คุณพ่อยอดซุปเปอร์สตาร์ (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    ตอนที่ 75 :บทเพลงที่มีชื่อว่า ‘เมืองแห่งเทพนิยาย’

    ตอนที่ 75:บทเพลงที่มีชื่อว่า ‘เมืองแห่งเทพนิยาย’

     

            “ตึง ตึง ตึง ! ”

     

            เมื่อเวลาล่วงเลยมาถึง 2 ทุ่มตรงเสียงดนตรีที่สะเทือนเลือนลั่นก็ดังขึ้นพิธีกรชายของสถานีโทรทัศน์เจ้อเจียงในชุดสูทสีฟ้าอ่อนทั้งตัวสวมแว่นกรอบดำดูย้อนยุคท่านหนึ่งชื่อว่า เฉียวเฉี่ยวได้ก้าวขึ้นบนเวทีภายใต้การไล่ตามของไฟสปอร์ตไลท์

     

            “กราบสวัสดีผู้ชมทั่วโลก นี่คือรอบแบทเทิลช่วงชิงความเป็นหนึ่งกับเมนเทอร์สุดโหดของฮัวเซียนิววอยซ์ซีซั่นสอง มันคือฉากการต่อสู้ในทีมของเมนเทอร์ ! ”

     

            เฉียวเฉี่ยวถือไมโครโฟน พูดด้วยน้ำเสียงที่ดังกังวานได้กล่าวออกมาอย่างคล่องแคล่วและชัดถ้อยชัดคำ

     

            “จากรูปแบบการแข่งขัน ‘รอบแบทเทิลช่วงชิงความเป็นหนึ่งกับเมนเทอร์สุดโหด’เมนเทอร์ทุกทีมจะต้องเหลือเด็กฝึกแค่ 9 คน ดังนั้นคืนนี้เราจึงต้องจัดการประชันกันในทีมของแต่ละเมนเทอร์ทีมที่ได้เข้าประชันกันเป็นทีมแรก คือ…”

     

            ในตอนที่พูดถึงตรงนี้ เฉียวเฉี่ยวได้ลากเสียงยาวขึ้น“ทีมของเมนเทอร์เฉินอี้เจี๋ย ! ”

     

            “ตึง ตึง ตึง ! ”

     

            เสียงดนตรีอันกระหึ่ม ได้ดังไปทั่วทั้งสตูดิโออีกหนึ่งอีกครั้ง

     

            “เด็กฝึกทั้ง 14 คนของเมนเทอร์เฉินอี้เจี๋ยจะต้องประชันกันตัวต่อตัว ฝ่ายที่ชนะจะได้เข้ารอบต่อไปส่วนฝ่ายที่แพ้จะเข้าสู่รอบตัดสิน เมนเทอร์จะคัดเลือกสองในเจ็ดคนของรอบตัดสินเพื่อผ่านเข้ารอบต่อไปให้ครบ9 คน คืนนี้จะเป็นศึกรอบตัดเชือก ! ”

     

            เฉียวเฉี่ยวชี้ไปยังกลุ่มผู้ชมและนักวิจารณ์ที่กำลังตื่นตาตื่นใจแล้วแผดเสียงดังก้องกังวาน “พวกคุณ รอกันอยู่ใช่ไหม ? ”

     

            “รออยู่ ! ”

     

            กลุ่มผู้ชมต่างพากันลุกขึ้นยืนยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาป้องปากคล้ายกับโทรโข่ง แล้วตะโกนโห่ร้องอย่างสุดเสียง

     

            “เยี่ยมมาก ลำดับต่อไป ขอมอบเวทีนี้ให้กับเมนเทอร์ของเราครับ !”

     

            เมื่อได้รับคำตอบที่ตัวเองต้องการแล้วเฉียวเฉี่ยวก็รีบหมุนตัวอย่างฉับพลันผายมือไปยังทิศทางที่เขาเพิ่งเดินออกมาเมื่อสักครู่

     

            “พรึ่บ ! ”

     

            แสงไฟสปอร์ตไลท์สีขาวสี่ดวงปรากฎขึ้น หลิวเยว่ หยูเฉิงหมิงอู๋อิง และเฉินอี้เจี๋ย เมนเทอร์ทั้งสี่ท่านก็ค่อย ๆ ปรากฎกายขึ้นท่ามกลางแสงไฟสปอร์ตไลท์สีขาว

     

            “เริ่มโชว์ได้ ! ”

     

            เฉียวเฉี่ยวตะโกนเสียงดังแล้วกระโดดจากเวทีที่สว่างเจิดจ้าลงสู่ด้านล่างอย่างฉับพลัน

     

            “ความรักก็เหมือนกับเปลวไฟ ส่องแสงสว่างอยู่กลางนภาของฉัน...”

     

            ไม่ต่างกับตอนที่เปิดการแสดงสุ่มคัดเลือกรอบที่หนึ่งการแสดงโชว์ของเมนเทอร์ประมาณ 10 นาที ถือว่าดุเดือดมากทีเดียว

     

            หลังจากโชว์อันดุเดือดแล้ว เมนเทอร์ทั้งสี่ท่านก็จะนั่งประจำที่และเฉียวเฉี่ยวก็ได้ขึ้นมาบนเวทีอีกครั้ง “ลำดับต่อไปขอเชิญเด็กฝึกคนแรกจากการสุ่มคัดเลือกในทีมเมนเทอร์เฉินอี้เจี๋ย หลิวจือเซีย ! ”

     

            เฉียวเฉี่ยวได้ประกาศเรียกชื่อของหลิวจือเซียด้วยเสียงอันก้องกังวานหลิวจือเซียที่รออยู่ด้านหลังเวที ก็ย่างก้าวขึ้นมาบนเวทีอย่างมั่นคงก่อนจะมายืนทางด้านซ้ายของเวที

     

            “หลิวจือเซีย ! ”

     

            “หลิวจือเซีย ! ”

     

            กลุ่มผู้ชมและคณะกรรมการ ทั้งหมดต่างตะโกนโห่ร้องเหมือนคนบ้าผู้ชมบ้างกลุ่มถือป้ายไฟที่เขียนว่า ‘หลิวจือเซีย’ อยู่ในมือจากนั้นก็ยกขึ้นสูงพร้อมกับตะโกนเรียกชื่อของเขา

     

            จากนั้น เฉียวเฉี่ยวก็เริ่มแนะนำคนที่สอง “เด็กฝึกคนที่สองหลี่ตัน ! ”

     

            เด็กวัยรุ่นผิวพรรณดุจน้ำนมผมลอนเล็กน้อยคนหนึ่งได้เดินขึ้นมาบนเวที... หนึ่งนาทีหลังจากนั้น เด็กฝึกทั้ง 14คนของเมนเทอร์เฉินอี้เจี๋ย ก็ได้ขึ้นมาบนเวทีทั้งหมด

     

            เฉียวเฉี่ยวมองไปทางเฉินอี้เจี๋ยที่นั่งอยู่บนตำแหน่งเมนเทอร์แล้วพูดว่า “ก่อนที่จะเริ่มโชว์อย่างเป็นทางการ เมนเทอร์เฉินอี้เจี๋ยมีอะไรอยากจะบอกกับเด็กฝึกสักหน่อยไหมครับ ? ”

     

            เฉินอี้เจี๋ยลุกขึ้นยืน แล้วเดินมายังหน้าเวที ก่อนจะพูดว่า“ฉันรู้สึกว่า จากสายตาที่ตื่นตาตื่นใจของทุกคน ใช่ มันตื่นตาตื่นใจมาก ! วันนี้คือโอกาสที่หาได้ยากยิ่ง ฉันหวังว่าพวกเธอจะควบคุมได้ดี แม้ว่าจะเป็นศึกภายในทีมแต่พวกเธอก็จะต้องทำให้สุดความสามารถ ! สู้ ๆ นะ ฉันเป็นกำลังใจให้พวกเธอทุกคน ! ”

     

            “เชิญทุกคนกลับไปเตรียมตัวได้ครับ ! ” เฉียวเฉี่ยวส่งสัญญาณให้เหล่าเด็กฝึกกลับลงไปหลังเวทีจากนั้นก็ชูมือทั้งสองขึ้น “สะพานอันทรงเกียรติ จงลอยขึ้นมา ! ”

     

            มีหน้าจอขนาดใหญ่ทั้งสองจอ ค่อย ๆ ลอยขึ้นจากพื้นปิดกั้นทางเดินที่นำไปยังหลังเวที

     

            สิ่งที่ปรากฏอยู่บนจออันทรงเกียรตินั้นคือ โลโก้ของ‘ฮัวเซียนิววอยซ์’ สีหลักคือสีทองมีดาวสีทองขนาดใหญ่เปล่งประกายอยู่บนด้ามจับที่มีมือจับไว้แน่นและมีดาวดวงเล็กสีทองล้อมรอบอยู่ด้านบน

     

            “คืนนี้ จะเป็นการตัดสินโชคชะตาของเด็กฝึกในทุกทีมของเมนเทอร์ดุเดือดที่สุดในประวัติศาสตร์ ‘ฮัวเซียนิววอยซ์’ นักวิจารณ์มืออาชีพกว่า 51 ท่าน พวกเขาต่างเป็นโปรดิวเซอร์มือดีที่มีชื่อเสียงโด่งดังในวงการเพลงนักวิจารณ์เพลงผู้ทรงอิทธิพล ดีเจสถานีวิทยุผู้ทรงคุณวุฒิ และสื่อมวลชนชั้นนำ ! ”

     

            เฉียวเฉี่ยวอยู่เบื้องหน้าของกลุ่มนักวิจารณ์และกลุ่มผู้ชมก่อนจะค่อย ๆ โค้งตัวคำนับ “ขอบคุณที่ทุก ๆ ท่านสละเวลามาในวันนี้ ทุกท่านคงต้องลำบากแย่ ! ”

     

            เหล่าผู้ชมและนักวิจารณ์พากันปรบมือและโห่ร้องเป็นการให้เกียรติ

     

            “ลำดับต่อไป รอบแบทเทิลช่วงชิงความเป็นหนึ่งกับเมนเทอร์สุดโหดศึกชิงชัยในทีม เริ่มต้น ณ บัดนี้ ! ” เฉียวเฉี่ยวก้มหน้าลงอ่านกระดาษในมือ“เปิดหน้าต่างการคัดเลือกเด็กฝึกบนหน้าจอเดี๋ยวนี้ ! ”

     

            “ซวบ ซวบ ซวบ ! ”

     

            สิ้นสุดเสียงของเฉียวเฉี่ยวบนหน้าจอขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านหลังของเวทีก็ปรากฏเป็นรูปของเด็กฝึกทั้ง 14คนของทีมเฉินอี้เจี๋ย กรอบอันหนาเตอะที่ล้อมรอบรูปของเด็กฝึกเหล่านี้ได้มีการกระพริบอย่างต่อเนื่อง

     

            “เชิญเมนเทอร์เฉินอี้เจี๋ย ทำการคัดเลือก ! ”เฉียวเฉี่ยวผายมือไปด้านหน้าของเฉินอี้เจี๋ย

     

            “หยุด”

     

            เฉินอี้เจี๋ยเงยหน้ามองหน้าจอ ทันใดนั้นก็มีเสียงตะโกนคำว่า‘หยุด’ ดังขึ้น

     

            หลังจากนั้น รูปเด็กฝึกที่กระพริบอยู่บนหน้าจอก็หยุดลงฉับพลันปรากฏรูปเด็กฝึกที่จะได้เข้าประชันเป็นคนแรก

     

            หลิวจือเซีย !

     

            ในตอนที่รูปของเด็กฝึกที่กระพริบอยู่บนหน้าจอขนาดใหญ่หยุดลงหน้าจอได้ทำการขยายรูป ทำให้ทุกคนทั่วทั้งสตูดิโอที่หนึ่งพากันตะลึงงันกันไปตาม ๆ กัน

     

            เพราะมันเป็นเรื่องที่พวกเขาคาดไม่ถึงเด็กฝึกคนแรกที่จะได้แบทเทิล ก็คือ หลิวจือเซีย !

     

            ตอนนี้เอง โลโก้ของนิววอยซ์ที่ปรากฎอยู่บน ‘สะพานอันทรงเกียรติ’ด้านซ้ายได้หายไปแล้ว สิ่งที่ปรากฎขึ้นมาคือวิดีโอที่ผ่านการตัดต่อแล้วหลิวจือเซียในการแข่งขันรอบคัดเลือก รวมทั้งคะแนนที่มากโขจากเมนเทอร์ทั้งสี่คนสุดท้ายก็รูปภาพเดี่ยวที่หล่อเหลาที่สุดของหลิวจือเซียได้ปรากฏอยู่บนหน้าจอขนาดใหญ่ของ ‘สะพานอันทรงเกียรติ’

     

            “พี่เซียของเรา พี่จะต้องชนะแน่นอน ! ”

     

            “พี่เซีย เราจะสนับสนุนพี่ตลอดไป ! ”

     

            “หลิวจือเซีย สู้ ๆ ! ”

     

            เหล่าผู้ชมส่งกำลังใจกันอย่างล้นหลามพวกเขาอดไม่ได้ที่จะตะโกนชื่อของหลิวจือเซีย ในตอนสุดท้ายก็พร้อมใจกันส่งเสียงเชียร์ ‘หลิวจือเซีย สู้ ๆ ’ ซึ่งมันค่อย ๆก่อตัวขึ้นเป็นคลื่นเสียง จนเกือบจะถล่มทั้งสตูดิโอเลยทีเดียว

     

            “เจ้าหมอนี่ ดูเหมือนจะได้รับความนิยมสูงมาก ! ”หลิวเยว่ที่นั่งอยู่บนที่นั่งของเมนเทอร์ได้ดันแว่นขึ้นเล็กน้อย “แน่นอนแล้วล่ะการผ่านเข้ารอบของจือเซียในครั้งนี้ ถือว่าเป็นเสมือนตะปูที่ตอกอยู่บนแผ่นไม้”

     

            “ก็ไม่แน่นะ ! ”ถึงแม้ว่าเฉินอี้เจี๋ยมั่นใจในตัวหลิวจือเซียมาก แต่ก็ยังพูดด้วยความหวั่นเกรง“คนที่ทำการคัดเลือกในครั้งนี้ไม่ใช่เรา แต่เป็นนักวิจารณ์มืออาชีพทั้ง 51 คนพวกเขาถือได้ว่าเข้มงวดมากทีเดียว”

     

            “ฉันล่ะไม่ชอบเธอเลยจริง ๆ เห็น ๆ อยู่ว่าดีใจแต่กลับทำท่าทางนิ่งเฉยซะงั้น ! ”

     

            อู๋อิงแบะปากแล้วพูดว่า “ในมือของเธอยังมีอีกสองคนถ้านักวิจารณ์ปัดตกรอบ เธอยังสามารถฉุดเขาขึ้นมาจากรอบตัดสินได้”

     

            “พี่อิง พี่หึงรึเปล่าเนี่ย ? ” หยูเฉิงหมิงหัวเราะ ฮ่า ฮ่า“แต่ฉันอดใจรอไม่ไหวแล้วจริง ๆ ตอนสุ่มคัดเลือกก็สร้างเซอร์ไพรส์ให้เรามากพอแล้วครั้งนี้จือเซียคงไม่ทำให้เราผิดหวังหรอกมั้ง ? ”

     

            “ผิดหวังหรือ? บอกพวกนายไว้เลยนะ ไม่มีทาง ! ”เฉินอี้เจี๋ยแสยะยิ้มมุมปาก “ฉันเคยถามจือเซียมาแล้วเขาบอกว่าวันนี้เขาเตรียมเพลงต้นฉบับแบบเดียวกันมาด้วยเขาจะต้องสร้างเซอร์ไพรส์ที่น่าตื่นตาตื่นใจแก่พวกนายแน่นอน ! ”

     

            “เซอร์ไพรส์ไม่เซอร์ไพรส์ เราไม่รู้” ในเวลานี้หลิวเยว่ก็ได้พูดตัดบท“ฉันรู้แค่ว่า ถ้าเธอยังไม่เลือก เกรงว่าผู้ชมจะต้องปาของขึ้นมาใส่เมนเทอร์แล้ว”

     

            เป็นอย่างที่คิดไว้จริง ๆเหล่าผู้ชมโดยรอบต่างจ้องเขม็งมายังเมนเทอร์ท่าทางรอคอยนั้นเป็นสายตาที่รอคอยด้วยความกังวลจริง ๆ

     

            “อืม เชิญเมนเทอร์เฉินอี้เจี๋ยเลือกเด็กฝึกคนที่สองของฝ่ายตรงข้ามด้วยครับ! ” เฉียวเฉี่ยวเริ่มประท้วงอีกครั้ง

     

            “หยุด ! ”

     

            เมื่อเฉินอี้เจี๋ยรีบตะโกนหยุดไฟกระพริบบนหน้าจอแรกเป็นรูปของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง

     

            ‘สะพานอันทรงเกียรติ’ ข้างขวา ปรากฏภาพในรอบสุ่มคัดเลือกรวมทั้งคะแนนที่ได้รับจากเมนเทอร์ทั้งสามคนของเด็กผู้หญิงคนนี้สุดท้ายก็รูปของเด็กผู้หญิงหน้าตาสะสวย ยิ้มหวาน ได้ปรากฏขึ้นบนหน้าจอของ‘สะพานอันทรงเกียรติ’

     

            เฉียวเคอซิน !

     

            “เชิญเด็กฝึก หลิวจือเซีย และ เฉียวเคอซินก้าวออกมาข้างหน้าด้วย ! ” เฉียวเฉี่ยวผายมือ

     

            หลิวจือเซียและเฉียวเคอซิน ได้เดินออกมาจากเส้นทางของ‘สะพานอันทรงเกียรติ’

     

            “อ่อ เยี่ยม หลิวจือเซีย ! ”

             

            “เฉียวเคอซิน ! ”

     

            เหล่าผู้ชมต่างพากันฮือฮา พวกเขาโห่ร้อง ปรบมือกันแบบไม่มีหยุด

     

            ทั้งสองคนเดินมายังตรงกลางของเวทีเฉินอี้เจี๋ยได้เดินไปข้างหน้า แล้วโอบกอดเด็กฝึกทั้งสองคนของตัวเอง

     

            เฉียวเฉี่ยวยืนอยู่ข้างกายของเฉินอี้เจี๋ย แล้วพูดว่า“การประชันจะเริ่มขึ้นในอีกไม่ช้า เมนเทอร์เฉินอี้เจี๋ยมีอะไรจะคุยกับเด็กฝึกทั้งสองคนของตัวเองไหม ? ”

     

            “ฉันรู้สึกว่าในเมื่อฉันเลือกพวกเขามาเข้าร่วมนิววอยซ์แล้วนั่นถือเป็นการคัดเลือกที่สมบูรณ์แบบทุกประการ ! ” เฉินอี้เจี๋ยมองทั้งสองคนแล้วพูดว่า “พูดมากไปก็ไม่มีประโยชน์ ทั้งสองคนพยายามให้เต็มที่ละกัน ! ”

     

            “ครับ ขอบคุณสำหรับกำลังใจของเมนเทอร์เฉินอี้เจี๋ย ! ”เมื่อได้ยินคำพูดของเฉินอี้เจี๋ย เฉียวเฉี่ยวก็ยิ้ม “สู้ ๆ ครับ !งั้นเราจะรอคอยการแสดงของพวกคุณทั้งสองคนนะครับ ตอนนี้เชิญเมนเทอร์เฉินอี้เจี๋ยกลับไปยังที่นั่งของตัวเองก่อนครับ ! ”

             

            “สะพานอันทรงเกียรติ จงลอยขึ้น ! ”เฉียวเฉี่ยวมองไปทางกลุ่มผู้ชม “รอบที่สองรอบแบทเทิลช่วงชิงความเป็นหนึ่งกับเมนเทอร์สุดโหด ทีมของเมนเทอร์เฉินอี้เจี๋ย PKกลุ่มที่หนึ่ง จงเริ่มขึ้น ณ บัดนี้! ขอเชิญเด็กฝึกคนแรก หลิวจือเซียในบทเพลงการแสดงที่มีชื่อว่า ‘เมืองแห่งเทพนิยาย’ ! ”

     

            “แกร่ก แกร่ก ! ”

     

            เมื่อเฉียวเฉี่ยวเดินเข้ามุมไป ทั้งสตูดิโอก็พลันมืดลงทันใดนั้น เสียงแกร่ก ๆ อย่างชัดเจนก็ได้ดังขึ้นในสตูดิโอที่หนึ่ง

     

            เสียงที่คล้ายกับกล่องดนตรีสมัยโบราณอะไรทำนองนั้นได้ดังขึ้นพาให้หัวใจของผู้ชมต่างเริ่มเต้นเร็วรัวด้วยความตื่นเต้น

     

            “เหล่าผู้ชมต่างพากันตื่นตกใจ พวกเขาหันซ้ายที ขวาทีเพื่อหาว่าเสียงนั้นมาจากที่ไหน

     

            วิ้ว~~

     

            จากนั้นเสียงผิวปากที่เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกได้ดังขึ้นจากนั้นก็หยุดชะงักลง

     

            “ดนตรีบรรเลง ! ”

     

            ไม่รู้ว่าเป็นใครตะโกนส่งเสียงพาให้ผู้ชมทั้งสตูดิโอถึงกับกลั้นหายใจเลยทีเดียวจากนั้นก็มองไปยังร่างเงาที่ปรากฏอยู่บนเวที ด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง

     

            หลังจากกลับมาหายใจ ลำแสงสีขาวที่สว่างไสวก็พลันปรากฏขึ้นด้านบนปกคลุมร่างของหลิวจือเซียไว้

     

            พริบตาเดียวหลังจากนั้นน้ำเสียงที่น่าดึงดูดและแฝงไปด้วยความทุ้มต่ำก็ดังขึ้น

     

            “ได้ยินว่าสโนไวท์กำลังหลบหนี

     

            หนูน้อยหมวกแดงกำลังหวาดกลัวหมาป่า

     

            ได้ยินว่าแมด แฮตเตอร์ชอบอลิซ

     

            ลูกเป็ดขี้เหร่จะกลายร่างเป็นหงส์ขาว...”

     

            หลังจากบทเพลงสองวรรคแรกสิ้นสุด ทั่วทั้งสตูดิโอหมายเลขหนึ่งก็มีเสียงปรบมือราวกับเสียงระเบิดดังขึ้น

     

            คนที่สัมผัสได้ลึกซึ้งที่สุดก็น่าจะเป็นกลุ่มนักวิจารณ์มืออาชีพที่นั่งอยู่หน้าสุดทั้ง 51 คน

     

            สาเหตุที่เรียกว่า สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น แค่สองประโยคนี้ก็มากพอที่เรียกได้ว่าเพราะแล้ว ! หรือเรียกได้ว่าโคตรเพราะ !

     

            มิน่าล่ะ ทำไมฮัวเซียนิววอยซ์จนกระทั่งตอนนี้ก็ยังคงทำการโปรโมททำนองเพลงของหลิวจือเซียเป็นหลัก

     

            อย่างอื่นไม่ต้องพูดถึง แค่โทนเสียงนี้ที่เข้าถึงความรู้สึกของทุกคน มันมากกว่าเด็กฝึกคนอื่น ๆ มากโขเรียกได้ว่าไม่มีใครเทียบเคียงได้