่สนใจว่า เซกิ กับ เซไก ที่ตื่นนอนแล้ว มองเทพฝึกวิชา อย่างอ้าปากตาค้าง
จนกระทั่ง เทพฝึกฝนเสร็จ แล้วมายืนต่อหน้าตยทั้งสอง
“ นี่เ้าทำได้อย่างไร อาจารย์ในฝันสอนเ้ามาอย่างนั้นรึ?”
“ ใช่ และต่อไปนี้ ข้าจะสอนวิชาให้พวกท่านทั้งสองทุกเช้า โดยเริ่มจากฝึกเพลงดาบก่อน”
เทพใช้เวลาสอนพวกเขาฝึกเพลงดาบเดียวแค่สามท่า คือท่านฟันกลาง ฟันเฉียง แล้ว หมุนตัวฟันเป็รูปเกลียว ทั้งสองฝึกฝนอย่างตั้งใจ พอได้เวลาทั้งหมดก็เดินทางต่อไป.....