ตอนที่ 3
ฉิงซูลี่ ที่คิดว่าจะมาพูดชักชวนให้เพื่อนสาวที่เธอเกลียดเพราะแย่งคนที่เธอรักไป แม้จะมีสัญญาหมั้นหมายกันก็ตาม แต่ไม่ได้รักได้ชอบเสียหน่อย ทำไมจะต้องแต่งงานกันด้วย ถ้าไม่รักไม่ชอบก็ควรที่จะยกเลิกสัญญาหมั้นไป เธอเองก็จะได้มีสิทธิ์ แต่เธอไม่คิดที่จะยอมแพ้หรอกนะ พี่หรงหลี่ิ่ ต้องเป็ของเธอคนเดียวเท่านั้น แต่งงานแล้วก็สามารถที่จะหย่าร้างกันได้ไม่ใช่หรืออย่างไร
่หลังมาเธอสามารถทำได้ดีมากแล้ว เพราะเหมือนว่าเพื่อนสาวของเธอจะเริ่มคล้อยตามบ้างแล้ว แต่แล้ววันนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันนะ ทำไมอ้ายเยว่ ถึงได้เหมือนจะเปลี่ยนไป แม้จะยังพูดคุยเหมือนเดิม แต่เธอมีความรู้สึกว่ามันไม่เหมือนเดิมอย่างแน่นอน
"ซูลี่ เธอเป็อะไรหรือเปล่า ฉันเห็นนั่งมองหน้าฉันนานแล้วนะ หน้าฉันมีอะไรอย่างนั้นหรือ"
เมื่อเห็นเพื่อสาวนั่งมองหน้าเธอพร้อมทั้งทำหน้าครุ่นคิดอยู่นานจึงได้ถามขึ้นมา ทั้งๆ ที่รู้ว่าอีกฝ่ายคงจะเห็นว่าเธอเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากกว่า จึงได้สงสัย ถ้าสงสัยแล้วจะทำไมล่ะ เธอไม่คิดที่จะสนใจเลยสักนิดเดียว
"เอ้อ..เอ้อ..ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่คิดอะไรเพลินไปหน่อยเท่านั้นเอง แต่วันนี้เธอจะไม่เปลี่ยนใจอย่างนั้นหรือ เพื่อนๆ คนอื่นกำลังรอเธออยู่นะ เรามีเื่ของหนุ่มหล่ออนาคตไกลมาเล่าให้เธอฟังมากมายเลยนะ คนที่เหมาะสมกับเธอ"
"ฉันไม่ไปหรอก กำลังทำงานค้างเอาไว้อยู่ วันนี้ต้องขอตัวด้วย ถ้าเธอมาถามเท่านี้ฉันขอตัวกลับไปทำงานนะ ฉันไม่คิดจะออกไปไหนจริงๆ"
"เธอไม่อยากรู้เื่ของเขาแล้วหรือ"
"รู้หรือไม่รู้แล้วเป็อย่างไร พวกเขาไม่ได้เกี่ยวกับฉันเสียหน่อย ฉันต้องรีบทำอาหารด้วย เดี๋ยวสามีของฉันจะต้องกินข้าวแล้ว เธอกลับไปเถอะนะ"
เมื่อพูดแล้วเหมือนจะไม่เข้าใจเสียที จึงได้ไล่ออกไปเลยดีกว่า พอใจหรือไม่พอใจเธอไม่คิดที่จะสนแล้ว เธอไม่อยากปั้นหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก เพราะดูเหมือนว่าเื่ที่เธอคิดว่าเป็ความฝันคงจะต้องเป็เื่จริงบ้างล่ะ อย่างหนึ่งที่เธอสังเกตเห็นคือ เพื่อนของเธอ้าทำลายความสัมพันธ์ของเธอกับสามี ผู้หญิงที่ทำอย่างนี้ได้คือ ้าที่จะมาแทนที่เธอ คงจะ้าสามีของเธออย่างแน่นอน
"เธอไล่ฉันอย่างนั้นหรือ"
"ฉันไม่ได้ไล่ แค่บอกให้เธอฟังว่าฉันยุ่งจริง" แม้จะอยากตอบออกไปอย่างนั้นเหมือนกัน แต่ก็ต้องตอบไปอีกอย่างหนึ่ง ไม่อยากให้เห็นความแตกต่างมากเกินไป
"ฉันกลับก็ได้ แล้วเธอจะเสียดาย ที่ไม่ไปฟังเื่ที่พวกเราคุยกันในวันนี้" พูดออกไปด้วยความโมโหที่ถูกไล่กลับ ทั้งๆ ที่ความตั้งใจแรกที่จะต้องพาอีกฝ่ายไปให้ได้ แต่กลับต้องผิดหวัง
"อืม ไปเถอะ" ใครจะไปอยากฟังกัน คิดว่าฉันจะกลับไปโง่อย่างเดิมอย่างนั้นหรือ ฝันไปเถอะ แต่สีหน้าที่แสดงออกไปนั้นทำเพียงยิ้มให้เท่านั้น
ส่วนฉิงซูลี่ ที่ได้ยินอย่างนั้นก็เดินสะบัดหน้าออกจากบ้านไปด้วยความไม่พอใจ พลางคิดว่าจะหาวิธีอะไรมาชักจูงอีกฝ่ายให้ออกจากบ้านไปเหมือนเดิมได้หรือเปล่า แต่ตอนนี้คงจะต้องกลับไปคิดก่อนสินะ
หลังจากที่ฉิงซูลี่ กลับออกไปแล้ว เธอจึงได้รีบไปปิดประตูรั้ว แล้วเดินเข้าบ้านไป แต่กลับต้องแอบยิ้ม เมื่อเห็นหัวน้อยๆ ของลูกสาวที่แอบมองอยู่ คงจะกลัวว่าเธอจะทิ้งให้อยู่ที่บ้านคนเดียวเหมือนที่ผ่านมาใน่หลังนี้
"เฟยฮวา ลูกกำลังทำอะไรอย่างนั้นหรือ"
"หนูไม่ได้แอบดูนะคะ" รีบตอบแม่ทันทีกลัวว่าแม่จะโกรธ
"แม่ไม่ได้ว่าอะไรเสียหน่อย"
"แม่ไม่ออกไปข้างนอกกับน้าซูลี่หรือคะ"
เมื่อแปลกใจที่เห็นว่าแม่ไม่ตามน้าซูลี่ออกไปเหมือนทุกครั้ง และแม่ชอบทิ้งให้อยู่ที่บ้านคนเดียว แม้จะอยากตามแม่ไป แต่แม่ไม่เคยอนุญาตบอกแต่เพียงว่าไม่ใช่เื่ของเด็กให้อยู่ที่บ้าน แต่วันนี้แม่ของเธอนั้นแปลกั้แ่ลุกจากที่นอนมาแล้ว
"ไม่หรอกวันนี้แม่ต้องทำงานอีกมาก ไม่อยากจะออกไปให้เสียเวลา ลูกเองก็อย่าออกไปไหนนะ เดี๋ยวจะมีอันตรายได้ เดี๋ยวกลางวันเราเอาอาหารไปให้พ่อด้วยกัน"
"จริงหรือคะ แม่จะเอาอาหารไปให้พ่อหรือคะ ดีจังเลยค่ะ" ปกติพ่อจะต้องกลับมาทำอาหารกลางวันเอง เพราะแม่มักจะไม่อยู่บ้าน
"ใช่แล้วล่ะ อย่างนั้นลูกเองก็เล่นอยู่ในบ้านไปก่อนนะ แม่จะไปทำงานที่ค้างเอาไว้ เสร็จแล้วแม่จะได้ทำอาหารไปให้พ่อ"
"ค่ะแม่"
หลังจากนั้นเธอจึงได้ไปทำงานบ้านที่ค้างเอาไว้ มันมีอีกหลายอย่างที่ต้องทำ เธอปล่อยปละละเลยมานานเกินไป เพราะหลงเชื่อคำพูดน่ารังเกียจนั้น จะโทษคนอื่นหมดเลยก็ไม่ถูก เพราะเป็เธอเองที่ไม่มีหัวคิด โง่งม จึงถูกคนอื่นพูดชักจูงเอาได้
หลังจากเห็นว่าใกล้ได้เวลาแล้วจึงได้เข้าไปทำอาหาร ซึ่งเธอทำเป็ต้มหัวไชเท้า ใส่กุ้งแห้งเล็กน้อย และทำผัดผักไปอีกอย่างหนึ่ง เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว สามีของเธอเป็คนกินง่าย ไม่ว่าอะไรก็สามารถกินได้หมด
เมื่อเสร็จแล้วจึงตักใส่กล่องบรรจุอาหาร แล้ววางลงในตะกร้า อย่างระมัดระวัง เพราะไม่อยากให้อาหารหกตอนที่เดินไปที่แปลงนาได้
หลังจากนั้นจึงได้ชวนลูกสาวออกจากบ้านไปด้วยกันกัน
"ไปกันเถอะลูก พ่อของลูกน่าจะใกล้ได้เวลาพักแล้ว เดี๋ยวพ่อจะเดินกลับมาบ้านเสียก่อน"
"ค่ะแม่ เราไปกันเถอะ" พูดออกไปด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
"ลูกใส่หมวกด้วยนะ แดดร้อน เดี๋ยวจะไม่สบายเอาได้"
"ค่ะแม่" เธอรู้สึกว่าแม่ห่วงเธอมากกว่าทุกครั้ง แต่เป็อย่างนี้มันดีมากเลย เธอชอบแม่ที่เป็อย่างนี้มากที่สุด
สองแม่ลูกเดินจูงมือกันไปที่แปลงมา ที่ตอนนี้สามีของเธอบอกว่า่นี้ต้องรีบเก็บเกี่ยวธัญพืช ทั้งสองคนจึงได้เดินไปหา และก็เดินผ่านชาวบ้านหลายคนที่เป็คนคุ้นหน้ากันดี ต่างก็ทักทายกัน เป็เื่ปกติ
เธอมองทุ่งนาที่กว้างใหญ่ ชาวบ้านต่างก็กำลังทำงานกันอย่างขยันขันแข็ง เพราะการเก็บเกี่ยวนี้ถ้าเสร็จเมื่อไร นั่นหมายความว่าจะถึงเวลาปันผลของทุกคน ทำให้ทุกคนทำงานกันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเลยสักนิดเดียว
แต่การที่เธอนั้นเดินถือตะกร้าอาหารมาที่แปลงนาอย่างนี้เป็ที่แปลกตาของคนหลายคนโดยเฉพาะบ้านหรง ที่มองมาด้วยความแปลกใจ และไม่อยากจะเชื่อสายตา โดยเฉพาะพ่อและแม่ของหรงหลีิ่ ที่เห็นลูกสะใภ้คนรอง นำอาหารมาส่งให้สามีอย่างนี้
( ฝากตอนต่อไปด้วยนะคะ )