หลังจากรับประทานอาหารมื้อค่ำเสร็จแล้วเบอร์นาร์ดก็ให้สาวใช้พาแคเรน คาร์ลและไกอัสแยกย้ายกันไปพักผ่อนในห้องนอนที่เตรียมเอาไว้สำหรับรับรองแขกภายในห้องของแคเรนมีเฟอร์นิเจอร์ทำจากไม้ที่จำเป็อยู่ครบ เพดานสูงแขวนโคมไฟแก้วให้ความสว่างรอบห้องภายในห้องนอนยังมีห้องน้ำในตัวด้วยห้องน้ำปูกระเบื้องสีครีมแบ่งพื้นที่สำหรับตั้งอ่างอาบน้ำทางหนึ่ง ส่วนอีกทางหนึ่งเป็ที่ตั้งของโถรองนั่งสำหรับปลดทุกข์สาวใช้คนหนึ่งกล่าวขึ้นหลังจากแคเรนสำรวจห้องทุกมุมแล้ว
“หาก้าสิ่งใดสามารถเรียกใช้พวกข้าได้ตลอด พวกข้าพักอยู่ที่ห้องติดบันไดค่ะ”
“ขอบใจนะ”
“พ่อบ้านของท่านพักอยู่ห้องถัดจากพวกข้าส่วนท่านไกอัสพักอยู่ห้องตรงข้ามกับเขา”
“เข้าใจแล้วพวกเ้าไปพักผ่อนเถอะ”
สิ้นคำของแคเรนสาวใช้ทั้งสองก็เดินออกจากห้องแล้วปิดประตูแคเรนเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าซึ่งเสื้อผ้าของเธอถูกนำออกจากกระเป๋าเดินทางมาแขวนเอาไว้อย่างเป็ระเบียบเรียบร้อยแคเรนย้อนนึกถึง่กลางวันหลังจากรถม้ามาถึงคฤหาสน์สัมภาระของทั้งสามคนคงถูกพ่อบ้านกับสาวใช้ขนลงรถม้ามาจัดเข้าตู้ในห้องพักให้เธอหยิบผ้าขนหนูกับชุดนอนก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ
แคเรนอยู่ในชุดนอนแขนตุ๊กตาสีขาวกระโปรงยาวถึงเข่ากำลังค้นหาดาบสั้นสีเงินจากกระเป๋าเดินทางเมื่อหาเจอแล้วจึงหยิบมันมาลงนั่งบนเตียงนุ่ม ที่นี่สะดวกสบายไม่แพ้ที่ปราสาทก็จริงแต่ถ้าไม่เก็บดาบสั้นไว้ใกล้ตัวก็ทำให้เธอเป็กังวลจนนอนไม่หลับได้เหมือนกัน
แคเรนดึงปลอกดาบสั้นออกเผยให้เห็นคมดาบสีเงินแวววาวซึ่งสร้างจากแร่วิสทานัมอันที่จริง่นี้เธอกำลังฝึกใช้พลังควบคุมโลหะวิสทานัมให้ชำนาญเพราะเกรงว่าเมื่อถึงเวลาคับขันจะใช้การไม่ได้เหมือนคราวก่อนอีกั์ตาของแคเรนเปลี่ยนเป็สีแดงเื ทันใดดาบสั้นก็ลอยขึ้นในอากาศแคเรนบังคับให้มีดบินไปรอบๆ ห้อง
ไม่นานนักเสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนที่ประตูจะเปิดออกคมดาบสั้นวิ่งลู่ลมแหวกอากาศตรงไปยังเ้าของร่างที่ปรากฏตัวขึ้นหน้าประตูทันทีคาร์ลถือถาดใส่แก้วนมยืนนิ่งไม่แม้แต่จะกระพริบตาหรือตอบโต้แคเรนกลับเป็ฝ่ายร้อนรนรีบบังคับให้คมมีดตกลงพื้นตรงปลายเท้าของคาร์ลพอดี
เขาก้มลงหยิบดาบสั้นทั้งที่มืออีกข้างหนึ่งถือถาดใส่แก้วนมอยู่ก่อนเดินมาวางของทั้งสองอย่างลงบนโต๊ะเล็กข้างเตียงสีหน้าแคเรนยังใอยู่ในขณะที่คาร์ลหันมาคุยกับเธอเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ท่านหญิงดื่มนมร้อนแล้วค่อยเข้านอนเถอะ”
“เ้า… เ้าไม่าเ็ใช่มั้ยเมื่อครู่ทำไมไม่หลบ” แคเรนรีบลุกขึ้นยืนก่อนมองสำรวจอีกฝ่ายด้วยความกังวล
“ข้าไม่เป็ไรข้ารู้ว่าท่านหญิงจะไม่ทำร้ายข้า อีกอย่างดูจากเมื่อครู่นี้ทำให้รู้ว่าการควบคุมพลังของท่านก้าวหน้าขึ้นแล้ว”คาร์ลตอบเหมือนจะเปล่งเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ
“นี่ไม่ใช่เื่ล้อเล่นนะถ้าเ้าเป็อะไรไป แล้วข้าจะทำยังไง”
“ท่านก็แค่หาพ่อบ้านคนใหม่มาแทนข้า”
“ไม่มีใครแทนเ้าได้ทั้งนั้นเ้าก็รู้ว่าั้แ่เล็กข้าเข้าไปอยู่ในปราสาทแบบกึ่งถูกบังคับแถมยังไม่รู้จักใครเลยนอกจากเ้า มีแค่เ้าที่เป็สหายสนิทของข้า”
“อีกหน่อยเมื่อท่านหญิงผูกมิตรกับทั้งแปดตระกูลแล้วก็จะมีสหายเพิ่มขึ้นเอง อย่ากังวลไปเลย”
“ถึงยังไงก็สนิทไม่เท่ากับเ้าอยู่ดีขอร้องล่ะ รักชีวิตตัวเองบ้างเถอะ”
“ข้าจะรับฟังเอาไว้”คาร์ลตอบพลางเหลือบมองนมร้อนที่ถือมาด้วยแล้วกล่าวกับเธอ “หากไม่ดื่มตอนนี้อาจจะเย็นชืดเกินไปท่านชอบดื่มนมร้อนก่อนนอนไม่ใช่หรือ”
แคเรนหยิบแก้วนมมายกขึ้นดื่มจนหมดก่อนจะวางกลับลงไปบนถาดเหมือนเดิม
“ดื่มหมดแล้วพอใจหรือยัง”
“ถ้าเช่นนั้นข้าขอตัวก่อนท่านหญิงจะได้พักผ่อน”
“เดี๋ยวสิไม่อยู่คุยกันก่อนหรือ”
“เราเป็ผู้ใหญ่กันแล้วชายหญิงคุยกันสองต่อสองในห้องนอนเป็เื่ไม่สมควร”
“ข้าไม่เห็นว่าจะไม่สมควรตรงไหนในสายตาข้าไม่ได้มองเ้าเป็ผู้ชายนี่”
“ฮะ”คาร์ลร้องสวนกลับไปทันควันด้วยความคาดไม่ถึง ไม่รู้ว่าควรดีใจหรือเสียใจดีเขายกมือขึ้นกุมขมับแล้วกล่าวกับเธอ “คำพูดของท่านทำให้ข้าลำบากใจอยู่นะข้าไม่เหมือนผู้ชายอย่างงั้นหรือ”
แคเรนรีบยกมือขึ้นปิดปาก“ขอโทษด้วย คือข้าไม่ได้หมายความว่าเ้าไม่ใช่ผู้ชาย แต่เราแค่คุยกันแบบสหายไม่ได้คิดเกินเลยอะไรแบบนั้นเท่านั้นเอง”
คาร์ลแอบถอนหายใจโล่งอกแต่เขายังคงยืนยันคำเดิม“ถึงแบบนั้นก็ไม่สมควร มีอะไรไว้ค่อยคุยพรุ่งนี้เถอะครับ”
คาร์ลหยิบถาดใส่แก้วเปล่าบนโต๊ะก่อนจะเดินถือออกจากห้องของแคเรนเธอมองตามด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย คาร์ลเป็คนเคร่งครัดในกฎระเบียบบางครั้งแต่บางครั้งก็ดูเหมือนจะไม่สนอะไรเลย คำพูดของเขาก็เหมือนกัน บางครั้งก็เหมือนจะพูดไม่จริงสักเื่แต่บางครั้งก็เหมือนจะจริงใจจนคาดไม่ถึงเพียงแต่เธอมั่นใจอยู่เื่หนึ่งนั่นก็คือเขาจะไม่หักหลังเธอ
แคเรนหันปลายเท้าขึ้นนอนหงายบนเตียงแล้วจึงดึงผ้าห่มมาห่มกันหนาวเอาไว้ถึงจะแปลกถิ่นแต่แคเรนก็เป็คนหลับง่ายและส่วนใหญ่จะหลับสนิทเสียด้วย
ท้องฟ้ายามเช้าตรู่แสงอาทิตย์ไม่แรงกล้ามากนักรถม้าของแคเรนและตระกูลอีสตันบูลวิ่งมาหยุดตรงหน้าประตูรั้วเหล็กซึ่งล้อมรอบเหมืองแร่วิสทานัมเอาไว้หลังจากลงจากรถม้าแล้วเบอร์นาร์ดกับอีริคก็เดินนำทั้งสามคนเข้าไปภายในเหมืองแร่ซึ่งมีพื้นที่กว้างขวางแต่เพดานปิดทึบอากาศน้อยจึงทำให้หายใจลำบาก มีแสงสลัวจากโคมไฟที่แขวนอยู่ตามกำแพงเป็ระยะจุดที่ทั้งหมดยืนอยู่เป็เพียงพื้นที่ด้านหน้าลึกเข้าไปภายในเหมืองจะต้องใช้รถรางและลิฟท์ในการสัญจร
เบอร์นาร์ดพาแคเรนเดินเข้าไปใกล้กำแพงหินทางหนึ่ง แคเรนมองดูของเหลวสีเงินที่ไหลมาตามซอกหินหลายสายเบอร์นาร์ดจึงอธิบายให้แคเรนฟัง
“นั่นคือสายแร่วิสทานัมหากมีขนาดเล็กก็สามารถขุดเจาะได้เลย”
“แล้วถ้าเป็สายแร่ขนาดใหญ่ล่ะคะ”
ยังไม่ทันได้คำตอบจากเบอร์นาร์ดคนงานเหมืองแร่ชายคนหนึ่งก็รีบวิ่งเข้ามารายงานเบอร์นาร์ด “แย่แล้วครับเราเจอสายแร่ขนาดใหญ่ คนงานใหม่ไม่รู้ก็เลยเผลอไปเจาะเข้า กำแพงมันสั่นๆทำท่าจะถล่มแล้วนาย”
“ไหนพาไปดูสิ”
คนงานชายเดินนำทุกคนลงลิฟท์ไปยังชั้นล่างของเหมืองแร่เบอร์นาร์ดเดินตามไปสำรวจกำแพงมองเห็นรอยแตกของร่องหินค่อนข้างกว้างเขากวาดสายตามองไปรอบๆ พื้นที่ก็พบว่ามีเศษหินเล็กๆกระเด็นร่วงจากเพดานก่อนหันมากล่าวกับแคเรน
“ท่านหญิงเราออกจากเหมืองกันก่อนเถอะ”
“เกิดอะไรขึ้นคะ”
“คนงานน่าจะไปเจาะถูกสายแร่ใหญ่พอหินที่อุดอยู่รั่วทำให้แร่โลหะเหลวไหลออกมาปริมาณมากเกินไปเลยกระทบโครงสร้างของชั้นหินเหมืองจะถล่มครั้งใหญ่แน่”
แคเรนได้ยินก็ใช้ความคิดนิดหนึ่งเธอใช้มือัักำแพงหิน ั์ตาสีเทอร์คอยส์เปลี่ยนเป็สีแดงเืเธอรู้สึกได้ถึงพลังที่พลุ่งพล่านผ่านฝ่ามือไปตามชั้นหินราวกับสัญชาตญาณสอนเธอให้ใช้พลังควบคุมสายแร่วิสทานัมจากจุดอื่นให้เคลื่อนที่กระจายไปตามชั้นหินก่อนจะทำให้แร่ที่มีลักษณะเป็ของเหลวนั้นแข็งตัวกลายเป็โครงเหล็กขนาดใหญ่ค้ำยันชั้นหินที่กำลังจะถล่มเอาไว้
ก้อนกรวดเล็กๆที่หล่นกระจายมาไม่ขาดสายเมื่อครู่หยุดลงแล้วกำแพงที่ดูเหมือนจะสั่นนิดหน่อยก็สงบลงเช่นกัน ั์ตาของแคเรนเปลี่ยนกลับเป็เหมือนเดิมเธอถอนมือออกจากกำแพงทำให้เบอร์นาร์ดที่มองดูเหตุการณ์อยู่เห็นด้านดีของเธอเพิ่มขึ้น
“อย่างน้อยๆในยามคับขันท่านก็พิสูจน์ตัวเองได้ว่าเป็สายเืของราชวงศ์แอนเชสก้า”
“หวังว่าข้าจะผ่านบททดสอบของท่านนะคะ”
“ท่านก็พูดเกินไปข้าไม่ได้ทดสอบอะไร มันเป็อุบัติเหตุจริงๆ ครับ” เบอร์นาร์ดยืนยันหนักแน่น
อันที่จริงเท่าที่แคเรนตรวจสอบเมื่อครู่ก็รู้แล้วว่ากำแพงหินกำลังจะถล่มจริงๆแต่คิดว่าเบอร์นาร์ดน่าจะมีวิธีรับมือที่ดีกว่าการวิ่งหนีเขาเพียงแต่อยากทดสอบเธอว่ามีความสามารถพอจะจัดการกับปัญหาแบบนี้หรือไม่คาร์ลมองเธอด้วยรอยยิ้มบางๆ ราวกับกำลังภูมิใจในขณะที่ไกอัสเริ่มมองเห็นมุมที่น่าชื่นชมของเธอ