(ดรอปไม่เขียนต่อ)BEHEMOTH ราชันแห่งมอนเตอร์

    ตอนที่ 38 เจ้าดำผู้แข็งแกร่ง

            เมื่อทันย่าได้เข้าถึงเทคนิคคริสตัลจิตดาวฤกษ์ในขั้นแรกอย่างสมบูรณ์ หลายสิ่งหลายอย่างของเขาก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก


            อย่างแรกเลยก็คือการมองเห็นของเขานั้นสมบูรณ์แบบ ในรัศมีรอบตัวกว่า 180 เมตร ตัวของทันย่าสามารถมองเห็นได้ทุกสิ่งทุกอย่าง


            ขณะเดียวกันประสาทสัมผัส การตอบสนองของร่างกาย รวมถึงการมองเห็นและการได้กลิ่น ทั้งหมดต่างยกระดับขึ้นอย่างก้าวกระโดด เหมือนเปลี่ยนแปลงเป็นคนละคนเลยก็ว่าได้ เขาไม่จำเป็นต้องออกตามหาพวกเหล่ามอนเตอร์ เพียงแค่ใช้พลังจิตก็สามารถมองเห็นได้ทั้งหมด


            “ไม่เลวเลยท่านอาจารย์ เหมือนฉันมีตาที่สามและมองเห็นได้ทั้งหมด”


            ทันย่าเต็มไปด้วยความตื่นเต้น เขาได้เปิดใช้พลังจิตในการมองทุกสิ่งที่อยู่ในรัศมี ทว่าเขาไม่อาจมองออกไปด้านนอกของห้องทดลองได้เลยซักนิด ดูเหมือนสถานที่แห่งนี้จะมีบางสิ่งที่ขว้างกั้นพลังจิตเอาไว้ แต่มันก็ไม่แปลกซักเท่าไหร่นัก ยังไงนี้ก็คือห้องทดลองของเลโกลัสเลยเชียวนะ


            [ทำมันให้คุ้นชินซะทันย่า]


            [เจ้าจะต้องทำให้พลังจิตเป็นเหมือนส่วนหนึ่งของร่างกาย] สามารถเปิดปิดและใช้งานได้อย่างอิสระ เมื่อทำได้ พวกเราจะออกไปล่ามอนเตอร์เพื่อวิวัฒนาการกัน]


            ได้ยินแบบนั้นแววตาของทันย่าก็เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เขาเริ่มฝึกฝนตามแนวทางวิชาคริสตัลจิตดาวฤกษ์อย่างต่อเนื่อง


            ในตอนแรกเขาต้องใช้เวลากว่าหลายวินาทีในการเปิดใช้พลังที่สามารถมองเห็นได้ทุกสิ่ง ต้องใช้ความคิดในการกระตุ้นสมองอย่างหนัก


            ทว่าเมื่อเวลาได้ผ่านไปหลายวัน


            ในที่สุดทันย่าก็สามารถเปิดใช้พลังจิตได้เพียงแค่ความคิดเดียว สามารถควบคุมกระบวนการของมันได้อย่างอิสระ พลังจิตของเขาตอนนี้ไม่ต่างไปจากอวัยวะที่ก่อตัวขึ้นมาจากร่างกาย สามารถควบคุมได้ประหนึ่งเป็นแขนขาของตนเอง


            เสี้ยววินาทีที่พลังจิตได้ถูกเปิดขึ้นภายในห้วงสมองอย่างฉับพลัน พลังจิตก็ได้ระเบิดออกเป็นเหมือนกับคลื่นระลอก ปกคลุมรัศมีการมองเห็นในชั่วพริบตาเดียว เมื่อรวมเข้ากับคริสตัลจิตดาวฤกษ์ เขาตอนนี้ก็มีระดับเหนือกว่าผู้ใช้พลังจิตในระดับขั้นเดียวกันไปไกลลิบ


            [ดีมาก! การเปิดใช้พลังจิตเร็วมากยิ่งกว่า 0.1 วินาทีซะอีก]


            [เมื่อขึ้นไปด้านบนจะทำให้เจ้าสามารถตรวจสอบได้ทุกสิ่ง]


            ดาวาลเต็มไปด้วยความพึงพอใจ ใบหน้าเล็กๆดูเบิกบานและอิ่มเอมขึ้นอยู่ไม่น้อย


            โดยปกตินักสู้พลังจิตจะต้องใช้ความพยายามในการฝึกฝนอย่างหนัก พวกเขาจำเป็นต้องใช้เวลากว่าหลายเดือน หลายปี หรือแม้แต่หลายสิบปีกว่าที่จะมาถึงยังจุดนี้ได้


            พลังจิตนั้นไม่มีรูปลักษณ์และแบบแผนที่ตายตัว พวกมันจะเคลื่อนไหวไปตามเจตจำนงที่เกิดขึ้นในห้วงสมอง การจะเปิดใช้พลังจิตให้ได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้ สมองของพวกเขาจะเริ่มรับภาระอย่างหนัก ไม่ต่างไปจากการรับองค์ความรู้เข้ามาหลายพันหลายหมื่นปี


            แต่เบฮีมอทนั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่สมบูรณ์แบบมากที่สุด สมองของเขาแตกต่างไปจากมนุษย์และเผ่าพันธุ์สัตว์อวกาศอย่างสิ้นเชิง


            ต่อให้ทันย่าจะเปิดใช้พลังจิตอยู่ตลอดเวลา สมองของเขาก็จะไม่เกิดความเสียหายแม้แต่นิด


            ถึงจะมีบ้างแต่มันก็ไม่ได้รุนแรง เท่ากับว่าทันย่าจะสามารถใช้พลังจิต มองเห็นทุกสิ่งที่อยู่ในรัศมีได้ตลอดเวลา ถือเป็นพลังจิตรูปแบบพิเศษที่ไม่มีใครสามารถลอกเลียนแบบได้


            เพียงแค่เข้ามาในรัศมี พวกมันก็จะถูกทันย่าตรวจสอบได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต่างไปจากการมีสัญญาณเตือนรอบตัวเลยแม้แต่นิด


            “แล้วพลังจิตสามารถตรวจสอบได้ไหมท่านอาจารย์?”


            ตอนนั้นทันย่าก็ได้เอ่ยถามอย่างนึกสงสัย ซึ่งมันก็ทำให้ดาวาลต้องพยักหน้ารับและพูดขึ้น


            [ถูกต้อง พลังจิตสามารถตรวจสอบได้ผ่านการสัมผัสและรับรู้ด้วยสัญชาตญาณที่แข็งแกร่ง]


            [เมื่อระดับยีนพันธุกรรมได้ก้าวข้ามนักสู้พันธุกรรมระดับ 9 ขั้นไป ภายในร่างกายของพวกเขาจะสร้างดาวเคราะห์แห่งพลังขึ้น พวกมันจะมีคุณสมบัติทำได้หลายสิ่ง ประสาทสัมผัสจะถูกยกระดับให้เหนือยิ่งกว่าการรับรู้ของสิ่งมีชีวิตไปไกล สามารถสัมผัสได้ถึงรูปแบบของคลื่นพลังจิต]


            [การมองเห็นรอบตัวมันก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าไปเจอผู้คนที่มีพลังระดับนี้ขึ้นไป พวกเขาก็จะรับรู้ได้เช่นเดียวกันว่าคนไหนที่เปิดใช้พลังจิต]


            [มีข้อดีก็ต้องมีข้อเสีย ในอนาคตถ้าเจ้ากำลังหลบซ่อนตัวจากนักสู้แห่งดาวเคราะห์ พวกเราจะเปิดใช้พลังในการมองเห็นอย่างมั่วซั่วไม่ได้]


            [การทำเช่นนี้ก็ไม่ต่างไปจากการเปิดเผยที่อยู่ของตนเองให้กับพวกเขาทราบ ต้องดูไปตามสถานการณ์ว่าจะต้องเปิดใช้พลังจิตหรือไม่]


            [ขณะเดียวกันพลังจิตก็สามารถถูกตรวจสอบได้ด้วยพลังจิต ทว่าในห้วงจักรวาลที่กว้างใหญ่ย่อมมีวิชาในการปกปิดกระแสพลังจิตและลบร่องรอยของตนเอง ไว้ว่างๆเจ้าค่อยมองหาวิชาดังกล่าวในข้อมูลยีนพันธุกรรม พยายามฝึกฝนวิชาเหล่านี้ ยังไงมันก็ต้องเป็นประโยชน์ในสักวันนึง]


            คำพูดของเด็กสาวทำให้ใบหน้าของทันย่าต้องเคร่งขรึมขึ้น ตอนนี้เขาได้เข้าใจอะไรหลายๆสิ่ง เหมือนได้เปิดประสบการณ์ขึ้นอีกครั้ง


            “เข้าใจแล้วท่านอาจารย์”


            “หลังจากที่ฉันวิวัฒนาการขึ้นสู่ระดับดาวเคราะห์ ฉันจะเริ่มฝึกฝนการลบกระแสพลังจิต”


            “แต่ก่อนหน้านั้นพวกเราสมควรไปยกระดับพลังของตนเองได้แล้ว มันก็เกือบจะหนึ่งอาทิตย์ที่ฉันไม่ได้เคลื่อนไหวเลย”


            หลังจากที่ได้ฝึกฝนอะไรหลายสิ่งเสร็จ


            ในที่สุดทันย่าก็มีความคิดในการยกระดับพลังของตนเอง ซึ่งมันก็ทำให้ดาวาลต้องพยักหน้ารับอย่างพึงพอใจ นางจ้องมองการเปลี่ยนแปลงของเขาด้วยความภาคภูมิ ประหนึ่งเป็นแม่ที่กำลังรอคอยการเติบโตของลูกสาวยังไงยังงั้นเลยก็ว่าได้


            “ว่าแต่เจ้าดำมันหายหัวไปไหนกัน?”


            เมื่อออกมาจากห้องทดลองลับของเลโกลัส ทันย่าก็ได้เห็นถึงความผิดปกติ บรรยากาศมันเงียบสงัดเวิ้งว้างเหมือนกับป่าช้า ไม่มีร่างที่สูงใหญ่กว่าสิบเมตรนอนอยู่ที่บริเวณด้านหน้า ตอนแรกเขาได้สั่งให้มันเฝ้าอยู่ด้านนอก เพราะร่างกายของมันไม่อาจเข้าไปในห้องทดลองได้


            “ไม่ใช่ว่ามันตายห่าไปแล้วหรอกนะ?”


            พอครุ่นคิดแบบนั้น นัยน์ตาของทันย่าก็เริ่มหรี่ลงและสั่นไหวขึ้น ตัวของเขาเริ่มคิดว่าเจ้าดำอาจถูกฆ่าตายไปแล้วก็เป็นได้


            [ไม่หรอกน่า อันที่จริงมันขึ้นไปด้านบน]


            [ดูเหมือนช่วงหลายวันมาที่ผ่านมามัน...]


            ยังไม่ทันที่ดาวาลจะได้พูดจบ


            ตอนนั้นเองร่างขนาดใหญ่สีดำก็ได้วิ่งพราดพราดเข้ามาอย่างตื่นเต้น เสียงครวญครางดังก้องขึ้นภายในโพรงขนาดใหญ่


            พร้อมกับทั่วร่างของมันที่เต็มบาดแผลหลายสิบแห่ง เส้นขนที่ดูนุ่มนิ่มถูกอาบย้อมไปด้วยเลือดโลหิตที่ดูแห้งกราด ปกคลุมหลายแห่ง

    ขณะที่บริเวณปากและคมเขี้ยวอันแหลมคมก็เต็มไปด้วยหยดเลือดสีแดงสด เหมือนตัวของมันได้ไปกัดกินบางสิ่งมาอย่างหิวกระหาย


            “นี่ตัวของแกไปทำบ้าอะไรมา”


            “ทำไมถึงได้บาดเจ็บเช่นนี้เนี่ย?”


            ทันย่าเบิกตากว้างเมื่อได้เห็นสารรูปของมัน จ้องมองสภาพที่บาดเจ็บไปทั่วทั้งร่างกาย


            “หงึก!หงึก!หงึก!”


            เจ้าดำที่ถูกถามก็รีบส่งเสียงตอบกลับขึ้นทันที ขณะที่ลิ้นก็ห้อยแกว่งออกมาจากปาก เหมือนกำลังเหน็ดเหนื่อยเป็นอย่างมาก


            “ฝูงหมูป่าเพลิงสามเขา? ไปพบเจอพวกมันและเข้าไปหาเรื่องพวกมันก่อน?”


            “เข้าต่อสู้กับฝูงหมูป่าเพลิงสามเขาระดับ 6 แถมยังสังหารพวกมันได้หลายตัว แต่ก็ถูกเขาทั้งสามของมันขวิดจนเกิดอาการบาดเจ็บและต้องหนีตายออกมา?”


            ทันย่าได้ยินแบบนั้นก็ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ออกมา เขาเองก็ไม่คิดเลยว่าเจ้าดำจะกล้าขึ้นไปด้านบนด้วยตัวคนเดียว


            อย่าลืมนะว่าด้านบนเต็มไปด้วยมอนเตอร์ชั้นสูง มีระดับพลังเทียบเท่าหรืออยู่เหนือยิ่งกว่าพวกเขาไปซะอีก การที่มันกล้าเช่นนี้ ถึงจะเป็นเขาก็ต้องยอมรับเลยละ


            เจ้าดำมันไม่เกรงกลัวใครจริงๆ ถึงกับกล้าหาเรื่องฝูงหมูป่าเพลิงสามเขาที่แข็งแกร่งพวกนั้น


            “หงึก!หงึก!หงึก!” (นายท่านต้องไปแก้แค้นให้กับเรานะ เจ้าพวกนี้มันจะอวดดีเกินไปแล้ว)



            ...

            5555555+


    คล้ายกับเรื่อง(ดรอปไม่เขียนต่อ)BEHEMOTH ราชันแห่งมอนเตอร์ ที่คุณอ่าน