เมื่อกลับมาถึงโรงเรียน ผู้ปกครองต่างมารอรับบุตรหลานของตน ภารดาก็เป็หนึ่งในผู้ปกครองเ่าั้เช่นกัน เมื่อลูกสาวลูกชายเดินลงมาจากรถทัวร์ จูจูน้อยก็ลอยตัวมองหาท่านพ่อของตนเองกับพี่สาวก็เห็นภารดาที่ยืนอยู่บริเวณม้าหินอ่อนใกล้กับศาลพระภูมิของโรงเรียน
“พี่สาวจ้ะ ท่านพ่ออยู่ที่ม้าหินอ่อนใกล้กับศาลพระภูมิจ้ะ”
‘โอเค’
“ยัยพิมพ์คุณพ่อของฉันมารับแล้ว แล้วที่บ้านของเธอหล่ะมาแล้วหรือยัง”
“อืม มาแล้วหล่ะ ตอนนี้รถติดอยู่ที่หน้าโรงเรียน ฉันจะลากกระเป๋าไปที่หน้าโรงเรียนเลยี้เีอยู่รอในนี้แล้ว วันจันทร์เจอกันนะหลิน”
“อื้ม ! วันจันทร์เจอกันจ้ะ”
เนตรดาวเดินลากกระเป๋ามาในทิศทางที่จูจูน้อยได้บอกไว้ ส่วนเ้าตัวนั้นลอยตัวเข้าสู่อ้อมกอดของภารดาก่อนเธอเสียอีก เนตรดาวมองภาพของเ้าลูกหมูที่ออดอ้อนออเซาะพ่อของเธอด้วยความหมั่นไส้ในความช่างฉอเลาะนั้น
“ท่านพ่อจ๋าหนูกลับมาแล้วจ้ะ”
“สวัสดีค่ะพ่อ พ่อมารอพวกหนูนานแล้วหรือยังคะ”
“สวัสดีจ้ะลูก พ่อมารอไม่นานหรอก ป่ะเดี๋ยวจะร้อนไปกว่านี้เรากลับบ้านกันดีกว่า มาให้พ่อช่วยลากกระเป๋าให้ หนูถือแค่ของฝากก็พอ”
“ขอบคุณค่ะพ่อ”
ภารดาขับรถพาลูกทั้งสองเดินทางกลับบ้านสวนเมืองนนท์เช่นเดิม เดือนหน้าพวกเขาจะย้ายออกจากบ้านหลังนี้ไปอาศัยอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ ส่วนบ้านสวนที่นี่จะปล่อยเช่าเอาไว้ เสียงดังเจ้ยแจ้วของจูจูที่เอ้ยเอ่ยเล่าเื่ราวที่ตนเองได้ไปท่องเทียวที่จังหวัดระยองให้ภารดาฟัง ส่วนหลินก็พูดเสริมเล่าวีรกรรมความซุกซนของจูจูให้กับผู้เป็พ่อฟังด้วย
“สรุปแล้วทริปนี้ จูจูแฮปปี้สุดฤทธิ์เลยค่ะคุณพ่อ ลงไปเล่นบานาน่าโบ๊ทกับท่านเ้าที่ของโรงแรม จนหนูเรียกหลายครั้งถึงยอมขึ้นห้องค่ะพ่อ จูจูดื้อสุดๆเลยค่ะ”
“หนูไม่ได้ดื้อเสียหน่อย แบบว่ามันสนุกติดพันในอารมณ์ไงจ้ะพี่สาว แต่สุดท้ายหนูก็ขึ้นห้องมากับพี่สาวอยู่ดีนี่จ้ะ เห็นไหมว่าหนูไม่ดื้อเลยสักนิด จริง ๆ นะจ้ะท่านพ่อ”
“อืม ไม่ดื้อก็ไม่ดื้อลูก”
เนตรดาวได้แต่ส่ายหน้ากับความเต็มใจเออออห่อหมกของคุณพ่อกับเ้าลูกหมู เมื่อมาถึงบ้านอาบน้ำกินข้าวเสร็จ เนตรดาวจึงนำน้ำและยาหลังอาหารมาให้ผู้เป็พ่อ
“น้ำกับยาหลังอาหารค่ะพ่อ”
“อื้ม! ขอบใจมากเลยนะหลิน”
“ไม่เป็ไรค่ะ คุณพ่อกินยาแล้วสักพักก็พักผ่อนนะคะ พรุ่งนี้หนูจะช่วยคุณพ่อทยอยแพ็คของค่ะ”
“ได้สิ ! เรามาร่วมด้วยช่วยกัน จะว่าไปลูกสาวของพ่อก็โตเป็สาวมหาวิทยาลัยแล้วหรือนี่ ถ้าแม่ของหนูที่อยู่บนฟ้ามองลงมาคงจะยิ้มไม่หุบแน่ๆ”
"แน่นอนสิคะ ป่านนี้แม่สร้อยนางฟ้าของพวกเราคงกำลังจะมองดูพวกเราอยู่แน่ ๆ ค่ะ
“อืม นั่นสินะ เอาหล่ะดึกแล้วฝันดีจ้ะสาวน้อยของพ่อ”
“ฝันดีเช่นกันค่ะคุณพ่อ”
เมื่อเนตรดาวเข้ามาในห้องนอนก็พบกับจูจูน้อยที่อาบน้ำประแป้งใส่ชุดนอนลายลูกหมูสีชมพูนอนห่มผ้ารอบนเตียงของเ้าหล่อนแล้ว ตอนนี้ห้องนอนของจูจูกลายเป็ห้องเก็บเสื้อผ้าที่แทบจะไม่มีที่ให้เดิน จูจูก็เลยขอมานอนกับหลินมาหลายปีแล้ว และก็เป็ความเคยชินเช่นกันหากวันไหนหลินไม่ได้กอดน้องชายตัวน้อยเธอก็คงจะนอนไม่หลับเช่นกัน
“จูจู ลุกมาคุยกันเื่กำไลนี่ก่อน”
“อื้อ! หนูไม่ได้นอนซักหน่อย แค่พักผ่อนสายตาก็เท่านั้นเอง” จูจูลุกขึ้นมาแล้วปีนขึ้นมานั่งบนตักนุ่มของเนตรดาว
“จ้า พี่เชื่อจูจูสุดใจ เอาหล่ะมาเข้าเื่กัน คุณยายคนนั้นบอกว่าให้พี่หยดเืลงกำไลวงนี้ หมายความว่าอะไรอ่ะ”
“ท่านยายหมายถึงให้พี่สาวทำพันธสัญญากับกำไลสรรพสิ่งวงนี้จ้ะ เมื่อพี่สาวหยดเืลงไปพี่สาวก็จะเป็เ้าของกำไลนี้อย่างสมบูรณ์ อีกทั้งกำไลวงนี้เป็กำไลวิเศษถ้าพี่สาวหยดเืทำพันธสัญญาเสร็จพี่สาวก็จะรู้เองจ้ะว่ามันพิเศษแบบไหน”
“ก็ได้ อย่างนั้นก็มาลองดูกัน”
เนตรดาวใช้เข็มเช็ดแอลกอลฮอล์นำมาจิ้มที่ปลายนิ้วแล้วหยดเืลงไปในบนกำไลสีรุ้ง ทันใดนั้นแสงสว่างจ้าสีรุ้งทอประกายก็เปล่งแสงออกมาครอบร่างของเธอ เนตรดาวคล้ายกับถูกดูดเข้าไปยังที่แห่งหนึ่ง เมื่อลืมตาขึ้นมาทั้งเนตรดาวกับจูจูที่ติดสอยห้อยตามเข้ามาด้วยก็มองเห็นสภาพแวดล้อมที่แปลกตา ทิวทัศน์ูเา ป่าไม้ รวมถึงพืชผลต่าง ๆ ที่ออกดอกติดผลเต็มต้น ไหนจะบึงดอกบัวขนาดใหญ่ที่มีดอกบัวกลิ่นหอมชูช่อสวยงาม
“ที่นี่มันที่ไหนกันเนี่ย?”
“หนูคิดว่าคงจะเป็มิติของกำไลสรรพสิ่งจ้ะพี่สาว”
“มิติอย่างนั้นหรือ?”
“ใช่จ้ะ ประมาณว่าเป็อีกพื้นที่หนึ่งที่อยู่ในกำไล เ้าของมิติเมื่อทำพันธสัญญาก็จะสามารถเข้าออกมิติของตนเองได้ มันก็คล้ายๆ กับมิติของหนูในกำไลหยกเหมือนกันจ้ะ แต่มิติในกำไลหยกของหนูเป็ที่เก็บของเท่านั้นไม่มีต้นไม้แม่น้ำเหมือนกับพี่สาวจ้ะ”
“อืมอย่างนี้นี่เอง แต่จูจูบอกพี่ว่าแค่เ้าของเท่านั้นที่เข้ามาได้ แล้วทำไมจูจูถึงเข้ามากับพี่ได้หล่ะ”
“ก็หนูนั่งตักพี่สาวอยู่นี่จ้ะถึงเข้ามาด้วยได้ บางทีมิติของพี่สาวอาจจะนำสิ่งอื่นหรือสิ่งมีชีวิตเข้ามาก็ได้นะจ้ะ”
“อืม…จูจู ใต้ต้นไม้ใหญ่นั่นมีบ้านไม้อยู่ด้วยหล่ะ เราเข้าไปดูกันเถอะ”
เนตรดาวจูงมือจูจูน้อยเดินเข้าไปในบ้านไม้หลังนั้น เมื่อลองเปิดเข้าไปก็พบกับห้องหนังสือ ห้องครัว ห้องนั่งเล่น ห้องนอนจำนวนสามห้อง มีห้องนอนใหญ่และห้องนอนขนาดกลางอีกสองห้อง เมื่อเปิดไปที่ห้องนอนห้องสุดท้าย เนตรดาวก็ต้องใเพราะมีร่างของเด็กน้อยนอนห่มผ้าหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงนั้น
“จูจู มีเด็กนอนอยู่ในนั้นด้วยหล่ะ”
“ไหนจ้ะ หนูขอเข้าไปดูหน่อย”
จูจูรีบเดินเข้าไปดูในห้องนอนนั้น จูจูมีความรู้สึกใจเต้นคล้ายกับว่ามีใครอีกคนที่ตนเองคุ้ยเคยรออยู่ ไม่รอช้าจูจูรีบเดินเข้าไปที่เตียงนั้น แต่เมื่อเห็นหน้าเด็กน้อยคนนั้นจูจูถึงกับนิ่งค้าง ทำไมเด็กคนนี้มีหน้าตาเหมือนกับตนเองแบบนี้หล่ะ
“พี่สาวจ๋า เข้ามาดูนี่สิ ทำไมเด็กคนนี้ถึงมีหน้าตาเหมือนกับหนูแบบนี้จ้ะ”
เนตรดาวค่อย ๆ เดินเข้ามาในห้องนอนแล้วเดินเข้ามาใกล้เตียงที่เด็กน้อยนอนอยู่ เมื่อมองเห็นหน้าเด็กคนนี้ชัดเจนก็ต้องหันมามองจูจู ที่หน้าตาเหมือนกันอย่างกับแกะออกมาจากพิมพ์เดียวกัน จูจูไม่รอช้ายื่นแขนอวบอ้วนสะกิดเด็กน้อยที่หน้าตาเหมือนตนเองให้ตื่นขึ้นจากห้วงนิทรา
“นี่ ๆ ตื่นได้แล้ว ทำไมเ้าถึงขี้เซาแบบนี้เนี่ย”
“งื้อ! ใครมากวนเวลานอนของข้า”
“ข้าเอง เ้าลืมตาขึ้นมาดูสิ”
เด็กน้อยหน้าตาน่ารักลืมตาขึ้นมาจากห้วงนิทรา เมื่อลุกขึ้นมานั่งได้ก็มองผู้มาเยือนที่ยืนอยู่ข้างเตียงของตน เมื่อผ้าห่มที่คลุมร่างของเด็กน้อยร่นลงมาก็พบว่าเด็กน้อยคนนี้สวมเอี้ยมสีเขียวต่างจากจูจูที่สวมเอี้ยมสีแดง
“งื้อ! จูจู กว่าจะกลับมาได้นะ ข้ารอเ้าตั้งนาน คาระวะนายหญิงขอรับยินดีต้อนรับนายหญิงกลับมาอีกครั้งขอรับ”
“เดี๋ยวก่อนนะเ้ารู้จักข้าด้วยหรือ ทำไมเ้ารู้หล่ะว่าข้าชื่อจูจู”
“โธ่พี่ชายของข้าทำไมท่านโง่เช่นนี้หล่ะ หรือว่าท่านลืมข้าไปแล้ว”
เด็กน้อยที่นั่งอยู่บนเตียงดีดลำแสงสีทองเข้าสู่กลางหน้าผากของจูจู ในความทรงจำของจูจูที่มีหมอกหนาคล้ายกับถูกผนึกความทรงจำกลับแจ่มชัดขึ้นมา เขาจำเด็กตรงหน้าได้แล้ว! ไม่รอช้าจูจูรีบะโขึ้นเตียงแล้วเข้าไปสวมกอดเด็กชายที่อยู่ตรงหน้า
“งื้อ! จูจิน ข้าจำเ้าได้แล้ว!”
“เ้าคงจะถูกผนึกความทรงจำหล่ะสิ ไม่เป็ไรข้าให้อภัยเ้า”
“จูจู เด็กคนนี้เป็น้องชายฝาแฝดของจูจูอย่างนั้นหรือ”
“ใช่จ้ะพี่สาว นี่คือจูจิน น้องชายฝาแฝดของหนูเอง มิน่าหล่ะทำไมหนูถึงเข้ามาในมิติของพี่สาวได้”
“เอาหล่ะ พี่ว่าเราออกมาคุยกันที่ห้องนั่งเล่นดีกว่ามั๊ย”
“ได้สิจ้ะ ป่ะ จูจิน เราออกไปคุยกันเถอะ!”
เนตรดาวเดินตามฝาแฝดตัวน้อยที่จับจูงกันเดินอยู่ด้านหน้าของตน ซึ่งในตอนนี้จูจูได้เปลี่ยนมาสวมเอี้ยมสีแดงเหมือนกับน้องชายของตน ยิ่งเห็นก็ยิ่งน่ารัก จูจูกับจูจิน นี่ถ้าคุณพ่อได้มาเห็นจูจินอีกคนไม่แน่ว่าเธอต้องตกกระป๋องจริง ๆ เสียแล้วหล่ะ
“นายหญิงขอรับ ที่นี่คือมิติแห่งสรรพสิ่งของท่าน ส่วนข้าคือจูจินภูติแห่งสรรพสิ่ง ส่วนพี่ชายของข้าคือจูจูภูติแห่งสรรพสิ่งเช่นกัน เมื่อหลายพันปีนายหญิงเบื่อความวุ่นวายของ์จึงได้ลงมาจุติยังโลกมนุษย์เพื่อเผชิญเคราะห์และสะสมความดีอีกครั้ง ข้ากับจูจูจึงถูกแยกจากกัน ข้าถูกผนึกรออยู่ในกำไลสรรพสิ่ง ส่วนจูจูนายหญิงได้ฝากท่านปู่ชะตาเป็ผู้ดูแลขอรับ”
“หมายความว่าฉันคือเ้าของที่นี่และเป็เ้านายของพวกหนูทั้งสองสินะ”
“ใช่จ้ะพี่สาว เอ้ย!นายหญิง” จูจูรีบเปลี่ยนคำพูดตอนนี้ความทรงจำที่ถูกผนึกได้คลายแล้ว หญิงสาวที่อยู่ข้างหน้าคือนายหญิงหาใช่พี่สาวของมันไม่
“จูจู เรียกพี่ว่าพี่สาวเหมือนเดิมเถอะ ส่วนจูจินก็เรียนฉันว่าพี่สาวหลินหลินเหมือนกับจูจูได้นะ ตอนนี้ไม่มี์หรืออะไรทั้งนั้น อีกอย่างฉันไม่ชินที่มีเด็กมาเรียกว่านายหญิงด้วย เราค่อย ๆ ปรับตัวเข้าหากันจะดีไหม”
“ได้ขอรับพี่สาวหลินหลิน”
“จูจิน พี่มีคำถาม ในมิติแห่งนี้สามารถนำคนหรือสิ่งมีชีวิตอื่นเข้ามาได้ไหม?”
“สามารถนำเข้ามาได้ตามความ้าของพี่สาวขอรับ แต่มีข้อแม้ว่าพี่สาวหลินหลินต้องเป็ผู้นำเข้ามาด้วยตนเองเท่านั้นขอรับ”
“อืม…ดี เอาหล่ะนี่ก็น่าจะดึกแล้วฉันขอตัวออกไปจากที่นี่ก่อน แล้วจะกลับเข้ามาใหม่ จูจูจะออกไปกับพี่หรืออยู่กับจูจินหล่ะ ”
“หนูจะออกไปด้วยจ้ะ จูจินเดี๋ยวข้ากลับมาใหม่ข้าจะเอารูปปั้นของข้าเข้ามาเก็บไว้ในนี้ด้วย”
“อื้อ! ได้สิ เพราะห้องนอนที่เหลือก็เป็ของเ้ากับพี่สาวหลินหลินหล่ะ”
เนตรดาวจูงมือจูจู จากนั้นตั้งจิตกำหนดออกมาในห้องนอน เธอยังมึนงงกับเื่มหัศจรรย์ที่พบเจอ ั้แ่การพบเจอกับจูจูเซียนน้อยหลงมิติ เื่ประหลาดที่พบหญิงชราในศาลเ้า แล้วยังมาเื่กำไลสรรพสิ่งกับฝาแฝดของจูจูอีก แม้แต่เธอที่เป็คนปกติร่างกายแข็งแรงยังรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้ ถ้าหากคุณพ่อรู้เข้าเธอก็ไม่แน่ใจว่าคุณพ่อจะรับไหวหรือไม่
“จูจู ถ้าพี่บอกเื่นี้กับคุณพ่อท่านจะตื่นเต้นจนมีผลกับโรคหัวใจหรือเปล่า”
“พี่สาวก็ต้องค่อย ๆ บอกท่านพ่อจ้ะ แต่เราต้องแต่งเื่ขึ้นมาก่อน เราบอกท่านพ่อว่าท่านปู่เซียนมาหาข้าแล้วเอากำไลวิเศษมาให้พี่สาวดีไหมจ้ะ”
“อืม เราค่อย ๆ เล่าเื่ในมิติให้คุณพ่อฟัง จากนั้นเราค่อยพาคุณพ่อเข้าไปในมิตินั้นกัน”
“ดีจ้ะ หนูจะได้ให้ท่านพ่อเห็นน้องชายของหนูด้วย”
“เฮ้อ! ถ้าพ่อเห็นจูจินอีกคน พ่อต้องลืมลูกสาวคนสวยแบบพี่แน่ ๆ เลยหน่ะสิ”
“ฮิ ฮิ ก็หนูกับจูจินน่ารักที่สุดในโลก แม้แต่พี่สาวก็สู้ไม่ได้”
“หน็อยแน่ จูจู มาให้พี่สาวคนนี้จัดการซะดี ๆ”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ”
เสียงหัวเราะที่เล็ดลอดออกมาจากห้องนอนของเนตรดาวก็ทำเอาภารดาที่นอนอยู่ข้างห้องอมยิ้มกับความสดใสของลูกสาวกับลูกชายตัวน้อย เขายิ้มมองขึ้นไปบนฟ้าที่ประดับดวงจันทร์และดวงดาวที่ประกายแสง ภรรยาสุดที่รักของเขาคงจะเป็หนึ่งในดวงดาวเ่าั้ เขาเชื่อเื่์เพราะเจอกับจูจูน้อยกับท่านเ้าที่ที่มีอยู่จริง ดังนั้นหากภรรยาของเขายังไม่ได้ไปเกิดใหม่หรือเป็นางฟ้าอยู่บน์ เมื่อมองลงมาก็คงจะเห็นลูกสาวคนสวยที่แสนร่าเริงของเรา อีกไม่นานเขาก็คงจะได้พบเจอกับภรรยา ภารดาได้แต่หวังว่าเมื่อวันใดวันหนึ่งที่เขาจากโลกนี้ไปลูกสาวของเขาจะได้ไม่เสียใจหรือเหงาจนเกินไปอย่างน้อยก็มีจูจูคอยอยู่เป็เพื่อน เขาต้องขอบคุณ์ที่ส่งจูจูน้อยให้กับครอบครัวของเขาจริง ๆ
**********************