เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เล่มที่ 3 บทที่ 90 เธอจับโดนส่วนไหนของเขากัน! (2)

            ซูเจี่ยนอันหน้าแดงเป็นลูกตำลึงเธอรีบเก็บมือตัวเองกลับมา แกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง และตั้งหน้าตั้งตาดูหนังต่อไป

            ผ่านไปสักพักหลังจากคิดดีแล้ว เธอก็แย่งถังป๊อปคอร์นกลับมาถือ และดูหนังของเธอต่ออย่างพยายามไม่สนใจ

            ตอนนี้เธอไม่กล้าหันไปมองหน้าลู่เป๋าเหยียนอีกแล้ว

            หนึ่งชั่วโมงกว่าให้หลังหนังก็จบลงผู้ชมทั้งหลายพากันพูดคุยถึงเรื่องราวในหนังก่อนจะเดินออกจากโรงกันไปในขณะที่ลู่เป๋าเหยียนเพิ่งจะเก็บมือถือเข้ากระเป๋า

            ซูเจี่ยนอันตั้งใจดูหนังตั้งแต่ต้นจนจบเหมือนคอหนังทั่วๆไป จึงไม่ได้สนใจลู่เป๋าเหยียน คนที่ก้มหน้าดูมือถืออยู่ตลอดเวลาที่หนังฉาย

            เธอนิ่งไปก่อนถามเขา“นายไม่ชอบดูหนังงั้นเหรอ”

            ลู่เป๋าเหยียนเลิกคิ้ว“ขึ้นอยู่กับว่ามาดูกับใคร”

            มากับเธอเขาแทบจะไม่มองจอเลยก็หมายความว่า...เขาไม่ชอบมาดูหนังกับเธอใช่ไหม?

            ซูเจี่ยนอันเบือนสายตามองไปทางอื่น

            “ลู่เป๋าเหยียนนายจะพูดให้นุ่มนวลกว่านี้ไม่ได้หรือไง”

            ลู่เป๋าเหยียนมองท่าทางไม่พอใจของเธอก่อนจะลูบศีรษะเธอเบาๆ

            “เด็กโง่ถ้าฉันไม่อยากมาดูหนังกับเธอ ก็คงไม่ตามมาจนถึงที่นี่คงคิดว่าฉันไม่ได้ดูหนังเมื่อกี้เลยล่ะสิ”

            ซูเจี่ยนอันหันไปมองเขา“ก็นายไม่ได้ดูเลยจริงๆ นี่ ฉันไม่ได้จะหาเรื่องนายนะ แค่อยากจะบอกว่าถ้านายไม่ชอบก็ไม่ต้องฝืนใจมาเป็นเพื่อนฉันหรอก ฉันแค่มาดูหนังแก้เบื่อเท่านั้น”

            ลู่เป๋าเหยียนถอนหายใจเพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองดูอยู่ เขาจึงร่ายเนื้อเรื่องย่อ ก่อนจะท่องบทพูดของตัวละครได้ทุกคำบทสรุปของทุกตัวละครเขาก็เล่าได้ไม่ผิดเพี้ยน

            ซูเจี่ยนอันช็อกไป“นายเคยดูมาก่อนแล้วเหรอ”

            “หนังเพิ่งเข้าโรงเมื่อเสาร์ที่แล้วหลายวันมานี้เราก็อยู่ด้วยกันตลอด เธอคิดว่าฉันจะเอาเวลาที่ไหนไปดูหนัง?” ลู่เป๋าเหยียนกล่าว “เจี่ยนอันไม่ใชทุกคนที่ต้องนั่งจ้องหน้าจอตาไม่กะพริบถึงจะดูหนังรู้เรื่อง”

            เขาทำสองอย่างในเวลาเดียวกันได้อย่างมีประสิทธิภาพจริงๆ

            ซูเจี่ยนอันชักรู้สึกนับถือลู่เป๋าเหยียนขึ้นมานิดๆ

            บนหน้าจอยังคงขึ้น End Credit เธอพูดขึ้นว่า

            “ไม่รู้ว่าจะมีภาคต่อไหมเนอะ”

            “ภาคต่อจะเปิดกล้องถ่ายทำในช่วงครึ่งปีหลังนักแสดงชุดเดิม” ลู่เป๋าเหยียนตอบ

            “เอ๋?”ซูเจี่ยนอันหันมองหน้าลู่เป๋าเหยียนอย่างประหลาดใจปนตื่นเต้น “ทำไมนายรู้ดีจังทางผู้สร้างยังไม่ได้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการเลยนี่”

            ลู่เป๋าเหยียนยื่นมือถือให้ซูเจี่ยนอันดูอีเมลที่เขาเพิ่งได้รับเป็นข้อความภาษาอังกฤษสั้นๆ ว่า

            “เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่คุณลู่และภรรยาชื่นชอบผลงานของพวกเราภาคต่อจะเริ่มถ่ายทำในช่วงครึ่งปีหลัง นักแสดงยังคงเป็นชุดเดิมครับเนื้อเรื่องจะเข้มข้นขึ้น การถ่ายทำก็จะประณีตมากขึ้นกว่าเดิม ทั้งนี้ขอให้การร่วมมือของเราเป็นไปด้วยดี”

            อีเมลฉบับนี้ลงท้ายด้วยชื่อภาษาอังกฤษที่แสนคุ้นตา

            ซูเจี่ยนอันลองนึกดูก็พบว่านี่มันชื่อของผู้อำนวยการสร้างหนังเรื่องนี้นี่นา!

            อีเมลก่อนหน้านั้นเป็นอีเมลที่พวกเขาคุยกันเรื่องโปรเจคที่จะร่วมทุนกันอีกฝ่ายพูดถึงภาพยนตร์เรื่องนี้ ลู่เป๋าเหยียนจึงตอบไปว่าเขากำลังดูภาพยนตร์เรื่องที่ว่ากับภรรยาอยู่พอดี และเธอชอบมันมาก

            ถ้าเป็นสถานการณ์ทั่วไปซูเจี่ยนอันคงซาบซึ้งไปกับข้อความที่เขาพิมพ์ แต่เวลานี้ เธอรู้สึกช็อกมากกว่าลู่เป๋าเหยียนเจ๋งขนาดได้ร่วมงานกับบริษัทสร้างหนังยักษ์ใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย!หนังทุกเรื่องของบริษัทนี้สร้างรายได้ที่เป็นตำนานในทุกๆ ปีเลยนะ!

            เธอปิดปากอย่างตกตะลึงไปสักพักก่อนจะคว้าแขนเขา

            “นายรู้จักกับคนสร้างงั้นเหรองั้นนายช่วยขอลายเซ็นวัตสันให้ฉันหน่อยได้หรือเปล่า!”

            “พระเอก?”ลู่เป๋าเหยียนยิ้มมุมปากก่อนจะตอบชัดถ้อยชัดคำ “เลิกคิดไปได้เลย”

            พูดจบเขาก็คว้าแขนเธอเดินเข้าลิฟต์ลงไปที่ชั้นล่าง

            ซูเจี่ยนอันไม่ใช่คนบ้าดาราแต่เธอชอบพระเอกคนนี้มานานมากแล้วเธอคล้องแขนออดอ้อนให้เขาช่วยขอลายเซ็นมาให้ก็แล้ว แต่เขาก็ยังไม่ยอมรับปาก

            จนเธอต้องงัดไม้เด็ดออกมา

            “จะให้ฉันทำอะไรก็ได้เอางี้ ฉันทำมื้อเช้าให้นายฟรีๆ เลยสามเดือนโอเคไหม”

            “เธอบอกเองไม่ใช่เหรอว่าพ่อครัวที่บ้านเป็นมืออาชีพ”ลู่เป๋าเหยียนไม่คล้อยตาม

            “คงไม่ต้องรบกวนเธอหรอกเธอดูแลแค่มื้อเย็นก็พอ”

            ซูเจี่ยนอันเบะปาก“คนใจแคบ”

            เมื่อถึงหน้าประตูห้างมือถือของลู่เป๋าเหยียนก็สั่นขึ้น ซูเจี่ยนอันบังเอิญเหลือบไปเห็นชื่อของคนโทรเข้าพอดี

            ‘หานรั่วซี’

            หัวใจเธอเหมือนถูกบีบรัดไปชั่วขณะเธอยิ้มแล้วชี้ไปที่เคาน์เตอร์เครื่องสำอางยี่ห้อหนึ่ง

            “นายรับโทรศัพท์ไปก่อนนะฉันขอไปดูตรงนั้นนิดหนึ่ง”

            ลู่เป๋าเหยียนจับมือเธอไว้ไม่ให้ไปไหนก่อนจะรับสาย

            ในห้างที่คนพลุกพล่านแบบนี้ทำให้ซูเจี่ยนอันไม่ได้ยินสิ่งที่หานรั่วซีพูดกับลู่เป๋าเหยียนเธอได้ยินแต่สิ่งที่ลู่เป๋าเหยียนพูดตอบกลับไป

            คนพูดน้อยอย่างเขาตอบกลับไปแค่คำว่า “อืม” “ได้” “ลองปรึกษาผู้จัดการเธอดู”ไม่ถึงสองนาทีเขาก็วางสาย

            ถ้าไม่ใช้เพราะโทรศัพท์สายนี้เธอคงลืมผู้หญิงที่ชื่อหานรั่วซี และเรื่องข่าวฉาวของพวกเขาไปแล้ว

            ความจริงในช่วงนี้หานรั่วซีแค่ไปถ่ายหนังที่ต่างประเทศเท่านั้นเธอไม่ได้หายไปจากชีวิตของลู่เป๋าเหยียนสักหน่อย และในตอนนี้เธอก็ใกล้จะกลับมาแล้ว

            “เธอแค่บอกว่าจะมาเข้าร่วมงานเลี้ยงครบรอบบริษัท”ลู่เป๋าเหยียนมองหน้าซูเจี่ยนอันก่อนตอบ

            “เธอคิดอะไรอยู่”

            ซูเจี่ยนอันทำหน้าจริงจัง“ฉันกำลังคิดว่า จะลองเปลี่ยนไปใช้มาสก์ยี่ห้ออื่นดีไหม...”

            “…”

            ซูเจี่ยนอันดึงมือเขาให้เดินไปยังที่จอดรถ

            “ช่างเถอะเรากลับบ้านกันเถอะ”

            ที่จริงไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากรู้ว่าหานรั่วซีโทรหาเขาทำไมแต่ในเมื่อลู่เป๋าเหยียนกล้ารับสายต่อหน้าเธอ แล้วเธอยังจะซักไซ้เขาไปทำไมอีกล่ะ

            กว่าจะกลับถึงบ้านกินมื้อเย็นเรียบร้อยก็เกือบสี่ทุ่มซูเจี่ยนอันยังไม่ง่วง แต่ก็นึกไม่ออกว่าจะทำอะไรดีจึงเดินไปเดินมาอยู่ในห้องรับแขก จัดข้าวของย้ายที่ไปมาจนกระทั่งลู่เป๋าเหยียนโผล่มา

            ลุงสวีกับคนรับใช้เข้านอนกันหมดแล้วเวลานี้จึงมีแค่ซูเจี่ยนอันที่เดินล่องลอยอยู่ในห้องรับแขก เมื่อเห็นคนที่เดินเข้ามาเธอก็ยิ้มทักทาย

            “นายไม่ยุ่งงั้นเหรอ”

            “ไม่ยุ่ง”ลู่เป๋าเหยียนถาม “มีอะไรหรือเปล่า”

            “มี!”ซูเจี่ยนอันจับมือเขาพลางส่งสายตาคาดหวัง

            “นายทำอะไรเป็นเพื่อนฉันหน่อยสิฉันเบื่อจะตายอยู่แล้ว”

            ลู่เป๋าเหยียนยกมุมปากยิ้มบาง

            “เรื่องที่พอจะทำได้ในเวลานี้มีไม่มากเธออยากจะให้ฉันทำอะไรกับเธอล่ะ หืม?”

            คำว่า ‘ทำอะไร’ของเขาทำเอาซูเจี่ยนอันคิดเชื่อมโยงไปถึงเรื่องอื่น เธอกระแอมก่อนจะตอบเขา

            “นายอย่ามาทำเจ้าเล่ห์ตอนนี้นะ!”

            ว่าแล้วเธอก็นึกอะไรขึ้นได้“จริงสิ ในหนังที่เราดูเมื่อกี้ พระเอกเองก็เต้นวอลซ์เหมือนกันนะแต่ทำไมเขาไม่เห็นเต้นเหมือนที่นายสอนฉันเลย มันดูยากกว่า และน่าสนุกมาก”

            ลู่เป๋าเหยียนมองเวลาก่อนเอ่ย“จะให้ฉันสอนตอนนี้?”

            ซูเจี่ยนอันคิดก่อนตอบ“ก็ดีนะ”

            ลู่เป๋าเหยียนจับมือเธอขึ้นมาตั้งท่าเตรียมเต้นรำเขาสอนสเต็ปการเต้นต่อจากท่าเมื่อวาน

            ตอนแรกเขากลัวว่าซูเจี่ยนอันจะรับไม่ไหวเลยกะว่าจะค่อยๆ สอนเธออย่างช้าๆ แต่เธอเป็นคนเรียนรู้ไว ไม่นานก็เต้นได้เขาสอนแค่รอบเดียวเธอก็ทำตามได้ทันที

            หลังฝึกซ้อมอยู่หลายครั้งเธอก็สามารถเต้นรำได้อย่างสง่างาม คนที่รูปร่างดีอย่างซูเจี่ยนอันเวลาเต้นวอลซ์แล้วยิ่งดูสวยงามน่ามองเข้าไปใหญ่

            ที่จริงแล้วลู่เป๋าเหยียนอยากให้เธอฉลาดน้อยกว่านี้หน่อยเรียนรู้ช้ากว่านี้อีกนิด อยากให้เธอลืมสเต็ปต่างๆ บ้าง แล้วทำหน้ารู้สึกผิดกับเขาหรือไม่ก็เผลอเหยียบเท้าเขาสักที แบบนั้นเขาจะได้มีโอกาสแกล้งเธอทำให้เธอต้องทำดีกับเขายิ่งกว่าเดิม

            แต่ตอนนี้ทั้งสเต็ปเดินหน้าถอยหลัง หมุนตัวต่างๆ ซูเจี่ยนอันทำได้อย่างไร้ที่ติเธอเต้นเข้ากับเขาได้เป็นอย่างดีพลางส่งรอยยิ้มอันแสนสดใสอย่างพึงพอใจ

            เมื่อเขามองเธอเขากลับคิดว่าเป็นแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน

            ขอแค่เธอดีใจก็พอ

            ในห้องรับแขกมีเครื่องเสียงชั้นหนึ่งตั้งอยู่ลู่เป๋าเหยียนเปิดเพลงขึ้น ก่อนจะเต้นรำกับซูเจี่ยนอันตั้งแต่ท่าเบสิคใหม่อีกครั้งตอนนี้พวกเขาสองคนเต้นได้เข้าคู่กันอย่างมาก ทำให้ต่างคนต่างเพลิดเพลินไปกับมัน

            “เธอเรียนได้เร็วกว่าเมื่อวานเสียอีก”ลู่เป๋าเหยียนเอ่ยคำชมที่หาได้ยาก

            “ก็เพราะอาจารย์ลู่สอนได้ดียิ่งกว่าเมื่อวานอีกไงคะ”ซูเจี่ยนอันหมุนตัวไปพร้อมกับเขาพลางตอบ

            “อาจารย์ลู่เคยมีลูกศิษย์มาแล้วกี่คนเหรอคะ”

            “เธอคือคนแรก”

            ซูเจี่ยนอันยิ้ม“ฉันโชคดีจัง”

            นาฬิกาติดผนังชี้บอกเวลาห้าทุ่มยี่สิบนาทีซูเจี่ยนอันเริ่มเหนื่อย จึงปล่อยมือจากเขา

            “เราเลิกเรียนกันเถอะค่ะอาจารย์”

            แต่ลู่เป๋าเหยียนยังคงกุมมือขวาของเธอไว้

            “เธอลืมกฎไปแล้วเหรอว่าก่อนเลิกเรียนจะต้องทำอะไร”

            กฎ?

            ซูเจี่ยนอันนึกขึ้นได้ว่าเมื่อวานเธอจูบเขาไปทีหนึ่งตาบ้านี่!

            เธอยิ้มบางก่อนจะจ้องมองริมฝีปากของเขาและเขย่งปลายเท้าขึ้นเล็กน้อย เธอยัดแบงก์ร้อยที่ได้มาจากเขาเมื่อเช้าใส่เข้ามือเขาไปก่อนจะผละตัวออกมา

            “ค่าเรียนค่ะอาจารย์ลู่ราตรีสวัสดิ์นะคะ”

            เธอวิ่งหนีหายไปอย่างรวดเร็วลู่เป๋าเหยียนมองตามหลังเธอไป และก้มลงมองธนบัตรในมือพลางยิ้มบาง

            ขณะที่เขากำลังจะเดินขึ้นห้องโทรศัพท์จากเลขาก็ดังขึ้น

            “ชุดที่ท่านผอ.สั่งตัดไว้ถูกส่งมาเรียบร้อยแล้วค่ะไม่ทราบว่าจะให้คุณนายลองสวมดูก่อนไหมคะ”

            “ไม่ต้อง”ลู่เป๋าเหยียนตอบ “เก็บไว้ในตู้เซฟที่บริษัท พรุ่งนี้ฉันค่อยเข้าไปเอา”

            “รับทราบค่ะ”

            หลังวางสายลู่เป๋าเหยียนก็รู้สึกตั้งตารอคอยงานเลี้ยงครบรอบของบริษัทในครั้งนี้เป็นพิเศษ

            เขาคือคนที่เฝ้ามองเธอเติบโตเป็นผู้ใหญ่และรู้ดีว่าเธอเป็นคนสวยแค่ไหน แต่ถึงอย่างนั้นเขาอยากทำให้คนทั้งโลกต้องตะลึงกับความงามของเธอแต่ขณะเดียวกันเขาก็อยากเก็บเธอเอาไว้ชื่นชมเพียงคนเดียว

            เมื่อเทียบกันแล้วการออกงานในครั้งนี้คงมีเพียงแต่ซูเจี่ยนอันที่รู้สึกไม่คุ้นชิน

            น้อยครั้งที่เธอจะเข้าร่วมงานเลี้ยงลักษณะนี้ไม่ใช่เพราะว่าเธอเป็นคนติดดินอะไร แต่เป็นเพราะเธอไม่ชอบบรรยากาศในงานอีกทั้งยังไม่ค่อยเข้าใจมารยาทต่างๆ ในการออกงานสังคมอีกด้วยที่จริงเมื่อก่อนเธอก็เคยถูกพี่ชายหรือไม่ก็ลั่วเสี่ยวซีบังคับให้ไปงานแบบนี้อยู่บ้างซึ่งตอนนี้เธอเริ่มเสียใจเล็กๆ รู้อย่างนี้เมื่อก่อนเธอน่าจะไปออกงานกับพวกเขามากกว่านี้สักหน่อย

            ถ้าเป็นแบบนั้นตอนนี้เธอจะได้พอปลอบใจตัวเองได้ว่างานเลี้ยงครบรอบของเครือลู่ในครั้งนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับงานเลี้ยงทั่วๆ ไป เธอเอามันอยู่แน่

            แต่ว่าถ้าเธอไม่ไหวจริงๆก็ยังมีลู่เป๋าเหยียนอยู่นี่นา

            ถ้ามีลู่เป๋าเหยียนอยู่ข้างกายเธอก็ไม่จำเป็นต้องกลัวอะไรอีกแล้วจริงไหม

            เธอคิดอยากจะพึ่งพาเขาแต่ในขณะเดียวกันก็อยากจะเป็นเหมือนคุณนายคนอื่นๆ ที่วางตัวได้อย่างเหมาะสมเชิดหน้าชูตาให้กับลู่เป๋าเหยียน

            ย้อนแย้งชะมัดเลย...

            ท้ายที่สุดซูเจี่ยนอันก็มุดหน้าซุกลงกับหมอนพลางคิด

            ‘ช่างเถอะไว้ค่อยปรับตัวไปตามสถานการณ์แล้วกัน!’

    คล้ายกับเรื่องเจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่ ที่คุณอ่าน

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592