บทที่ 9-2 จะรับกี่ชิ้นดีเ้าคะ
ในวันต่อมาหวังิเยว่ตื่นสายกว่าทุกวันนางรู้สึกเหนื่อยล้าเมื่อยตามแขนและขา เนื่องจากเมื่อวานทำงานหนักเกินไปด้วยร่างนี้ยังเป็เด็กอายุเพียงสิบสองปีและร่างกายเคยอ่อนแอมาก่อน ตอนบ่ายนางจึงไปนอนพักผ่อนในห้องและเมื่อตื่นขึ้นมาในตอนเย็น นางขอให้ป้าอิงแช่ถั่วเหลืองค้างคืนไว้ เพราะว่านาง้าทำเต้าเจี้ยว
ในวันที่นางจะทำผักบุ้งไฟแดงแต่ลืมไปว่ายุคนี้ยังไม่มีเต้าเจี้ยว ท่านพ่อของนางเลยอดกินผักบุ้งไฟแดงแต่ที่นางเลือกทำซอสถั่วเหลืองก่อนเต้าเจี้ยวเนื่องจากซอสถั่วเหลืองมีกระบวนผลิตที่ต้องหมักนานกว่าเต้าเจี้ยว
‘ว่าแต่ยังมีผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองอีกมั้ยนะ’
ใน่เช้าของวันรุ่งขึ้น นอกจากหลินอิง ชงไฉ่และชงเมิ่งคอยช่วยงานหวังิเยว่แล้ว ท่านพ่อ ท่านแม่ และพี่ใหญ่ของนางยังเว้นจากงานดูแลพื้นที่เพาะปลูกพรวนดิน กำจัดวัชพืชและศัตรูพืช รีบมาช่วยงานหวังิเยว่ทำเต้าเจี้ยวเพราะกลัวว่านางจะเหนื่อยเกินไปเหมือนตอนที่ทำซอสถั่วเหลือง หลังจากพวกนางต้มถั่วเหลืองนานหนึ่งชั่วยามจึงนำไปคลุกเคล้ากับแป้งให้เข้ากันในกระด้ง แล้วใช้ผ้าขาวบางปิดทับวางทิ้งไว้
ห้าวันผ่านไป เมื่อราขึ้นทั่วเมล็ดถั่วเหลือง หวังิเยว่แบ่งถั่วเหลืองใส่ในไหใหญ่สิบใบเทน้ำเกลือลงไปให้ท่วมถั่วเหลือง ปิดฝาให้สนิท หมักทิ้งไว้นานประมาณสี่สิบวัน
‘หลังจากนั้น ท่านพ่อก็จะได้กินผักบุ้งไฟแดง ลูกสัญญาเ้าค่ะ’
อีกสองวันถัดมาเป็วันที่สามารถเก็บผักกวางตุ้งและผักคะน้าได้ โดยพวกของหวังิเยว่เก็บผักกวางตุ้งได้หกสิบจินและผักคะน้าได้เจ็ดสิบจินขายราคาจินละห้าอีแปะเหมือนเดิม เหอฟางหรูและหวังหนิงเฉิงนำผักกวางตุ้งและผักคะน้าอย่างละยี่สิบจินไปขายในตลาดของหมู่บ้านส่วนผักที่เหลือหวังิเยว่ หวังหลินข่าย และชงไฉ่นำเข้าไปขายในตำบล โดยให้หวังหลินข่ายขายผักที่ร้านขายน้ำเต้าหู้
หวังิเยว่และชงไฉ่ได้นำผักอย่างละสิบจินไปยังร้านอาหารเดิมที่ขายผักบุ้งได้ เถ้าแก่ร้านเห็นหวังิเยว่นำผักมาจึงร้องทักนางว่า
“วันนี้เ้านำผักชนิดใดมารึ แม่หนูิเยว่”
“ผักกวางตุ้งและผักคะน้าเ้าค่ะแต่วันนี้เป็วันแรกที่เก็บผักได้จึงมีจำนวนน้อย ข้านำมาอย่างละสิบจินเถ้าแก่สนใจซื้อรึไม่เ้าคะ”
“ซื้อสิ เอามาทั้งหมดถ้าเป็ไปได้พรุ่งนี้เ้านำมาส่งอย่างละสามสิบจิน”
“ได้เ้าค่ะ ขอบคุณเถ้าแก่”
ระหว่างเดินทางกลับไปที่ร้านขายน้ำเต้าหู้ชงไฉ่ร้องถามด้วยความสงสัยกับหวังิเยว่ว่า
“คุณหนูขอรับ เหตุใดท่านจึงบอกกับเถ้าแก่ร้านว่าเรามีผักแค่อย่างละสิบจิน ทั้ง ๆ ที่พวกเรามีผักมากกว่านั้นขอรับ”
“เพราะว่าเราต้องแบ่งผักไปขายที่ภัตตาคารเจี้ยนคังและวางขายที่ตลาดด้วย เพื่อให้ลูกค้ารู้ว่าเรามีผักออกมาขายแล้ว”
“อืม! ข้าเข้าใจแล้วขอรับคุณหนู”ชงไฉ่ตอบรับคำและมองหวังิเยว่ด้วยสายตาชื่นชมเ้านายของเขาอายุน้อยเพียงเท่านี้ แต่เก่งกาจและฉลาดยิ่งนัก
หวังิเยว่และชงไฉ่นำผักอย่างละยี่สิบจินไปยังภัตตาคารเจี้ยนคัง หลงจู๊รับซื้อผักไปทั้งหมดและยังสั่งซื้อเพิ่มอย่างละหกสิบจินให้นำมาส่งในวันพรุ่งนี้ จากนั้นหวังิเยว่เดินนำชงไฉ่ตรงไปบ้านของท่านเศรษฐีเฟิ่งแล้วถามหาพ่อบ้านหวง ผ่านไปสักพักชายวัยกลางคนเดินออกมาพบพวกนาง
“แม่หนูิเยว่ มาหาข้าถึงบ้าน มีเื่อันใดรึ”พ่อบ้านหวงเอ่ยถามหวังิเยว่
“ข้ามาแจ้งท่านพ่อบ้านหวงว่าตอนนี้ที่บ้านข้ามีผักกวางตุ้งและผักคะน้าขาย ท่านสนใจซื้อหรือไม่เ้าคะ”
“ซื้อสิ เ้านายข้าติดใจรสชาติผักของพวกเ้ามากข้าเอาอย่างละยี่สิบจิน”
“ต้องขอโทษด้วยเ้าค่ะ เพราะวันนี้เป็วันแรกที่เก็บผักได้จึงมีจำนวนไม่มากนัก มีอย่างละสิบจินเ้าค่ะ”
“ได้ เอามาอย่างละสิบจินแล้วพรุ่งนี้เ้านำมาอย่างละยี่สิบจิน”
“เ้าค่ะ ประเดี๋ยวข้าจะให้ชงไฉ่นำผักมาส่งนะเ้าคะข้าขอลาเ้าค่ะ”
“ได้ ขอให้โชคดี”
“ขอบคุณเ้าค่ะ”
วันนี้ผักขายหมดอย่างรวดเร็ว พวกนางได้เงินจำนวนหกตำลึงห้าสิบอีแปะ
วันที่สองครอบครัวของหวังิเยว่เก็บผักกวางตุ้งได้สามร้อยห้าสิบจินและผักคะน้าสามร้อยจินได้เงินจำนวนสามสิบสองตำลึงห้าสิบอีแปะ พวกนางใช้เวลาเก็บผักนานหกวันจึงเก็บได้หมดโดยได้เงินทั้งหมดในการขายผักรอบนี้คือหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเก้าตำลึง
หลังจากเก็บผักหมดแล้ว หวังิเยว่อยากช่วยทุกคนหว่านเมล็ดผักรุ่นต่อไปแต่หวังหลินข่ายและเหอฟางหรูรีบเอ่ยห้าม เพราะกลัวว่าบุตรสาวจะล้มป่วยอีก
“ลูกแข็งแรงขึ้นมากแล้วเ้าค่ะ สองเดือนกว่ามานี้ ลูกมิเคยล้มป่วยอีกเลยถ้าลูกรู้สึกเหนื่อยลูกจะหยุดพักเ้าค่ะ” หวังิเยว่ทำตาละห้อยมองไปยังบิดาและมารดา
“ก็ได้ แต่เ้าห้ามหักโหมเป็อันขาดถ้าลูกล้มป่วยทุกคนจะเสียใจมาก” หวังหลินข่ายกล่าวด้วยความห่วงใย
“เ้าค่ะท่านพ่อ ขอบคุณเ้าค่ะ”หวังิเยว่กล่าวขอบคุณพร้อมรอยยิ้ม แล้วจึงช่วยทุกคนหว่านเมล็ดผักด้วยความสุขใจ
่เย็นของวันนี้การหว่านปลูกเมล็ดผักกวางตุ้งและผักคะน้าด้วยความร่วมมือของทุกคนจึงแล้วเสร็จหวังิเยว่บอกให้ทุกคนหยุดงานในวันรุ่งขึ้น แต่หวังหนิงเทียนยังคงยืนยันที่จะเปิดร้านน้ำเต้าหู้ในวันพรุ่งนี้
‘ขยันจริง จะเก็บเงินแต่งเมียรึเ้าคะพี่รอง’
ตอนหัวค่ำเมื่อทุกคนในครอบครัวนั่งอยู่ในห้องโถง หวังิเยว่จึงกล่าวกับทุกคนว่า
“เงินที่ได้จากการขายผักทั้งหมดคือ สองร้อยเจ็ดสิบเก้าตำลึงหักค่าเมล็ดพันธุ์ไปสิบตำลึงเหลือสองร้อยหกสิบเก้าตำลึงและวันนี้ครบรอบหนึ่งเดือนที่เปิดร้านน้ำเต้าหู้ทำกำไรได้แปดสิบตำลึงเ้าค่ะ ตอนนี้เราจึงได้กำไรมาทั้งหมดสามร้อยสี่สิบเก้าตำลึงเ้าค่ะ” หวังิเยว่หยุดพูดนางมองรอยยิ้มบนใบหน้าของทุกคนที่กำลังบ่งบอกถึงความสุขใจและเบิกบานใจแล้วจึงกล่าวต่อว่า
“ข้าจะแบ่งเงินให้ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ใหญ่ พี่รอง และตัวข้าคนละยี่สิบตำลึง ที่เหลือจะเก็บไว้ที่ส่วนกลางนะเ้าคะ”
“แต่พี่รองคิดว่า แบ่งคนละสิบตำลึงก็เพียงพอแล้วเพราะเ้าเป็คนลงทุนซื้อที่ดินและตึกร้านค้า ค่าอาหารและค่าใช้จ่ายที่บ้านก็เป็เงินส่วนกลาง”หวังหนิงเทียนกล่าวกับน้องสาว
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะ พวกท่านสมควรได้รับแล้ว โดยเฉพาะพี่รองที่ทำงานหนักทุกวันแทบไม่มีวันหยุดจนข้านึกว่าท่านจะรีบเก็บเงินแต่งเมีย ข้าเลยช่วยสมทบทุนเ้าค่ะ”
หลังจากหวังิเยว่กล่าวจบ เสียงหัวเราะดังสนั่นในห้องโถงนั่งเล่นทุกคนนอกจากหวังหนิงเทียนต่างมีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้า
“แล้วซินเอ๋อร์ล่ะเ้าคะ ข้าจะได้เงินรึไม่เ้าคะ” หวังิซินเอ่ยถามด้วยสายตาอ้อนวอน
“พี่สี่ของเ้า ช่วยงานให้อาหารปลาและไก่ทั้งยังไปช่วยงานที่ร้านน้ำเต้าหู้อีกจึงได้เงินเดือนละสามสิบอีแปะ แล้วเ้าล่ะน้องเล็กเ้าจะมีเหตุผลใด ที่พี่ต้องให้เงินเ้าด้วย” หวังิเยว่ย้อนถามน้องสาวกลับ
หวังิซินหยุดคิดสักครู่ แล้วเอียงคอตอบด้วยท่าทางน่ารักว่า
“ซินเอ๋อร์ก็ช่วยให้อาหารปลาและไก่ใน่ตอนเช้านะเ้าคะถ้าเช่นนั้นซินเอ๋อร์ขอเงินครึ่งหนึ่งของพี่สี่เ้าค่ะ”
แล้วทุกคนก็หัวเราะออกมาด้วยความเอ็นดูเด็กหญิง จากนั้นหวังิเยว่จึงเรียกหาครอบครัวของชงไฉ่
“พวกเ้ามาอยู่ที่บ้านพวกเราได้เดือนกว่าแล้วพวกเราเห็นว่าพวกเ้าขยันขันแข็งตั้งใจทำงาน ข้าจะให้ค่าแรงแก่ป้าอิง ชงไฉ่และชงเมิ่งคนละหนึ่งตำลึงต่อเดือน” หวังิเยว่เอ่ยกับครอบครัวของชงไฉ่
“มิได้เ้าค่ะ พวกเราเป็ทาสไม่มีสิทธิ์ได้รับค่าแรงแค่พวกท่านยอมให้ชงจื้อเรียนหนังสือ ก็เป็พระคุณมากแล้วเ้าค่ะพวกเรามิกล้ารับเงินหรอกเ้าค่ะ” หลินอิงรีบเอ่ยปฏิเสธเ้านาย
“ท่านป้าอิง พวกท่านรับเงินไว้เถิดเผื่อมีของที่ท่านอยากกินหรืออยากได้ และถ้าในอนาคตชงไฉ่มีภรรยาจะได้มีเงินไว้ซื้อเครื่องประดับให้ภรรยา” หวังิเยว่เอ่ยพร้อมกับหันไปมองชงไฉ่ด้วยรอยยิ้ม
ชงไฉ่ที่โดนพาดพิง ยืนก้มหน้าที่แดงก่ำของตนเองลง แลเป็หลินอิงที่เอ่ยขอบคุณหวังิเยว่
“พวกเราช่างโชคดี ที่มีเ้านายจิตใจประเสริฐเช่นนี้ขอบคุณเ้าค่ะคุณหนูิเยว่”
“ขอบคุณขอรับ / เ้าค่ะ”
หวังหลินข่ายไปติดต่อซื้อลูกหมูมาเลี้ยงจำนวนห้าสิบตัวใน่เช้าตามความ้าของบุตรสาวหวังหนิงเฉิงและชงไฉ่จึงช่วยหวังหลินข่ายสร้างคอกหมูใน่สายเพื่อรองรับลูกหมูที่จะมาส่งในวันพรุ่งนี้ แลเมื่อลูกหมูมาส่งในวันถัดมา ชงไฉ่รับหน้าที่เป็คนให้อาหารหมูเพราะหมูกินอาหารจำนวนมากกว่าไก่และปลา พวกเด็กทั้งสามคนรับผิดชอบงานนี้ไม่ไหว
วันนี้เป็วันแรกที่สามารถเก็บผักกาดขาวรุ่นแรกและผักบุ้งรุ่นที่สอง พวกของหวังิเยว่ใช้เวลาเก็บและขายผักนานห้าวัน ได้เงินทั้งหมดสองร้อยสิบตำลึงจากนั้นจึงปลูกเมล็ดผักกาดขาวรุ่นที่สองและผักบุ้งรุ่นที่สาม