เมื่อขวัญฤดีเห็นเ้านายหนุ่มได้เดินนำหน้าไป เธอก็รีบเดินตามไป แต่เธอไม่รู้เลยว่าเธอจะต้องเจอกับอะไรในศึกแรกของการเริ่มงานบ้างหลังจากที่พชรดนัยได้เดินเข้าห้องประชุมไปก็ได้ทำการมอบหมายงานแรกให้เธอทันที
"งานแรกของคุณก็คือการจดวาระการประชุมที่ได้ประชุมในวันนี้ขอรายละเอียดทั้งหมดทุกคำพูดที่ได้ประชุม แจกแจงเป็รายชื่อว่าใครพูดอะไรบ้างในการประชุมทำได้ใช่ไหม”เมื่อสั่งงานเสร็จ พชรดนัยก็ถามหญิงสาวเพื่อเป็การหยั่งเชิง
“ได้ค่ะ” หญิงสาวได้แค่ตอบสั้นๆ เป็การตอบรับไม่ได้สงสัยหรือโต้เถียงอะไร ทำให้ชายหนุ่มยิ่งทวีความโมโหและอยากเอาชนะหญิงสาวมากยิ่งขึ้นและอยากจะรู้ว่าหญิงสาวจะมีฤทธิ์อะไรอีกบ้างหรือมีแค่ตอนไม่รู้ว่าเขาเป็ใครเท่านั้น
เมื่อเข้ามาภายในห้องประชุม พชรดนัยที่นั่งอยู่หัวมุมโต๊ะได้ทำหน้าที่เปิดการประชุมจากนั้นก็ได้แนะนำหญิงสาวให้ทุกคนรู้จัก ซึ่งทุกคนต่างก็แปลกใจเพราะไม่ว่าเ้านายหนุ่มจะเปลี่ยนเลขาสักกี่คน ก็ไม่เคยแนะนำให้รู้จักและที่น่าแปลกใจที่สุดก็คือเ้านายหนุ่มให้เลขาเข้ามาร่วมฟังการประชุมทำการจดบันทึกการประชุมด้วยทุกครั้งไม่เคยมี แต่ทุกคนก็ทิ้งความสงสัยเอาไว้เพียงเท่านี้การประชุมก็ได้เริ่มต้นขึ้นขัดจังหวะความคิดของแต่ละคน
พชรดนัยแนะนำผู้เข้าร่วมประชุมให้หญิงสาวได้รู้จักว่าใครเป็ใครชื่ออะไรมีตำแหน่งอะไรบ้างหลังจากการประชุมได้เริ่มขึ้นหญิงสาวก็เริ่มจดรายละเอียดการประชุมพร้อมทั้งมาร์คคำพูดของแต่ละคนอย่างละเอียดใช้โทรศัพท์อัดเสียงเพื่อเป็ตัวช่วยจำข้อมูลด้วยอีกแรง
พิมพรรณที่เห็นหญิงสาวนั่งตั้งหน้า ตั้งตาจดรายการการประชุมพร้อมทั้งต้องมองคนนี้ทีคนนั้นทียิ่งสงสาร แต่จะยื่นมือไปช่วยก็กลัวจะมีปัญหากับเ้านายน้อยเ้าอารมณ์ของเธอทำได้แต่เอาใจช่วยให้เธอสามารถผ่านพ้น 1 เดือนแรกไปได้อย่างสมบูรณ์และปลอดภัยโดยที่ไม่ต้องสูญเสียอะไรหรือถอดใจก่อนที่จะผ่านงานตั้ง 6 เดือน
เมื่อการประชุมสิ้นสุดลงทุกคนในห้องเริ่มทยอยออกจากห้องไปรวมถึงเ้านายจอมโหดที่กำลังจะลุกขึ้น พร้อมตามงานที่เธอจะต้องทำงานแรก
“ผมขอรายงานการประชุมสรุปทั้งหมดให้ผมก่อนบ่ายโมงงานนี้คงไม่ยากเกินไปสำหรับพนักงานใหม่ใช่ไหม” เมื่อพูดจบเขาก็เดินออกจากห้องไปทันทีทิ้งให้หญิงสาวนั่งงงกับงานที่ต้องทำ ซึ่งในตอนนี้เธอมีเวลาแค่ชั่วโมงกว่าๆที่จะเคลียร์งานแรกให้จบ แต่เธอก็จะไม่ยอมแพ้เป็อันขาด
ขวัญฤดีรีบเดินกลับไปที่ห้องทำงานแล้วนั่งประจำโต๊ะเลขาหน้าห้องก่อนที่จะทำการเปิดคอมพิวเตอร์แต่มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้นแค่ทำการเปิดคอมก็เริ่มมีปัญหาเพราะเธอไม่รู้รหัสเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์เลยด้วยซ้ำและจะทำงานได้ทันเวลาได้อย่างไร หญิงสาวนั่งหันหน้าหันหลังกำลังชั่งใจอยู่ว่าจะถามใครดี มองทางห้องเ้านายก็ดูจะไม่ได้เื่จะถามผู้จัดการก็ไม่มีเบอร์ติดต่อ เธอได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างหมดหวัง แต่เธอก็ยังมีโชคช่วยกับเขาอยู่บ้างเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นพิมพรรณเดินออกจากห้องมาพอดี
พิมพรรณที่เดินออกมาจากห้องทำงานเห็นขวัญฤดีกำลังนั่งหันซ้ายหันขวานั่งงงอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เธอจึงรีบเดินเข้ามาถามหญิงสาวด้วยความเป็ห่วง
"มีอะไรให้พี่ช่วยไหม" เมื่อเธอได้ยินเสียงทักทายจากผู้มาใหม่ก็ยิ้มให้แก้มแทบปริ รีบขอความช่วยเหลือแทบจะทันที
"คุณพัชรให้ทำหนังสือรายงานการประชุมค่ะแต่ไม่ได้ข้อมูลอะไรเลยทั้งแบบฟอร์มการเขียนรายงาน รูปแบบการเขียนมีก็แต่ข้อมูลดิบที่ได้จากที่ประชุม ขนาดรหัสเครื่องยังไม่มีเลยค่ะแล้วจะให้หนูดีทำรายงานการประชุมนี้ได้ยังไงให้ทัน่บ่าย" หญิงสาวบ่นอุบอิบให้กับผู้จัดการได้ฟังซึ่งตอนนี้เธอบอกเลยว่าแทบจะปี๊ดใส่หน้าเ้านายคนใหม่ของเธออยู่แล้ว
หลังจากที่พิมพรรณเข้ามาถามเธอเื่งาน หญิงวัยกลางคนก็ไม่รอช้าเรียกสิรินทร์เลขาของตนมาให้ความช่วยเหลือแทบจะทันที จากนั้นเลขาของพิมพรรณก็ได้บอกรหัสเปิดเครื่องพร้อมส่งข้อมูลต่างๆ ให้กับขวัญฤดีพร้อมทั้งยังช่วยแนะนำการทำงานให้กับเธอได้เข้าใจอีกด้วยแต่ก็ยังมีงงกับรายละเอียดของงานอยู่บ้าง ถึงแม้งานจะสามารถเสร็จได้ทันเวลาพร้อมกับปริ้นงานจัดชุดส่งเ้านายคนใหม่ได้แบบฉิวเฉียด
ก๊อก!!
ขวัญฤดีทำการเคาะห้องเ้านายหนุ่มที่ตอนนี้นั่งทำงานอยู่ในห้องทำงานของตนก่อนที่เธอจะเดินเข้าไปในห้องและได้ยื่นรายงานการประชุมที่พึ่งทำเสร็จให้กับชายหนุ่มเมื่อเขาเห็นเอกสารตรงหน้าก็รู้สึกแปลกใจไม่ใช่น้อยที่เธอสามารถทำงานเสร็จทันเวลาซึ่งต่างจากเลขาคนอื่นๆ ที่ทำงานมา ไม่ว่าจะเคยทำงานหรือไม่เคยก็มักจะทำเสร็จไม่ทัน ที่สำคัญเขาไม่ได้บอกอะไรเธอเลยด้วยซ้ำ
“ก็ต้องตรวจดูก่อนนะ ทำเสร็จไวก็ใช่ว่างานออกมาจะดี” พชรดนัยหยิบเอกสารขึ้นมาอ่านก่อนจะให้หญิงสาวออกไป
“ออกไปได้แล้ว ขอดูก่อนแล้วกัน”แต่ก่อนที่หญิงสาวจะเดินออกไปชายหนุ่มก็เรียกเอาไว้ซะก่อน
“เดี๋ยวก่อน” ขวัญฤดีที่ทำท่าจะเดินออกจากห้องก็รีบหันมาแต่ไม่ได้พูดอะไรพชรดนัยก็รีบพูดขึ้นก่อน
“ก่อนที่คุณจะเป็เลขาของผม จะต้องรู้กฎของผมก่อนผมไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายในห้องนี้ คุณมีหน้าที่ทำงานอยู่ข้างนอก หากผมไม่เรียกหรือไม่มีอะไรจำเป็ไม่ต้องเข้ามาวุ่นวายในห้องผมสำหรับตอนเช้าก่อนผมเข้ามาในห้องจะต้องมีกาแฟดำ และขนมปังหรือเค้ก 1 ชิ้น ก่อนที่ผมจะมา แต่กาแฟจะต้องไม่ร้อนหรือเย็นจนเกินไป”
ขวัญฤดียืนคิดอยู่ในใจระหว่างฟังที่เ้านายหนุ่มสั่งงานแบบงงๆ “เื่มากขนาดนี้คนบ้าที่ไหนเขาจะทำได้ ใครมันจะมากะเวลาได้เป๊ะขนาดนั้น บ้าหรือเปล่า” เธอตั้งใจฟังที่เขาพูดพร้อมกับพยายามเข้าใจในสิ่งที่เ้านายของเธอได้สั่ง
“ฟังอยู่หรือเปล่า” พชรดนัยที่เห็นหญิงสาวนิ่งไปจึงถามเธอด้วยความสงสัย
“ฟังอยู่ค่ะ”
“เวลากินข้าวของผมคือเที่ยงตรงคุณจะต้องไปรอรับข้าวที่หน้าบริษัทเพราะผมจะสั่งอาหารเอาไว้ก่อนเที่ยงจากนั้นมาจัดใส่จานแล้วให้มาวางไว้ที่โต๊ะเล็กตรงโซฟารับแขก พร้อมกับน้ำเปล่า 1 ขวด บ่ายโมงเก็บจาน พร้อมเสิร์ฟกาแฟ 1 แก้วในชุดกาแฟจะต้องมีน้ำตาลขอเป็น้ำตาลก้อนไม่เอาน้ำตาลทราย และนมสดแยกมาให้ไม่เอาครีมเทียม เข้าใจนะ” เมื่อพชรดนัยพูดจบก็ถามหญิงสาวตรงหน้ากลับอย่างไม่ใส่ใจมากนัก
“เข้าใจค่ะ แต่สงสัยถามได้ไหมคะ”
“ว่ามา”
“การเสิร์ฟข้าวเสิร์ฟกาแฟ หรือการเตรียมข้าวให้เ้านายไม่ใช่หน้าที่แม่บ้านเหรอคะ”
“ใช่”
“ใช่ แล้วทำไมฉันจะต้องทำ” หญิงสาวถามชายหนุ่มด้วยความสงสัยก่อนจะได้ยินคำตอบที่ชวนอึ้ง
“ทำไม่ได้เหรอ ไม่ได้ก็ลาออกไป อย่าลืมซิว่าคุณอยู่ใน่ทดลองงานเ้านายสั่งให้ทำอะไรก็ต้องทำ หากทำไม่ได้ก็ลาออกไป”ชายหนุ่มไม่พูดเปล่าพร้อมตอกย้ำสถานะที่เธอเป็อยู่ตอนนี้ให้มันชัดเจนยิ่งขึ้น ขวัญฤดีเข้าใจดีทุกอย่างว่าการที่เขาให้เธอทำแบบนี้ก็เพื่อเป็การกลั่นแกล้งและแก้แค้นที่เธอต่อว่าเขาเมื่อเช้านี้อย่างแน่นอนแต่เื่แค่นี้ไม่ใช่เื่ที่จะทำให้เธอยอมแพ้เป็อันขาดและเธอจะพิสูจน์ให้เขาได้เห็นว่าเธอทำได้และก็ทำได้ดีด้วย
“คิดจะทำากับฉันเหรอ รู้จักหนูดีน้อยไปแล้วแม่นี่จะทำให้รู้ซึ้งเลยว่ากำลังลองดีกับใคร” ขวัญฤดีบ่นพึมพำในใจก่อนที่จะเดินออกจากห้องไป
มุกดาที่เห็นเพื่อนสาวหายไปสัมภาษณ์งานนานผิดปกติจึงเข้าไปถามอรอินทร์ที่ทำหน้าที่ในการสัมภาษณ์งานใหม่แต่อรอินทร์ได้บอกว่าเพื่อนของเธอได้เริ่มงานวันนี้เลยซึ่งก็ทำให้เธอแปลกใจเป็อย่างมาก จึงได้รีบโทรหาขวัญฤดีในทันที
“หนูดีแกอยู่ไหน”
“อยู่ห้องท่านประธาน”
“ห้องท่านประธาน”มุกดาทวนคำเพื่อนเธออีกครั้งเพื่อความแน่ใจก่อนที่จะถามกลับไปอีกว่าเป็ใคร“อย่าบอกนะแกไปเป็เลขาคุณพัชรน่ะ”
“ใช่”
“แกแน่ใจแล้วนะ จะทำตำแหน่งนี้จริงๆ”มุกดาไม่มั่นใจที่จะบอก กิตติศักดิ์ของเ้านายหนุ่มดีหรือเปล่าจึงได้ถามเพื่อนเพื่อความแน่ใจ
“ใช่”เมื่อได้ยินคนปลายสายตอบมาอย่างมั่นใจมุกดาก็เริ่มที่จะเป็ห่วงเพื่อนของเธอขึ้นมา ด้วยความที่เ้านายหนุ่มเป็คนที่เ้าอารมณ์และมีระเบียบมากทำให้เลขาแต่ละคนที่เข้ามาทำงานด้วยต่างก็อยู่ไม่ได้ถึงแม้แต่ละคนจะหน้าตาดีแค่ไหน สวยจัดจ้านมากเท่าไหร่ก็ไม่สามารถทำให้ CEO หนุ่มรูปหล่อสนใจได้เลย บางคนถึงกับต้องร้องไห้กลับบ้านกันเลยก็ว่าได้แม้เพื่อนของเธอจะไม่ใช่คนที่ยอมคนง่ายๆ แต่ก็ไม่ได้ทันใครสักเท่าไหร่หากเจอฤทธิ์ของเ้านายหนุ่มแล้วเพื่อนเธอจะรับไหวหรือเปล่า
“แกคิดให้ดีก่อนนะหนูดี เปลี่ยนแผนกตอนนี้ยังทันนะแก”
“ฉันไม่เปลี่ยนฉันไม่อยากให้ใครมาว่าฉันขี้แพ้เป็อันขาด”
“แกหมายความว่ายังไง” ก่อนที่มุกดาจะรู้เื่ขวัญฤดีก็ขอตัววางสายไปเสียก่อน“มุกแค่นี้ก่อนนะ เื่มันยาวน่ะ เลิกงานแล้วฉันจะเม๊าท์ให้ฟัง” เมื่อวางสายจากมุกดาขวัญฤดีกำลังจะลุกไปเข้าห้องน้ำแต่เ้านายหนุ่มได้ออกมาพอดี เธอจึงต้องยืนรอคำสั่งของเ้านายทำให้เธอต้องอั้นฉี่เอาไว้ก่อน
“ผมจะไปประชุม”
“ค่ะ” หนูดีตอบสั้นๆ ก่อนที่จะยังยืนนิ่งอยู่ที่โต๊ะหน้าห้องเหมือนเดิม
“แล้วยืนบื้ออยู่ทำไมทำหน้าที่ของเธอสิ”ชายหนุ่มที่เห็นหญิงสาวไม่มีท่าทีตอบรับก็ตวาดหญิงสาวทันที“เื่แค่นี้เธอคิดไม่ได้รึไง จะทำอะไรจะต้องบอกทุกอย่างเลยเหรอเื่แค่นี้ไม่น่าจะต้องให้พูดซ้ำ” พอพูดจบพชรดนัยก็เดินตรงไปที่ห้องประชุม ขวัญฤดีที่โดนตวาดก็รีบหยิบอุปกรณ์ในการประชุมแล้วเดินจ้ำตามชายหนุ่มเข้าห้องประชุมไปติดๆ
“คุณพูดดีๆ กับคนอื่นไม่เป็หรือไงฉันพึ่งเข้ามาทำงานให้คุณได้ไม่กี่ชั่วโมง งานก็เร่งเอา เร่งเอาพอจะประชุมก็ไม่บอกล่วงหน้าแล้วฉันจะต้องตรัสรู้กับคุณด้วยหรือเปล่า” ขวัญฤดีที่รีบตามชายหนุ่มมานั้นไม่ได้ตามเปล่ายังมาต่อว่าชายหนุ่มอย่างไม่เกรงกลัวอีกด้วย
เมื่อชายหนุ่มที่โดนต่อว่าก็เพ่งมองหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าอย่างพิจารณาไม่เคยมีใครกล้าว่าเขาและขึ้นเสียงกับเขาอย่างนี้มาก่อน แค่เขาตวาดหรือสั่งงานเยอะแต่ละคนก็ได้แต่ก้มหน้าน้ำตาคอกันหมด นี่อะไรหน้าตาก็ไม่สลดยังจะมายืนว่าเขาปาวปาว อีก
“คุณนี่ทำให้ผมแปลกใจได้ั้แ่วันแรกเลยนะจะแน่สักแค่ไหนกันเชียว ก่อนที่ว่าคนอื่นมองตัวเองหรือเปล่าการจะเป็เลขาก็ต้องถามซิว่าผมมีตารางงานอะไรบ้าง มีประชุมที่ไหนนัดลูกค้าหรือเปล่า ไม่ใช่มายืนว่าผมปาวปาวอย่างนี้”ชายหนุ่มต่อว่าหญิงสาวกลับอย่างไม่ลดละเช่นเดียวกันยิ่งเห็นหญิงสาวลุกขึ้นมาเถียงก็ยิ่งสนุก เหมือนได้ของเล่นชิ้นใหม่แต่หากเก่งแต่ปากงานไม่ได้เื่ก็ไม่สามารถทำงานต่อได้อยู่ดี “จะทำได้สักกี่น้ำ”ชายหนุ่มคิดในใจก่อนที่จะยิ้มเยาะออกมา
เมื่อใกล้เวลาประชุมผู้จัดการและหัวหน้าแต่ละสายงานต่างก็กำลังทยอยเข้ามาาย่อมๆ ก็เริ่มสงบลง การประชุมรอบบ่ายได้เริ่มขึ้นกินเวลาไปนานเป็อย่างมากั้แ่่บ่ายจนเกือบถึงเวลาเลิกงาน เมื่อทุกคนออกจากห้องประชุมหมดแล้ว ขวัญฤดีก็ทำการเก็บอุปกรณ์ต่างๆก่อนที่จะออกห้องประชุมมาทีหลังเมื่อเธอเดินมาถึงโต๊ะทำงานก็ได้เลยเวลาเลิกงานมาพอสมควรแต่ก่อนที่เธอจะกลับบ้านจึงเข้าไปบอกเ้านายหนุ่มว่าจะเลิกงาน
“คุณจะกลับหรือยังค่ะ”
“ยัง”
“ถ้าหากยังฉันขอกลับก่อนนะคะ”
“เป็เลขาเ้านายยังไม่กลับจะกลับก่อนได้ไง”
“แล้วจะให้ทำอะไรต่อค่ะ ทำงานวันแรกจะให้รู้ทุกอย่างโดยที่คุณไม่บอกไม่สอนงานไม่ได้หรอกนะคะ”หญิงสาวบ่นเ้านายหนุ่ม เมื่อเขายังไม่ให้เธอกลับแถมงานอะไรก็ไม่บอกแล้วจะให้อยู่ทำไม แต่เธอก็ไม่ทันจะได้พูดอะไรต่อก็ได้ยินเสียเคาะประตูของผู้มาเยือนใหม่
ก๊อกกก!
หลังจากที่ทำการเคาะห้องเป็เชิงขออนุญาต พิมพรรณได้เดินเข้ามาออฟฟิศของเ้านายหนุ่มแล้วก็ต้องแปลกใจที่เห็นเลขาใหม่ยังอยู่เพราะนี่ก็เลยเวลาเลิกงานมาพอสมควร
“หนูดียังไม่กลับบ้านอีกเหรอนี่ก็เกินเวลาเลิกมาสักพักแล้วนะ”
“ยังเลยค่ะ เ้านายยังไม่กลับ” ขวัญฤดีบอกพิมพรรณพร้อมส่งสายตาหงอยๆ ให้กับผู้จัดการเหมือนเป็การขอความช่วยเหลือ
พิมพรรณที่เห็นสายตาอ้อนวอนเช่นนั้นก็รู้ได้ทันทีว่าเธอ้าอะไร ด้วยความสงสารที่วันนี้เธอก็น่าจะโดนพชรดนัยเ้านายหนุ่มรับน้องมากพอสมควรแล้วจึงช่วยพูดให้อีกแรง เพื่อให้หญิงสาวได้พัก วันพรุ่งนี้จะได้ไม่ถอดใจไปเสียก่อน
“คุณพัชรมีงานอะไรต่อหรือเปล่าคะหากไม่มีให้น้องใหม่กลับไปพักก่อนดีกว่าไหมคะ เพราะวันนี้เริ่มงานวันแรกแถมยังเป็การเริ่มงานแบบกะทันหันด้วยน้องเขาอาจจะยังไม่ได้เตรียมตัว” พชรดนัยได้ยินพิมพรรณเอ่ยถึงหญิงสาวก็หันไปมองหน้าขวัญฤดีที่ตอนนี้ยืนอยู่ข้างหลังผู้จัดการด้วยสายตาสลดซึ่งต่างจากอยู่กับเขาสองคนอย่างสิ้นเชิง
“ก็ไม่ได้บอกว่าไม่ให้กลับนิแค่บอกว่าเ้านายยังไม่กลับ อยากกลับก็กลับไป” เมื่อขวัญฤดีได้ยินอย่างนั้นก็ส่งสายตาพิฆาตให้กับชายหนุ่มแทบจะทันทีเพราะตอนอยู่ด้วยกันสองคนไม่ยักจะพูดอย่างนี้ แต่เธอก็ไม่ได้ติดใจอะไรรีบหันหลังเตรียมจะออกจากห้อง แต่ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะไปถึงประตูชายหนุ่มก็สั่งงานตามหลังมาทันทีเหมือนกลัวว่าเธอจะว่างงานจนเกินไป
“รายงานการประชุมผมขอก่อนเที่ยงคืนวันนี้นะ”
“อะไรนะคะ”
“หูตึงรึไง”
พิมพรรณที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ก็ได้แต่ส่ายหัวอย่างอ่อนใจตอนแลกคิดว่าเ้านายหนุ่ม แค่เป็คนเ้าอารมณ์เพราะเลขาแต่ละคนอาจจะทำงานได้ไม่ตรงใจแต่ที่ไหนได้เป็คนเอาแต่ใจด้วย หากว่าคนนี้ไม่สามารถทนอารมณ์เขาได้ตัวเธอเองคงต้องยอมลดตำแหน่งจากผู้จัดการทั่วไปมาเป็เลขาให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยเพราะกว่าจะหาได้แต่ละคนชั่งยากเย็นแสนเข็ญเสียเหลือเกิน
ขวัญฤดีที่กำลังจะเดินออกจากห้องได้ยินเ้านายหนุ่มสั่งงานตามหลังก็ได้แต่ตอบรับอย่างอิดออดก่อนที่จะเดินออกจากห้องไป“ได้ค่ะ”
หลังจากที่ขวัญฤดีเดินออกจากห้องเรียบร้อยแล้ว พิมพรรณก็ถามเ้านายหนุ่มทันทีว่าเ้านายพอใจคนที่เขาหามาให้หรือไม่
“เป็ไงบ้างคะ”
“คืออะไร เป็ไง”
“พี่หมายถึงเลขาคนใหม่ที่ได้มา ถูกใจหรือเปล่า หากไม่ถูกใจจะเปลี่ยนก็ได้นะคะดูน้องเขาโปรไฟร์ดีถึงแม้จะไม่มีประสบการณ์แต่ก็เป็เด็กเกรดนิยม เรียนดีกิจกรรมเด่น ซึ่งตำแหน่งงานที่หนูดีสมัครไว้ก็ขาดคนอยู่พอดีหากคุณพัชรไม่ถูกใจ พี่จะหาคนมาแทนให้ใหม่ ส่วนหนูดีพี่จะได้ให้ไปอยู่ฝ่ายการตลาดตำแหน่งเดิมที่เธอสมัคร และเป็ตำแหน่งที่กำลังว่างอยู่พอดีเพราะว่าหาคนยากมาก” พิมพรรณพูดหยั่งเชิงเพราะรู้ดีอยู่แล้วว่าเ้านายหนุ่มไม่มีทางยอมรับตรงๆอย่างแน่นอนว่าหญิงสาวถูกใจหรือไม่ถูกใจ ไม่ว่าจะเป็สปิริตในการทำงานที่เธอพยายามทำงานอย่างเต็มที่แม้จะไม่รู้รายละเอียดงานเลยด้วยซ้ำแถมวันนี้เธอไม่เห็นหญิงสาวไปพักกลางวันเลยก็ว่าได้ เพราะต้องคอยนั่งทำงานตามคำสั่งของเ้านายหนุ่มอย่างตั้งอกตั้งใจแถมเสร็จงานก็เข้าประชุมต่อโดยที่ไม่บ่นสักคำแล้วที่ทำให้หญิงวัยกลางคนแปลกใจมากที่สุดก็คือหญิงสาวกล้าที่จะโต้เถียงและแสดงความคิดเห็นตรงๆกับเ้านายหนุ่มของตน นี่แหละคือคนที่เธอ้า และเธอก็คิดว่าเ้านายหนุ่มก็คิดเช่นเดียวกับเธอแค่ไม่อยากยอมรับตรงๆ ก็เท่านั้น แต่ทั้งสองคนจะเข้ากันได้หรือไม่ก็คงต้องใช้เวลาปรับจูนกันอีกเยอะเธอก็ภาวนาว่าอย่าให้หญิงสาวถอดใจลาออกไปเสียก่อนก็แล้วกัน
“หาคนยากแล้วไง เลขาผมก็ยากเช่นกัน”
“หากคุณพัชรไม่ถูกใจ พี่หาคนใหม่ให้เอาไหมคะ”
“คนนี้ก็ได้ หากเขาทนผมได้เขาก็อยู่ได้” พชรดนัยบอกพิมพรรณอย่างไม่ใส่ใจมากนักแต่ลึกๆ แล้วเขาก็สนใจเลขาคนใหม่อยู่ไม่ใช่น้อยเพราะั้แ่ก้าวเข้ามาทำงานที่นี่ไม่เคยมีใครหน้าไหนกล้าต่อปากต่อคำหรือว่าเขาแบบซึ่งๆหน้าอย่างผู้หญิงคนนี้เลยสักคน ขนาดเริ่มต้นไม่รู้จักกันเธอก็ทำให้เขาทึ่งได้ขนาดนี้ แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้สนใจอะไรมากเพราะที่เธอต่อว่าเขาได้เธออาจจะไม่รู้ว่าเขาคือใครหากรู้แล้วก็อาจจะไม่กล้าต่อปากต่อคำอีกก็เป็ได้