วันรุ่งขึ้นเมย์แทบไม่อยากก้าวเข้าไปที่โต๊ะทำงานของเธอ แต่เมื่อเธอได้ยินเสียงฝีเท้าข้างหลัง เธอรีบหันหลังกลับแล้วเผยรอยยิ้มทันทีเมื่อเห็นว่าเป็เอกภพ
เขาพูดว่า "เฮ้ ขอคุยด้วยหน่อยได้ไหม"
"แน่นอน" เมย์ตอบ
เขาดึงเก้าอี้ออกมา แต่ก่อนที่จะได้พูดคำใดๆ ออกจากปากของเขา เสียงคลิกคลิกจากส้นรองเท้าของแพรวก็เดินตรงเข้ามา
“ว่าไง...สุดหล่อ” แพรวพูดพร้อมกับเอาแขนโอบไหล่เอกภพและบดเบียดตัวเองแนบข้างเขา “เมื่อคืนคุณหายไปไหน? คุณแอบออกไปก่อนที่เราจะเริ่มปาร์ตี้จะเริ่มซะอีก”
เอกภพบิดตัวพยายามสร้างช่องว่างให้ออกห่างจากแพรวเล็กน้อย “ผมแค่ขับรถกลับบ้าน ไม่ค่อยชอบบรรยากาศในบาร์นั้นเท่าไหร่นัก”
“คุณน่าจะบอกชั้นสักหน่อยนะว่าไม่ชอบ” แพรวพูด “เราจะได้ขับรถกลับไปที่บ้านของชั้นแล้วสำรวจว่านั่นมีสิ่งที่คุณชอบมากกว่าหรือเปล่า”
“แพรว...ได้โปรด ไม่ใช่ตอนนี้” เอกพูดขณะที่พยายามดึงแขนเธอออกจากไหล่ของเขา
“โอ้ ขอโทษนะ” แพรวแสร้งพูดราวกับเพิ่งสังเกตเห็นเมย์เป็ครั้งแรก “ชั้นมาขัดจังหวะอะไรพวกคุณหรือเปล่า”
แพรวลุกขึ้นหมุนตัวไปรอบๆ และนั่งลงโดยไม่รอให้คนใดคนหนึ่งตอบ วางบั้นท้ายของเธอไว้ที่เป้าของเอกภพ ขณะที่เธอยกมือกอดคอเขาแน่น
“แพรว...ปล่อยผม” เอกภพพูดและต่อสู้เพื่อหลุดจากกำมือของแพรวขณะที่เขาพยายามผลักเธอออกไป แต่เธอจับแน่นยิ่งขึ้น ดวงตาของเธอฉายแววอย่างมีชัยขณะที่เธอขี่เขาราวกับเป็จ็อกกี้สาว
"เมย์!" แพรวพูดพร้อมกับส่งเสียงร้องด้วยความดีใจขณะที่เอกภพพยายามดิ้นรนทำให้เธอเด้งขึ้นลงบนตักของเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ “เธอทาลิปสติกด้วยหรือ”
ขณะที่แก้มของเมย์เปลี่ยนเป็สีแดงสด แพรวก็หัวเราะ “เอ่อ ชั้นคิดว่าเ้าหญิงน้อยของเราชอบคุณนะเอกภพ แท่งใหญ่ๆ หนาๆ ของปากกาเน้นข้อความสีม่วงที่คุณให้เธอ โอ้ววว...รู้สึกว่าตอนนี้เหมือนคุณมีอีกอันในกระเป๋ากางเกงของคุณ”
แพรวกล่าวพร้อมกับขยับบั้นท้ายบดคลึงบนเป้าของเขา "บางทีคุณอาจ้าพบชั้นห้องเก็บงานศิลปะและมอบให้ชั้นใน่พักกลางวัน"
เอกภพยันตัวยืนขึ้นอย่างแรงและเกือบจะผลักแพรวลงกับพื้น แล้วเขาก็ดึงมือของเธอออกพร้อมกับคำรามเสียงต่ำ “แพรว...ผมจะต้องขอให้คุณหยุดพฤติกรรมแบบนี้อีกกี่ครั้งกัน!”
“อย่ากังวล” แพรวกล่าว ดวงตาของเธอเป็ประกายด้วยความสนุกสนาน “เมย์จะไม่บอกเื่ของเราหรอก เธอเป็เ้าหญิงน้อยของชั้นใช่มั้ย” เธอเอานิ้วแตะตรงมุมปากของเมย์แล้วสะบัดปาดลิปสติกให้เลอะทั่วแก้ม และเธอก็เดินออกไป
เมย์รีบเอามือปิดปากที่เลอะลิปสติกของเธอ
“ผมขอโทษ...” เอกภพกล่าว
“ไม่ต้องห่วง ชั้นทำงานกับเธอนานกว่าคุณมาก ชั้นชินกับเธอแล้ว”
"แต่ผมไม่ใช่อย่างที่..."
เมย์รีบตัดบท “คุณอยากคุยกับชั้นเื่อะไร?”
เอกภพหายใจเข้าลึกๆ “ผมแค่อยากรู้ว่า... อืม... คุณจะกลับถึงบ้านตอนไหน ผมครุ่นคิดว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อคืนนี้ และที่ผม... เอ่อ... ทำพลาด ผมรู้สึกเหมือนผมยังคงติดค้างคุณเกี่ยวกับ อืม... ภาพวาด”
แค่เขาพูดถึงมันก็ส่งความทรงจำของเมย์กลับไปสู่คืนก่อน เธอนั่งวาดภาพนั้นต่อไปอีกเป็ชั่วโมงหลังจากที่เขาจากไป จนเผลอหลับไปบนโซฟาตอนตีสาม “ไม่หรอก เมื่อคืนก็สมบูรณ์แบบที่สุดแล้ว”
“คุณกำลังพูดเื่อะไร? คุณยังวาดภาพไม่เสร็จเพราะปัญหาของผม” เขาพูดแล้วลดเสียงลงเป็กระซิบ “แต่คุณไม่ต้องกังวลไป คืนนี้ผมจะดูแลมันทันทีที่ผมกลับถึงบ้าน และผมจะดูแลมันอีกครั้งก่อนที่จะออกไปที่บ้านของคุณ”
เมย์เขินอายเมื่อภาพของเขา "กำลังดูแลสิ่งนั้น" ฉายผ่านจินตนาการของเธอ
“ก็คุณบอกว่าในชั้นเรียนศิลปะนายแบบควรจะช่วยตัวเองสองครั้งก่อนจะมาเป็แบบให้ใช่ไหม”
“อืม ชั้นว่าเขาคงพูดเล่นนะ”
ถึงคราวที่เอกภพจะหน้าแดงบ้าง และเมย์ก็อดยิ้มไม่ได้ เธอพูดว่า "แต่เมื่อคืนชั้นเห็นว่าคุณสร้างปัญหามากขนาดไหน งั้นก็...ดูแลมัน...ชั้นเดาว่าอย่างน้อยชั้นจะได้วาดภาพนั้นให้เสร็จในคืนนี้ ตกลงว่าหนึ่งทุ่ม?"
เอกภพยังคงเขินอายพยักหน้า “ได้เลยครับ...หนึ่งทุ่ม”
แปดชั่วโมงต่อมาเมย์นั่งอยู่ในรถ เตรียมพร้อมที่จะกลับบ้าน แล้วเธอก็เห็นเอกภพเดินเข้ามายังลานจอดรถและสงสัยว่าเธอควรชวนเขาไปกินข้าวเย็นก่อนดีไหม ขณะที่เธอกำลังจะเปิดประตูรถ เธอกลับได้ยินเสียงรองเท้าส้นสูงของแพรวรีบวิ่งตามเขามา
ทั้งคู่ไม่ได้สังเกตเห็นเมย์ เพราะเธอหมอบลงในรถและแอบดูพวกเขาคุยกัน มือของแพรวโอบรอบแขนของเขาและนิ้วของเธอก็แตะหน้าอกขณะที่เธอกดขาเรียวยาวแนบกับเขา เธอยังคงพูดคุยกับเขาไม่หยุด ผมสีบลอนด์ยาวสลวยพลิ้วไหวขณะที่เธอหัวเราะ ขณะที่เอกภพยิ้มและพยักหน้าเห็นด้วย
จากนั้นเอกภพก็เปิดประตูรถ มองซ้ายมองขวารอบๆ ลานจอดรถเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครเฝ้าดูขณะที่แพรวย่อตัวลงไปนั่งที่เบาะผู้โดยสารแล้วเขาก็ปิดประตูให้เธอ
เมื่อเมย์มองดูทั้งสองคนขับรถออกไป เธอก็เตะขาอ้วนป้อมที่ข้อต่อโลหะที่ถูกต่อเติมให้ขาสั้นๆ ของเธอไปถึงคันเร่ง กระแทกเท้าของเธอกับมันราวกับว่าอยากจะขับรถให้พุ่งทะลุลานจอดรถไปเลย
************************
เมย์นั่งเหม่อลอยขูดช้อนส้อมไปมาบนจานอาหารเย็นแช่แข็งที่วางอยู่บนโต๊ะหน้าทีวีในห้องนั่งเล่น เธอลากส้อมขีดเขียนเส้นสายบนพลาสติกที่ใช้รองจาน ร่างเส้นในหัวของเธอ ภาพของเด็กผู้หญิงผมสีดำเงางามที่มีขายาวเรียวสวยอย่างไม่น่าเชื่อในจินตนาการของเธอ
แต่แล้วเสียงเคาะที่ประตูบ้านก็ปลุกเมย์จากภวังค์ เธอเหลือบมองนาฬิกาและพบว่าเป็เวลาหนึ่งทุ่มตรง เธอผลักถาดอาหารเย็นออกและมุ่งหน้าไปที่ประตู ซึ่งเอกภพกำลังยืนรอพร้อมกับขวดไวน์ในมือ
“คุณไม่จำเป็ต้อง...” เธอกล่าว
เขายิ้ม “ไม่ใช่สำหรับคุณ แต่สำหรับผมครับ”
เธอส่ายหัว “ชั้นไม่ได้หมายถึงไวน์ ชั้นหมายความว่าคุณไม่ควรมาเสียเวลาที่นี่คืนนี้ ชั้นบอกคุณแล้วไงว่าคุณไม่ได้ติดค้างอะไร”
“ผมรู้ แต่ผม้าทำมัน จริงๆ แล้วเมื่อคืนนี้ผมสนุกกับการเป็นายแบบให้กับคุณด้วยซ้ำไป เอ่อ...ในทางศิลปะ อืม...ผมหมายถึง มันสนุกที่ได้อยู่อีกด้านหนึ่งของขาตั้งเพื่อเฝ้าดูคุณ เห็นกระบวนการสร้างสรรค์ผลงานของคุณ ผมคิดว่ามันอาจช่วยให้ผมเป็ผู้กำกับศิลป์ที่ดีขึ้นได้”
“จริงสิ แล้วคุณไม่อยากเป็นายแบบให้คุณแพรวบ้างหรือ”
"อะไรนะ?"
“เปล่า...ไม่มีอะไร” เธอพูดแล้วหันหน้าหนี
“ไม่ เดี๋ยวก่อน” เขาพูดขณะก้าวเข้าไปในประตู “ทำไมคุณถึงพูดอย่างนั้น ทำไมคุณถึงคิดว่าผมอยากจะเป็นายแบบให้กับแพรวล่ะ”
“ชั้นเห็นคุณหลังเลิกงาน ชั้นเห็นคุณสองคนออกไปด้วยกัน”
“อ๋อ...ใช่ครับ เธอขอติดรถผมออกไปที่ศูนย์รถยนต์ที่เธอเอาไปซ่อม เป็อะไรหรือครับเปล่าเมย์?”
เธอส่ายหัว “เปล่า แค่...ชั้นเห็นวิธีที่เธอััคุณตลอดเวลา”
เอกภพลูบหลังคอของเขา “ใช่ เธอน่าสมเพชจริงๆ”
“แล้วทำไมคุณไม่พูดอะไร ทำไมคุณไม่บอกให้เธอหยุดล่ะ”
"ผม – ผมพยายามแล้ว แต่ก็แค่... ฟังนะ ผมรู้สึกว่าเราสองคนไม่จำเป็ต้องพูดถึงแพรว ผมรบกวนขอที่เปิดไวน์นี้ได้มั้ย หรือจะให้ผมกลับไป"
เมย์ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วค่อยๆ หยิบขวดออกจากมือของเขา “ชั้นจะเอาที่เปิดจุกไม้ก๊อกมา”
สิบนาทีต่อมาพวกเขาก็อยู่ในสตูดิโอของเธอ เธอยังคงจิบไวน์แก้วแรกในขณะที่เขาดื่มแก้วที่สองแล้ว เขาสังเกตเห็นกระดาษแผ่นใหม่บนขาตั้ง และถามด้วยความสงสัยว่า "ภาพสเก็ตช์แผ่นเมื่อคืนนี้อยู่ที่ไหน"
“ชั้นทิ้งมันไปแล้ว” เธอโกหก
"ทำไม?"
“ชั้นไม่รู้ ชั้นเดาว่าคุณพูดถูก มันไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าไหร่นัก และชั้นคิดว่าคุณคงไม่อยากให้ใครเห็นภาพนั้นและจำคุณได้”
เขาเลิกคิ้วขณะที่เริ่มปลดกระดุมเสื้อ “คุณวาดผมโดยไม่มีหัว มีเพียงคนเดียวที่อยู่บริษัทที่เห็นภาพสเก็ตช์นั้นและรู้ว่านายแบบคือผม”
“แพรว?”
เขาส่ายหน้า "ไม่ใช่ครับ เมย์ คุณ -- คุณเป็คนเดียวที่ผมเป็แบบให้ ไม่มีใครรู้ว่าผมหน้าตาเป็อย่างไรเมื่อไม่มีเสื้อผ้านอกจากคุณ"
เมย์หน้าแดงด้วยความเขินอาย เธอหันหลังกลับและเริ่มจัดเรียงแท่งดินสอของเธอ แต่เธอสังเกตเห็นว่าเมื่อเอกภพปลดกระดุมกางเกง...เขาไม่ได้ใส่กางเกงบ็อกเซอร์แบบรัดรูปมาด้วย! เธอหลับตาขณะที่เขาผลักกางเกงลงและพยายามจะไม่จินตนาการว่าระหว่างขาของเขานั้นมีอะไรรอเธออยู่ แต่เธอก็อดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าเขาดูแลมันสองครั้งตามที่สัญญาไว้ได้หรือไม่
เธอนั่งอยู่หน้าขาตั้งและเริ่มร่างโครงร่างคร่าวๆ บนโซฟา ตำแหน่งของเอกภพเปลี่ยนไปจากเมื่อคืนก่อน แทนที่จะหันข้าง ตอนนี้เขาหันกลับมาหาเธอโดยงอขาข้างหนึ่ง และขาอีกข้างเหยียดไปด้านข้าง
เมย์รู้ดีว่าตำแหน่งนี้จะทำให้วาดเท้าของเขายากขึ้น เธอเกลียดการวาดเท้า แต่นั่นเป็ปัญหาน้อยที่สุดของเธอ เพราะเธอพบว่าแทบจะเป็ไปไม่ได้เลยที่จะจดจ่ออยู่กับภาพสเก็ตช์ขณะที่เธอแอบดูบางสิ่งระหว่างขาของเขา
เธอค่อยๆ กัดริมฝีปากล่างของเธอขณะที่คิดภาพในใจว่ามือของเขาโอบรอบท่อนเนื้อขนาดใหญ่ของเขา ขยับขึ้นลงเพื่อทำให้น้ำกามพุ่งออกมา และเธอสงสัยว่าเขาคิดจินตนาการถึงเธอหรือแพรว แต่แล้วภาพร่างกายเปลือยเปล่าของเธอก็แวบเข้ามาในจิตใจ
"ภาพของผู้หญิงวัย 24 ปี ที่มีส่วนสูงเพียงสามฟุตครึ่ง ขนาดลำตัวใกล้เคียงคนทั่วไป แต่แขนและขาสั้น โดยเฉพาะส่วนต้นขาและแขนส่วนบนที่มีลักษณะอ้วนป้อม นิ้วมือและเท้าสั้นซึ่งแยกออกจากกันชัดเจน กระดูกสันหลังคดนิดหน่อย โครงหน้าของเธอมีหน้าผากกว้างและดั้งจมูกแบน รวมถึงดวงตาที่อาจดูโตกว่าปกติเมื่อเทียบกับใบหน้า"
อิมเมจตัวละคร : เมย์

จากนั้นเธอก็ทำหน้าบูดบึ้งขณะที่เธอขีดเขียนดินสอไปมาทั่วทั้งหน้ากระดาษจนเกือบทำลายมัน
"คุณกำลังทำอะไรอยู่?" เอกภพถาม
“ผิด...ผิดมาก” เธอพูดแล้วกำลังจะฉีกหน้ากระดาษทิ้ง
"รอเดี๋ยว ผมขอดูหน่อย"
เอกภพลุกขึ้นจากโซฟาและเดินไปข้างๆ เธอ มือของเขาวางบนขาตั้งในขณะที่เขาเพ่งมองโครงร่างคร่าวๆ ที่เป็รูปเป็ร่างบนหน้ากระดาษ “ไม่เห็นเป็ไรเลย คุณจะทำลายมันทำไม”
“เพราะเท้า” เธอโกหก "ชั้นไม่สามารถวาดเท้าให้ถูกต้องได้"
แต่ตอนนี้เมย์ไม่ได้คิดถึงเท้าของเอกภพในขณะที่เขายืนใกล้จนได้กลิ่นสบู่อาบน้ำที่เขาใช้ก่อนจะมา เธอกำลังคิดเกี่ยวกับท่อนเนื้อหนายาวกึ่งแข็งตัวที่ห้อยลงมาข้างๆ ต้นขาของเธอ เธอจึงขยับเก้าอี้ขยับห่างจากเขาเล็กน้อย
นั่นทำให้เอกภพรู้ตัวว่าเขาอยู่ใกล้เมย์แค่ไหน โดยที่เขายังคงเปลือยเปล่าทั้งตัว เขารีบปิดความเป็ชายด้วยมือของเขา “ขอโทษครับ มันทำให้คุณหงุดหงิดหรือเปล่าที่ผมยืนใกล้คุณแบบนี้”
เธอส่ายหัวและยิ้มให้เขา พยายามอย่างยิ่งที่จะสบตากับใบหน้าของเขาหรือส่วนอื่นๆ ยกเว้นที่เป้าของเขา
เขาส่งรอยยิ้มอบอุ่นกลับมาให้เธอ "ดี...เป็สิ่งสำคัญสำหรับศิลปินที่จะรู้สึกสบายใจกับนายแบบของพวกเขา"
เอกภพชี้ไปที่ภาพวาดแล้วพูดว่า "ผมคิดว่ามันเป็ตำแหน่งที่ผมวางเท้าอยู่" จากนั้นเขาก็วางมือบนหลังเธอขณะที่อธิบายว่าฝ่าเท้าหันไปทางไหนอย่างไร และมันอาจจะดีกว่าถ้าเขานอนตะแคงเหมือนเมื่อคืนก่อนเพื่อให้เท้าของเขาอยู่ในที่ที่เธอมองเห็นได้ชัดเจน
เมย์พยักหน้า ทั้งๆ ที่เธอไม่ได้ยินคำพูดของเอกภพเลยสักคำ ทั้งหมดที่เธอคิดได้คือความรู้สึกของฝ่ามือที่ใหญ่ของเขากับหลังเล็กๆ ของเธอ และในนึกภาพมือและแขนของเขาที่อยู่ข้างหลังเธอ มัดกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นทุกเส้นราวกับแกะสลักด้วยหินอ่อนไม่ต่างจากรูปปั้นของเดวิดที่กลับมีชีวิตขึ้นมาใหม่
จากนั้นเอกภพก็เคลื่อนตัวออกห่างจากเธอ เลื่อนมือไล่ลงไปตามแผ่นหลังเธอขณะที่ปล่อยมือออก ซึ่งการขาดััของเขาทำลายมนต์สะกด เมย์กะพริบตาที่ตอนนี้ดูสดใสกว่าเมื่อก่อน และค่อยๆ หยิบดินสอของเธอ พยายามสงบสติอารมณ์ขณะที่มองดูเขาจากหางตา
เขากลับไปที่โซฟา ห่มผ้าห่มที่วางอยู่ใกล้ๆ และนั่งลงโดยให้ขาข้างหนึ่งชี้ไปที่ที่วางแขน และอีกข้างหนึ่งห้อยลงมาจากด้านข้างของโซฟาโดยวางฝ่าเท้าราบกับพื้น ท่านี้ทำให้เธอมองเห็นทุกตารางนิ้วของกายวิภาคศาสตร์ได้อย่างไม่จำกัด