
ดามิซนึกออกทันทีที่บิดาของเขาเอ่ยถึง บัดนี้สิ่งที่ค้างคาใจของเขาได้ถูกเปิดเผยแล้ว เขาแทบอยากจะฆ่านายซัลลัมนั่นเสียเดี๋ยวนี้เลยถ้าทำได้
“แต่แม่ของลูกก็หลงกลมันเข้าแล้ว เพราะในที่สุดพวกมันก็หักหลังเรา”
ดามิซร้องไห้ออกมา เขาไม่รู้จะทำอย่างไร ไม่รู้จะช่วยบิดาได้อย่างไร ไม่รู้จะช่วยมารดาได้ด้วยวิธีไหน เขาเป็เพียงเด็กเล็กๆ ในตอนนั้น จึงได้แต่ร่ำร้องหาแม่อยู่ในใจ นึกถึงความขมขื่นของท่านทั้งสองครั้งที่เขาได้เห็นแล้วก็แทบอยากจะขาดใจตายลงเสียให้ได้ มันเกินจะทนจริงๆ สำหรับเด็กตัวเล็กๆ อย่างเขา
“ลูกต้องแก้แค้นให้พ่อนะลูก” นั่นคือคำสั่งเสียสุดท้ายก่อนที่บิดาของเขาจะสิ้นลมหายใจ
มันเป็คำสั่งเสียที่สร้างความสับสนให้กับเขาไม่น้อย ก็เด็กอายุแปดขวบจะไปทำอะไรกับมหาเศรษฐีผู้ร่ำรวยได้กันเล่า
แต่ฟ้าก็ไม่เข้าข้างคนเลวที่กลั่นแกล้งครอบครัวของดามิซเสียทีเดียว เมื่อชี้คดาวุด บุรุษผู้มั่งคั่งแต่ไร้ผู้สืบสกุลเกิดต้องตาต้องใจในตัวเขาจนถึงขั้นรับเลี้ยงเป็บุตรบุญธรรมขึ้นมา
ถึงตอนนี้เอง ดามิซจึงคิดได้ว่า นี่คือช่องทางที่เขาจะสามารถแก้แค้นให้กับบิดาได้ เขาจึงทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจฝังทั้งร่าง ทั้งหัวใจให้กลายเป็อับดุลมุอิซเต็มตัว กลบฝังความเป็บาดีย์เอาไว้จนลึกสุดใจ เพื่อที่ว่าวันหนึ่ง เขาจะกลับมาเป็ ดามิซ บาดีย์ และทวงเอาทุกสิ่งทุกอย่างที่ควรจะเป็ของบิดากลับคืนมา
รวมถึงดอกเบี้ยแห่งความแค้นด้วย...
บัดนี้เขาได้สืบทอดทุกสิ่งทุกอย่างของชี้คดาวุดและกลายเป็ชี้คดามิซ บิน ดาวุด อับดุลมุอิซ เ้าผู้ครองแคว้นอับดุลมุอิซลำดับที่ห้าแล้ว มันถึงเวลาแล้วที่เขาจะทวงทุกอย่างคืน และตอบแทนพวกมันอย่างสาสม
“ไอ้คนเลว แกลืมไปได้เลย เื่ที่ฉันจะส่งอัยนานไปให้แก ไอ้คนบาป” เสียงของซาอีย์ดังขึ้น ปลุกให้ดามิซตื่นจากความหลังอันแสนหดหู่
“นั่นเป็เื่ที่เราจะได้เห็นกันในคืนพรุ่งนี้ คุณซาอีย์” ดามิซเอ่ยอย่างไม่ยี่หระ
นั่นทำให้ซาอีย์สุดจะทน เขาโผเข้าหาดามิซอีกครั้งพร้อมกับหมัดลูกผู้ชายล้วนๆ ทว่าหมัดนั้นก็ไม่ได้ระคายเคืองผิวของชี้คหนุ่มแม้แต่เพียงน้อยนิด แต่กลับเป็ซาอีย์เสียเองที่ต้องตัวงอและทรุดลงไปกับพื้นเสียก่อน ด้วยหมัดอันทรงพลังของบอดี้การ์ดร่างใหญ่ที่อัดเข้าหน้าท้องของเขาอย่างแรง
“ไร้ประโยชน์” ชี้คหนุ่มเอ่ยขรึมๆ ก่อนจะหันหลังให้แล้วทำท่าจะเดินออกไปจากห้อง ทว่าเสียงหนึ่งก็กลับหยุดฝีเท้าลงได้อย่างชะงัก
“เดี๋ยวสิ”
เขาหันกลับไปมองเ้าของเสียงหวานใสนั้น เธอจ้องเขากลับด้วยสายตาแห่งความชิงชัง มันทำให้เขารู้สึกปวดร้าวอย่างบอกไม่ถูก แต่ก็ต้องฝืนถามออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ในขณะที่เล็บของเขาจิกลงไปในอุ้งมืออย่างแรง “มีอะไรหรือครับ คุณอัยนาน”
หญิงสาวปราดเข้ามาถึงตัวเขา บอดี้การ์ดร่างใหญ่รีบพุ่งเข้ามาทันที แต่ดามิซกลับโบกมือห้ามเอาไว้ พวกเขาจึงถอยออกไปยืนคุมเชิงอยู่ห่างๆ โดยไม่คิดว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้จะทำให้ชี้คผู้ยิ่งใหญ่สั่นะเืได้อย่างรุนแรงทั้งกายและใจ
อัยนานจ้องมองเขาอยู่นาน จนกระทั่งเธอทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด หญิงสาวเงื้อมือฟาดลงบนแก้มของดามิซอย่างแรงจนกล้ามเนื้อบนใบหน้าสั่นสะท้าน
บอดี้การ์ดของชี้คดามิซขยับตัวอีกครั้ง แต่ก็กลับถูกห้ามเอาไว้อีกโดยเ้านายของพวกเขาเอง
ชายหนุ่มลูบแก้มของตัวเอง รู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวบริเวณนั้นได้เป็อย่างดี แต่ก็ฝืนยิ้มออกไปแล้วถามเป็เชิงยั่วเย้าเธอ “สำหรับอะไรครับ”
“สำหรับความเลวของคุณ” เธอตอบเสียงสั่นเครือ “ฉันไม่คิดเลยว่าคุณจะเป็คนแบบนี้ ชี้คดามิซ”
“ขอบคุณสำหรับคำชม” เขาค้อมศีรษะ ยิ้มรับอย่างขมขื่น
“คุณมันเลวมาก ฉันไม่นึกเลยว่าคุณจะเป็คนหน้าเนื้อใจเสือแบบนี้” อัยนานย้ำอีกครั้งหนึ่ง น้ำเสียงของเธอสั่นเครือและกระแทกกระทั้นจิตใจของเขาจนเ็ปรวดร้าวไปหมด
ดามิซฝืนยิ้ม “ก็จงรู้เอาไว้ซะ”
หญิงสาวจ้องมองดูเขาด้วยดวงตาสั่นระริก แก้มนวลน่าทะนุถนอมชุ่มไปด้วยน้ำตาที่เปรียบเสมือนกรดราดรดลงบนหัวใจของเขา
“ถ้ามีงูพิษมากัดคุณ งูตัวนั้นคงต้องตาย”
ดามิซสะอึกกับคำกระทบกระเทียบของเธอ แต่เขาฉลาดพอที่จะไม่แสดงออกไปทางสีหน้า เขาใช้รอยยิ้มเพื่อกลบเกลื่อนความเ็ปหัวใจนั้นแล้วเอ่ยตอบเธอออกไปว่า “งูตัวไหนที่กล้ามากัดผม มันจะต้องได้รับผลตอบแทนอย่างสาสม”
