แอนโทนี่นั่งลงกอดเข่าที่ริมแม่น้ำใกล้กับไม้กายสิทธิ์ก่อนจะก้มหน้าซบกับแขนของตนจากเหตุการณ์ต่างๆที่ผ่านมาทำให้เด็กชายตัวน้อยเหนื่อยอ่อนและหิวโหย
‘…เ้า...’
“เอาไว้ไว้ก่อนได้ไหมตอนนี้ไม่มีแรงจะทำอะไรแล้ว” แอนโทนี่เอ่ยขัดเ้าม้าเพลิงที่กำลังจะพูดบางสิ่งอย่างอิดโรย
‘ข้า…สายเืแห่งปาปิลอนที่ยิ่งใหญ่….ไม่เคยคิดมาก่อนว่าชีวิตนี้จะมาพ่ายแพ้ให้กับพ่อมดน่ารังเกียจ….แค่เพียงเวทย์มนต์ที่ถูกเสกขึ้นมาโดยบังเอิญจากเด็กฟันน้ำนมอย่างเ้า…”
“อือ….ขอโทษ” แอนโทนี่เอ่ยทั้งที่ยังก้มหน้าก้มตาอยู่อย่างนั้น
‘….พ่อมดตัวน้อย..’
“หืม..เรียกฉันหรอฉันไม่ใช่พ่อมดสักหน่อย” แอนโทนี่เงยหน้าขึ้นจ้องมองม้าเพลิงด้วยสายตาอิดโรยก่อนจะก้มหน้าลงไปใหม่
‘..หึๆ..หากเ้าไม่ใช่สายเืพ่อมดแล้วเ้าจะใช้ไม้กายสิทธิ์ทรงพลังนั้นได้อย่างไรกันเล่า…’
“ทรงพลังที่ไหนถ้าทรงพลังจริง ป่านนี้แม่คงไม่ตาย…ถ้าไม้กายสิทธิ์อะไรนั่นทรงพลังจริงแม่กับพ่อคงไม่ถูกฆ่าตาย..” เสียงสะอื้นที่ลอดออกมาทำให้ม้าเพลิงผู้ยิ่งใหญ่หดหู่ใจอย่างประหลาด
‘…ข้าไม่คิดมาก่อนว่าข้าจะมีความคิดนี้เข้ามาในหัว……เอาละเ้าพ่อมดน้อย…..จงเอ่ยนามของเ้าออกมา’
“แอนโทนี่…..แอนโทนี่ แอนเดอร์สัน” แอนโทนี่ยังคงก้มหน้าซ่อนน้ำตาเอาไว้
‘ด้วยสายเืแห่งปาปิลอนที่ไหลเวียนอยู่ในตัวข้าข้าทำพันธะสัญญาเป็สหายคู่ใจของแอนโทนี่ แอนเดอร์สัน และด้วยพันธะสัญญานี้ขอให้เวทย์มนต์ของแอนโทนี่ แอนเดอร์สันที่ร้อยรัดข้าอยู่นี้จงหายไป เ้าจะยอมรับพันธะสัญญานี้หรือไม่แอนโทนี่แอนเดอร์สัน
“ฮะ..ยอม..รับรับฮะ”แอนโทนี่ยันกายขึ้นมาั้แ่ได้ยินเ้าม้าเพลิงพูดแปลกก่อนจะเอ่ยปากยอมรับพันธะสัญญาอย่างงงๆ
ทันทีที่แอนโทนี่เอ่ยยอมรับพันธะสัญญาก็เกิดความร้อนขึ้นที่หลังมือด้านขวาเมื่อยกมือขึ้นมาดูก็เห็นเป็สัญลักษณ์เปลวเพลิงสีส้มแล้วค่อยๆกลายเป็สีดำพร้อมกับความร้อนที่หายไปละอองสีฟ้าสดใสกระจายตัวออกมาจากเชือกสีฟ้าโปร่งเส้นนั้นลอยขึ้นสู่ท้องฟ้ารวมถึงเถาวัลย์ที่อยู่รอบตัวของม้าเพลิงที่กระจายเป็ละอองหายไปด้วย
“มัน…..เกิดอะไรขึ้น” แอนโทนี่จับจ้องไปยังหลังมือของตนที่ปรากฏรูปเปลวเพลิงอยู่นั้นอย่างพิศวง
‘เหล่าพ่อมดแม่มดเรียกมันว่าพันธะสัตว์เลี้ยงวิเศษ….แต่สำหรับพวกเราเหล่าสัตว์วิเศษ เรียกมันว่าพันธะแห่งสหาย’
จ๊อก~
เสียงท้องน้อยๆของแอนโทนี่ร้องขึ้นคล้ายเรียกร้องความสนใจ
‘หึหึ….ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเ้าหิว….มาสิขึ้นมา’ ม้าเพลิงก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าของแอนโทนี่ก่อนจะคุกเข่าลงเพื่อให้แอนโทนี่สามารถปีนขึ้นมายังตัวอันใหญ่โตของมันได้แอนโทนี่ปีนป่ายขึ้นไปนั่งบนหลังของเ้าม้าเพลิงอย่างทุลักทุเล
“เห้ย!” แอนโทนี่อุทานออกมาเสียงดังหลับตาปี๋พร้อมกับกอดแผงคอตรงหน้าแน่นเมื่อเ้าม้าเพลิงโผทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยผ่านไปไม่นานแอนโทนี่ก็รู้สึกว่าม้าเพลิงได้พาร่อนลงสู่พื้นดินเป็ที่เรียบร้อยสองตาที่ปิดสนิทค่อยๆลืมตาขึ้นมาก่อนจะสอดส่ายสำรวจรอบข้างตอนนี้พวกเขาอยู่ในป่าที่สภาพอากาศค่อนข้างจะแตกต่างจากที่ที่จากมาต้นไม้ขนาดไม่ใหญ่นักทุกต้นปราศจากใบไม้ซึ่งมีเพียงกิ่งก้านยาวสูงชะลูดขึ้นไปที่พื้นดินมีพื้นเล็กๆสีแดงน้ำตาลปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณ และอากาศค่อนข้างร้อนชื้นไม่ไกลจากที่พวกเขายืนอยู่ปรากฏแม่น้ำสายเล็กแอนโทนี่ไม่รอช้ารีบหันไปถามม้าเพลิงข้างกายตนทันที
“แม่น้ำสายนี้กินได้ไหม”
‘หึๆ..ได้สิ’ เมื่อได้ยินดังนั้นแอนโทนี่ก็รีบวิ่งไปทันทีสองมือน้อยช้อนเอาน้ำใสขึ้นมาดื่มกินอย่างกระหายหิว
หลังจากดับกระหายเสร็จเรียบร้อยแอนโทนี่ก็ข้นมานอนแผ่หลาบนพื้นหญ้าใกล้ริมแม่น้ำโดยที่ข้างกายมีม้าเพลิงนอนอยู่ไม่หาย
“นี่เ้าม้า..แกมีชื่อไหม”แอนโทนี่นอนเอียงหน้าจับจ้องไปยังสิ่งมีชีวิตข้างกาย
‘ไม่มี’
“ฉันตั้งชื่อให้แกได้ไหม”แอนโทนี่ส่งสายตาคล้ายอ้อนวอนไปให้
‘อืม’
“เย้!.....อืมฉันได้ยินแกพูดคำว่าปาปิลอน…งั้น….บาบิโลนดีไหม บาบิโลน ชื่อนี้แหล่ะ แกรู้ไหมบาบิโลน แกเป็คนแรกเลยนะ…. ที่ยอมให้ฉัน…..เป็เพื่อน..หน่ะ”
ม้าเพลิงที่มีชื่อเรียกขานจากพ่อมดน้อยว่าบาบิโลนจ้องมองไปที่แอนโทนี่อย่างอ่อนโยนครั้งแรกที่เจอเด็กคนนี้ มันก็พลันรู้สึกหวาดกลัวและยิ่งโดนเข้ากับเวทย์มนต์ที่ไม่ได้ตั้งใจเสกของเด็กคนนี้เพียงครั้งเดียวก็สามารถทำให้มันเ็ปถึงขนาดนั้นและยังไม่สามารถขยับตัวได้ไม่ใช่จากไม้กายสิทธิ์ที่ทรงพลัง….แต่เป็พลังที่อยู่ในตัวเด็กนี่ต่างหากที่ทรงพลังเวทย์มนต์จะมีพลังกล้าแกร่งได้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับไม้กายสิทธิ์แต่เป็พลังที่อยู่ในตัวแต่ละคนไม้มีหน้าที่แค่รองรับพลังแล้วปล่อยออกไปเพียงเท่านั้น และยิ่งมันได้เห็นแววตาเศร้าสลดและหดหู่จู่ๆในใจของมันพลันอยากคุ้มครองและปกป้องเพราะมันเอง..ก็เข้าใจถึงความโดดเดี่ยวของคนที่ต้องอยู่คนเดียวทั้งหมดนี้ทำให้มันตัดสินใจที่จะเดินเคียงข้างไปพร้อมพ่อมดน้อยคนนี้คนที่ภายภาคหน้า จะเติบโตและกลายเป็…พ่อมดผู้ยิ่งใหญ่