ก๊อก
ก๊อก
ก๊อก
เสียงนั้นจบลงไปแล้ว แต่ไม่มีใครในรถกล้าหายใจแรงเกินไป
มันไม่ได้ดังจากประตูรถ ไม่ได้ดังจากวิทยุ ไม่ได้ดังจากพื้นถนนอย่างชัดเจน แต่มันเหมือนเสียงเคาะสามครั้งนั้นเกิดขึ้นพร้อมกันจากทุกทิศทาง จากเสาไฟที่กะพริบอยู่ด้านหน้า จากกระจกหน้าร้านสะดวกซื้อที่แตกร้าว จากผิวถนนใต้ชั้นหิมะ จากหลังคาบ้านเตี้ย ๆ ที่มืดสนิท และจากบางที่ลึกลงไปใต้เมืองเล็กริมถนนแห่งนี้
เหมือนทั้งเมืองยกมือขึ้นเคาะตอบกลับพวกเขา
ไฟถนนดวงแรกกะพริบ
ครั้งหนึ่ง
ดวงที่สองตามมา
ครั้งที่สอง
จากนั้นไฟทุกดวงบนถนนหลักก็กะพริบพร้อมกันเป็นครั้งที่สาม แสงสีเหลืองซีดวาบขึ้นในม่านหิมะก่อนจะกลับมานิ่งอีกครั้ง แต่ความนิ่งหลังจากนั้นกลับน่ากลัวกว่าเดิม เพราะมันทำให้เมืองทั้งเมืองดูเหมือนสิ่งมีชีวิตที่เพิ่งลืมตาขึ้น แล้วแสร้งทำเป็นหลับต่อ
แจ็กซ์ไม่ขยับมือจากพวงมาลัย
นิ้วของเขายังเกร็งอยู่ตรงตำแหน่งเดิม ข้อนิ้วซีดเพราะทั้งความหนาวและแรงจับ เขาจ้องไฟถนนด้านหน้าด้วยสายตาที่พยายามหาเหตุผลบางอย่างให้กับภาพตรงหน้า แม้ลึกลงไปเขาน่าจะรู้แล้วว่าเหตุผลแบบเดิมไม่มีน้ำหนักพอในโลกนี้อีกต่อไป
“ใครเปิดระบบไฟเมืองกลางหิมะหลังโลกล่มได้บ้าง” เขาพึมพำ “เพราะถ้าเป็นเทศบาล ฉันจะขอสมัครงานด้วยเลย อย่างน้อยองค์กรนั้นยังทำงานดีกว่าครึ่งโลกตอนนี้”
ไม่มีใครหัวเราะ
แม้แต่น้ำเสียงของแจ็กซ์เองก็ไม่ได้คาดหวังคำตอบ
คาเอลนั่งอยู่ท้ายรถ หลังพิงผนังเหล็กที่เย็นจนแทบกัดผ่านเสื้อเข้ากระดูก แผลตรงไหล่และหลังจากการปะทะก่อนหน้ายังปวดเป็นจังหวะ เขารู้สึกได้ทุกครั้งที่รถลำเลียงสั่นเบา ๆ จากเครื่องยนต์เดินเบา ความเจ็บลากเป็นเส้นจากสะบักลงมาตามซี่โครง บางครั้งปวดจนปลายนิ้วเขาชา แต่สิ่งที่ทำให้เขาหายใจไม่เต็มปอดไม่ใช่แผล
เป็นเมือง
เมืองเล็กตรงหน้าดูว่างเปล่าเกินไป
ไฟถนนบางดวงยังติดอยู่ มีปั๊มน้ำมันอยู่ฝั่งซ้าย ร้านสะดวกซื้อเล็ก ๆ ข้างปั๊ม กระจกหน้าร้านมีคราบน้ำแข็งเกาะเป็นฝ้า ถัดไปเป็นคลินิกชั้นเดียวป้ายกากบาทสีซีด อาคารบ้านเรือนเตี้ย ๆ กระจายสองข้างถนน รถหลายคันจอดทิ้งไว้หน้าอาคาร บางคันเปิดประตูค้าง บางคันยังมีถุงของชำวางอยู่บนเบาะหลัง
ทุกอย่างควรมีร่องรอยความตื่นตระหนก
แต่ไม่มี
ถนนมีเพียงหิมะสีเทาบาง ๆ คลุมอยู่เรียบเกินไป กระจกแตกของร้านค้าบางบานยังไม่ตกลงพื้นทั้งหมด ประตูบ้านหลังหนึ่งเปิดอ้าเหมือนเจ้าของเพิ่งออกไปดูอะไรบางอย่างแล้วไม่กลับมา ไฟเหนือปั๊มน้ำมันกะพริบเบา ๆ สะท้อนบนพื้นน้ำแข็งเป็นแอ่งแสงสีเหลืองหม่น
คาเอลเห็นมัน
แล้วสมองก็เริ่มอ่าน
จุดซุ่มบนหลังคาคลินิก
มุมยิงจากหน้าต่างบ้านหลังที่สาม
ทางหนีด้านหลังร้านสะดวกซื้อ
ระยะจากรถถึงปั๊ม
ระยะจากปั๊มถึงคลินิก
จำนวนรถที่ใช้เป็นกำบังได้
จำนวนบ้านที่ควรมีคนอยู่
จำนวนคนโดยประมาณจากจำนวนห้อง หน้าต่าง รถ และถังขยะที่ถูกวางหน้าบ้าน
เมืองเล็กขนาดนี้ควรมีคนอย่างน้อยสองร้อยถึงสามร้อยคน
ไม่มีสักคนอยู่บนถนน
ความคิดนั้นไม่ได้น่ากลัวเท่าความคิดต่อมา
ถ้ามีคนซ่อนอยู่ข้างใน พวกเขาจะถูกบีบออกได้อย่างไร
คาเอลกำมือแน่นทันที
ไม่
ไม่ใช่แบบนั้น
เมืองนี้เคยเป็นบ้านของใครบางคน ไม่ใช่พื้นที่ปฏิบัติการ
ร้านสะดวกซื้อตรงนั้นเคยมีคนเถียงกันเรื่องกาแฟตอนเช้า คลินิกตรงนั้นเคยมีเด็กนั่งร้องไห้เพราะไม่อยากฉีดยา บ้านหลังนั้นอาจมีคนแก่รอให้หลานกลับจากโรงเรียน ถนนนี้เคยมีเสียงรถ เสียงคนซื้อของ เสียงโทรศัพท์ เสียงชีวิตธรรมดาที่ไม่มีใครคิดว่ามันมีค่าจนกระทั่งโลกพรากมันไปทั้งหมด
แต่สมองของเขากลับวางตำแหน่งมันเป็นเส้นทางหนี แนวยิง จุดเสี่ยง และตัวเลข
มิเลียขยับมานั่งใกล้เขาขึ้นเล็กน้อย
ไม่มาก
แค่พอให้หัวไหล่ของเธอเกือบแตะกับแขนของเขาเวลารถสั่น
“คาเอล”
เสียงเธอเบาจนแทบกลืนไปกับเสียงเครื่องยนต์
เขาไม่หันไปทันที เพราะกลัวว่าเธอจะเห็นสีหน้าเขาในตอนที่ยังดึงตัวเองกลับไม่ครบ
“ฉันอยู่”
มิเลียเงียบไปครู่หนึ่ง
“ฉันยังไม่ได้ถาม”
คำตอบนั้นทำให้เขาหายใจสะดุด
เธอไม่ได้พูดต่อ ไม่บอกว่าเขาเปลี่ยนไป ไม่ถามว่าเขาเห็นอะไร ไม่ขอให้เขาเลิกคิด เธอแค่นั่งอยู่ตรงนั้น ใกล้พอให้เขารู้ว่ายังมีมนุษย์อยู่ข้าง ๆ แต่ไม่ใกล้จนเหมือนกำลังบังคับให้เขากลับมา
คาเอลหลับตาชั่วครู่
แล้วลืมตา
เมืองยังอยู่
ไฟยังติด
และมันยังเหมือนกำลังฟัง
โวร่าเปิดประตูรถก่อนใคร ลมหิมะพุ่งเข้ามาทันที กลิ่นเย็นของเมืองร้างไหลผ่านช่องประตูเข้ามาในรถ มันไม่ใช่แค่กลิ่นหิมะหรือกลิ่นน้ำมันเก่า มีบางอย่างหวานเน่าเจืออยู่บาง ๆ คล้ายผลไม้สุกเกินไปที่ถูกทิ้งไว้ในห้องปิดนานหลายวัน กลิ่นนั้นเบามาก แต่ชัดพอให้นิกซ์ยกมือขึ้นแตะจมูกตัวเอง
เด็กหนุ่มซีดอยู่แล้ว แต่เมื่อกลิ่นนั้นเข้ามา สีหน้าของเขาก็แย่ลงอีก
“มันอยู่ใต้เมือง”
ทุกคนหันมาทันที
นิกซ์ไม่ได้มองใคร เขามองพื้นรถ
เหมือนกำลังมองทะลุเหล็กลงไปถึงถนน ข้างใต้ถนน และอะไรบางอย่างที่อยู่ลึกกว่านั้น
แจ็กซ์ค่อย ๆ ดับเครื่อง
ความเงียบลงมาทันที
เสียงเครื่องยนต์หายไป เหลือเพียงลมหนาวพัดผ่านถนน เสียงไฟถนนหึ่งเบา ๆ เหนือหัว และเสียงหิมะตกกระทบหลังคารถเป็นจังหวะบาง ๆ
นิกซ์กดมือกับอกตัวเอง
“ผมได้ยินหัวใจ”
คาเอลลงจากรถแล้วหันกลับมาถาม
“ของใคร”
นิกซ์ส่ายหน้า
“หลายดวง”
เขากลืนน้ำลาย สีหน้าบิดด้วยความพยายามแยกเสียงออกจากกัน
“ไม่ใช่แบบคน มันซ้อนกัน เหมือนบางดวงเต้นเร็วมาก บางดวงช้ามาก แล้วมีจังหวะหนึ่งอยู่ลึกกว่าทั้งหมด”
เขาหยุดพูด
ลมพัดผ่านถนนเส้นหลักจนสายไฟที่ขาดจากเสาไฟฟ้าแกว่งเบา ๆ เกิดเสียงเสียดสีแห้ง ๆ เหมือนเล็บลากบนกระจก
นิกซ์กระซิบ
“มันไม่ได้เรียกเรา…”
เขาเงยหน้าขึ้น
ดวงตาแดงนิด ๆ จากความเหนื่อยและเสียงที่ไม่มีใครช่วยปิดให้
“มันนับเรา”
ไม่มีใครพูดอะไรต่อ
โวร่าเดินนำออกไปบนถนน ร่างเธอแทบไม่มีเสียงแม้พื้นหิมะจะแข็งและเปราะ ปืนสั้นที่เก็บได้จากจุดตรวจอยู่ในมือซ้าย ดาบอยู่ข้างเอว นิ้วของเธอไม่ได้เกร็งเกินไป แต่พร้อมขยับในเสี้ยววินาที คาเอลตามหลังเธอครึ่งก้าว มิเลียอยู่ข้างเขา แจ็กซ์สะพายกระเป๋าเครื่องมือและกระเป๋าเวชภัณฑ์เปล่าที่เขาไม่ยอมทิ้ง นิกซ์อยู่กลางกลุ่ม ใต้ผ้าห่มที่พันไหล่ไว้ เขาก้มหน้าเดินเหมือนกลัวว่าถ้าเงยขึ้น เสียงทั้งหมดจะเข้ามาแรงกว่าเดิม
ปั๊มน้ำมันเป็นที่แรกที่พวกเขาเข้าไปใกล้
หัวจ่ายน้ำมันยังตั้งเรียงอยู่ใต้หลังคาสังกะสี ไฟเหนือหัวกะพริบเป็นจังหวะไม่สม่ำเสมอ หน้าจอของเครื่องจ่ายบางเครื่องยังขึ้นตัวเลขค้างอยู่
จำนวนลิตร
ราคา
ยอดรวม
ทุกอย่างหยุดอยู่กลางการทำธุรกรรม
เหมือนคนที่เติมน้ำมันอยู่ตรงนี้วางหัวจ่ายทิ้งไว้แล้วเดินจากไปเฉย ๆ
ไม่มีเลือด
ไม่มีร่องรอยถูกลาก
ไม่มีรอยเท้าใหม่
มีเพียงหัวจ่ายเส้นหนึ่งตกอยู่บนพื้น น้ำมันไหลออกมาจนแข็งเป็นคราบมันบาง ๆ บนหิมะ กลิ่นน้ำมันผสมกับกลิ่นหวานเน่าจนทำให้ลมหายใจหนักขึ้น
แจ็กซ์ก้มดูรถเก๋งคันหนึ่งที่จอดอยู่ข้างหัวจ่าย ประตูคนขับเปิดค้าง ด้านในยังมีโทรศัพท์มือถือเสียบสายชาร์จอยู่ หน้าจอดับสนิท บนเบาะผู้โดยสารมีถุงขนมปังกับนมกล่องที่กลายเป็นน้ำแข็ง
“ไม่มีใครเก็บของ” เขาพูดเบา ๆ
มิเลียมองไปยังหน้าร้านสะดวกซื้อ
“เหมือนพวกเขาไม่ได้หนี”
คาเอลมองถนนด้านหลังปั๊ม
“หรือพวกเขาหนีไปทางเดียวกันทั้งหมด”
โวร่าหันกลับมามองเขา
“ไปไหน”
คาเอลไม่ตอบทันที
เพราะคำตอบที่ขึ้นในหัวไม่ใช่คำตอบที่เขาอยากพูด
ลงไป
ใต้เมือง
แจ็กซ์เปิดประตูร้านสะดวกซื้อ เสียงกระดิ่งหน้าประตูดังขึ้นเบามาก
กริ๊ง
เสียงนั้นเล็กเกินไปสำหรับความเงียบของเมือง และเพราะมันเล็ก มันจึงน่ากลัวแปลก ๆ เหมือนเสียงของโลกเก่าที่หลงเหลืออยู่โดยไม่รู้ว่าตัวเองตายไปแล้ว
ข้างในร้านมืดกว่าด้านนอก มีไฟฉุกเฉินสีแดงสลัวติดอยู่ตรงเคาน์เตอร์ แสงนั้นทำให้ชั้นวางของทอดเงายาวบนพื้นกระเบื้อง ทุกอย่างถูกทิ้งไว้กลางคัน ตะกร้าพลาสติกใบหนึ่งล้มอยู่ข้างชั้นอาหารกระป๋อง ขวดน้ำสองแพ็กถูกเปิดออกแต่ยังไม่ได้ยกไป เครื่องชงกาแฟหลังเคาน์เตอร์ยังค้างอยู่ในโหมดทำงาน ถ้วยกระดาษใบหนึ่งวางใต้หัวจ่าย กาแฟในถ้วยกลายเป็นน้ำแข็งสีดำเข้ม
แจ็กซ์เดินเข้าไปก่อน ก้าวของเขาระวังขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด มุกที่ควรหลุดปากเมื่อเห็นร้านขายของยังไม่มา เพราะตอนนี้เขาไม่ได้มองหาอาหารอย่างเดียว เขามองหายา แบตเตอรี่ ผ้าพันแผล อะไรก็ตามที่เอากลับไปช่วยซอเรนได้
คาเอลกวาดสายตารอบร้าน
ทางออกหลังร้าน
ประตูห้องเก็บของ
ช่องแคบระหว่างชั้นวาง
กล้องวงจรปิดมุมเพดาน
กระจกสะท้อนด้านหลังเคาน์เตอร์
รอยฝุ่นบนพื้น
ไม่มีรอยเท้า
ผิดปกติ
ร้านที่ถูกทิ้งในคืนล่มสลายควรมีรอยเท้าเต็มไปหมด ควรมีข้าวของกระจัดกระจาย ควรมีร่องรอยปล้น แต่ที่นี่เหมือนคนทุกคนหยุดพร้อมกัน วางของลง แล้วเดินออกไปตามคำสั่งเดียวกัน
มิเลียหยุดตรงหน้าเคาน์เตอร์
“คาเอล”
เสียงเธอเปลี่ยนไป
เขาเดินเข้าไปหา
บนฝุ่นบาง ๆ ที่เคลือบเคาน์เตอร์ มีตัวอักษรถูกลากด้วยปลายนิ้วเป็นประโยคสั้น ๆ
เราได้ยินแล้ว
ตัวอักษรไม่สวย ไม่ตรง เหมือนคนเขียนมือสั่น หรือเขียนตอนกำลังฟังบางอย่างที่ดังกว่าเสียงในหัวตัวเอง
แจ็กซ์เดินเข้ามาใกล้ แล้วเสียงเขาหายไปครู่หนึ่ง
“โอเค…ไม่ใช่ป้ายต้อนรับที่ดีเท่าไร”
นิกซ์ถอยหลังทันที
เขายกมือปิดหูข้างหนึ่ง แม้ไม่มีเสียงอะไรดังขึ้น
“อย่าอ่านออกเสียง”
แจ็กซ์หันไปมอง
“นายพูดจริงหรือพูดเพราะบรรยากาศมันควรพูดแบบนั้น”
นิกซ์ไม่ตอบ
แค่ส่ายหน้า
“มันชอบเวลามีคนตอบ”
คำตอบนั้นทำให้ทุกคนเงียบลง
โวร่าเดินไปตรวจหลังร้าน เปิดประตูห้องเก็บของด้วยปลายปืน ด้านในมีลังสินค้าเรียงเป็นแถว อาหารกระป๋อง น้ำดื่ม แบตเตอรี่ ผ้าห่มกันหนาว ทุกอย่างยังอยู่ในปริมาณที่ควรทำให้ผู้รอดชีวิตดีใจ
แต่ไม่มีใครดีใจ
เพราะบนผนังด้านในสุด มีข้อความเดียวกันเขียนด้วยปากกาเมจิกสีดำ ซ้ำหลายบรรทัด
เราได้ยินแล้ว
เราได้ยินแล้ว
เราได้ยินแล้ว
บรรทัดหนึ่งสูงเกินระดับมือเด็ก บรรทัดหนึ่งต่ำมากเหมือนคนคุกเขียน บางบรรทัดตัวใหญ่ บางบรรทัดตัวเล็ก บางบรรทัดเอียงจนแทบอ่านไม่ออก
หลายมือ
หลายคน
หรือบางทีไม่ใช่แค่มือมนุษย์
มิเลียหยิบไฟฉายส่องพื้นใกล้ผนัง ตรงมุมห้องมีคราบดำบาง ๆ แห้งติดอยู่กับกระเบื้อง กลิ่นหวานเน่าชัดขึ้นทันทีที่แสงแตะมัน นิกซ์เบือนหน้าหนี
“ออกจากห้องนี้” โวร่าพูด
ไม่มีใครเถียง
พวกเขาเก็บของเท่าที่จำเป็น น้ำสองแพ็ก อาหารกระป๋องบางส่วน แบตเตอรี่ ผ้าห่ม และชุดปฐมพยาบาลเล็ก ๆ ที่เหลืออยู่หลังเคาน์เตอร์ แจ็กซ์ค้นลิ้นชักทุกใบอย่างเร็ว มือเขาสั่นแต่ยังแม่นยำ เขาหยิบยาแก้ปวด ผ้าก๊อซ เข็มฉีดยา น้ำยาฆ่าเชื้อ และขวดเล็ก ๆ สองสามขวดใส่กระเป๋า แต่สีหน้าของเขายังไม่ดีขึ้น
“ไม่มีสารยับยั้ง” เขาพึมพำ “ของแบบนั้นคงไม่วางขายข้างหมากฝรั่งอยู่แล้วสินะ”
“คลินิก” คาเอลพูด
แจ็กซ์หันไปมองผ่านกระจกหน้าร้าน
คลินิกอยู่ฝั่งตรงข้ามถนน
ป้ายกากบาทสีซีดแกว่งเบา ๆ ตามลม
ไฟด้านในติดอยู่หนึ่งดวง
“ใช่” แจ็กซ์พูดสั้นลง “ไปคลินิก”
พวกเขาออกจากร้านสะดวกซื้ออย่างระวัง ลมด้านนอกแรงขึ้นนิดหนึ่ง หิมะพัดวนตามถนนจนไฟถนนดูเหมือนถูกม่านขาวขุ่นห่อไว้ บ้านสองฝั่งยังนิ่งสนิท แต่เมื่อคาเอลเดินข้ามถนน เขารู้สึกเหมือนมีบางอย่างมองจากหลังหน้าต่าง
เขาหันไป
หน้าต่างบ้านหลังที่สองด้านขวาไม่มีใครอยู่
มีเพียงผ้าม่านสีซีดที่เปิดแง้ม
แต่บนกระจกด้านใน มีรอยนิ้วมือเล็ก ๆ หลายรอยเกาะอยู่ตรงระดับต่ำเหมือนเด็กเคยยืนมองออกมา
และเหนือรอยนิ้วมือ มีตัวอักษรที่ลากผ่านฝ้าบนกระจก
เราได้ยินแล้ว
คาเอลหยุดนานเกินไป
มิเลียมายืนข้างเขา
“อย่าหายเข้าไปในมัน”
คำพูดเบามาก
แต่แทงตรงกว่าสิ่งใด
คาเอลหันมามองเธอ
“ฉันกำลังพยายาม”
มิเลียพยักหน้า
“ฉันรู้”
เธอไม่ได้บอกว่าพอแล้ว
เพราะเธอก็รู้ว่ามันยังไม่พอ
คลินิกเปิดประตูง่ายเกินไป
เสียงบานประตูดังเอี๊ยดเบา ๆ เมื่อโวร่าผลักเข้าไป กลิ่นยาฆ่าเชื้อเก่า ๆ ตีออกมาก่อน ตามด้วยกลิ่นความชื้น ฝุ่น และกลิ่นหวานเน่าที่ชัดกว่าร้านสะดวกซื้อหลายเท่า แสงไฟฟลูออเรสเซนต์หนึ่งหลอดติด ๆ ดับ ๆ อยู่เหนือโถงรอผู้ป่วย เก้าอี้พลาสติกเรียงเป็นแถว มีนิตยสารเก่าวางอยู่บนโต๊ะกลาง แก้วน้ำกระดาษคว่ำอยู่บนพื้น
ไม่มีคนไข้
ไม่มีหมอ
ไม่มีรอยเลือด
แต่บนผนังตรงข้ามเคาน์เตอร์ มีข้อความเขียนด้วยปากกาสีน้ำเงิน
เราได้ยินแล้ว
บนกระจกหน้าต่างด้านซ้าย มีคำเดียวกันถูกลากด้วยนิ้วจากฝ้าด้านใน
บนใบเสร็จที่กระจายอยู่พื้น มีตัวอักษรเล็ก ๆ ซ้ำ ๆ เต็มด้านหลัง
เราได้ยินแล้ว
เราได้ยินแล้ว
เราได้ยินแล้ว
แจ็กซ์หยุดอยู่กลางคลินิก
ใบหน้าของเขาซีดลงอย่างเห็นได้ชัด
“นี่ไม่ใช่คนคนเดียวเขียน”
โวร่ามองโถงหลังคลินิก
“แยกไม่ได้ว่าใครยังอยู่ข้างใน”
คาเอลยกมือส่งสัญญาณให้ทุกคนกระจาย เขาไม่ต้องคิดนาน ห้องตรวจสองห้องด้านซ้าย ห้องเก็บยาอยู่ด้านหลัง เคาน์เตอร์เวชระเบียนทางขวา ทางหนีด้านหลังอาจเป็นประตูส่งของหรือทางออกลานจอดรถ แคบเกินไปสำหรับถอยพร้อมกันถ้าถูกล้อม
ตัวเลขเริ่มเรียงขึ้นอีก
ถ้าถูกโจมตีจากด้านหน้า โวร่าปิดได้สามถึงห้าวินาที
ถ้าชาวเมืองมีมากกว่าสิบคน ต้องใช้เสียงล่อออกจากโถง
ถ้ามีคนในห้องเก็บยา แจ็กซ์เสี่ยงสูงสุดเพราะจะมุ่งหาเวชภัณฑ์
ถ้าจำเป็นต้องทิ้งคนหนึ่งไว้—
มือของมิเลียแตะหลังมือเขา
ไม่แรง
แค่แตะ
คาเอลหยุดหายใจไปครู่หนึ่ง
ตัวเลขแตกออก
เหลือเพียงความเย็นของนิ้วเธอกับเสียงหายใจของคนข้าง ๆ
“ทีละห้อง” เธอพูด
เขาพยักหน้า
“ทีละห้อง”
แจ็กซ์ตรงไปที่ห้องเก็บยาแทบจะทันที โวร่าตามไปคุ้มกัน ส่วนคาเอลกับมิเลียตรวจห้องตรวจด้านซ้าย นิกซ์ยืนอยู่กลางโถง มือจับขอบเคาน์เตอร์ไว้แน่น สีหน้าของเขาเหมือนคนกำลังพยายามยืนบนพื้นซึ่งมีคลื่นไหลอยู่ใต้เท้า
ห้องตรวจแรกว่าง
เตียงคนไข้ยังปูผ้าขาวเรียบร้อย เครื่องวัดความดันแขวนอยู่ตรงผนัง ถุงมือยางกล่องหนึ่งเปิดค้างอยู่ บนถาดโลหะมีเข็มฉีดยาสองเข็มวางเรียงกันเหมือนหมอเพิ่งหันไปหยิบของแล้วไม่กลับมาอีก
ห้องตรวจที่สองมีเก้าอี้ล้มอยู่หนึ่งตัว
บนผนังข้างโต๊ะหมอ มีข้อความขีดด้วยเล็บจนสีผนังหลุดเป็นร่องลึก
อย่าพูดดัง
ใต้ประโยคนั้นมีอีกประโยคหนึ่ง เขียนเล็กกว่า
มันจะได้ยิน
มิเลียอ่านข้อความนั้นแล้วเงียบ
คาเอลรู้สึกว่าลมหายใจในห้องเย็นลง
“คาเอล”
เสียงแจ็กซ์ดังจากด้านหลัง
ไม่ใช่เสียงมุก
เป็นเสียงสั้น แห้ง และตึง
คาเอลรีบกลับไปห้องเก็บยา
แจ็กซ์ยืนอยู่หน้าตู้ยาเหล็กที่ถูกเปิดทิ้งไว้ ชั้นในถูกรื้อจนขวดและกล่องยากระจัดกระจายเต็มพื้น มีบางช่องว่างเปล่าเหมือนของสำคัญถูกหยิบไปก่อนแล้ว แต่ในตู้ด้านล่างยังมีชุดยาฉุกเฉินสำหรับภาคสนาม สารต้านอักเสบ ยาปฏิชีวนะ และกล่องโลหะสีเทาสองกล่องที่มีสัญลักษณ์ชีวภาพสีจาง ๆ ติดอยู่
แจ็กซ์คุกเข่าลงเปิดกล่องหนึ่ง มือเขาสั่นขึ้นชั่วครู่เมื่อเห็นหลอดยาแช่ในโฟมกันกระแทก
“นี่อาจใช้ได้”
คาเอลก้มดูฉลาก
สารยับยั้งชีวภาพภาคสนาม
ใช้ภายใต้คำสั่งแพทย์
ฉลากบางส่วนขาดหายไป แต่คำสำคัญพอให้แจ็กซ์คว้ามันเข้ากระเป๋าทันที เขากวาดหลอดยาเท่าที่เหลืออยู่ ไม่เยอะ แค่หกหลอด
สำหรับซอเรน
สำหรับนิกซ์
สำหรับใครก็ตามที่ยังหายใจอยู่ต่อหน้าเขาในวันข้างหน้า
แจ็กซ์ปิดกระเป๋าแน่นเกินจำเป็น
“ได้แล้ว”
เขาพูดสองคำ
แต่ในสองคำนั้นมีทั้งความโล่งใจ ความกลัว และความหวังที่ไม่กล้าชัดเกินไป
โวร่าก้มลงแตะพื้นใกล้ตู้ยา
พื้นกระเบื้องตรงนั้นมีคราบใสเหนียวเป็นเส้นบาง ๆ เชื่อมจากใต้ตู้ไปยังช่องระบายอากาศด้านล่างผนัง เธอใช้ปลายมีดแตะเบา ๆ ของเหลวนั้นยืดเป็นเส้นเหมือนเมือก ก่อนหดกลับช้า ๆ ราวกับยังมีชีวิต
กลิ่นหวานเน่าชัดขึ้นทันที
นิกซ์ร้องครางเบา ๆ จากโถง
คาเอลหันกลับไป
เด็กหนุ่มทรุดลงคุกเข่าข้างเคาน์เตอร์ มือทั้งสองกุมหัว เขาหายใจถี่จนไหล่สั่น
มิเลียรีบเข้าไปหา
“นิกซ์”
“มันอยู่ใต้เรา”
เสียงเขาแหบ
“ไม่ใช่ตัวเดียว ไม่ใช่หลายตัว…เหมือนราก”
แจ็กซ์ค่อย ๆ ลุกขึ้น
“รากอะไร”
นิกซ์ส่ายหน้าแรง ๆ
“มันไม่ได้เรียกเรา”
เขาเงยหน้าขึ้น ดวงตาแดงก่ำ
“มันนับเรา”
ไฟคลินิกกะพริบ
ครั้งหนึ่ง
เงาของทุกคนยืดออกบนพื้น
ครั้งที่สอง
เสียงหัวใจใต้เมืองดังขึ้นในความรู้สึกของคาเอลเอง
ตุบ
ตุบ
ตุบ
ครั้งที่สาม
หน้าต่างคลินิกด้านหน้าแตกเสียงดังเพล้ง
ไม่ใช่เพราะมีอะไรพุ่งเข้ามา
แต่เพราะมือคนหลายมือกดลงบนกระจกจากด้านนอกพร้อมกัน
คาเอลยกปืนทันที
หน้ากระจกที่แตกร้าว มีเงาคนยืนเรียงอยู่ในแสงไฟถนน
ชาวเมือง
บางคนยังใส่เสื้อกันหนาวทับชุดนอน บางคนมีผ้าพันคอ บางคนเป็นชายวัยกลางคน บางคนเป็นหญิงชรา บางคนเป็นเด็กวัยรุ่น พวกเขายืนเงียบเกินไป ดวงตาเปิดอยู่แต่ไม่เหมือนคนมองจริง ๆ ริมฝีปากบางคนขยับเบามากเหมือนกำลังพูดตามเสียงที่ดังอยู่ในที่ไกล
หนึ่งในนั้นวางหน้าผากกับกระจก
เลือดไหลจากจมูกลงมาถึงริมฝีปาก
แต่ใบหน้าไม่แสดงความเจ็บ
เขากระซิบ
“อย่าพูดดัง”
อีกคนกระซิบตาม
“มันจะได้ยิน”
อีกหลายเสียงซ้อนขึ้น
“เราได้ยินแล้ว”
“เราได้ยินแล้ว”
“เราได้ยินแล้ว”
แจ็กซ์ยกปืนขึ้น
มือเขาสั่น
“คาเอล…”
“อย่ายิงก่อน” คาเอลพูดทันที
“นายเห็นตาพวกเขาไหม” แจ็กซ์ถามเสียงต่ำ
“ฉันเห็น”
“แล้วนายยังคิดว่าพวกเขายังเป็นคนอยู่เหรอ”
คาเอลไม่ตอบทันที
เพราะคำตอบที่เร็วที่สุดในหัวคือ ไม่จำเป็นต้องรู้
ภัยคุกคามคือภัยคุกคาม
กำจัดสิ่งกีดขวาง
เขาเกลียดความคิดนั้นอย่างแรงจนเกือบเวียนหัว
มิเลียอยู่ข้างนิกซ์ มือหนึ่งจับไหล่เด็กหนุ่ม อีกมือจับปืนพกไว้ แต่ปากกระบอกยังต่ำ เธอมองชาวเมืองเหล่านั้นด้วยสายตาที่ไม่ยอมทิ้งความเป็นมนุษย์ของพวกเขาง่าย ๆ แม้ความกลัวจะชัดอยู่ในใบหน้า
โวร่าพูดสั้น ๆ
“พวกเขากำลังล้อม”
เธอพูดถูก
เงาคนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากถนน จากซอยข้างคลินิก จากหลังปั๊มน้ำมัน พวกเขาไม่ได้วิ่ง ไม่ตะโกน ไม่ถืออาวุธอย่างเปิดเผย แต่การเคลื่อนไหวของพวกเขาสอดคล้องกันเกินมนุษย์ธรรมดา ทุกคนหยุดเมื่อไฟถนนกะพริบ ทุกคนหันศีรษะในจังหวะเดียวกันเมื่อเสียงซ่าจากลำโพงเก่าในคลินิกดังขึ้น
แจ็กซ์กลืนน้ำลาย
“ฉันเกลียดเมืองนี้”
คาเอลมองรอบห้อง
ทางออกหลังคลินิก
ระยะถึงรถ
จำนวนชาวเมืองด้านหน้า ประมาณสิบสอง
ด้านข้าง อย่างน้อยหก
ด้านหลังไม่ทราบ
ฆ่าเพื่อเปิดทาง ง่ายที่สุด
ยิงขา เสี่ยงถูกจับ
ใช้เสียงล่อออกจากด้านหน้า เปิดทางหลังคลินิก
ลดการตาย
เพิ่มความเสี่ยงต่อทีม
ความคิดเย็นลง
ตัวเลขเริ่มชัด
โอกาสรอดถ้ายิงฆ่า สูงกว่า
โอกาสรอดถ้าหลีกเลี่ยงการฆ่า ต่ำกว่า
มิเลียมองเขา
ไม่ต้องถาม
เธอเห็นการต่อสู้นั้นบนใบหน้าเขา
คาเอลหลับตาเพียงเสี้ยววินาที
423
76
เขาลืมตา
“ไม่ฆ่าถ้ายังไม่จำเป็น”
โวร่าพยักหน้าเพียงเล็กน้อย
แจ็กซ์หัวเราะแห้ง ๆ
“แน่นอนสิ ทำไมเราจะเลือกทางง่ายตอนโลกใจดีกับเราขนาดนี้”
คาเอลหันไปหาเขา
“นายเอายาไปที่รถ มิเลียพานิกซ์ตามไป โวร่าปิดด้านข้าง ฉันล่อด้านหน้า”
“ไม่” มิเลียพูดทันที
คำเดียว
คาเอลหันไป
เธอมองเขาตรง ๆ
“นายไม่ได้เป็นเหยื่อล่อ”
“ถ้าพวกเขาตามเสียง—”
“งั้นใช้เสียงอย่างอื่น”
แจ็กซ์นิ่งไป ก่อนค่อย ๆ มองไปที่ลำโพงประกาศในคลินิก
“ฉันเกลียดเวลาความคิดดี ๆ มาจากสถานการณ์แย่ ๆ”
เขารีบพุ่งไปที่เคาน์เตอร์ เปิดฝาครอบระบบประกาศเสียงเก่า ดึงสายไฟออกด้วยความเร็วที่เกือบโกรธ เขาค้นเครื่องเล่นเก่าหลังเคาน์เตอร์ เจอไมโครโฟนแตกครึ่งตัวหนึ่งกับระบบเสียงฉุกเฉินที่ยังมีไฟสีแดงติดอยู่
“ถ้าฉันทำให้ลำโพงข้างหน้าเสียงหอน พวกเขาน่าจะหันไปทางนั้น”
“น่าจะ?” โวร่าถาม
“ใช่ น่าจะ เพราะฉันไม่เคยเรียนวิธีหลอกคนถูกเมืองผีสิงควบคุมด้วยระบบประกาศคลินิก”
คาเอลเดินไปช่วยดันโต๊ะตรวจคนไข้เข้ามาขวางประตูหน้า ชาวเมืองด้านนอกเริ่มเคาะกระจกแตกเบา ๆ ไม่แรง ไม่บ้าคลั่ง แต่พร้อมกัน
ก๊อก
ก๊อก
ก๊อก
เสียงนั้นทำให้นิกซ์ร้องครางอีกครั้ง
“พวกเขาตอบมัน”
“แจ็กซ์” คาเอลเรียก
“อีกสิบวินาที”
“เรามีห้า”
แจ็กซ์กัดฟันต่อสายไฟสองเส้นเข้าด้วยกัน
เสียงหอนแหลมดังลั่นจากลำโพงหน้าคลินิก
ปี๊————
ชาวเมืองทุกคนหยุดพร้อมกัน
จากนั้นหันศีรษะไปทางลำโพงหน้าป้ายคลินิกในจังหวะเดียวกัน
ไม่ใช่การตกใจ
เหมือนสัญญาณใหม่เข้ามาแทรกสัญญาณเดิม
“ไป!” คาเอลสั่ง
โวร่าเปิดประตูหลังด้วยแรงถีบ เสียงโลหะกระแทกผนังดังปัง พวกเขาพุ่งออกสู่ลานหลังคลินิก หิมะด้านหลังลึกกว่าในถนนหลักและมีคราบดำเป็นเส้นบาง ๆ ลากจากช่องท่อระบายน้ำไปยังใต้พื้นคลินิก เส้นใยดำเหมือนรากไม้เปียก ๆ เลื้อยอยู่ตามรอยแตกของคอนกรีต เมื่อไฟฉายมิเลียส่องโดน มันหดตัวกลับเข้าเงาอย่างรวดเร็ว
แจ็กซ์เห็นแล้วหน้าซีด
“ฉันจะทำเป็นไม่เห็นเพื่อให้ขาวิ่งต่อได้”
พวกเขาวิ่งอ้อมคลินิกไปทางรถ ชาวเมืองบางส่วนเริ่มขยับตาม เสียงลำโพงยังหอนอยู่ด้านหน้า แต่ดูเหมือนสิ่งที่ควบคุมพวกเขาเริ่มปรับตัวได้ คนหนึ่งหันกลับมา คนที่สองหันตาม คนที่สามเริ่มเดินเร็วขึ้น
ไม่มีใครวิ่ง
แต่นั่นกลับทำให้น่ากลัวยิ่งกว่า
เพราะพวกเขาไม่รีบ
เหมือนรู้ว่าท้ายที่สุดเหยื่อจะเหนื่อยเอง
แจ็กซ์สะดุดกับขอบหิมะตรงลานข้างปั๊ม กระเป๋าเวชภัณฑ์หลุดจากไหล่ เขารีบคว้ามัน แต่ชาวเมืองคนหนึ่งซึ่งเป็นชายวัยกลางคนในเสื้อคลินิกสีขาวเก่าโผล่จากหลังรถกระบะแล้วคว้าแขนเขาไว้
แจ็กซ์ยกปืนขึ้นทันที
ปากกระบอกจ่อเข้าหน้าชายคนนั้นในระยะไม่ถึงหนึ่งฟุต
“ปล่อย!”
ชายคนนั้นไม่ปล่อย
ใบหน้าเขานิ่งจนเหมือนหน้ากาก แต่ดวงตากลับมีน้ำตาไหลออกมาช้า ๆ
น้ำตาจริง
มันไหลลงผ่านแก้มที่ไร้อารมณ์ ผ่านริมฝีปากที่ขยับเบา ๆ
“อย่าพูดดัง…”
แจ็กซ์แข็งค้าง
นิ้วของเขาอยู่บนไก
แค่กระตุกก็จบ
ชายคนนั้นยังร้องไห้
แต่ใบหน้าไม่ขยับ
เหมือนคนที่ถูกขังอยู่ข้างในร่างกายของตัวเองและทำได้แค่ปล่อยน้ำตาออกมาเป็นหลักฐานสุดท้ายว่ายังอยู่
แจ็กซ์ยิงไม่ลง
“บ้าเอ๊ย…”
ชาวเมืองอีกสองคนเริ่มเข้ามาใกล้
โวร่ามาถึงก่อน
เธอไม่ยิงหัว
เธอยิงเข้าที่ขาของชายคนนั้นหนึ่งนัด
เสียงปืนดังสั้นในหิมะ
ชายคนนั้นทรุดลง มือหลุดจากแขนแจ็กซ์ แจ็กซ์เซถอยหลัง ใบหน้าซีดจัด โวร่าคว้าคอเสื้อเขาแล้วดึงให้ลุก
“วิ่ง”
แจ็กซ์มองชายคนนั้นบนพื้น
ชายคนนั้นยังร้องไห้
ริมฝีปากยังขยับ
“เราได้ยินแล้ว…”
โวร่าดึงแรงขึ้น
“แจ็กซ์”
ครั้งนี้เขาวิ่ง
คาเอลยิงขวดน้ำมันที่วางอยู่ใกล้ปั๊มจนแตก น้ำมันกระจายบนพื้นหิมะ เขาไม่ได้จุดไฟ แค่สร้างพื้นลื่นและกลิ่นรบกวน ชาวเมืองที่เดินตามมาลื่นล้มสองคน อีกหลายคนชะลอเพราะเสียงกระแทกกับกลิ่นแรงเกินไป นิกซ์หันกลับไปมองพวกเขาด้วยสายตาเจ็บปวดเหมือนทุกเสียงร้องไห้ที่ไม่มีเสียงกำลังเจาะเข้ามาในหัวเขา
“พวกเขายังอยู่ข้างใน” นิกซ์พูด
คาเอลคว้าไหล่เขา
“ฉันรู้”
“แล้วเราทิ้งพวกเขา”
คำพูดนั้นทำให้คาเอลหยุดไปเสี้ยววินาที
มันไม่ใช่คำกล่าวโทษ
แต่ฟังเหมือนมีดเล่มเล็กที่แทงซ้ำแผลเดิมตรงประตูบีเจ็ด
มิเลียจับแขนนิกซ์
“ตอนนี้เราพาใครกลับมาไม่ได้ ถ้าเราไม่รอด”
นิกซ์ก้มหน้า
เขารู้
แต่การรู้ไม่ได้ทำให้เจ็บน้อยลง
พวกเขาขึ้นรถในจังหวะที่ชาวเมืองเริ่มล้อมด้านหลัง แจ็กซ์พุ่งขึ้นที่นั่งคนขับ กระเป๋าเวชภัณฑ์ถูกโยนให้มิเลีย เธอกอดมันแน่นเหมือนมันมีลมหายใจของซอเรนอยู่ข้างใน โวร่าขึ้นเป็นคนสุดท้ายก่อนปิดประตูแรงจนเหล็กสั่น
แจ็กซ์สตาร์ตรถ
เครื่องยนต์ไม่ติด
เขาบิดกุญแจอีกครั้ง
เสียงแห้ง ๆ ดังขึ้นใต้ฝากระโปรง
ไม่ติด
ชาวเมืองเข้าใกล้
มือหลายมือเริ่มแตะตัวรถ
ก๊อก
ก๊อก
ก๊อก
แจ็กซ์กัดฟัน
“อย่ามาเล่นมุกกับฉันตอนนี้นะ ไอ้รถเวร”
เขาบิดกุญแจครั้งที่สาม เหยียบคันเร่งพร้อมตบแผงหน้าปัด
เครื่องยนต์คำรามขึ้นเหมือนสัตว์ที่ถูกเตะให้ลุกจากความตาย
รถพุ่งออกจากหน้าปั๊มทันที ชาวเมืองหลายคนกระเด็นถอย แต่แจ็กซ์หักพวงมาลัยหลบเท่าที่ทำได้ ไม่ชนตรง ๆ ถ้าไม่จำเป็น ล้อบดผ่านหิมะ น้ำแข็ง และเศษกระจก เสียงทุกอย่างแตกกรอบใต้รถเหมือนกระดูกเล็ก ๆ ถูกบดเป็นทางยาว
คาเอลมองผ่านประตูท้ายที่ปิดไม่สนิท
เมืองค่อย ๆ ถอยห่าง
ไฟถนนยังติด
ชาวเมืองยืนอยู่กลางถนน ไม่ไล่ตามแล้ว
พวกเขายืนเรียงกันใต้แสงสีเหลืองซีด มองรถลำเลียงเคลื่อนออกไปด้วยดวงตาที่บางคนยังมีน้ำตา บางคนว่างเปล่า บางคนยิ้มเบามากเหมือนกำลังฟังเพลงที่คนอื่นไม่ได้ยิน
คาเอลรู้สึกถึงตัวเลขที่ยังอยู่ในหัว
จำนวนชาวเมืองที่ยิงขา
จำนวนยาที่ได้
จำนวนกระสุนที่เสียไป
จำนวนคนที่ทิ้งไว้
เขาหลับตา
แต่มือของมิเลียเลื่อนมาแตะข้อมือเขา
เพียงชั่วครู่
ไม่กอด
ไม่ปลอบ
ไม่บอกว่าเขาทำถูก
แค่เตือนว่าเขายังมีข้อมือให้จับ
ยังมีชีพจร
ยังมีคนที่เห็นเขาเป็นมากกว่าคำสั่ง
รถผ่านป้ายเมืองที่เอียงจนอ่านชื่อไม่ออก
ไฟถนนด้านหลังเมืองกะพริบ
ครั้งหนึ่ง
ก๊อก
ครั้งที่สอง
ก๊อก
ครั้งที่สาม
ก๊อก
วิทยุที่ปิดอยู่บนแผงหน้าปัดส่งเสียงซ่าขึ้นเอง
แจ็กซ์ตัวแข็ง
“ไม่เอาน่า…”
เสียงซ่าดังขึ้นเพียงไม่กี่วินาที
จากนั้นเสียงกระซิบก็ไหลออกมา
ไม่ใช่เสียงเดียว
เป็นเสียงหลายเสียงซ้อนกัน
เสียงเด็ก
เสียงผู้หญิง
เสียงชายแก่
เสียงคนที่กำลังร้องไห้
เสียงคนที่ไม่เหลือลมหายใจมากพอจะเป็นตัวเอง
และในชั้นเสียงทั้งหมดนั้น มีเสียงหนึ่งเล็กกว่าที่เหลือ
เด็กผู้หญิง
ไม่ชัดพอให้รู้ว่าอยู่ที่ไหน
แต่ชัดพอให้โวร่าหันกลับไปมองเมืองอีกครั้ง
พวกมันกระซิบพร้อมกันเบามาก แต่ทุกคนในรถได้ยิน
“คนต่อไปได้ยินแล้ว”
วิทยุดับลงทันที
ไม่มีใครพูด
รถแล่นเข้าสู่ถนนเหนืออีกครั้ง หิมะพัดกลบรอยล้อด้านหลังอย่างช้า ๆ
คาเอลมองเงาสะท้อนของตัวเองบนกระจกหน้าต่างสั่น ๆ
ในเสี้ยววินาทีหนึ่ง เขาไม่แน่ใจว่าสิ่งที่มองกลับมาคือเขา
หรือเมืองนั้นเพิ่งฝากอะไรบางอย่างไว้ในดวงตาของเขาแล้ว
[ตรวจพบรูปแบบการรับฟังใหม่]
ข้อความสีซีดวาบขึ้นในขอบการมองเห็นของเขาเพียงเสี้ยวเดียว
[จำนวนผู้เชื่อมต่อ: ไม่ทราบ]
คาเอลไม่บอกใคร
เพราะก่อนข้อความสุดท้ายจะหายไป เขาได้ยินเสียงเคาะอีกครั้ง
ไม่ใช่จากวิทยุ
ไม่ใช่จากถนน
แต่จากด้านในหัวของตัวเอง
ก๊อก
ก๊อก
ก๊อก
[เมืองยืนยันการตอบสนองแล้ว]